ลู่เป๋าเหยาหลบเลี่ยงพลางกรีดร้องก่อนจะยื่นมือไปกุมท้องโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
แววตาของไป๋เซี่ยเหอมืดลง
“หยุดมือ!”
ไป๋เสียนอันที่ชะงักไปพลันได้สติเขาดึงร่างนั้นออกมาแล้วเหวี่ยงไปด้านข้าง
ลู่เป๋าเหยาเอามือจับมวยผมที่ยุ่งเหยิงเมื่อจ้องมองไป ดวงตาก็เบิกกว้างทันที “เปี่ยวเกอ[1]!”
บุรุษที่ถูกเหวี่ยงจนนอนอยู่บนพื้นยกศีรษะขึ้นมาแววตาเต็มไปด้วยความโกรธและความเกลียดชัง “ถุยบิดาไม่มีญาติแพศยาชั่วร้ายอย่างเจ้า”
ลู่เป๋าเหยารู้สึกปวดใจหลายปีมานี้นางเองก็เหลือเพียงญาติในตระกูลนี้เท่านั้น
การให้หลานชายที่ไม่สมประกอบทำลายชีวิตของไป๋เซี่ยเหอย่อมไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อทำลายนางเท่านั้น
เพราะถึงอย่างไรไป๋เซี่ยเหอก็เป็นบุตรีของภรรยาเอกแห่งจวนสกุลไป๋ ยามออกเรือน ไป๋เหล่าฮูหยินย่อมมอบความเมตตาสักเล็กน้อย
ทว่าความเมตตาของไป๋เหล่าฮูหยินสำหรับเปี่ยวเกอที่เป็นครอบครัวชาวนาเช่นนี้ย่อมมากพอที่จะให้อีกฝ่ายมีกินมีใช้ไปทั้งชาติแล้ว
เพียงแต่นางคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะไม่เป็นไปตามที่นางจินตนาการเอาไว้
“ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ!”
คำพูดที่ฟังดูไร้เหตุผลเช่นนี้ไม่อาจระงับโทสะของบุรุษได้
“ถุย เจ้ารับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะให้ลูกชายของข้าได้ตบแต่งกับบุตรีของภรรยาเอกแห่งจวนสกุลไป๋ข้าถึงได้ยอมให้เขามาที่นี่ ทว่าตอนนี้เจ้ากลับบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ คำพูดเช่นนั้นจะลบล้างเรื่องที่เจ้าทำลายชีวิตลูกชายข้าได้หรือ?”
“นี่มันเรื่องอะไรอีก?” ไป๋เสียนอันมองลู่เป๋าเหยาอย่างเย็นชา
แม้ว่าไป๋เซี่ยเหอจะไม่ได้รับความโปรดปรานจากเขาทว่าถึงอย่างไรก็เป็นบุตรีของภรรยาเอกแห่งจวนสกุลไป๋จะให้ตบแต่งกับชนชั้นต่ำคนหนึ่งได้อย่างไร!
ช่างทำให้ผู้คนหัวเราะจนฟันร่วงเสียจริง!
เหงื่อกาฬที่แผ่นหลังของลู่เป๋าเหยาเริ่มซึมลงบนเสื้อตัวใน
“ท่านพ่อท่านแม่ไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะ...” ดวงตาของไป๋หว่านหนิงมีหยดน้ำตาเม็ดโตไหลริน
“ท่านแม่เพียงทุกข์ใจที่ครอบครัวของพี่ชายมีชีวิตที่ยากลำบากเกินไปจึงเสียสติไปเท่านั้นเจ้าค่ะ”
ไป๋เซี่ยเหอยิ้มหยันดวงตาพราวระยับเป็นประกายเย็นเยียบอย่างแรงกล้า “ไม่ได้ตั้งใจหรือ? แต่เหตุใดข้าถึงได้พบสิ่งสกปรกอยู่ในกำยานของข้าเล่า?”
