ตลาดยามเช้าเต็มไปด้วยผู้คนต่างมาจับจ่ายซื้อของกินของใช้จากร้านอร่อยที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมถนน รถวิ่งกันให้ขวักไขว่ไม่มีว่างเว้นคนที่รอข้ามถนนหันมองซ้ายทีขวาที จู่ๆก็มีมือใครบางคนคว้ามือเธอมาจับเอาไว้
"มาครับพี่พาข้ามถนน"
ชายหนุ่มร่างบึกบึนสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงขายาวลายพรางเอ่ยบอก แล้วจับจูงมือบางพาวิ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
"ขอบคุณค่ะ ปล่อยได้แล้วบัวเดินเองได้" นลินทิพย์บอกพยายามชักมือออก
"คนเยอะจับมือพี่ไว้ดีแล้วเดี๋ยวหลง"
"นี่ผู้กองบัวไม่ใช่เด็กนะ อุ๊ย! ขอโทษค่ะ" เธอรีบยกมือไหว้ป้าคนหนึ่งที่เธอเดินชน
"เหอะๆ ยิ่งกว่าเด็กอีกพี่ว่า เดินดีๆสิซุ่มซ่ามเดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอก"
เสียงดุนั้นทำให้เธอหน้ามุ่ยจำใจต้องจับมือเขาไปตลอดทาง เธอแวะเกือบจะทุกร้านอาจเป็เพราะเธอเป็สาวฮอตที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ พ่อค้าแม่ค้าพากันขอถ่ายรูปด้วย บางคนก็เอาขนมนมเนยมาให้เธอแบบไม่คิดสตางค์
"กรี๊ด!! นั่นมันพี่บัวนิแก ไปขอลายเซ็นต์กัน" วัยรุ่นสามคนกรูกันวิ่งเข้าไปหาดาราสาวคนสวย
"น้องบัวคนสวยถ่ายรูปกับป้าหน่อยสิ ตัวจริงสวยจังเลย แฟนก็หล่อเท่ะเิเลยพ่อหนุ่ม"
"เอ่อ มะ ไม่ใช่"
"ขอบคุณครับ คุณป้าพูดถูกใจผมขนาดนี้ผมเหมาหมดเลยละกัน" ป้าแม่ค้ายิ้มแฉ่งรีบหยิบถุงมาโกยขนมในถาดใส่จนหมดเกลี้ยง เสร็จแล้วเธอลากเขาให้ออกมาจากไทยมุงแล้วกระซิบบอกเขาเบาๆ
"คุณทำไมไปตอบป้าเขาอย่างนั้น ไม่กลัวเป็ข่าวเหรอ"
"ไม่กลัวครับ มาเดินตลาดกับคนดังก็ดีเหมือนกันนะได้ของฟรีมาเพียบเลย" เขาชูถุงหิ้วเต็มสองมือให้เธอดู
"น้องใช่ดารามั๊ยครับ พี่เคยดูอยู่นะ เล่นร้ายมากเลยนะเราอะ"
"ใช่ค่ะ ฝากติดตามละครของบัวด้วยนะคะ คุณเรากลับกันเถอะก่อนที่ตลาดจะแตกไปมากกว่านี้" เธอยิ้มให้เหล่าบรรดาแฟนละครแล้วรีบเดินข้ามฝั่งกลับไปขึ้นรถจิ๊ปสีขาว
"เหนื่อยมั๊ย"
"อะไรคะ"
"ก็การที่เป็ดาราคนดังเวลาจะไปไหนมาไหนมีแต่คนรุมทึ้งขนาดนั้น พี่เห็นแล้วเหนื่อยแทน จะกรี๊ดอะไรกันนักหนาก็แค่ดาราคนหนึ่ง"
"ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ วิถีคนดังก็แบบนี้แหละ ผู้กองอาจจะไม่เข้าใจ ทีวีมีรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย" เธอพูดแขวะเขา
หน็อยแน่!! พูดมาได้ว่าแค่ดาราคนหนึ่ง ฉันเป็นางร้ายมือตบติดอันดับนะคะคุณผู้กอง ใครๆก็รู้จัก ใครเจอก็ต้องกรี๊ดขอลายเซ็นต์ถ่ายรูปด้วยทั้งนั้นแหละ ใครเขาจะเหมือนคุณกันที่ไม่รู้ว่าฉันเป็ใคร
"ทีวีมีสิ แต่พี่ไม่เคยดูละครน้ำเน่าอะไรแบบนั้น ไม่ชอบเลยตบตีแย่งชิงกันมันสนุกตรงไหน มันต้องหนังาต่อสู้ยิงกันสิโคตรมัน"
"โอ๊ยผู้กอง! ถามจริงชีวิตนี้จะเคร่งเครียดอะไรขนาดนั้น ดูจริงจังซีเรียสไปหมดซะทุกเื่เลย หัดดูละครบางก็ดีนะคะ ชีวิตจะได้มีสีสัน"
"แค่พี่ได้รู้จักกับบัวชีวิตพี่ก็มีสีสันขึ้นมาแล้วแหละ"
หืม! ที่เขาพูดหมายความว่าไงนะ อย่าคิดไปไกลเชียวนะยายบัว
