เมื่อการประกาศถูกเผยแพร่ออกไป ไม่นานนักผู้คนก็ต่างให้ความสนใจไม่น้อย แม้จะไม่ได้ทำงานในครัว แต่หากทำงานอย่างอื่น อย่างน้อยก็ได้ทานฝีมือของคิรินและฮิวโกแน่ๆ
ส่วนเหล่าแม่ๆ ทั้งหลายต่างพากันลาออกจากงานประจำ แล้วพากันมาสมัครกับคิรินไม่น้อย ทำให้หลายที่ตอนนี้เริ่มเกิดความวุ่นวายตามมา
ในตอนนี้ค่ายของวิลเลียมเกิดเหตุกาณ์ไม่คาดคิดขึ้น กลุ่มผู้คนจำนวนมากได้มารวมตัวกันเพื่อ้าเข้าทำงายกับคิริน แม้ว่าจะไม่ถูกเลือก แต่อาหารเลี้ยงผู้ที่มาวันนี้ก็คือฝีมือของคิริน แน่นอนว่ามันต้องอร่อยมากๆ
"สวัสดีครับทุกคนผมคิริน"
"ผมฮิวโก"
"และผมวิลเลียมผู้ให้สถานที่"
เมื่อเข้ามายังลานด้านในแล้ว คิรินและทั้งสองก็ออกมาด้านหน้าพร้อมกับกล่าวทักทายทุกคน
"อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะครับ ว่าผม้าเปิดร้านอาหารขึ้น ดังนั้นผมจึง้าคนมาช่ววถานในร้าน หากแต่จะถามว่าทำไมถึงไม่ใช้ระบบเทคโนโลยีเข้าช่วย บอกตามตรงนะครับ ผม้าพนักงานมาทำหน้าที่ในส่วนที่ระบบไม่สามารถทำได้" คิรินกล่าว
"การเจรจาระบบอาจจะทำไม่ได้ แต่พนักงานที่เป็มนุษย์ ซึ่งมีวาทศิลป์เป็เลิศสามารถทำได้ อีกทั้งการจัดการที่ละเอียด คนก็สามารถทำได้ดีกว่า แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่อนแรงด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าผม้าพนักงานในระดับหัวหน้าและผู้ช่วยเท่านั้น เข้ามาช่วยงานในร้าน" ฮิวโกพูดบ้าง
"ในส่วนของระบบผมจะให้ทำหน้าที่เสริฟอาหาร จดเมนู ประชาสัมพันธ์ ทำการต้อนรับ และพาไปที่โต๊ะ ซึ่งเป็หน้าที่พื้นฐาน ส่วนที่ผม้าคนมาช่วยคือ หัวหน้าการบริการและผู้ช่วย ตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่คอยดูแลการบิรการที่ขาดเหลือต่างๆ ให้กับคนที่เข้ามาใช้บริการ" คิรินอธิบายเพิ่ม
"ส่วนที่สองคือหัวหน้าดูแลร้านและผู้ช่วย โดยตำแหน่งนี้จะคอยดูแลปัญหาในร้านที่อาจเกิดขึ้น เช่นการทะเลาะวิวาทหรือการทุจริต รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ภายในร้านด้วยเช่นกัน" ฮิวโกพูดต่อ
"และสามผู้ช่วยเชฟซึ่งผมและฮิวโก้าผู้ช่วยสองคน โดนตำแหน่งนี้ก็คือเป็การช่วยผมภายในครัว ตำแหน่งนี้ผมและฮิวโกจะตัดเลือกเอง หากใครสนใจไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่ได้ เพียงแค่คุณแสดงออกมา หากผมเห็นว่าสามารถไปต่อได้ พวกผมจะเป็คนสอนให้เอง" คิรินพูด