แม้ไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจนทว่าผู้ใดจะเดาไม่ได้บ้างว่าสิ่งสกปรกคืออะไร?
‘เพียะ!’
“นางแพศยาจะอย่างไรไป๋เซี่ยเหอก็เป็นลูกสาวของข้า เป็นบุตรีของภรรยาเอกแห่งจวนสกุลไป๋เป็นไท่จื่อเฟยในอนาคต นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะวางแผนเช่นนี้!”
แม้จะทุบตีบ่าวไพร่จนตาย เขาก็สามารถปิดตาข้างหนึ่งได้ตราบใดที่ไม่แพร่งพรายออกไปทำให้ชื่อเสียงของจวนสกุลไป๋เสื่อมเสีย
ทว่านี่เป็นเรื่องของการสวมหมวกเขียวให้ไท่จื่อ
สกุลไป๋ต้องมีกี่ศีรษะถึงจะเพียงพอให้ตัด!
ทว่าลู่เป๋าเหยามองว่าที่ถูกตบนั้นไม่ใช่ใบหน้าทว่าเป็นหัวใจของนาง
“นึกไม่ถึงว่าท่านจะตบข้า”ลู่เป๋าเหยามองไป๋เสียนอันอย่างเหลือเชื่อ
หลายปีมานี้เขาไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับนางมาก่อนนางคิดว่าเขาคือสามี คือคนรักที่พึ่งพาได้ของตนเอง
ทว่าตอนนี้เขากลับลงมือกับนางเพื่อนางแพศยาสมควรตายอย่างไป๋เซี่ยเหอ!
“เจ้าเปลี่ยนเป็นสตรีปากตลาดเช่นนี้ได้อย่างไร!”
ไป๋เสียนอันจ้องมองสตรีที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรังเกียจเขาแทบนึกถึงความอ่อนโยน ความเอาใจใส่ และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นอย่างที่นางเป็นในคราแรกไม่ออกเลย
“สตรีปากตลาดหรือ?”
ลู่เป๋าเหยาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“ในวันนี้ข้าเปลี่ยนไปเพราะใครบีบบังคับเล่า!”
“หนิงเอ๋อร์ของข้าด้อยกว่าไป๋เซี่ยเหอตรงไหนกัน?อาศัยอะไรหนิงเอ๋อร์ของข้าถึงเป็นบุตรีของภรรยาเอกไม่ได้ เป็นไท่จื่อเฟยไม่ได้อาศัยอะไรที่ของดีๆ ถึงได้ตกเป็นของไป๋เซี่ยเหอทั้งหมด!”
ไป๋เสียนอันมองไปทางไป๋หว่านหนิง
ไป๋หว่านหนิงดูราวกับตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแววตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดผวาและความหวาดกลัว
ไป๋เสียนอันใจอ่อนเล็กน้อยถึงอย่างไรหนิงเอ๋อร์ก็เป็นบุตรสาวที่สนิทสนมกับเขาที่สุดมาตั้งแต่เล็กๆ“หนิงเอ๋อร์ เจ้ามานี่บอกพ่อสิว่าเจ้าอยากได้ตำแหน่งบุตรีของภรรยาเอกกับไท่จื่อเฟยหรือไม่?”
ใบหน้าที่กำลังหลั่งน้ำตาอย่างเศร้าสร้อยของไป๋หว่านหนิงปรากฏความระแวดระวังพาดผ่าน“ไม่อยากได้เจ้าค่ะ หนิงเอ๋อร์ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้นหนิงเอ๋อร์อยากให้ท่านพ่อท่านแม่สุขสบาย หนิงเอ๋อร์ยอมไม่ออกเรือน จะขอกตัญญูอยู่ข้างกายท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะ”
โทสะเสี้ยวสุดท้ายได้ดับมอดลงแล้ว
“ในเมื่อเรื่องผ่านไปแล้วข้าก็จะไม่ตำหนิต่อจากนี้อย่าได้ทำเรื่องให้จวนสกุลไป๋เสื่อมเสียชื่อเสียงอีก”
ไป๋เซี่ยเหอยิ้มหยันครั้งแล้วครั้งเล่าช่างเป็นบิดาแสนดีของนางจริงๆ นางถูกเหยียดหยาม ทั้งยังเกือบถูกวางยาพิษจนตาย
ทว่าเพียงเพราะน้ำตาไม่กี่หยดของไป๋หว่านหนิงก็สามารถทำให้เขาพูดออกมาว่า ‘เรื่องผ่านไปแล้ว’ ได้
“เอาลูกชายของข้าคืนมา!”
