ไอร่าหยุดกึกตรงปากตรอกซอยที่มืดครึ้ม
หัวใจเต้นรัวราวกับถูกทุบตีจากด้านใน
ลมหายใจขาดเป็่ สั่นสะท้านไปทั้งร่างกาย
อากาศรอบตัวหนาแน่นด้วยกลิ่นคาวเืและฝุ่นผสมความชื้น
ราวกับโลกกำลังหายใจรดต้นคอเธอ ภาพตรงหน้า...
มันไม่ควรเป็จริง มันไม่ควรเกิดขึ้นตรงนี้ ในเมืองที่ควรจะปกติ
ในเช้าวันที่ควรจะสงบ ชายคนนั้น—ริน—กำลังยืนขวางด้วยร่างสูงเพรียวที่ชุ่มเื เสื้อโค้ทยาวขาดวิ่น หน้าอกขยับขึ้นลงอย่างหอบเหนื่อย
ด้านหลังเขา กำแพงสีดำสนิทตั้งตระหง่าน ราวกับแผ่นเงาที่หลอมรวมจากความมืดมิดที่สุด หนาแน่นจนดูดกลืนแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดเข้ามา และด้านหน้ากำแพงนั้น ชายอีกคน—ผอมซีด ผมรุงรัง—กำลังยืนหัวเราะแ่ ๆ
เสียงแหบกร้านที่ทำให้ขนลุกซู่ โซ่สีดำเจ็ดเส้นเลื้อยออกจากใต้แขนเสื้อของเขา ปลายโซ่แหลมคม เปื้อนเืสด ราวกับงูพิษที่หิวโหย
ไอร่าอ้าปากค้าง แต่เสียงไม่ออกมา
เธอไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงมาที่นี่
ทำไมขาทั้งสองข้างวิ่งมาด้วยตัวเอง
เธออยากหันหลังกลับ อยากวิ่งหนีไปให้ไกลจากความบ้าคลั่งนี้
แต่ร่างกายไม่ขยับ ดวงตาเธอจับจ้องไปยัง
ร่างเปลือยเปล่าที่รินกำลังประคองอยู่
ร่างนั้นเต็มไปด้วยาแกรีดยาว
เืไหลซึมไม่หยุด หน้าอกยังขยับขึ้นลงแ่เบา
แต่จังหวะหายใจรวยริน เหมือนเส้นด้ายที่ใกล้ขาด
รินหันมามองเธอทันที สายตาเย็นเฉียบของเขา
ราวกับรับรู้การมีอยู่ของเธอั้แ่ก้าวแรกที่เธอมาถึง
เขาไม่แสดงอารมณ์ ไม่แปลกใจ ไม่ตื่นตระหนก
เพียงพูดเสียงเรียบ น้ำหนักหนัก “พาเขาไป”
ไอร่าชะงัก ดวงตาเธอเบิกกว้าง มองริน
มองชายผอมซีดที่กำลังยิ้มบิดเบี้ยว มองร่างที่นอนนิ่ง
ความสับสนไหลทะลักเข้ามาในหัว ราวกับคลื่นั์
“...อะไรกัน? ฉัน... ฉันไม่...”
เสียงเธอสั่นพร่า แต่ขาเธอขยับไปเอง ก้าวเข้าใกล้ร่างนั้น
มือสั่นยกขึ้นแตะไหล่ที่เปียกชื้นด้วยเื
ความเย็นของิันั้นซึมเข้าฝ่ามือ
เธออยากอยู่ที่นี่ อยากช่วยริน
อยากเข้าใจว่าทำไมโลกถึงดึงเธอมาที่นี่
แต่คำสั่งของริน... มันหนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธ
เธอก้มลง พยุงร่างนั้นขึ้นอย่างทุลักทุเล
น้ำหนักของร่างกายแปลกหน้าตกทับไหล่เธอ
เืซึมเปื้อนเสื้อผ้า แต่เธอไม่สนใจ
หันมองรินครั้งสุดท้าย ก่อนพูดอย่างแ่เบา
“ฉันจะรีบกลับมา... อย่าพึ่งเป็อะไรไป.. ก่อนฉันจะกลับมานะ”
รินไม่ตอบ เพียงพยักหน้าเบา ๆ
สายตายังจับจ้องไปยังศัตรูตรงหน้า
แต่ในวินาทีนั้น ลูเชี่ยนขยับตัว
โซ่เส้นหนึ่งพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
