“นั่นเสียงร้องของอินทรีน้ำแข็งนี่นา พวกมันเป็นสัตว์สันโดษ... ก่อนหน้านี้เราล่ามันไปได้แล้วตัวหนึ่ง พวกเราจัดการเจ้าตัวนี้ก่อนแล้วค่อยไปกันดีไหม?”
แววแห่งความสุขฉาบบนดวงตาของจีน เขามองไปยังคนอื่น ๆ และถามออกไป
ผลึกมนตราของอินทรีน้ำแข็งคือระดับสี่ และมีราคาแพงกว่าผลึกของหมาป่าคมวายุหลายเท่า แม้ว่าทุกคนต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมากกว่าจะจัดการมันได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เคยมีประสบการณ์ในการล่าอินทรีน้ำแข็งมาแล้ว เมื่อได้ยินที่จีนพูด ทุกคนก็คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ จนกระทั่งแฟนนี่หันไปถามหานซั่ว
“ไบรอัน เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
“ในเมื่ออุตส่าห์มีลาภก้อนโตมาวางรออยู่ตรงหน้า ข้าว่าพวกเราก็น่าจะรีบคว้าไว้นะครับ” หานซั่วเกาศีรษะ พร้อมกับยิ้มอย่างจริงใจ
“งั้นก็ตามนี้ ทุกคนเตรียมตัวกันเลยจ้ะ เราจะกลับวิทยาลัยกันหลังจากได้ผลึกมนตราของอินทรีน้ำแข็งมาแล้ว ถ้าสาขาศาสตร์แห่งความตายของเราล่าผลึกมนตราของสัตว์วิเศษระดับสี่ได้ถึงสองชิ้นละก็ สาขาอื่น ๆ ไม่มีทางดูถูกเราได้แน่”
แฟนนี่พยักหน้ารับพร้อมกับบอกกับทุกคนให้เตรียมตัว
เมื่อได้ยินที่แฟนนี่บอก ราวกับว่าทุกคนยังรู้สึกเสียขวัญไม่หาย แต่ละคนจึงเดินอย่างกระฟัดกระเฟียดตามหลังหานซั่วและแฟนนี่ไปตามทิศทางของเสียงอินทรีน้ำแข็ง
เมื่อมีหานซั่วเดินนำหน้าราวกับเป็นผู้นำ ทุกคนมีท่าที ‘ปกติธรรมดา’ อย่างที่สุด ไม่มีใครคัดค้านอีกต่อไป เพราะจิตใต้สำนึกของพวกเขาเปลี่ยนแปลงภาพจำของหานซั่วไปแล้ว
เวลานี้ ไม่มีใครกล้าปฏิบัติกับหานซั่วเหมือนทาสรับใช้ที่พวกเขาชอบรังแกในเวลาว่างอีกต่อไป สายตาเวลามองหานซั่วแฝงไปด้วยความยำเกรงและหวาดกลัว
คณะรีบเดินทางไปตามเสียงร้องของอินทรีน้ำแข็ง ไม่นานนักก็มาถึงตำแหน่งที่มันอยู่ แต่ทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า
ภายใต้แสงจันทร์สุกสว่าง ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมสีเงินหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง ร่างกายกำยำและสูงสง่า พร้อมกับดาบยาวคู่ใจ กำลังต่อสู้กับอินทรีน้ำแข็งอยู่บนท้องฟ้า
ทั้งผ้าคลุมปลิวไสว และเกราะนักรบเต็มยศส่องประกายสีเงินวับวาว เผยให้เห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้คืออัศวิน ดาบยาวในมือฟาดฟันลำแสงเจิดจ้าสีขาวบริสุทธิ์ ทำให้อินทรีน้ำแข็งชะงักไปทันทีพร้อมกับเสียงร้องยาวต่อเนื่องเมื่อถูกลำแสงเสียบทะลุลำตัว
“โอ ตายจริง ออร่าต่อสู้สีขาวบริสุทธิ์... เขาเป็นอัศวินปฐพี! กรี๊ด... เท่จังเลย!”