บุรุษผู้นั้นเพิ่งจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าที่แท้ลู่เป๋าเหยาก็หลอกใช้ครอบครัวของเขา!
ลูกชายของเขาถูกหลอกให้แก่งแย่งสตรีกับไท่จื่อ!
นี่ย่อมทำให้ครอบครัวของเขาตายตกทั้งตระกูล!
“เจ้ามันสตรีอสรพิษ!”
เขากระโจนเข้าหาลู่เป๋าเหยาสุดแรงเขารู้ว่านับตั้งแต่วินาทีที่เข้ามาในจวนแห่งนี้ เขาก็ไม่อาจออกไปได้อย่างง่ายดายอีกแล้ว
ทว่าแม้จะต้องสู้สุดชีวิตเขาก็จะต้องแก้แค้นแทนบุตรชายให้จงได้!
ทุกคนไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้นี้จะลงมืออย่างกะทันหัน
ลู่เป๋าเหยาถูกเขากระแทกอย่างแรงจนกระเด็น
“กรี๊ด!”
ลู่เป๋าเหยารีบเอามือกุมท้องทันที ทว่าสายเกินไปแล้วเอวของนางกระแทกมุมโต๊ะอย่างแรง ทำให้นางเป็นลมหมดสติจากความเจ็บปวด
นางไม่ทันป้องกันตัวเลยด้วยซ้ำ
“ใครก็ได้รีบไปเชิญหมอหลวงมาเร็วเข้า!”
อีกด้านหนึ่งก็มีคนกดตัวบุรุษที่กำลังบ้าคลั่งเอาไว้
ดวงตาคมปลาบของไป๋เซี่ยเหอทอแววไม่อยากจะเชื่อทว่าก็ดูราวกับเรื่องนี้อยู่ในความคาดหมายของนาง “อี๋เหนียงเลือดออกแล้ว”
เลือดสีแดงฉานไหลนองออกมาจากใต้กระโปรงของลู่เป๋าเหยา
“ท่านแม่ท่านแม่เป็นอะไรไป?ท่านอย่าทำให้ข้าตกใจสิเจ้าคะ!” คราวนี้ไป๋หว่านหนิงตกใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว
“ท่านพ่อท่านรีบมาดูเถิดว่าท่านแม่เป็นอะไรไป”
ไป๋เสียนอันเดินไปทว่าไม่ได้เดินไปดูลู่เป๋าเหยา เขาดึงตัวไป๋หว่านหนิงที่นั่งยองๆ อยู่บนพื้นขึ้นมา
ไป๋หว่านหนิงไม่ยินยอมนางล้มตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย “ท่านพ่อเหตุใดถึงดึงข้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะ? แล้วท่านแม่...”
จู่ๆนางก็พบว่าสายตาของทุกคนล้วนแล้วแต่ผิดปกติ
ไป๋หว่านหนิงจึงลองตรวจดูอย่างละเอียดก่อนจะตระหนักถึงอะไรบางอย่างในชั่วพริบตา หัวใจของนางราวกับตกลงไปในหน้าผาหิมะพันปีทันที
“ไม่อนุญาตให้เรียกหมอหลวง!”