"ในส่วนของตำแหน่งที่เหลือผมจะเป็คนคัดเลือก แน่นอนว่าจะไม่มีการโกงเกิดขึ้น หากมีคนผู้นั้นจะโดนตัดสิทธิ์ทันทีไม่มีข้อยกเว้น หลายคนอาจจะรู้จักผมและทราบว่าผมเป็อย่างไรนะครับ" วิลเลียมพูดออกมา
"เอาล่ะครับผมลืมบอกเื่ของจำนวนไป ตำแหน่งสองตำแหน่งผม้าแค่หัวหน้าหนึ่งคน และผู้ช่วยหนึ่งคนเท่านั้นรวมเป็สี่ จำนวนน้อยจนน่าใใช่ไหม ไม่ต้องห่วงหากร้านไปได้ดีผมจะเปิดรับอีกหรือคุณวิลเลียมมองดูแล้วว่ามีความสามารถที่จะอยู่ในร้านได้ ผมก็จะรับไว้เช่นกัน ดังนั้นขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ" คิรินพูด
หลายคนแสดงสีหน้าใอย่างปิดไม่มิด แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาก็พากันโล่งใจ เพราะอย่างน้อยก็ยังมีโอกาศที่จะได้เข้าทำงาน
"ส่วนค่าตอบแทนต่างๆ เอาไว้เข้าทำงานกับผมได้แล้ว ผมจะแจ้งรายละเอียดให้นะครับ ในตอนนี้ขอให้ทุกคนไปทำการทดสอบตามที่้าได้เลย" คิรินเอ่ย
เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ไม่มีท่าทีของจำนวนคนที่น้อยลงเลย แม้ว่าหลายคนจะไม่ได้ไปต่อ แต่ด้วยจำนวนคนที่มากทำให้มันดูไม่ลดลงแม้แต่น้อย
"คัดเลือกนานจัง" เสียงของหญิงผู้หนึ่งดังขึ้นมา
"เข้มงวดมากแน่ๆ เลย" เสียงหนึ่งที่ดังข้างกันพูดบ้าง ทำให้หลายคนเริ่มเข้าหาและพูดคุยกันเพื่อลดความประหม่าลงบ้าง
ในตอนนี้วิลเลียมได้ให้ผู้เข้าสมัครไปหาในห้องทีละคน และทำการทดสอบ แม้ว่าจะมีคนน้ำตานองหน้าออกมา ทำให้ด้านนอกมองว่าวิลเลียมต้องทดสอบโหดมากแน่ๆ
"ถ้าเป็คุณจะทำอย่างไร" วิลเลียมถามด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใด ทว่ามันกลับทำให้คนตรงหน้าตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่
"เอ่อ.. ผม..ผม...ไม่ทราบครับ" ชายตรงหน้าพูดขึ้นมา
"คุณใช้เวลาคิดนานไปนะครับ หากเป็สถาณการณ์จริง คุณจะจัดการได้หรือ เชิญกลับได้เลยครับ" วิลเลียมพูดก่อนจะผายมือเชิญออกอย่างสุภาพ ซึ่งแตกต่างจากที่คิดเอาไว้ ทว่ามันกลับมีแรงกดดันที่มากทำให้หลายคนร้องไห้ได้ง่ายๆ
"สวัสดีครับผมชื่อเดอเรก" ชายคนต่อมากล่าวสวัสดีด้วยท่าทีที่มั่นใจเต็มเปี่ยม ทำให้วิลเลียมสนใจไม่น้อย
"สวัสดี การทดสอบไม่มีอะไรมาก แค่คุณตอบคำถามผมมาก็พอ" สินเสียงทำให้เดอเรกมีสีหน้าที่สงสัยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
"ถ้าลูกค้าโวยวายว่าของได้ไม่ตรงกับที่สั่ง แม้ว่าทุกอย่างจะครบถ้วน คุณจะทำอย่างไร" วิลเลียมถาม