เบลล่าร้องเสียงแหลมพร้อมกับจ้องมองร่างของอัศวินปฐพีตาไม่กะพริบ แสดงอาการคลั่งผู้ชายอย่างออกนอกหน้า
นักเรียนหญิงคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็ใจละลายไปตาม ๆ กัน พวกเธอมองอัศวินปฐพีที่กำจัดอินทรีน้ำแข็งอย่างง่ายดายด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม
หานซั่วนิ่วหน้า เขาตกตะลึงในความแข็งแกร่งของอัศวินปฐพีเช่นกัน ครั้งสุดท้ายที่หานซั่วและคณะเดินทางทั้งสิบสองคนเผชิญหน้ากับอินทรีน้ำแข็ง แทบจะเรียกได้ว่าลำบากแสนสาหัส ทุกคนต้องทุ่มเทความพยายามจนเฮือกสุดท้ายกว่าจะโค่นมันลงได้ แต่อัศวินปฐพีผู้นี้ไม่เพียงแต่ไม่พบอุปสรรค เขายังจัดการมันอย่างง่ายดาย อินทรีน้ำแข็งกรีดร้องเสียงแหลมสูงเมื่อถูกออร่าต่อสู้สีขาวพุ่งเข้าใส่
ออร่าต่อสู้สีขาวอีกสายหนึ่งพุ่งมายังอินทรีน้ำแข็งที่กำลังบาดเจ็บอย่างหนัก ราวกับรับรู้ถึงอันตราย มันจึงรีบกระพือปีกเตรียมถอยหนี
ร่างของอัศวินปฐพียืนอยู่บนพื้นจนกระทั่งตอนนี้ ทันใดนั้นเอง เขาก็พุ่งตัวขึ้นไปในอากาศด้วยการกระโดดเพียงครั้งเดียว ดาบยาวฟันเข้าที่ท้องของอินทรีน้ำแข็ง มันร้องโหยหวนอีกครั้ง ก่อนจะร่วงลงมาอย่างไร้ชีวิต
“เท่สุด ๆ ไปเลย!”
เบลล่าตาเป็นประกายยิ่งขึ้นอีก เธอหัวเราะคิกคักด้วยความหลงใหลอย่างหัวปักหัวปำ
อัศวินปฐพีเดินตรงไปยังร่างของอินทรีน้ำแข็ง ใช้ดาบยาวตวัดลงไปเล็กน้อยก่อนจะหยิบผลึกมนตราอินทรีน้ำแข็งออกมา และเขาก็ยิ้มน้อย ๆ พร้อมกับก้าวยาว ๆ มายังจุดที่หานซั่วและคนอื่น ๆ ยืนอยู่ เขากวาดตามองทั้งกลุ่มครั้งหนึ่งและโค้งอย่างสุภาพ
“ข้า อัศวินคลาร์ก ขอน้อมคำนับเหล่านักเวทผู้สูงศักดิ์”
“สวัสดีค่ะ คลาร์ก ท่านช่างแข็งแกร่งนัก ฆ่าอินทรีน้ำแข็งได้ด้วยตัวคนเดียว น่าประทับใจมากเลยค่ะ!”
เบลล่าหัวเราะและกล่าวอย่างนอบน้อม ราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่
ทว่าคลาร์กไม่ได้ชายตามองเบลล่าเลยสักนิด สายตาของเขาจับจ้องไปยังแฟนนี่ ราวกับรอให้แฟนนี่เป็นผู้เอื้อนเอ่ยตอบเขา ทำให้เบลล่ารู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย
“พวกเราอาจารย์และนักเรียนจากวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลน เราออกมาท่องป่าทมิฬเพื่อฝึกฝนเวทมนตร์ ยินดีที่ได้พบท่านนะ คลาร์ก”
ท่าทีของแฟนนี่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยขณะที่เธอค้อมกายเล็กน้อยและยิ้มตอบกลับไป
“เข้าใจละ... ข้าเองก็เข้ามายังป่าทมิฬนี่เพื่อฝึกฝนเหมือนกัน สัตว์วิเศษที่นี่แข็งแกร่งมาก เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้มาพบกับทุกคนที่นี่”
คลาร์กยิ้มเล็กน้อยและยังคงจ้องมองแฟนนี่ไม่วางตา หานซั่วรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้
“อาจารย์แฟนนี่ครับ อินทรีน้ำแข็งถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว พวกเราคงต้องกลับกันแล้วล่ะ”