ราวกับงูพิษที่ถูกปล่อยจากกรง
พุ่งตรงมาที่ไอร่าและร่างที่เธอพยุงไว้
เสียงอากาศถูกฉีกดังแหลม
ไอร่ารู้สึกถึงความเย็นะเืแล่นวาบที่หน้าท้อง
แต่ก่อนที่โซ่จะถึงตัวเธอ รินขยับตัวพุ่งเข้ามา
แขนขวาของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็ว
เงาสีดำบริสุทธิ์แผ่ปกคลุมท่อนแขนทั้งหมด
ราวกับแผ่นโลหะที่หลอมจากความมืด
เขาปัดโซ่ออกไปอย่างรุนแรง เสียงโลหะกระทบดังสนั่น
โซ่สะบัดถอยกลับ ปลายโซ่แตกเป็เสี่ยง ๆ เล็กน้อย
รินหันมามองเธอสั้น ๆ พูดด้วยเสียงหนักแน่น
“รีบไป”
ไอร่าไม่รอช้า เธอวิ่งออกจากตรอก
ขาทั้งสองข้างก้าวยาว หอบหายใจรัว
ร่างที่พยุงไว้หนักอึ้ง แต่เธอไม่หยุด
มือของเธอจับไหล่เขาแน่น
กลิ่นคาวเือบอวลจมูก
ผสมกับกลิ่นเหงื่อของตัวเอง
ทุกก้าวที่วิ่ง เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะ
ไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เพราะภาพในหัว
รินที่ยืนขวางเพื่อปกป้องเธอเเละอีกร่างหนึ่ง,
โซ่ที่พุ่งเข้ามา, และ ร่างสะบักสะบอมของชายหนุ่มอีกคน
“อย่าพึ่งหลับนะ.. อยู่กับฉันก่อน...”
เธอพึมพำในใจ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาพใบหน้าที่ว่างเปล่าของแม่ผุดขึ้นมา
ราวกับคำเตือน ความเย็นที่หน้าท้องแ่ลง
แต่ความรู้สึกผิดยังคงกัดกิน
เธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ แต่การปล่อยให้เขาตาย...
มันไม่ต่างกับการทำให้ตัวเธอเองต้องพบความสูญเสียอีกครั้ง
เธอวิ่งออกสู่ถนนใหญ่ ผู้คนหันมามองด้วยสายตาใ
เสียงร้องเรียกดังขึ้น แต่เธอไม่สนใจ
เธอตรงไปยังคลินิกใกล้ที่สุดที่เธอจำได้—
ไม่ใช่โรงพยาบาลใหญ่ แต่เป็สถานพยาบาลเล็ก ๆ
ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ประตูเปิดออก
เธอะโด้วยน้ำเสียงเเหบพร่าปนเปกับความเหนื่อยล้า
“ช่วยด้วย... เขาาเ็หนัก!”
พยาบาลรีบวิ่งออกมา รับร่างนั้นไปจากเธอ
วางลงบนเตียงเข็นอย่างรวดเร็ว
ไอร่ายืนหอบ มองร่างนั้นที่นอนนิ่งบนเตียงขาวสะอาด
เืซึมเปื้อนผ้าปูสีอ่อน เธอก้มลงใกล้ ๆ ราวกับอยากกระซิบ
“ได้โปรดหล่ะ...อย่าเป็อะไรไปนะ
อย่าทิ้งฉันไว้กับความรู้สึกผิด...”
มือเธอสั่นเทา แต่เธอถอยออกมา
ยืนมองจากระยะไกล ขณะที่แพทย์รีบเข้ามาช่วย
เสียงเครื่องมือดังขึ้น หัวใจเธอสงบลงเล็กน้อย
เมื่อเห็นหน้าอกเขายังขยับขึ้นลงเบา ๆ
แต่ความรู้สึกนั้น...
มันเปลี่ยนเธอ
เธอไม่ได้ช่วยเขาด้วยพลังของตราบาป
แต่ด้วยเเรงใจของเธอเอง
มือทั้งสองข้าง ขาที่เหนื่อยล้า
เเละหัวใจที่เต้นแรง
และนั่นทำให้เธอรู้สึก...
