20-กิ่งทองใบหยก
“นั่นไง ยัยเป้มาแล้ว”
“ว้าววว ไม่ได้มาคนเดียวด้วยจ้า”
“อื้อฮือ หล่อเข้ม แซ่บมากจ้า อะไรยังไงคะสาว”
“สวัสดีค่ะ เราเพื่อนยัยเป้ คุณ...”
“สวัสดีครับ รังสรรค์ครับ กำลังจีบน้องเป้อยู่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“ว้าววว / หือออ / ว้ายยย ตายแล้ว” แค่เปิดประโยคแรกมาก็ทำเอาเหล่าเพื่อนๆ ของปวริศากรี๊ดอยู่ไม่สุขกันแล้ว
“พวกแกหยุดเพ้อเจ้อเลย มาค่ะพี่ตั้ง เรานั่งกันก่อนดีกว่า” รังสรรค์แนะนำตัวกับเพื่อนๆ ของปวริศาอย่างเปิดเผย จนหญิงสาวต้องกลบเกลื่อนอาการเขินอายที่น้อยครั้งจะเกิดด้วยการชักชวนเขาหามุมนั่ง หลังจากทั้งคู่เดินเข้าร้านมาด้วยกัน เพื่อนๆ ของเธอต่างโห่แซวกันไม่หยุดปาก ยิ่งฝ่ายชายออกตัวแบบนี้ คาดกันไปว่าคนนี้คงชัวร์แน่ๆ ปวริศาถึงจะมีหนุ่มในสต๊อกก็จริง แต่ไม่เคยพาผู้ชายคนไหนมาอวดให้บรรดาเพื่อนสนิทไฮโซของเธอได้เห็น รังสรรค์จึงเป็คนแรกที่ได้รับเกียรตินั้น
“คุณรังสรรค์ดื่มอะไรเพิ่มมั้ยคะ เดี๋ยวเต้ยเรียกบริกรให้” เต้ยเพื่อนสาวเ้าของร้านเปิดใหม่ชวนชายหนุ่มคนเดียวในโต๊ะคุยบ้างหลังเวลาผ่านไปพักใหญ่ บรรดาเพื่อนคนอื่นๆ ก็ขยันเติมโซดา น้ำแข็งให้ไม่ขาด เห็นว่าเขาเกร็งหน้าเริ่มแดง พูดคุยแค่กับปวริศาบ้างเวลาเธอหันมาถามไถ่
“พอแล้วครับคุณเต้ย ผมขอตัวเข้าห้องน้ำสักครู่ครับ”
“อ้อ เชิญตามสบายเลยค่ะ เดินตรงไปด้านนั้น อยู่สุดทางซ้ายมือค่ะ” เ้าของร้านให้ความร่วมมือ รังสรรค์พยักหน้ารับก่อนหันไปมองปวริศา หญิงสาวยิ้มพยักหน้ารับรู้ ถึงจะผ่านเื่ชายหญิงมาบ้างตามประสาหนุ่มโสดหน้าตาดี พอมีสาวสวยรายล้อมเขาก็รู้สึกขัดเขินอยู่ไม่น้อย คิดว่าเพื่อนที่ปวริศาว่าจะมีผู้ชายอยู่บ้าง แต่ผิดจากที่คาดคิด
“ไงครับ คุณรังสรรค์ เกียรติไพศาล” เมื่อรังสรรค์เดินออกจากห้องน้ำ เสียงทุ้มกังวานทำให้ฝีเท้าชะงักกึก น้อยคนที่จะทักทายเขาด้วยการเรียกขานชื่อนามสกุลเต็มแบบนี้ หลังเรียนจบมัธยมก็ไม่ได้ยินครูเรียกแบบนั้นแล้ว จะมีก็แต่คนกวนประสาท...