หานซั่วมองคลาร์กครู่หนึ่ง เข้าใจในที่สุดว่าทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ชอบใจสายตาของคลาร์กเอาเสียเลย เพราะเหมือนกับสายตาของจีนนี่เอง ถึงแม้จะดูไม่อาการหนักเท่าจีน แต่คำตอบก็ปรากฏชัดเจน --- เจ้าคลาร์กนี่หลงเสน่ห์ของแฟนนี่เข้าเต็มเปา
“ใช่ ๆ อาจารย์แฟนนี่ มันเริ่มอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เห็นแก่ความปลอดภัยของพวกนักเรียนเถอะ พวกเรารีบกลับวิทยาลัยกันดีกว่า”
จีนเองก็คงสัมผัสได้เช่นกัน เพราะสายตาที่เขามองคลาร์กนั้นไร้แววความเป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง จึงรีบสนับสนุนคำพูดของหานซั่วทันที
แฟนนี่ผงกศีรษะเมื่อได้ยินที่หานซั่วและจีนพูด เธอกำลังจะตอบตกลงอยู่แล้วตอนที่จู่ ๆ คลาร์กก็ยิ้มและเอ่ยขึ้น
“ถ้าเหล่านักเวทผู้สูงศักดิ์ไม่รังเกียจ ข้าสามารถร่วมเดินทางไปกับพวกท่านได้ ถ้าพวกเราไปด้วยกันน่าจะเป็นประโยชน์ให้กันและกันได้มากกว่า ลดอันตรายที่ต้องเจอให้น้อยลงด้วย ทุกท่านเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ไหมครับ?”
“เห็นด้วยแน่นอนค่ะ ถ้ามีอัศวินปฐพีไปด้วยกันกับพวกเราละก็ ผลพลอยได้จากการเดินทางครั้งนี้ต้องทิ้งห่างสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงแบบไม่เห็นฝุ่นแน่ ๆ เลยล่ะ”
เบลล่าร้องขึ้นด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข เธอพูดโพล่งออกมาโดยไม่รอคำยืนยันจากแฟนนี่
นักเรียนหญิงคนอื่น ๆ รีบเห็นด้วยกับเบลล่าทันที มีเพียงลิซ่าเท่านั้นที่ยังมีสีหน้าเรียบเฉย เอาแต่จ้องมองหานซั่วด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์แปลก ๆ ส่วนพวกนักเรียนชายก็ไม่มีใครพูดอะไร เพราะไม่คิดสนใจอะไรอยู่แล้ว
หลังจากสิ่งที่คลาร์กพูด และนักเรียนหลายคนต่างเห็นพ้องกับเบลล่าโดยพร้อมเพรียงกัน แฟนนี่จึงเริ่มลังเลจากเดิมที่ตั้งใจจะรีบกลับออกไป โดยเฉพาะเมื่อเบลล่าพูดว่าผลพลอยได้ของพวกเขาจะเหนือกว่าของสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง
‘อย่าตกลงนะ อย่าตกลง หมอนี่ยิ้มก็จริง แต่ไม่ใช่เพราะเจตนาดีหรอก เจ้าหมอนี่ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ อย่าตอบตกลงเดินทางไปกับมันเชียวนะ’ หานซั่วมองแฟนนี่ในขณะที่คำพูดเหล่านี้วนไปวนมาอยู่ในใจ
“ตกลงจ้ะ เช่นนั้นก็คงต้องพึ่งท่านแล้ว พวกเราเป็นกลุ่มนักเวท คงจะช่วยได้มากถ้ามีอัศวินปฐพีที่แข็งแกร่งอย่างท่านร่วมทางไปด้วย”
แฟนนี่ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงในที่สุด
แม้หานซั่วจะผิดหวังอย่างแรง เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า แต่กลับโพล่งออกมาด้วยความเสียดาย
“ว้า... อุตส่าห์ไล่ตามอินทรีน้ำแข็งมาแทบตาย ดันมีคนมาชิงตัดหน้าไปเสียนี่ ผลึกมนตราระดับสี่หายวับไปต่อหน้าต่อตาเลย เฮ้อ...”
คลาร์กมีสีหน้างุนงงเมื่อได้ยินหานซั่วพูด เขามองหานซั่วอย่างสับสนพลางเอ่ยถาม
“พวกเจ้าไล่ตามอินทรีน้ำแข็งตัวนี้มาก่อนงั้นหรือ?”