แข็งแกร่งขึ้น
แม้จะเพียงเเค่เศษเสี้ยวเดียว
เเต่มันเป็เศษเสี้ยวที่มีความหมาย
เพราะในความรู้สึกของเธอ
ครั้งนี้ เธอได้เลือกผลลัพธ์ด้วยตัวเอง
ไม่ได้ถูกบังคับโดยสถานการณ์
เป็ครั้งเเรกนับตั้งเเต่ตราบาป ประทับลงบนร่างของเธอ
เธอรู้สึกถึงการควบคุม เธอรู้สึกถึงมันจริงๆ
ความรู้สึกเอ่อล้นจนเธอเกือบจะร้องไห้ออกมา
เธอหันหลังกลับ เดินออกจากคลินิก
แล้วออกตัววิ่งกลับไปยังตรอกนั้น
ด้วยความมุ่งมั่นที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน
...
ในตรอกซอยที่พระอาทิตย์ ยังคงทอเเสงลงมา
ราวกับเป็เพียงเเค่วันธรรมดา วันหนึ่ง
เสียงโลหะกระทบพื้นผิวดังก้องกังวาน
ราวกับพายุเหล็กกำลังโหมกระหน่ำ
รินหมุนตัวหลบโซ่เส้นที่สี่ที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง
พื้นคอนกรีตแตกร้าวเป็เส้นใย ฝุ่นฟุ้งกระจาย
ผสมกับเืที่หยดลงจากแขนซ้ายของเขา
เขาขยับตัวพุ่งเข้าใกล้ลูเชี่ยนอีกครั้ง
มือขวาที่ปกคลุมด้วยเงาสีดำบริสุทธิ์
เหวี่ยงออกไปอย่างแม่นยำ
กระทบเข้าที่ไหล่ของลูเชี่ยน
เสียงกระดูกลั่น ดังกรอบ
ลูเชี่ยนเซถอยหลังไปตามเเรงัั
แต่เขากลับหัวเราะออกมา เสียงแหบกร้านดังก้องไปทั่ว
“โอ้...นั่นมันเจ็บนะ ริน แอชเวล!
แต่ความเ็ป... นับเป็พรจากพระบิดา!”
ลูเชี่ยนยกแขนขึ้น โซ่ทั้งเจ็ดเส้นยกตัวตาม
ปลายโซ่แหลมคมหมุนวนราวพายุหมุน
พุ่งออกมาพร้อมกัน ไม่มีจังหวะ ไม่มีแผนการ
มีเพียงความบ้าคลั่งที่แผ่ออกมาจากตราบาปที่เรืองแสง
สีม่วงเข้มบนอกเขา มันขยายตัวแล้ว—เส้นสายที่เลื้อยขึ้นลำคอ
จนเเตะกับใบหน้า ราวกับเถาวัลย์พิษที่กำลังกลืนกิน
รินยกกำแพงเงาขึ้นมาอีกครั้ง หนาแน่นกว่าเดิม
เงาที่แผ่จากตัวเขาไม่ใช่แค่ป้องกัน แต่เริ่มหดตัวรอบโซ่
ราวกับมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคั้น แรงกระแทกดังสนั่น
โซ่เส้นหนึ่งแตกหัก ปลายโซ่กระเด็นไปกระทบผนัง
เสียงโลหะร่วงดังกราว แต่ลูเชี่ยนไม่หยุดเเค่นั้น
เขาพุ่งเข้าใกล้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มที่ยกขึ้นสูงเกินปกติ
“แกคิดว่าตัวเองเหนือกว่า? คิดว่าตัวเองควบคุมได้ทุกอย่าง?
นั่นแหละ... ความเย่อหยิ่งที่พระบิดาทรงเกลียด!”
รินไม่ตอบ เเต่เงาที่แผ่จากหลังไหล่ขวาของเขา
ร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ ตราบาปของเขากำลังขยาย
เส้นสายสีดำจากหลังหัวไหล่ ตอนนี้ขยายจนถึงกลางเเผ่นหลัง
เขารู้สึกได้ถึงราคาที่กำลังจ่ายในทันทีจากการใช้พลังที่มากเกินไป
ความสามารถที่เป็เหมือนจุดเเข็งของเขา
''..การตัดสินใจอย่างเยือกเย็น..''