"หากตรวจสอบแล้วว่าได้ของทุกอย่างครบจริงๆ ผมจะส่งลูกค้าต่อไปให้กับผู้ดูแล เพื่อทำการตัดสิน เพราะลูกค้าคนนี้อาจอยากสร้างความเสียหายในร้าน ดังนั้นจึงต้อจัดการอย่างเด็ดขาด" เดอเรกเอ่ยในสิ่งที่คิด
"ทำไมคุณถึงอยากทำงานในร้านอาหารของคิริน แม้ว่ามันอาจจะพังก็ได้" วิลเลียมถามอีกครั้ง
"หากเป็ผู้อื่นเปิด ผมก็อาจจะมองว่ามันต้องล้มเหลวแน่นอน ทว่าอาหารของคุณคิรินมันอร่อยจริงๆ อีกทั้งการทำงานที่ร้านนี้มันก็มีความมั่นคงด้วย ในอนาคตผมคิดว่ามันอาจจะเติมโตได้มากกว่านี้เยอะ" เดอเรกพูด ทำให้วิลเลียมมีรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย พร้อมกับบรรยากาศกดดันได้หายไป
"คุณมีความคิดที่ดีนะ เอาล่ะผมจะรับคุณไว้ ส่วนจะได้ตำแหน่งไหนไว้มาดูอีกที" วิลเลียมพูด ในการทดสอบที่ผ่านมาหลายคน เดอเรกเป็คนแรกที่ผ่าน
"ขอบคุณครับ" เดอเรกเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินออกจากห้องไป และการทดสอบก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับคำถามที่ไม่ซ้ำกันแม้แต่คนเดียว
ทางด้านของคิรินและฮิวโกตอนนี้กำลังเจอกับสถาณการณ์วิกฤต เนื่องจากการจะเป็ผู้ช่วย แน่นอนว่ามันต้องรู้เื่ภายในครัวบ้างนิดหน่อย ทว่าเหมือนทั้งคู่จะลืมไปว่ายุคนี้มันผ่านมาหลายพันปีจากเดิมแล้ว แค่มีอุปกรณ์กับวัตถุดิบไว้ใช้ก็โชคดีมากแล้ว
"ผม้าไม้พายปาดเค้ก" ฮิวโกพูด หลายคนที่อยู่ก็เริ่มทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้จักต่างหยิบของที่คิดว่าใช้มาส่งให้
"อันนี้ตะหลิว เอาไว้คนให้ส่วนผสมในหม้อเข้ากัน ส่วนอันนี้คือมีด เอาไว้หั่นของต่างๆ " ฮิวโกค่อยๆ พูดอย่างใจเย็น แม้ว่าตอนนี้ในหัวจะเดือดปุดๆ แล้วก็เถอะ
"เอาล่ะผมว่าพอแค่นี้เถอะ เรามานั่งคุยกันดีกว่า" คิรินเอ่ย เพราะตอนนี้คิรินและฮิวโกได้ทำการเลือกจากสิบคนเหลืออยู่สี่คนได้สำเร็จ แม้ว่าจะทุลักทุเลมากก็ตาม
"ดาต้า ไดรฟ์ ฟรานซิส ไอแซค ทำไมคุณถึงอยากมาทำงานกับผม" คิรินถาม
"ผม้าเงินเยอะๆ เพื่อไปให้น้องๆ ครับ" ดาต้าเอ่ย
"ผมก็ด้วย" ไดรฟ์พูดบ้าง
"ผมของถาม พวกคุณคือพี่น้องกันใช่ไหม" ฮิวโกเอ่ย แม้ว่าจะไม่ได้มีข้อห้ามที่ว่าพี่น้องทำงานด้วยกันไม่ได้ก็ตาม
"ครับ ผมกับดาต้าเป็พี่น้องกันแท้ๆ แต่ว่าคนอื่นๆ ไม่ใช่ครับ" ไดรฟ์พูด
"ผมกับไดรฟ์มาจากสถานเด็กกำพร้าที่อยู่ห่างจากนี้ได้ห้ากิโลครับ" ดาต้าเอ่ย ทำให้คิรินและฮิวโกกระจ่างแล้วว่าพี่น้องของทั้งคู่หมายถึงอะไร