หานซั่วพยักหน้าอย่างจริงจัง ตอบด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์ “ก็ใช่น่ะสิ พวกเราไม่รู้นี่ว่าจะมีคนตัดหน้าไปก่อนแบบนี้”
แฟนนี่งุนงงกับคำพูดหานซั่วและเขม็งมองเขาด้วยสายตาดุร้าย เธอกำลังจะโต้แย้งว่ามันไม่ใช่แบบนั้น แต่คลาร์กลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบผลึกมนตราอินทรีน้ำแข็งออกมาด้วยความปวดใจเล็กน้อย เขาฝืนยิ้มและยื่นมันให้แฟนนี่
“เข้าใจละ ในเมื่อเป็นแบบนั้น ข้าขอคืนให้พวกท่าน อาจารย์แฟนนี่ ท่านต้องรับไว้นะครับ”
“รับครับ พวกเรารับแน่นอนครับ!”
หานซั่วยิ้มแก้มปริวิ่งเข้ามาและหยิบผลึกมนตราไปจากมือของคลาร์กก่อนที่แฟนนี่จะทันพูดอะไร เขาส่งมันให้ลิซ่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา และพูดอย่างร่าเริง
“ฮะๆๆ ท่านอัศวินคลาร์กช่างเป็นคนดีจริง ๆ ให้ผลึกมนตราระดับสี่มาง่าย ๆ เลย ข้าว่าหนทางหน้าเขาจะเขาจะต้องช่วยพวกเราได้มากแน่ ๆ”
ดวงตาของลิซ่าเป็นประกายวาบขึ้นทันที และเธอก็หยิบผลึกมนตราเก็บใส่กระเป๋าอย่างร่าเริง เธอพยักหน้าให้หานซั่วอย่างชื่นชมพร้อมกับแอบยกนิ้วโป้งให้เขา
แฟนนี่กำลังจะอ้าปากพูด แต่เมื่อเห็นว่าผลึกมนตราหายเข้าไปในกระเป๋าของลิซ่าด้วยความเร็วเพียงชั่วพริบตา เธอก็มีท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอส่ายศีรษะเบา ๆ ก่อนหันไปทำหน้าดุใส่หานซั่วและลิซ่า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ผลึกมนตราระดับสี่มีค่าเท่ากับหนึ่งร้อยเหรียญทอง ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลยแม้แต่กับผู้สูงศักดิ์ในตระกูลเล็ก ๆ จึงไม่แปลกใจที่คลาร์กจะรู้สึกปวดใจเมื่อเห็นหานซั่วหยิบไปจากมือเขาอย่างง่ายดาย
“อาจารย์แฟนนี่ครับ ในเมื่อเรามีอัศวินปฐพีผู้สูงศักดิ์และใจดีเดินทางไปกับเราแล้ว ข้าว่าพวกเรามุ่งหน้าลงใต้ต่อได้แล้วล่ะ ที่นั่นต้องมีสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกแน่ ๆ และถ้าเราได้ผลึกมนตราระดับสามมาละก็ พวกเราต้องกลับไปยังวิทยาลัยอย่างภาคภูมิใจมากแน่ๆ”
หานซั่วตั้งใจพูดกระตุ้นแฟนนี่อีกครั้ง พลางคิดว่าถ้าคลาร์กบังอาจเหล่ผู้หญิงของเขาอีกละก็ เขาก็จะเอาคืนให้สาสมจนหยดสุดท้ายเหมือนกัน อุตส่าห์มีอัศวินปฐพีมาให้ใช้งานแล้วทั้งที
หัวใจของแฟนนี่เต็มตื้นขึ้นทันทีเมื่อได้ยินที่หานซั่วพูดถึงการกลับไปยังวิทยาลัยด้วยความภาคภูมิใจ เธอผงกศีรษะพร้อมกับยิ้มอย่างมีเสน่ห์
“เอาละ งั้นพวกเราก็ออกเดินทางลงใต้กันต่อเลย อัศวินคลาร์ก คงต้องรบกวนให้ท่านช่วยดูแลพวกเราหลังจากนี้ด้วยนะคะ”
คลาร์กยิ้มพร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุภาพนอบน้อม
“ไม่มีปัญหาครับ ข้ายินดีรับใช้”
‘ในเมื่อหน้าด้านมากับพวกข้าดีนัก ข้าจะเล่นงานเจ้าจนต้องร้องขอชีวิตเลยคอยดู’ หานซั่วหงุดหงิดกับการท่าทีของคลาร์กอย่างมาก ความคิดของเขาพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งขณะพยายามคิดแผนการชั่วร้ายต่าง ๆ นานา
******************************