“หญิงว่าท่านชาย ต้องยิ้มให้มากๆ เพราะทรงยิ้มมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย แถมคงยิ้มโปรยเสน่ห์ไปทั่วเวียงเจียงแก้วแล้วแหละเหมือนขนมยิ้มเสน่ห์ที่หญิงทำอยู่”
ท่านหญิงพูดออกมาโดยไม่ทราบว่าเ้าชายทรงอยู่ในครัวแล้ว
“ยิ้มมีเสน่ห์”
“ข้ายิ้มมีเสน่ห์อย่างงั้นรึ!”
เ้าชายหันไปถามพี่จ้อยที่ยืนอยู่ด้านหลังของตนด้วยน้ำเสียงที่ดูทั้งใ แปลกใจ แล้วก็ส่งยิ้มกว้างๆ ให้พี่จ้อยดูว่ามีเสน่ห์อย่างงั้นรึ
“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ ก็เห็นพระองค์ทรงยิ้ม แย้มพระสรวลแบบนี้ กระหม่อมก็เห็นว่าปกตินะพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยตอบไปด้วยอาการที่งุนงง เหตุเพราะพี่จ้องอยู่กับเ้าชายในทุกๆวัน จึงมองรอยยิ้มนี้ว่าเป็ปกติ
“อื่มมมมมม ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าจะตอบแบบนี้ ชมข้าสักนิดก็ไม่รู้จะมี”
เ้าชายที่กำลังยืนยิ้มกว้างอยู่นั้น เมื่อได้ยินพี่จ้อยตอบจึงรีบหุบยิ้มโดยทันที และตอบไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกล้าภายใต้ใบหน้าที่บึ้งตึง
ท่านหญิงเมื่อจัดเตรียมขนมเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังเดินออกจากครัวนำขนมยิ้มเสน่ห์ กับชาอู่หลงที่ได้มาจากพ่อข้าคนจีนนำมาถวายเสด็จพ่อ จึงเห็นเ้าชายกับพี่จ้อยยืนอยู่ด้านหน้าประตูครัว แต่เมื่อเ้าชายรูปงามได้ยินเสียงสาวที่ทรงถามมานั้น ก็มีอาการสะดุ้ง ใอยู่เล็กน้อย แล้วค่อยๆได้หันหน้ากลับไปที่ต้นเสียงที่ถามมาด้วยสีหน้าที่กำลังบึ้งตึงอยู่ พอเห็นว่าเป็ท่านหญิงจันทร์นวล จึงค่อยๆยิ้มออกมาแต่ั์ดวงตานั้นไม่ได้ยิ้มตามไปด้วยแต่กลับเป็แววตาที่แฝงไปด้วยอาการที่ใ ทำให้ท่านหญิงและพี่ดำ ที่กำลังเดินออกมาก็อดขำไม่ได้ด้วยกิริยาอาการที่เห็นอยู่ตรงหน้า แต่เมื่อเ้าชายพอเริ่มรู้ตัวจึงได้ยืดยืนตัวตรงนิ่ง! แล้วจึงตอบท่านหญิงที่ถามมา
“เรามาเดินผ่อนคลายนิดหน่อย แล้วไอ้จ้อยจึงได้พาเดินมาอยู่แถวนี้”
เ้าชายตอบแก้อาการเขินไปก่อนด้วยน้ำเสียงที่เข้มขรึมและมีสีหน้านิ่งเลยทีเดียว
“อ้อเ้าค่ะ ตอนนี้หม่อมฉันกำลังจะนำขนมและน้ำชาไปให้เ้าพ่อและท่านชายเ้าค่ะ แต่เมื่อท่านชายอยู่ตรงนี้แล้วจะรับตรงนี้หรือในสวนกับเ้าพ่อดีเ้าค่ะ ^ ^”
ท่านหญิงเมื่อเห็นอาการที่เ้าชายเหมือนยังเขินอยู่จึงได้พูดทีเล่นทีจริงกับเ้าชายเพื่อให้เ้าชายนั้นได้เขินน้อยลง
“เรามีความคิดว่า ไปในสวนกับเ้าอินทร์น่าจะสะดวกกว่า”
เ้าชายรีบตอบท่านหญิงอย่างรวดเร็ว แต่สายตาที่มองดูไปที่ท่านหญิงจากที่ดูในั้นก็กลายเป็สายตาหวานขึ้นมาทันที
“งั้นเชิญทางนี้เ้าค่ะ”