"ส่วนผมแค่อยากทำงาน" ฟรานซิสเอ่ยบ้าง เพราะก่อนหน้านี้ฟรานซิสเป็บุคคลว่างงาน ทำให้ผู้เป็แม่บิดเนื้อเขียวอยู่หลายครั้ง
ทว่าฟรานซิสเป็คนมีอิสระมากไป ทำให้หากไม่เจองานที่ดีก็จะลาออกอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็คนที่คิดอยากทำอะไรก็ทำ แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่ความคิดของเขาเดือดร้อนคนอื่น ทำให้ฮิวโกถูกใจไม่น้อยกับความอิสระนี้
"อินดี้จังเลยนะนายน่ะ" คิรินเอ่ย ทำให้ทั่งสี่สงสัยกับคำว่าอินดี้ของคิรินไม่น้อย
"อินดี้แปลว่าอะไร" ดาต้าถาม
"อิสระมั้ง อยากทำอะไรก็ทำ คิดแบบไหนก็ทำแบบนั้น นั้นแหละอินดี้มันคือความหมายโดยรวม" คิรินอธิบายบ้าง
"ส่วนผมไม่มีอะไรมาก ผมชอบอาหารของพวกคุณ เลยมาที่นี่" ไอแซคเอ่ย ทำให้คิรินและฮิวโกเข้าใจ
เพราะหลายคนที่มาสมัครก็เป็เพราะอาหารของเขา หากได้ทำงานร่วมกัน แน่นอนว่าต้องได้กินทุกวัน
"ผมไม่อยากบอกให้รู้สึกแย่หรอกนะ แต่การทำอาหารของพวกคุณมันเข้าขั้นแย่มากๆ แต่ไม่ต้องห่วงระหว่างที่รอร้านอาหาร ผมจะเป็คนสอนพวกคุณเอง" คิรินเอ่ย
"แต่คิรินร้านมันแค่สามวันก็เสร็จนะ" ฮิวโกเตือน เพราะตอนนี้ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในยุคที่การสร้างใช้เวลานาน
"เช่นนั้นประกาศออกไปว่าร้านอาหารเราจะเปิดในอีกสองเดือนข้างหน้า" คิรินเอ่ย เพราะอย่างไรเสียระยะเวลาสองเดือนก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งคู่หยิบจับอะไรได้คล่องมือไม่น้อย
"ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ไม่ต้องห่วงผมกับคิรินจะเคี่ยวให้กระอักกันไปข้างหนึ่งเลย" ฮิวโกพูดพร้อมกับรอยยิ้ม ทว่าทั้งสี่กลับรู้สึกขนลุกแทน
กลับมาทางด้านวิลเลียม ในตอนที่ใกล้จะหมดผู้เข้าทดสอบแล้ว ในตอนสุดท้ายนี้เอง
"สวัสดีครับ ผมริวเซ" น้ำเสียงที่แหบแห้ง พร้อมกับชื่อที่ไร้ความคิด
บุคคลตรงหน้าของวิลเลียมตอนนี้ชื่อริวเซ มาในสภาพที่ใส่หมวกแฟชั่น แว่นใหญ่เท่าบ้าน พร้อมกับผ้าคลุมหัวที่ไม่รู้จะคลุมมาทำไม อีกทั้งยังดัดเสียงเหมือนคนใกล้จะตายนั่นอีก
"ดูเหมือนงานดวงดาวจะไม่เยอะนะ" วิลเลียมเอ่ย
"หืม งานดวงดาวอะไรหรือ ผมเป็แค่เด็กกำพร้าอยากหางานเท่านั้น แค่กๆ เจ็บคอ ขอน้ำได้ไหม" ริวเซเอ่ย
"เซริวฉันไม่เคยสอนให้นายปัญญานิ่มนะ" วิลเลียมพูดก่อนจะดันน้ำไปให้คนตรงหน้า ที่ดัดเสียงจนแสบคอ
"อะไรกันรู้ตัวแล้วหรือ ผมว่าผมปลอมตัวเนียนอยู่นะ" เซริวพูดก่อนจะเอาทุกอย่างออก