“อ้าว คุณศิวกรนี่เอง นึกว่าคนอื่นคนไกลกัน” รังสรรค์หันไปเผชิญหน้าคู่สนทนา ส่งยิ้มการค้าแต่แววตากลับเชือดเฉือนฟาดฟัน ว่ากันว่าพบศัตรูในทางแคบเห็นจะจริง เมื่อเขาโคจรมาเจอกับคู่แข่งทางธุรกิจอย่างศิวกร
“ไม่เจอกันพักใหญ่ คุณรังสรรค์ก็มาเที่ยวที่แบบนี้ด้วย ผมได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” ศิวกรยังคงพูดค่อนแคะไม่หยุด เหมือนว่าสนิทกับอีกคนนักหนา
“ผมก็เที่ยวของผมปกติครับ แต่จะเลือกที่ไป เราเลยไม่เคยเจอกัน” นี่จะพูดว่าที่ไหนมีเขา รังสรรค์ก็จะไม่ไปที่นั่นว่างั้นเถอะ
“แล้ววันนี้คุณรังสรรค์ไม่เลือกเหรอครับว่าจะไม่มาร้านนี้ อ้อ หรือมีอะไรพิเศษที่จำเป็ต้องมา” ศิวกรมองตอบแววตามีเลศนัย คล้ายหาจุดอ่อนของศัตรูพบแล้ว
“เื่บางเื่ เราไม่เข้าไปสอดบ้างจะดีกว่านะครับ ขอตัว” ทั้งสองหนุ่มยียวนกวนประสาทกันไปมาเล็กน้อย ก่อนรังสรรค์จะเดินกระแทกไหล่ศิวกรออกไป เขาจึงไม่ได้เห็นแววตาวาวโรจน์ของอีกคนที่มองส่ง และยกยิ้มมุมปากอย่างมาดร้าย
“โน่น หวานใจหล่อนเดินมาโน่นแล้วจ้า”
“หวานจงหวานใจอะไร พี่น้องกันจ้า” ปวริศายังแก้ต่าง แม้ปากจะยิ้มอย่างเก็บอาการไม่อยู่แล้วก็ตาม
“หนุ่มหล่อ สาวสวยทายาทนักธุรกิจทั้งคู่ เรือล่มในหนองทองจะไปไหน นี่ใจคอจะไม่กระจายรายได้ไปไหนแล้วใช่มั้ย”
“ว่าไปนั่น แบบนี้แหละกิ่งทองใบหยก” เสียงเพื่อนสาวต่างพูดไปทางเดียวกัน ทุกคนก็พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง กลับมาถึงโต๊ะรังสรรค์ก็ยังถูกแซวไม่ขาดว่าเหมาะสมกับปวริศายังไง ชายหนุ่มที่ตั้งใจจีบเธอมีหรือจะคัดค้าน เขายิ้มรับและชนแก้วอย่างเป็กันเอง ตอนนี้ยิ่งกรึ่มๆ มากกว่าก่อนไปเข้าห้องน้ำซะอีก
“คุณรังสรรค์อีกนิดนึงค่า พวกเรายังเหลือเหล้าอีกเยอะเล้ยยย ช่วยเหลือสุภาพสตรีเป็งานของสุภาพบุรุษค่า” แต่ก็ยังถูกสาวๆ เชียร์ให้ดื่มไม่หยุด
“พอแล้วพวกแก พี่ตั้งยังต้องขับรถกลับนะ” ปวริศาปรามอย่างกังวล
“ไม่เป็ไรครับน้องเป้ นั่งพักอีกแปบก็ดีขึ้นแล้ว” รังสรรค์รับแก้วมาดื่มต่อทั้งตาเยิ้มแบบนั้น ดูแล้วเมาหนักพอสมควร เขาไม่รู้เลยว่าหนึ่งในแก้วที่ดื่มลงไปมีสิ่งอื่นผสมมาพร้อมกับแอลกอฮอล์ด้วย
อีกด้านหนึ่งของร้าน
“เรียบร้อยครับนาย”
“อืม กลับไปได้แล้ว” ศิวกรเฝ้ามองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้อย่างเงียบๆ สายตาจ้องมองเหมือนเสือที่รอตะครุบเหยื่อยามเผลอ
ครืด ครืด...จู่ๆ ก็มีสายเรียกเข้าโทรศัพท์ของชายหนุ่มยามดึก
‘ฮัลโหลลักษณ์ มีเื่อะไร’ รังสรรค์ได้รับสายจากน้องชายเขา ปกติลักษณ์ไม่ค่อยโทรหาเขาในเวลาแบบนี้ คงมีเื่เกิดขึ้นกับหมอนั่นแน่ๆ
‘แย่แล้วพี่ อุบัติเหตุรถชนนิดหน่อย ไม่มีใคราเ็หนัก แต่เขาคุยไม่รู้เื่เลย ช่วยผมด้วย’
“แกอยู่ที่ไหน...โอเค รอฉันอยู่ตรงนั้น อีก 20 นาทีถึง”
“เกิดเื่อะไรขึ้นคะพี่ตั้ง ร้ายแรงมากมั้ย” ปวริศาพอจับใจความที่เขาพูดได้ คิดว่าเป็เื่ด่วนเกี่ยวกับน้องชายเขา
“นายลักษณ์เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย พี่ต้องรีบไปดู”
“ค่ะ พี่ตั้งขับรถดีๆ นะคะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณรังสรรค์ ทางนี้จะส่งยัยเป้ให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอน” เพื่อนสาวของปวริศาคนหนึ่งเอ่ยอาสา รังสรรค์พยักหน้าอย่างขอบคุณ เขาก็ขอตัวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว ถึงจะนอยบ้าง แต่ปวริศาก็เข้าใจเขาในเหตุสุดวิสัยนี้
รังสรรค์ขับรถไปได้สักพัก ลักษณ์ก็โทรมาอีกครั้งว่าเคลียร์กับคู่กรณีได้ลงตัวแล้ว...
