บทที่ 7 สุราเลิศรส
เด็กชายหายไปไม่นานก็ได้ถือผลไม้ป่ารวมทั้งผักที่เก็บได้ตามแม่น้ำมาให้หนานลี่ ที่โรงเตี้ยมตามที่เธอได้บอก
"นี่คือสิ่งที่ท่านบอกข้าให้ไปหามา "เด็กน้อยชูของในมือให้แก่หนานลี่นางก็ได้ล้วงนำอัฐให้แก่เด็กผู้นั้น
"ดีมาก นี่ค่าตอบแทนของเ้า ต่อจากนี้ถ้าเ้า้าของกินเ้าจงนำของที่สามารถขายได้นำมาขายให้คนในตลาดต่อจากนี้เ้าจะได้เลี้ยงตนเองได้ เข้าใจที่ข้าบอกหรือไม่"
"เข้าใจขอรับ " เด็กชายมองเงินที่หนานลี่นำให้ก็ยิ้มออกมาแก้มปริ ก่อนจะขอตัวนำเงินนั้นไปซื้อของกินกลับเรือนของตน จี่ซุนมองดูก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
"พระชายาทรงเข้าใจสั่งสอนให้เด็กนั้นหาเลี้ยงตนเองหากเป็ข้า ข้าคงจะซื้ออันใดให้ไปแล้วเพคะ"
"หากทำเช่นนั้นเด็กคนนั้นก็มิอาจจะหาเลี้ยงตนได้ นี่เ้านำของพวกนี้ไปแจกชาวบ้านเถิด ข้าจะไปรอที่ห้อง สักพักจะลงมาหาอะไรกิน" หนานลี่รู้สึกเหนื่อยและปวดขาอยากจะพักผ่อนสักนิด จึงได้เข้าไปหาเถ้าแก่เ้าของโรงเตี้ยมเพื่อจะขอเข้าพักที่ห้องพักของโรงเตี้ยม หนานลี่รู้สึกดีมากที่ได้ทะลุมิติมายังที่แห่งนี้แม้ตายก็ไม่เสียดาย เงินทองไม่ต้องหา งานก็ไม่ต้องทำแถมยังใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย
"เถ้าแก่ ข้า้าห้องพักสองห้องมีหรือไม่"
"แม่นางผู้สูงส่งไม่ว่าท่านจะ้ากี่ห้องข้าก็สามารถจัดหาให้ท่านได้ ท่านเดินตามข้ามาได้เลย ข้าจะพาท่านไปที่ห้องพักเอง "
"ได้ "
หนานลี่เดินตามเถ้าแก่ขึ้นมาบนห้องนอนนางก็ได้จ่ายค่าห้องและเข้าพัก นางยกเท้าออกจากร้องเท้าที่ใส่เดินทางนางไม่ชินกับรองเท้าที่สวมใส่เลยสักนิด นางนวดเท้าอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"พระชายาเพคะ หม่อมฉันขอเข้าไปนะเพคะ "
"เข้ามาสิ""
"พระชายาเมื่อครู่ข้าได้ออกไปแจกของแก่ชาวบ้านได้ยินมาว่าค่ำคืนนี้จะมีการแสดงละคร ของชาวบ้านเพื่อแลกข้าว ท่านจะออกไปดูหรือไม่เ้าค่ะ"
"การแสดงงั้นหรือ " หนานลี่ครุ้นคิดก็นึกถึงเื่เล่าในหนังสือ การแสดงละครในยุคนี้น่าจะเป็เื่ของวังหลังที่นำมาแสดงบอกเล่าแต่งเติมเข้าไปเพื่อความสนุก มีหรือที่นางจะไม่ไป
"ไปสิ เ้าเองก็เดินทางมาเหน็ดเหนื่อยไปพักที่ห้องข้างๆเถิด ข้าได้จองไว้ให้เ้าแล้ว"
“ไม่เอาเพคะ หม่อมฉันอยากจะอยู่กับพระชายา อยู่ข้างนอกจวนล้วนมีแต่อันตราย จะให้หม่อมฉันปล่อยพระชายาอยู่ที่นี่ผู้เดียวได้อย่างไร ”
"ไม่เกิดเื่อันใดขึ้นกับข้าหรอกนะ เ้าไปเถิด " นางปัดมือให้สาวใช้ของตัวเองออกไปที่ห้องของนางเพื่อจะได้พักผ่อน