ไป๋เหล่าฮูหยินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด“เหอเอ๋อร์ เจ้ามีวิชาแพทย์อยู่บ้าง ลองไปตรวจดูสิ”
ไป๋เซี่ยเหอเลิกคิ้วก่อนจะเดินตรงไปที่ร่างของลู่เป๋าเหยา
นางจับชีพจรของลู่เป๋าเหยาก่อนจะเอ่ยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “สองเดือนแล้ว”
“นางแพศยา นางแพศยานางแพศยา!”
ไป๋เสียนอันยกโต๊ะที่วางอยู่ข้างๆทุ่มกับพื้นอย่างแรงจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
นี่ถือเป็นการกระทำที่สมควรหรือไม่?
หลังจากไป๋เซี่ยเหอจับชีพจรเสร็จก็ถอยไปยืนอยู่ด้านข้างมองฉากละครตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
เมื่อครู่ยังเป็นการแสดงของสามคนพ่อแม่ลูกที่รักใคร่กลมเกลียวกันอยู่เลยเพียงชั่วพริบตาก็ขัดแย้งกันเสียแล้ว
ต้องปวดใจมากเป็นแน่
“ใครก็ได้เอาน้ำมาสาดนางแพศยาคนนี้เสีย!”
“อย่านะเจ้าคะท่านพ่อ!”
ไป๋เสียนอันเตะไป๋หว่านหนิงที่กอดขากางเกงของเขาออกไปให้พ้นทาง“ถ้ายังพูดอีก เจ้าจะได้ไสหัวไปด้วย”
สิ่งที่น่าขบขันก็คือ
ไป๋หว่านหนิงนั่งอยู่ด้านข้างโดยไม่ส่งเสียงสักแอะจริงๆ
หลังถูกสาดด้วยน้ำเย็นอ่างหนึ่งลู่เป๋าเหยาก็ได้สติ ความเจ็บปวดลามขึ้นมาจากท้อง ทำให้หัวใจของนางจมดิ่งลง
จบแล้ว
ทั้งหมดจบสิ้นแล้ว
เดิมทีนางวางแผนที่จะวางยาพิษไป๋เซี่ยเหอให้ตายเพื่อดึงดูดเหลาเหยี่ยกลับมาแล้วค่อยยั่วยวนให้เหลาเหยี่ยขึ้นเตียง...
จากนั้นก็ปล่อยข่าวว่าตนเองตั้งครรภ์ขอเพียงติดสินบนหมอกับหมอตำแยเอาไว้ ให้พวกเขาบอกว่าคลอดก่อนกำหนด
แผนการนี้ก็จะแนบเนียนไร้ที่ติ
ทว่าตอนนี้ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว
ลู่เป๋าเหยาจ้องมองไป๋เซี่ยเหอด้วยสายตาเกลียดชังทั้งหมดต้องโทษนาง นางจงใจ!
เห็นอยู่ชัดๆว่ายังไม่ตาย ทว่ากลับคลุมผ้าขาวให้สาวใช้ เห็นอยู่ชัดๆ ว่านางไม่เป็นอะไร ทว่ากลับไม่ยอมออกจากเรือนตั้งหลายวันจงใจรอให้เหลาเหยี่ยกลับมา นางถึงค่อยเสนอหน้าออกมา!
แม้ว่าตอนนี้นางจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วอย่างไรเล่า?
“เหลาเหยี่ย ข้า...”
เมื่อเห็นใบหน้านั้นไป๋เสียนอันก็ปรารถนาจะปรี่เข้าไปตบหน้าอีกฝ่ายเขาไม่อยากฟังคำอธิบายเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องการถูกล่อลวงด้วยถ้อยคำหวานหูของนางอีก
“ใครก็ได้ฆ่านางแพศยาคนนี้แล้วเอาไปทิ้งที่เนินหลุมศพเสีย!”
------------------------
[1] เปี่ยวเกอหมายถึง ลูกพี่ลูกน้องที่มีศักดิ์เป็นพี่ชาย