ครืด ครืด...ติ๊ด
“ฉันกำลังจะถึงแล้ว”
‘ผมเคลียร์ได้แล้วพี่ ฝ่ายนั้นเค้ายอมรับค่าเสียหาย แล้วอีกอย่างมันก็อุบัติเหตุ ไม่มีใครเป็อะไร’
“ทำยังไงเขาถึงยอมง่ายๆ ก่อนหน้าแกไม่ได้พูดแบบนี้” แม้จะผ่อนคลายความเครียดลง แต่ก็อดโมโหน้องชายไม่ได้
‘เหอะ ตลกร้ายชะมัด เค้าพูดจาไม่รู้เื่สักที ผมรำคาญ เลยยื่นบัตรประชาชน บอกว่าเป็ลูกชายพ่อ...’ ถึงตรงนี้รังสรรค์ก็เข้าใจได้แล้ว ฝ่ายนั้นพูดไม่รู้เื่ลักษณ์ทนไม่ไหวจึงแสดงตัวออกไปว่าเป็ลูกชายนักธุรกิจชั้นนำเ้าของอิเล็กทรอนิกส์กรุปด้วยความรำคาญ กลายเป็ว่าทุกอย่างจัดการได้อย่างง่ายดาย นี่สินะอภิสิทธิ์ชน ลักษณ์ได้แต่คิดอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกกับสัจธรรมของโลกความเป็จริง
“โอเค เจอกันวันหลัง ฉันกลับไปนอนละงั้น” เมื่อรังสรรค์รู้ว่าน้องชายจัดการทุกอย่างได้โดยปลอดภัยก็วางสายไป
“ทำไมมันร้อนงี้วะ แค่กินเหล้ามันไม่เคยร้อนขนาดนี้...หรือว่า” รังสรรค์พึมพำคนเดียว มือก็เร่งแอร์ในรถจนสุด แต่ยังรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เกิดความ้าปะทุขึ้นอย่างไม่มีที่มา สติที่พอจะประคองอยู่หลังดื่มไปหลายแก้วตอนนี้เริ่มคิดฟุ้งซ่าน อารมณ์ความ้าแบบนี้กับเขาที่ผ่านชีวิตมาจนวัยขึ้นเลขสามย่อมรู้ว่าตัวเองถูกวางยาเข้าแล้ว สมองตอนนี้แทนที่จะคิดหาปวริศา เขากลับนึกออกแค่ใบหน้าหวานๆ ของเลขาอย่างลลิตา
ไม่รู้เป็เคราะห์กรรมหรือพรหมลิขิตไว้ วันนี้ลลิตาพักที่คอนโดเขาคืนแรกหลังจากคืนนั้นที่ถูกเ้านายจู่โจม รังสรรค์ที่เริ่มไม่มีสติแล้วตอนนี้ ความสามารถประหลาดๆ ของเขาอย่างหนึ่งคือไม่ว่าจะเมาจนหัวราน้ำแค่ไหน ก็ขับรถกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยจนน่าห่วงจะเจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์...
ชายหนุ่มขับรถถึงคอนโดซึ่งได้มานอนไม่กี่ครั้งหลังจากจ้างลลิตามาทำความสะอาดคราวนั้น ขณะเดินโซเซถึงลิฟต์ที่จะขึ้นไปยังห้องในหัวก็นึกถึงแต่เลขาสาว สภาพเขาตอนนี้สามารถเรียกบอดี้การ์ดให้หาหญิงสาวสักคนมาช่วยคลายความร้อนรุ่มก็ได้ พอรู้ตัวอีกทีก็มายืนหน้าประตูห้องพักหรูแล้ว
“ปึงๆๆ เปิดประตู! ลิ้นจี่ เธออยู่ในห้องมั้ย ปึงๆๆๆ” รังสรรค์เปิดประตูเข้าห้องแล้วตรงมาเคาะประตูรัวๆ หน้าห้องพักของลลิตา
“อือออ ท่านรองเหรอคะ ทำไมมาพักไกลขนาดนี้ คุณไม่กลับบ้านหรือคอนโดใกล้ๆ ทองหล่อล่ะคะ” หญิงสาวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าโลกที่สดใสของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างหวนคืนไม่ได้เดินหาวหวอดๆ ออกมาเปิดประตู ไม่เข้าใจว่าทำไมรังสรรค์ถึงเคาะประตูอย่างบ้าคลั่งในเวลานี้
“แอ๊ดดด พรึบ อื้อๆๆๆ อ่อยๆ อื้อ 0.0” ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก หญิงสาวปรากฏอยู่ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ก็จู่โจมร่างบางแบบไม่ทันให้ตั้งตัว จากที่สะลึมสะลืออยู่ ในตอนนี้ลลิตาก็ตื่นขึ้นอย่างเต็มตา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
__________
ก็ตาสว่างไปเลยสิคะโดนจู่โจมไม่ได้ตั้งตัวแบบนี้ อิพ่อนี่ก็แปลกๆ ละ ตกลงยังไง จะเอาไง เอาคนไหนให้มันแน่ ...อุ๊ย // ตอนหน้าลูกสาวจะเหลือรอดมั้ยนะ หึๆๆๆ