นางก็ได้เดินก้มหน้าไปอย่างเป็ห่วงพระชายา ไหนจะเื่ร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงอีกอย่างพระชายาไม่เคยออกมาด้านนอกและค้างแรมเช่นนี้ อีกห้องข้างๆของหนานลี่มีบุรุษสองคนที่คุยกันอยู่
"ท่านอ๋องท่านจะคอยตามพระชายาอยู่เช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่พะย่ะค่ะ เหตุใดไม่เข้าไปหาพระนางเลย"
"ก็เพราะข้าไม่อยากให้นางรู้ว่าข้าตามออกมานะสิ ั้แ่นางมาอยู่ที่จวนของข้า นี่เป็ครั้งแรกที่นางยอมออกมาด้านนอกโดนไม่มีข้ารับใช้ติดตามมา " ท่านอ๋องได้จิบน้ำชาพร้อมพูดกับองครักษ์ที่ตามเขาออกมาด้วย
"กระหม่อมไม่เข้าใจ แต่ก่อนท่านอ๋องมิเคยสนใจพระชายาเลยเหตุใดวันนี้ท่านถึงตามพระชายาออกมาพะย่ะค่ะ"
"ข้าไม่ได้สนใจนางและไม่ได้เป็ห่วงนางแม้แต่น้อย ข้าแค่กลัวว่านางจะเกิดเป็อะไรอีกในระหว่างทางมิเช่นนั้นข้าจะไม่ถูกใต้เท้าท่านพ่อของนางต่อว่าเอาได้ เ้าอย่าได้ถามมากคืนนี้ข้าจะดื่มอยู่ในห้องไปบอกเถ้าแก่นำสุราและหาสตรีมาปรนนิบัติข้าเสีย" ชายคนนั้นได้ก้มหน้าลงรับคำสั่งของท่านอ๋อง อย่างชินชา
"กระหม่อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะ" เขาได้ออกไปด้านนอกเพื่อทำตามคำสั่งของโม่อี้หลาน
"เฮ้อ! ทั้งๆที่เป็เื่ดี และข้าเองก็ไม่ได้้านางิข้าจะหย่าให้นางหลังกลับจวน แต่ทำไมข้าต้องตามนางเช่นนี้ด้วยนะ " อ๋องได้ย้อนคิดแม้เขาจะโกรธฝ่าาที่ส่งมอบนางมาให้เขา แต่ตอนนี้หากนางอยากจะออกไปาจากจวนของเขานับเป็เื่ดี
ไม่นานนักยามซวี[1]ก็มาเยือนหนานลี่ตื่นตากับสถานที่แห่งนี้ยิ่งนักยามค่ำคืนก็ช่างสวยงามมีหรือที่นางจะไม่ท่องราตรี นางกำลังเดินออกจากห้องก็เจอจี่ซุนยืนเฝ้ารออยู่ที่หน้าห้องแล้ว
"จะไปแล้วหรือเพคะ หม่อมฉันกำลังจะเข้าไปชวนพระชายาเลยเพคะ"
"ใช่! งั้นเราไปกันเถิดข้าอยากเห็นละครที่เ้าเอ่ยถึงเต็มที"
"เช่นนั้นก็ตามหม่อมฉันมาเลยเพคะ" หนานลี่ยิ้มกริ่มให้สาวใช้และเดินนำนางลงมาจากโรงเตี้ยมก็ได้ยินผู้คนกำลังพูดคุยกันถึงงานรื่นเริงที่จัดอยู่ที่หอคณิกานางตื่นเต้นเป็อย่างมากและอยากไปที่นั้น
"นี่ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าหอคณิกาที่พวกท่านกล่าวถึงนั้นไปที่ใดกัน"
"แม่นางผู้นี้ช่างไม่รู้อะไรเลยสินะ หอคณิกาที่นี่เป็ที่เลื่องลือที่สุดในเมืองนี้แล้ว หากท่านไม่รู้ย่อมไม่ผิดเพราะท่านเป็เพียงสตรี "
"ท่านก็อย่ารอช้ารีบบอกข้ามาเถิด"
"ท่านเดินออกจากโรงเตี้ยมไปเดินตรงไปและเลี้ยวซ้ายไม่นานก็ถึงหอคณิกาที่ข้ากล่าวถึง วันนี้ข้าได้ยินมาว่ามีนางคณิกามาใหม่สวยงามราวกับเทพธิดา ข้าเองก็จะไปที่นั้นเช่นกัน" ชายผู้นี้ได้เอ่ยออกมา ทำให้หนานลี่อยากเห็นสักครั้งในชีวิต
