ค่ำคืนอันเงียบสงัดในกรุงโซลเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาสามทุ่มครึ่งมินอายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอนด้วยร่างกายที่ไร้ชีวิตชีวาแววตาของเธอหม่นแสงลงราวกับคนที่สูญเสียจิติญญามือเรียวสั่นเทาขณะสวมเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนา
เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆเพื่อเรียกความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดทว่าทุกครั้งที่คิดถึงน้ำเสียงเฉียบขาดของประธานชเวทางโทรศัพท์หัวใจของเธอก็ตีตึงไปด้วยความหวาดกลัว
เธอก้าวเท้าออกจากห้องนอนอย่างแ่เบาเพื่อไม่ให้เกิดเสียงเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่มืดสลัวและเปิดประตูห้องพักออกไปอย่างเงียบเชียบที่สุดมินอาคิดว่าสมาชิกคนอื่น ๆคงจะหลับสนิทไปแล้วหลังจากตรากตรำทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน
แต่เธอคิดผิด...
ในมุมมืดของห้องนั่งเล่นมิ้นนั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่ได้เปิดไฟดวงตาคู่คมของเธอยังคงสว่างโรจน์และจับจ้องไปยังแผ่นหลังของพี่ใหญ่ที่เพิ่งเปิดประตูเดินออกไป
มิ้นนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ท่าทีแปลก ๆของมินอาที่ชอบเหม่อลอยในเวลาทำงาน มันวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ
ทันทีที่เสียงประตูห้องปิดลงมิ้นรีบะโลงจากโซฟา คว้าเสื้อโค้ตตัวหนา เธอตัดสินใจที่จะหาคำตอบในคืนนี้
…
มินอานั่งอยู่บนเบาะหลังของรถแท็กซี่ที่เคลื่อนตัวฝ่าความมืดตรงไปยังย่านคังนัมมือของเธอกำเข้าหากันแน่นจนสั่นระริก สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถเห็นแสงไฟจากตึกระฟ้าสะท้อนประกายวูบวาบ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกถึงความสวยงามแม้แต่น้อย
ไม่นานนักรถแท็กซี่ก็ชะลอความเร็วลงก่อนจะเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกกระจกสีเข้มสุดหรูตึกเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของ ชเว โกฮึน
มินอามองขึ้นไปบนยอดตึกสูงเสียดฟ้าด้วยความรู้สึกดิ่งวูบ
เธอชะงักฝีเท้าอยู่ครู่หนึ่งยืนมองเข้าไปในโถงทางเดินกว้างขวางของตึกที่เงียบเชียบ เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นอีกครั้งบังคับตัวเองก้าวเข้าไป
ประตูเพนต์เฮาส์บานหนาปิดลงพร้อมกับเสียงระบบลงกลอนอัตโนมัติที่ทำให้หัวใจของมินอาหล่นวูบเธอพยายามปรับเปลี่ยนสีหน้าและปั้นรอยยิ้มขณะก้าวขาคู่เรียวเข้าไปในห้องโถงกว้างทว่าฝีเท้าของเธอต้องชะงักลงทันทีเมื่อพบว่าคืนนี้ประธานชเวไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
บนโซฟาหนังราคาแพงมีชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งในชุดสูทลำลองนั่งอยู่
ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นเธอใบหน้าของเขาดูคุ้นตามากจนมินอาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงเขาเดินตรงเข้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็มิตรและเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“สวัสดีครับคุณเบลล่า ผม คัง มินแจยินดีที่ได้พบตัวจริงนะครับ”
ชื่อนั้นทำให้มินอาแทบหยุดหายใจชายตรงหน้าคือผู้กำกับภาพยนตร์ระดับแถวหน้าของประเทศที่มีผลงานกวาดรางวัลมานับไม่ถ้วนความใและความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
“ผมติดตามผลงานของวง NOX มาตลอด โดยเฉพาะคุณเบลล่า”
ผู้กำกับคังเอ่ยชม แววตาฉายความปรารถนา
“ตอนนี้ผมกำลังเตรียมงานสร้างภาพยนตร์ฟอร์มั์เื่ใหม่และผมสนใจในตัวคุณมาก... ผมอยากให้คุณมาเล่นเป็นางเอกในภาพยนตร์เื่ใหม่ของผม”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของมินอาเต้นรัวจนแทบจะทะลุอกแต่มินอายังคงหลงเหลือสติ เธอรีบโค้งศีรษะอย่างนอบน้อมและตอบกลับอย่างระมัดระวัง
“ข...ขอบพระคุณผู้กำกับคังมากนะคะที่ให้เกียรติขนาดนี้ แต่เื่งานภาพยนตร์รบกวนช่วยติดต่อและตกลงกับทางบริษัทโดยตรงจะดีกว่าค่ะ หนูเป็แค่ศิลปินไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจรับงานเองค่ะ”
หลังจากฟังเื่นี้ ทว่าแทนที่ผู้กำกับคังจะแสดงความผิดหวัง เขากลับยิ้มกว้างขึ้น
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณเบลล่า”
เขากล่าวพลางปรายตาไปทางประธานชเวที่นั่งจิบไวน์อยู่
“ผมได้คุยกับผู้จัดการและทางค่ายของคุณเรียบร้อยแล้วและพวกเขาก็ตกลงเป็อย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น... พวกเขายังตกลงที่จะให้ผมได้ ทดลองแคสติ้งเพื่อดูความสามารถสำหรับบทบาทด้วยครับ”
คำว่า ทดลองทำให้อารมณ์ตื่นเต้นของมินอาแข็งค้างไปในพริบตาความรู้สึกไม่ชอบมาพากลตีตื้นขึ้นมาในอกจนเธอต้องกำมือแน่น
ความสับสนและหวาดระแวงแล่นเข้ามาแทนที่เธอเหลือบมองบรรยากาศรอบห้องเพนต์เฮาส์ที่มืดสลัวและเงียบเชียบก่อนจะรวบรวมความกล้าถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ทดลองบท... ที่นี่เหรอคะ?”