ท่านหญิงกลับเขินแทนเมื่อเจอสายตาคู่นี้ที่เ้าชายมองมาจึงรีบเชิญเสด็จไปที่สวน
ในระหว่างทางที่จากครัวที่อยู่ด้านหลังคุ้มไปศาลาไม้ในสวนที่อยู่ด้านหน้าคุ้ม ทั้งสองได้เดินเคียงข้างกันมาโดยมีพี่จ้อยและพี่ดำเดินถือขนมกับน้ำชาตามมาอยู่ไม่ห่าง ซึ่งระหว่างทางทั้งสองไม่ได้พูดคุยสนทนาอะไรกัน แต่ดูได้จากใบหูของเ้าชายที่แดงทราบได้เลยว่ากำลังอายที่ได้อยู่ใกล้ๆท่านหญิง จนทำอะไรไม่ถูกเลยไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนาอะไรดี ส่วนท่านหญิงเองก็นิ่งเงียบเดินไปอย่างนิ่งๆสวยๆ แต่พอเดินมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ระหว่างทางไปด้านหน้าคุ้ม อยู่ๆก็มีลมพัดผ่านมาที่ทั้งสองทำให้ผ้าสีขาวบางที่คลุมไหล่ท่านหญิงอยู่นั้นปลิวตามลมท่านหญิงจึงได้ก้มลมมองและเอามือทั้งสองดึงจับผ้ามาคลุมไว้ที่ไหล่ของตนดังเดิมแต่ตอนท่านหญิงก้มมองไปที่ผ้านั้นดอกไม้ที่มวยผมของท่านหญิงได้หล่นลงมา เ้าชายได้คว้าดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมดอกนั้นไว้ได้ จึงบอกให้ท่านหญิงหยุดก่อนแล้วจึงค่อยๆ นำดอกเก็ตถะหวาสีขาวงามดอกนั้นเสียบไปที่มวยผมของท่านหญิงดังเดิม ส่วนท่านหญิงเมื่อเห็นเ้าชายนำดอกของตนกำลังเสียบที่หมวยผมนั้นก็แอบใอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรเ้าชาย แต่ด้วยตอนนี้หัวใจของท่านหญิงเริ่มเป็แรงและแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเ้าชายที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงเต้นของหัวใจที่รุนแรงนี้ เ้าชายจึงก้มหน้าเข้าไปถามท่านหญิงว่า
ท่านหญิงไม่ได้ตอบอะไรเ้าชาย ส่วนพี่ดำที่เห็นว่าเ้าชายเริ่มเข้าใกล้ท่านหญิงมากขึ้นจึงกำลังจะเข้าไปขัด พี่จ้อยที่อยู่ข้างๆนั้นได้เอี้ยวตัวเข้าไปบังเพื่อไม่ให้พี่ดำเข้าไปขัดนายของตนทั้งสอง แต่ภาพที่พี่ดำและพี่จ้อยกำลังเห็นในตอนนี้ คือมีชายหนุ่มสูงขาว ร่างกายกำยำที่กำลังนำดอกไม้สีขาวนวลเสียบไปที่มวยผมสีดำเงางามของหญิงสาวร่างเล็กน่าทะนุถนอม มีดวงตากลมโตสีแก้มแดงระเรื่อที่แหงนมองหน้าชายหนุ่มผู้ที่อยู่ตรงหน้า โดยทั้งคู่หยุดอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีใบไม้กำลังไหวปลิวตามแรงลมค่อยๆหล่นลงมาทำให้บรรยากาศนั้นสุดแสนโรแมนติก
“ขอบพระทัยเ้าค่ะ”
ท่านขอบพระทัยเ้าชายที่ทรงเสียบดอกไม้ให้ตน ด้วยใบหน้าที่แดงเืฝาดก้มหน้าก้มตาลงด้วยอาการเขินอายจากใบหน้าที่หล่อน่าดึงดูดแถมยังถูกส่งยิ้มที่สุดแสนมีเสน่ห์นี้มาให้จากเ้าชายผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของตน
“เราเต็มใจ!”