ความสามารถในการประเมินสถานการณ์
เพื่อตั้งหลักหรือถอยหลังที่เริ่มจางหายไป
แต่เขาไม่สนใจ เขาหมุนตัว
เงาที่ปกคลุมขาของเขาพุ่งออกไป
กระทบโซ่เส้นที่ห้าให้สะบัดถอย
ลูเชี่ยนคำราม โซ่ที่เหลือฟาดเข้ามาเป็ชุด
เสียงอากาศถูกฉีกเป็เสียงดังแหลม
รินหลบได้ส่วนหนึ่ง แต่โซ่เส้นหนึ่งเฉี่ยวผ่านสะโพก
เืพุ่งกระฉูด เขากัดฟัน เงาที่แผ่จากตัวเขาหดตัวกลับ
บีบโซ่เส้นนั้นจนแตกหัก ลูเชี่ยนสะดุ้งถอย
แต่ตราบาปบนอกเขาขยายใหญ่ขึ้นอีก
เส้นสายเลื้อยขึ้นใบหน้ามากขึ้นจนถึงดวงตา
ราวกับรอยร้าวที่กำลังกลืนกินอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้อันดุเดือดดำเนินต่อไป
โซ่ฟาดลง เงาป้องกัน เืกระเซ็น
ฝุ่นฟุ้ง ทุกการปะทะดังสนั่นราวกับฟ้าร้อง
รินพุ่งเข้าใกล้ประชิดอีกครั้ง
เงาที่ปกคลุมหมัดซ้ายพุ่งตรงเข้าที่หน้าอกของลูเชี่ยน
เสียงกระแทกทึบดังลั่น ลูเชี่ยนกระอักเืออกมา
แต่ยังคงเเสยะยิ้ม เเละ หัวเราะชอบใจ
“ใช่... ใช่แล้ว... แบบนั้นเเหละ!
พระบิดาทรงรักฉัน... ทรงรักฉันด้วยวิธีนี้!”
โซ่เส้นสุดท้ายพุ่งออกมา พุ่งแทงตรงเข้าที่ริน
รินยกเงาขึ้นป้องกัน แต่แรงกระแทกหนักหน่วง
ทำให้เขาต้องถอยหลังไปสองก้าว จนหลังชนกับผนัง
และในวินาทีนั้น จุดตัดสินก็มาถึง
ลูเชี่ยนยกแขนทั้งสองข้างขึ้น
สั่งโซ่ให้พุ่งออกมาอีกครั้ง
เส้นสายสีม่วงเข้มเเผ่กระจายยิ่งขึ้นไปอีก
ตราบาปของเขาขยายตัวขึ้น
จนปิดบังใบหน้าทั้งซีกนึงของเขา
ร่างกายเขาเกร็งเเน่น สั่นสะท้าน
แต่ไม่ใช่เพราะความเ็ป
ตอนนี้ตราบาปทวงคืนสิ่งที่สำคัญที่สุด
มือทั้งสองข้างที่เขาเคยใช้กราบไหว้สักการะพระเ้า
มือที่ยกขึ้นเชิดชูความศรัทธา
มือที่เขาคิดว่าเป็เครื่องมือของพระผู้เป็เ้า
มือทั้งสองสั่นเทา ิัเริ่มปริแตก
ราวกับถูกกรีดจากข้างใน เืพุ่งกระฉูด
เนื้อฉีกขาดเป็ริ้ว นิ้วทั้งสิบงอหักอย่างผิดรูป
เสียงกระดูกหักดังกรอบกรอบ ราวกับไม้แห้งถูกบดขยี้
เนื้อและเืไหลซึมลงพื้น ผสมกับเศษกระดูกที่กระเด็น
มือทั้งสองกลายเป็กองเนื้อบดเละ ไร้รูปทรง
เหลือเพียงตอแขนที่ชุ่มเื หยดติ๋ง ๆ ราวกับน้ำฝนสีแดง
ลูเชี่ยนมองมือตัวเอง ยิ้มขึ้นมาอย่างบิดเบี้ยว
“...พระบิดา... ทรงรักฉัน...ฉันคือคนโปรดของท่าน”
รินยืนนิ่ง มองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นเฉียบ
แต่ภายในอกของเขานั้นเย็นะเื
นี่คือราคาของการใช้พลังตรงแกนของตราบาป
การสูญเสียที่สยองขวัญที่สุด
ไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของร่างกาย
ไม่ใช่แค่ความทรงจำ
เเต่มันคือการ
''..สูญเสียตัวตน..''
ลูเชี่ยนหัวเราะแ่ ๆ แต่เสียงนั้นหักพร่า
ในขณะนั้น เงาร่างหนึ่ง สวมเสื้อคลุมยาวสีเข้ม
โผล่ออกจากมุมมืดอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าและตัวตนถูกปกปิดอย่างสนิท
มือที่สวมถุงมือยื่นออกมาจับไหล่ลูเชี่ยน
หันสายตามาเหลือบมองที่รินเพียงชั่วครู่
ราวกับดูท่าที เเละ ประเมินภัยอันตราย
ก่อนที่จะพาเขาถอยเข้าไปในช่องว่างกลางอากาศ
ที่เปิดออกกะทันหัน สีดำอมเเดง ราวกับประตูสู่นรก
ก่อนจะหายไป ลูเชี่ยนหันมามองรินเป็ครั้งสุดท้าย
เเล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียง แ่ ๆ
“อีกไม่นาน... พวกแกจะเข้าใจ... ว่าตราบาปคือความรักจากพระบิดา...