"ไปกันเถิด "
"แต่ว่าพระชายาเพคะไหนบอกจะไปดูการแสดงกับหม่อมฉันอย่างไรเพคะ อีกอย่างพระชายาจะไปที่นั้นได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่าที่นั้นมีทั้งใต้เท้าและเหล่าเสนาบดีน้อยใหญ่มากมาย หากคนพวกนั้นเห็นท่านอาจจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นได้นะเพคะ "
"จี่ซุนการแสดงเราหาดูเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หอคณิกานั้นข้ายังไม่เคยไปสักคราแล้ววันหน้าข้าจะพาเ้าออกไปดูการแสดงวันนี้เ้าตามข้ามาก่อน อีกเื่ข้าไม่เห็นจะเป็อันใดเลย เราก็ปลอมตัวเข้าไปสิ" สาวใช้เอียงคออย่างสงสัย
"ปลอมตัวคืออันใดเพคะ ข้าไม่เคยได้ยิน"
"ก็พรางตัวนะสิ เ้านี่ไม่รู้เื่รู้ราวจริงๆ แค่นี้คงได้" หนานลี่ใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนเองมาปิดหน้าของตนเผยให้เห็นแค่ดวงตาเช่นนี้ก็ไม่มีใครรู้จักนางแล้ว
"พระชายาอย่าไปเลยนะเพคะ ร่างกายของท่านยิ่งไม่ดี เข้าไปที่แห่งนั้นยิ่งไม่ดีต่อร่างกายของท่านไปใหญ่"
"นี่ข้ารู้ตัวของข้าดี หากเ้าไม่ไปก็ไปดูการแสดงส่วนข้าจะไปเอง" หนานลี่เดินออกไปโดยไม่สนใจว่านางจะตามมาหรือไม่ แต่นางเป็สาวใช้ข้างกายมีหรือที่จะไม่ตามคอยดูแลนายหญิงของตน
"รอหม่อมฉันด้วยเพคะ" ทั้งสองได้ไปตามที่ชายผู้นั้นบอกไม่นานก็มาถึง หอคณิกาเต็มไปด้วยบุรุษมากมายไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจนก็มาเที่ยวที่แห่งนี้ นางได้เดินเข้าไปด้านในและเดินไปที่ห้องโถงที่เป็สถานที่จัดแสดงโชว์นางคณิกาที่สวยที่สุดในหอแห่งนี้ หนานลี่นั่งลงที่เก้าอี้ไม่นานก็มีคนมาต้อนรับนาง
"แม่นางท่าน้าสุราหรือมั้ย "
"เอาสิ เอาสุราที่เลิศรสมาให้ข้าหนึ่งไห" เมื่อหนานลี่ได้ยินเื่เหล้ามีหรือที่นางไม่อยากลิ้มลองดวงตานางแววตากลมโตเป็ประกาย ก่อนที่นางจะทะลุมิติมาที่นี่ก่อนตายนางกำลังไปซื้อเหล้าแถมยังไม่ได้กินอีกด้วยนางคิดถึงรสชาติเหล้ายิ่งนัก
"ได้ขอรับ" ชายคนนั้นก็ได้เดินไปนำสุรามาให้หนานลี่
"พระชายาั้แ่ท่านเกิดมาในชีวิตของท่านไม่เคยอยากแตะต้องสุราแม้แต่น้อย นี่ท่านอยากจะดื่มจริงๆหรือเพคะ"
"แม้ตอนนั้นข้าไม่ชอบ แต่ต่อจากนี้ข้าไม่ใช่พระชายาคนเดิมอีกแล้วอีกอย่างเ้าก็เลิกเรียกข้าว่าพระชายาเสียทีออกมาเดินเตร่เช่นนี้ให้เรียกข้าว่า หนานลี่ ผู้คนจะได้ไม่รู้ว่าข้านั้นเป็ใคร หากเ้าเป็ห่วงข้าก็เฝ้าข้าให้ดีและพาข้ากลับที่โรงเตี้ยมหากข้าเมามาย " หนานลี่พูดจบก็หันไปมองผู้คนมากหน้าหน้าตาที่สนุกสนานกับการมาเที่ยวหอคณิกา