เ้าชายทรงตอบเพียงสั้นๆ แต่รอยยิ้มที่ส่งมาให้ท่านหญิงนั้นล้วนมีความจริงใจ มีความอบอุ่น เหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดให้หลงใหลอาจทำให้ใครหลายๆต้องมนต์เสน่ห์ และทำให้ตกหลุมรักรอยยิ้มของเ้าชายพระองค์นี้อาจเป็ได้
“พวกเรารีบไปที่ศาลาในสวนกันเถอะเ้าค่ะ”
พี่ดำเอี้ยวตัวเดินผ่านพี่จ้อยออกมาแล้วรีบตรงเข้าไปหาทั้งคู่ทันที ส่วนพี่จ้อยนั้นยังหยุดนิ่งเหมือนถูกต้องมนต์สะกดแต่ต้องหลุดจากภวังค์ที่โรแมนติกนี้ทันทีด้วยมีภาพของพี่ดำที่เข้าไปหาทั้งคู่ พี่จ้อยจึงรีบหันกลับไปดูข้างๆ ว่าพี่ดำยังอยู่ข้างๆตนหรือไม่ แล้วอุทานว่า
“เห้ยยยยย เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้ ออกไปตอนไหนหว่าาาาาาา”
ศาลาไม้กลางสวนมีเ้าอินทร์ทรงนั้งดูดบุหรี่ขี้โยรออยู่ ทั้งคู่จึงรีบเข้าไปหาเ้าอินทร์ทันที โดยมีพี่ปิ่นและอ้ายเหิ้นบ่าวคนสนิดของเ้าอินทร์ คอยรับใช้อยู่ในศาลาอยู่ก่อนแล้ว
“เ้าพ่อเ้าค่ะ วันนี้ลูกทำขนมเองเลยนะเ้าค่ะ”
เมื่อเตรียมของบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านหญิงจึงคีบขนมยิ้มเสน่ห์ไปที่จานของเ้าอินทร์
“อร่อยมาก เข้ากับชานี้เป็อย่างดี ตักให้ท่านชายกินด้วยสิ! ท่านชายทรงเสวยเยอะๆพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอินทร์ชมว่าอร่อยและเข้ากับชาที่พ่อค้าชายจีนมาถวายได้เป็อย่างดี จึงให้ท่านหญิงตักให้เ้าชายลองชิมดูบ้าง ว่าเข้ากันเหมือนที่ตนว่าหรือไม่
“อร่อย และเข้ากับชาเหยือกนี้เป็อย่างดีพ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่ขนมนี้มีชื่อว่าอะไรนะ”
เ้าชายตอบกลับเ้าอินทร์ แล้วหักไปถามท่านหญิงที่นั้งเก้าอี้ตรงข้ามของตนทั้งๆที่เ้าชายก็ทราบดีอยู่แล้วว่าขนมมีชื่อว่าอะไร
“ขนมยิ้มเสน่ห์เ้าค่ะ!!!”
ท่านหญิงตอบแล้วหลบสายตาเ้าชายทันที ทว่าด้วยรอยยิ้มของเ้าชายยังคงตราตรึงอยู่ในใจของท่านหญิงอยู่นั้นเอง