และลัทธิของเราจะเปิดเผยมันให้โลกเห็น... ด้วยเืและกระดูก”
ช่องว่างกลางอากาศนั้นปิดลงทันที
หลังจากที่ร่างทั้งสองหายไป
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งตรอก
มีเพียงเสียงหายใจหอบของรินที่ดังขึ้นเบา ๆ
รินทรุดลงนั่งพิงผนัง กัดริมฝีปากไว้เเน่น
เืไหลจากาแทั่วร่าง
ตราบาปที่หลังหัวไหล่ร้อนผ่าว
ราวกับคำเตือนว่าเขาจ่ายราคาไปแล้ว
ความเย่อหยิ่งที่ทำให้เขาฝืนใช้พลังปกป้องทุกอย่าง
ไอร่าวิ่งหอบร่างกลับมาถึงบริเวณนั้น
อาการเหนื่อยล้าบนใบหน้าปรากฏให้เห็นได้ชัด
มองเห็นรินที่นั่งนิ่ง เธอรีบวิ่งเข้าไป
ก้มลงข้าง ๆ มือกำเข่าทั้งสองข้าง
“คุณ... คุณยังไหวไหม?”
รินมองเธอด้วยสายตาเหนื่อยอ่อน ก่อนจะพยักหน้า
เธอวิ่งได้เร็วดีนะ...
เขาพูดขึ้นเหมือนลังเลที่จะพูดประโยคต่อไป
เเต่สุดท้ายเขาก็พูดมันออกมา
“พาฉันไปที่ Ashen Brew...
มันคือร้านกาแฟ ซอยหลังสถานีรถไฟเก่า...”
ไอร่าค่อยๆพยุงร่างเขาเดินออกจากตรอก
ร่างของเขาเอนพิงเธออย่างหนักหน่วง
แต่เธอไม่บ่น อิดออด เธอเดินไปตามคำที่เขาบอก
ผ่านถนนพลุกพล่าน ท่ามกลางสายตาของผู้คน
ที่มองมาราวกับมีคำถามว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
การเดินทางเป็ไปอย่างช้าๆทุลักทุเล
เเวะพักพิงตัวกับกำเเพงระหว่างทาง
ก่อนจะก้าวเดินพร้อมประคองร่างเขาต่อไปเรื่อย ๆ
จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึง
ร้านกาแฟที่ดูเเสนธรรมดา
ป้ายไม้สีซีด กระจกที่ขุ่นมัว
ประตูไม้เก่าๆที่เหมือนไม่ได้รับการดูเเลมาช้านาน
แต่เมื่อประตูเปิดออก แสงไฟสลัวสาดส่อง
เงาของกลุ่มคนหลากหลาย บางคนนั่งอยู่ บางคนยืน
บางคนกำลังสูบบุหรี่ เเละ บางคนยืนอยู่ตรงกลาง
ราวกับกำลังพูดประชุมอะไรสักอย่างอยู่ก่อนหน้า
เมื่อร่างของเธอก้าวผ่านประตูของร้าน
ได้เพียงเเค่ก้าวเดียว ทุกคนในที่นั้น
หันพร้อมกัน ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปยังร่างของเธอ
เงาที่แผ่กลิ่นอายคล้ายกัน ราวกับญาติห่าง ๆ
พวกเขาทั้งหมดคือ ''ผู้มีตราบาป''
สายตาของไอร่าเบิกกว้าง
ราวกับร่างกายลืมสิ่งที่ประคองอยู่
ปล่อยร่างของรินให้ซวนเซ
ไปล้มลงพิงกับผนังร้าน
“นี่มัน...”
เธอพูดออกมาช้าๆ ราวกับประมวลผล
ยังไม่รู้ตัวว่าได้ปล่อยร่างที่ประคอง
เดินทางมาตั้งไกลหลายกิโล
ที่ตอนนี้กำลังล้มตัวนั่งพิงกับผนัง
ราวกับโลกใบใหม่กำลังเปิดออก
โลกที่เธอไม่รู้จัก เเละ หลีกเลี่ยงมาตลอด
“โลกของคนบาป”