"ถามจริงใครเป็คนบอกนายว่าเนียน" วิลเลียมถาม
"ผมบอกตัวเอง"
"อย่าเอาความมั่นใจผิดๆ แบบนี้ไปลงกับงานเด็ดขาดเลยนะ" วิลเลียมพูด
"แหม ถ้าเป็ห่วงนักก็กลับมาทำเลยๆ ผมพร้อมสลับหน้าที่"
"ไม่ล่ะ ฉันี้เีไปนั่งตบตีกับพวกตาแก่ไร้สมอง" วิลเลียมเอ่ย
"แหมคุณอาจารย์ แล้วผมโดนจับคู่ให้ทั้งที่ไม่ได้เป็พ่อผมเนี่ย ไม่หนักกว่าหรือครับ"
ใช่แล้ววิลเลียมเป็คนที่สอนเซริวมาเองกับมือ ั้แ่ที่เซริวยังเป็ทหารฝึกหัดจนกระทั่งได้รับตำแหน่งจากมือของวิลเลียมมา
ในการส่งต่อตำแหน่งผู้นำดวงดาวนั้น จะต้องส่งต่อให้กับคนที่มีความสามารถจริงๆ อีกทั้งเซริวก็ทำให้ทุกคนยอมรับได้ไม่ยาก ทำให้เซริวผ่านการเป็ผู้นำได้อย่างดี วิลเลียมเปรียบเหมือนพ่ออีกคนของเซริวเช่นกัน คอยดูแลมาั้แ่เป็เด็กน้อยกระทั่งโต ทำให้ทั้งคู่สนิทกันมากๆ นั่นเอง
"ไหนๆ ก็ไม่มีเมียแล้ว แต่ละคนที่ยัดเยียดมาก็สวยๆ ทั้งนั้น ไม่สนใจหน่อยหรอ" วิลเลียมถามพร้อมกับหัวเราะหน่อยๆ
"พูดเหมือนเจโรมเลย ไม่เอาหรอกพวกหล่อนน่ากลัวจะตายไป ขืนแต่งงานอยู่ด้วยกันผมต้องฝันร้ายแน่ๆ " เซริวพูดพร้อมกับทำท่าขนลุกอย่างไม่ปกปิด
"แล้วมาทำอะไรที่นี่ คงไม่ได้มาเพราะคิดถึงฉันหรอกใช่ไหม" วิลเลียมถามอย่างรู้ทัน แม้ว่าจะไม่ได้สนใจงานดวงดาว ทว่ากับเซริวเป็อีกเื่หนึ่ง เพราะวิลเลียมคอยดูแลอยู่ตลอด ทำให้รู้ว่าเซริวกำลังติดต่อกับคิริน
"ก็แหมผมอยากทำงานในครัวอยู่หรอก แต่ลำพังแค่จับประตูก็แรงเยอะพอแล้ว ดังนั้นผมเลยมาที่นี่ เอาล่ะรับผมเข้าทำงานที" เซริวพูด
"ไม่ล่ะกลับไปสะ ดูเหมือนจะมีคนมารับแล้ว" วิลเลียมพูดทำให้เซริวใจนตัวโก่ง
"ว่าไงนะ ใครเจอโรมบอกว่าผมอยู่ที่นี่" เซริวกำลังจะหาทางหนี ทว่าประตูที่เปิดออกมาพร้อมกับจิตสังหารที่แผ่จากเจโรมมันทำให้เซริวคิดหาทางออกไม่ได้เลย
"ว่างมากหรือถ้างั้นก็ไปจัดการงานดาวข้างๆ อีกสักสองเดือนนะ" ว่าแล้วเจโรมก็มาลากคอเซริวออกไป โดยมีวิลเลียมยืนโบกมือพร้อมกับร้ายยิ้มตามหลัง ทำให้เซริวรู้แล้วว่าวิลเลียมนี่แหละคนบอกเจโรม
และหลังจากนี้อีกสองเดือน การจัดการงานที่ดาวอีกดวงมันทำให้เซริวรู้จักกับนรกจริงๆ เพราะต่อให้จัดการเสร็จแล้ว แต่หากเจโรมไม่มารับก็ไม่สามารถกลับไปได้ เพราะไม่มียานหรือเครื่องมือติดต่อเลย มีเพียงอาหารเปียกและน้ำสำหรับสองเดือนเท่านั้น ทำให้เซริวนอนนิ่งๆ อย่างหมดอาลัยอยู่คนเดียว ท่ามกลางฝุ่นบนดวงดาว.....
ควรรู้สึกอย่างไรดี5555555
ฝาก #ครัวของคิริน ด้วยนะคะ