"เอ่อ บัวว่าพรุ่งนี้อาจจะมีภาพหลุดของเราเหมือนคราวก่อนนี้ ผู้กองอาจจะเสียหาย บัวต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณต้องเจอข่าวอะไรแบบนี้"
"ช่างมันเถอะพี่ไม่ถือ แล้วข้อเท้าหายดีแล้วใช่มั๊ย"
"ค่ะ ไม่หายก็ต้องรีบหายแล้วล่ะ งานรอเพียบเลย" เธอบอกซึ่งเป็จังหวะเดียวกันที่โทรศัพท์เครื่องจิ๋วส่งเสียงร้องเรียกเธอให้กดรับสาย
"ค่ะพี่นินิว"
"คุณน้องขาพี่มีงานด่วนเข้ามา เย็นนี้พอจะมีคิวว่างบ้างมั๊ยเอ่ย ขอแค่สามชั่วโมงแลกกับหนึ่งแสน"
"งานอะไรคะสามชั่วโมงหนึ่งแสน ใครเขาจะใจปล้ำจ่ายหนักขนาดนั้น"
"แค่นั่งทานข้าวสวยๆเองค่ะ ท่านชื่นชอบคุณน้องมากๆ เลยติดต่อพี่นินิวมาอยากจะเลี้ยงข้าวสักมื้อ"
"มันไม่ใช่ทานข้าวธรรมดาแน่ๆ บัวไม่รับงานนี้ได้มั๊ยคะ พี่นินิวก็รู้ว่าบัวไม่ชอบงานอะไรแบบนี้"
"โธ่ คุณน้องบัวขาช่วยพี่สักครั้งได้มั๊ย เอ่อ คือว่าพี่รับเงินเขามาแล้วด้วยสิคะ"
"เฮ้อ ที่ไหนคะ"
"ที่โรงแรมเลิฟอินสกาย ตอนหนึ่งทุ่มค่ะ อยู่ติดกับแม่น้ำเ้าพระยาเลย สรุปคุณน้องบัวเซเยสเนอะ พี่ขอบคุณมากๆเลย แล้วเจอกันนะพี่จะขับรถไปรับเดี๋ยวนี้เลย"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวบัวขับรถไปเองเจอกันที่โรงแรมเลิฟอินสกายเลยก็ได้ค่ะ" ทันทีที่กดวางสายไปเธอได้แต่นั่งถอนหายใจ เอาอีกแล้วพี่นินิวรับงานโดยไม่ถามความสมัครใจของเธอก่อน
"มีอะไรรึเปล่า เล่าให้พี่ฟังได้นะ"
"ไม่มีอะไรค่ะ"
"ไม่มีแล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่สบายใจเื่อะไรครับ"
"คือว่าเย็นนี้มีคนจ้างบัวให้ไปนั่งทานข้าวด้วยสามชั่วโมง เขาจะจ่ายให้หนึ่งแสนค่ะ"
"ไปคนเดียวเหรอ"
"ค่ะ บัวไม่อยากไปเลย รู้สึกว่ามันไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้ อีกอย่างเขาคนนั้นก็เป็เสือผู้หญิงมีอิทธิพล"
"ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปสิ"
"พี่นินิวรับงานแล้ว เขาก็จ่ายเงินมาให้แล้วด้วยสิคะ ยังไงบัวก็ต้องไป" เธอบอก
ผู้กองหนุ่มหันมองเธออยู่ครู่หนึ่งก็หันหน้ากลับมาตั้งใจขับรถต่อจนมาถึงหน้าบ้านของเธอ
"อ้าว กลับมากันแล้วเหรอลูก โอ้โห้! ได้ของมาเยอะแยะเลยไปเหมาตลาดกันมาเหรอ" ไพลินมองหนุ่มสาวที่พึ่งกลับมาอย่างยิ้มๆ
"เปล่าครับ ได้มาฟรีทั้งนั้นเลย"
"อ่อ ฝีมือยายบัวละสิ ฮ่าๆ ไปนั่งเล่นก่อนนะเดี๋ยวแม่เข้าครัวเอง" ปัทมาพูดจบก็หันมาสบตากับเพื่อนรัก
"น่ารักจังเลยเนอะ ถ้าเขาสองคนเป็แฟนกันก็คงจะดี เราต้องช่วยกันนะปัท"
"จัดไป!" ทั้งสองพากันหัวเราะชอบใจ ช่วยกันทำอาหารเช้า พอรับประทานอาหารกันเสร็จไม่นานแขกก็เดินทางกลับ แต่กว่าจะกลับได้ก็เสียเวลาร่ำลากันอยู่พักใหญ่
"ว่างๆแวะมาหาแม่บ่อยๆนะผู้กองพีท"
"ได้ครับแม่ ผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ" ชายหนุ่มยกมือไหว้สวัสดี เหลือบตามองคนหน้าหวานอีกครั้งแล้วเดินไปหาเธอ
"พี่กลับก่อนนะครับ แล้วเจอกันใหม่" เขาพูดจบก็เดินจากไปไม่รอให้เธอได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา เธอยกมือไหว้ไพลินอีกครั้ง เ้าของบ้านยืนส่งแขกพอรถจิ๊ปสีขาวขับออกไปแก้วตาก็วิ่งไปปิดประตูรั้ว
ช่างบ่ายของวันพอแดดร่มลมตกนลินทิพย์เก็บกระเป๋าใส่ท้ายรถคันหรูเตรียมตัวเดินทางไปทำงานต่อใน่เย็น เธอแต่งตัวสบายๆเพราะต้องกลับไปคอนโดก่อนอยู่แล้ว
"แม่ขา บัวไปทำงานก่อนนะ แล้วจะกลับมาหาแม่บ่อยๆ ดูแลตัวเองนะคะแม่ บัวรักแม่มากนะ" เธอหอมแก้มคนเป็แม่หลายฟอด
"จ้า ตั้งใจทำงานล่ะ ถึงแล้วก็โทรมาบอกแม่ด้วย เดินทางปลอดภัยนะลูก" ปัทมากอดลูกสาวไว้แน่น
"พี่แก้วตาบัวไปก่อนนะ ฝากดูแลแม่ด้วยนะคะ" เธอโบกมือบ๊ายบายก่อนจะขับรถออกไปช้าๆมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุงที่แสนจะวุ่นวาย
อีกฝั่งเพทายกำลังจอดรถติดไฟแดงอยู่ คนเป็แม่นั่งจ้องหน้าคนข้างๆอยู่นานเห็นท่าทีของลูกชายก็นึกเป็ห่วง
"เป็อะไรรึเปล่าลูก แม่เห็นลูกเอาแต่นั่งเงียบ โกรธอะไรแม่รึเปล่า"
"เปล่าครับแม่ ผมคิดเื่งานนิดหน่อย"
"อ่อ แล้วหนูบัวลูกคิดว่าเป็ยังไงบ้าง"
"ก็น่ารักดีครับ"
"แม่ชอบนะสวยเก่งมารยาทก็ดีอยากได้มาเป็ลูกสะใภ้"
"เหอะๆ พูดเป็เล่นนั่นครับ เราพึ่งจะเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งเอง"
"ไม่เล่นแม่พูดจริงๆ เอ้านี่! ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์กับไอดีส่วนตัวของหนูบัวเขา แม่หามาให้ลูกเรียบร้อยหมดแล้ว ต่อไปก็เป็หน้าที่ของลูกแล้วแหละ"
ไพลินวางกระดาษแผ่นน้อยไว้ให้ลูกชาย แอบหวังลึกๆว่าจะได้หนูบัวมาเป็ลูกสะใภ้ในเร็ววัน แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคนสองคนว่าจะรักจะชอบพอกันรึเปล่า
"โธ่! แม่ครับมากดดันผมซะงั้น" เขาขำ
"ไม่รู้แหละปีหน้าแม่ต้องได้อุ้มหลาน"
"แม่อยากจะอุ้มหลานสักกี่คนเอางี้ดีกว่า ผมจะได้ทำให้ถูก"
"แหม่!! ผู้กองสายแข็งก่อนจะปากดี หาแม่ของลูกก่อนดีกว่ามั้ง"
"จะหาทำไมอีกละครับ ในเมื่อแม่อยากจะได้น้องบัวมาเป็ลูกสะใภ้"
ไพลินหันขวับมองลูกชายทันที ให้มันได้อย่างนี้สิลูกแม่ เพทายเองก็นั่งอมยิ้มแกล้งเบือนหน้าไปมองทางอื่นครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาตีหน้านิ่งเรียบเฉยเหมือนเดิม ใจของเขาตอนนี้มันว้าวุ่นชอบกล รู้สึกเป็ห่วงเธอขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ ทันทีที่รถขับเข้ามาจอดหน้าบ้านไพลินเปิดประตูก้าวลงมา
"แม่ครับพอดีผมพึ่งนึกขึ้นได้มามีงานสำคัญต้องไปทำ เดี๋ยวผมรีบไปก่อนนะครับ สวัสดีครับแม่" เขาะโบอกเสร็จก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
"เอ้า เ้าลูกชายคนนี้จะรีบร้อนอะไรขนาดนั้นนะ"
"กลับมาแล้วเหรอคะคุณผู้หญิง แล้วคุณพีทละคะไม่นอนค้างด้วยกันเหรอ"
"นั่นสิ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆก็บอกว่ามีงานด่วน ปล่อยเขาไปเถอะ" สาวใช้ช่วยถือกระเป๋าเดินตามเ้านายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่
ใครเล่าจะรู้คนที่อ้างว่ามีงานด่วนตอนนี้เขาอยู่ที่คอนโดหรูริมแม่น้ำเ้าพระยาและเขากำลังมองหาหมายเลขห้องที่จดเอาไว้ในกระดาษแผ่นเล็กๆ ทันใดนั่นเองเขาก็คลี่ยิ้มออกมาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหมายเลขห้องที่หัวใจของเขามันเรียกร้อง้าอยากจะเจอกับเ้าของห้องในเวลาเช่นนี้