บทที่ 3 าาทหารรับจ้างปรากฏตัว เส้นประสาทตัวร้ายจะะเิ!
สามปีมาแล้วที่ลู่เฉิงเหวินตามเหลิ่งชิงชิวแจอย่างกับแผ่นแปะแก้ปวด อีกทั้งยังทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้ชายข้างกายหญิงสาวต้องถอยหนี ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อให้ได้เธอมา
ใน่สามปีที่ผ่านมา พอเอ่ยถึงการหมั้นหมายกับลู่เฉิงเหวิน เหลิ่งชิงชิวเป็ต้องะเิอารมณ์ พลางทำท่าขอตายซะดีกว่าทุกที
ทว่าวันนี้ ...สองคนนี้กลับตาลปัตร?
ลู่เฉิงเหวินไม่อยากแต่ง แต่เหลิ่งชิงชิวกลับยอม?
ลู่เฉิงเหวินบ้าไปแล้ว!
ชายหนุ่มหันขวับ มองเหลิ่งชิงชิวด้วยสายตาตื่นตระหนก
เขาคิดในใจ
‘คุณทำอะไรของคุณน่ะ? ยินดีหมั้นคืออะไร? คุณครับ คุณเป็ผู้หญิงในฮาเร็มของหลงอ้าวเทียนนะครับ! คุณต้องไปเลียรองเท้าให้หลงอ้าวเทียนสิจึงจะถูก! คุณทำแบบนี้หลงอ้าวเทียนก็ต้องฆ่าผมตายสิครับ!!’
‘เ้าหมอนั่นพยายามเพื่อจะเข้าใกล้คุณ กระทั่งยอมทำตัวใสซื่อ เวลาคับขันก็สร้างภาพพจน์ดีเลิศ เพราะอยากจะให้คุณกับครอบครัวคุณรู้สึกดีกับเขา’
‘จากนั้นคุณก็จะยอมมอบตัวถวายชีวิต ธุรกิจของครอบครัวคุณก็จะตกเป็ของเขา คุณต้องเดินตามบทสิ!’
เหลิ่งชิงชิวมองลู่เฉิงเหวินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
นาย้ายกเลิกงานหมั้น?
เคยถามฉันหรือเปล่า?
นายรังควานฉันมาสามปี ตอนนี้บทจะตัดความสัมพันธ์ก็ตัดกันง่าย ๆ และยังมั่นใจหนักหนาว่าฉันจะต้องเป็ผู้หญิงในฮาเร็มของบอดีการ์ด
วันนี้ฉันจะเอาคืนบ้าง!
ฉันจะดูสิว่าหลงอ้าวเทียนอะไรนั่นจะดึงฉันไปเป็ผู้หญิงในฮาเร็มของเขายังไง!
และอีกเื่ที่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงความในใจของลู่เฉิงเหวิน เหลิ่งชิงชิวรู้สึกใมาก ทั้งยังดูเหมือนว่าลู่เฉิงเหวินจะรู้เื่ราวแปลก ๆ เยอะแยะมากมาย
ถึงแม้ไม่รู้ว่าลู่เฉิงเหวินกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ แต่สำหรับตอนนี้ ทำให้เป้าหมายทั้งหมดของเขาล้มเหลวถือเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแน่นอน
ผู้ใหญ่ของสองตระกูลเริ่มปรึกษาหารือกันอย่างดุเดือด ทั้งยังเจรจาพูดคุยกันอย่างคึกคัก พิธีแต่งในวันข้างหน้าของทั้งสองต้องจัดอย่างไร การใช้ชีวิตต้องเริ่มต้นแบบไหน มีหลานแล้วบ้านไหนเลี้ยง...
ลู่เฉิงเหวินดึงตัวเหลิ่งชิงชิวออกมาอีกด้าน และพูดด้วยความร้อนใจ “ชิงชิว วันนี้สมองของคุณทำงานผิดปกติไปใช่ไหมครับ?”
เหลิ่งชิงชิวส่งเสียงดังฮึ “ฉันต่างหากที่รู้สึกว่าคุณไม่ปกติเอามาก ๆ”
ลู่เฉิงเหวินพยายามควบคุมสติ “ได้ ๆ ๆ เราไม่ทะเลาะกัน แต่เื่หมั้นนี่สิ จะหมั้นไม่ได้ ต้องแก้ไขให้ถูก ต้องแก้ไข!”
เหลิ่งชิงชิวรู้สึกว่าตัวเองได้รับชัยชนะ
สามปีที่ผ่านมา เวลาที่อยู่ต่อหน้าอีตานี่ เธอไม่มีวิธีรับมือเลยสักนิด
เขาไม่กลัวขายหน้า ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี เป็แผ่นแปะแก้ปวดที่ติดหนึบ อีกทั้งยังกล้าทำทุกวิถีทางด้วย
ฉันเบื่อเขาแทบแย่อยู่แล้ว!
ทว่าเมื่อตอนนี้ได้มาเห็นเขาร้อนรนจนนั่งไม่ติด ทั้งยังเหงื่อไหลไคลย้อยแล้ว เหลิ่งชิงชิวก็รู้สึกสบายใจเหมือนติดปีก
ฉันจะบีบนายให้เละเลย!
ลู่เฉิงเหวิน “ชิงชิว เพราะคุณโดนผู้ใหญ่กดดันใช่ไหม คุณถึงได้... คุณคิดดูดี ๆ สิครับ ผมเป็คนน่ารำคาญไหม?”
“น่ารำคาญ”
“เกลียดไหม?“
“เกลียด”
“เหม็นขี้หน้าไหม?”
“เหม็นมาก”
“แล้วคุณยังจะหมั้นกับผมอีกไหม?”
“หมั้น”
ลู่เฉิงเหวินมองเธอด้วยท่าทีตะลึงงัน เขาพลันรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิงคนนี้มากเท่าไหร่นัก
ตอนนี้ทั้งสองตระกูลตกลงกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาพาคนทั้งสองไปยังสวนดอกไม้ด้วยความปลื้มปีติและยินดี
ตลอดทางสมองของลู่เฉิงเหวินมีแต่ความงุนงง
ชายหนุ่มยืนคู่เหลิ่งชิงชิวอยู่บนเวที ในสมองยังคงคิด
‘แบบนี้ฉันไม่จบเห่หรอกเรอะ! อีกไม่กี่นาทีหลงอ้าวเทียนก็จะบุกเข้ามาหักขาของฉันแล้ว จากนั้นก็แย่งตัวเหลิ่งชิงชิวไป’
‘หรือว่านี่จะเป็วิบากกรรมที่ฉันไม่มีทางหนีรอด? ต่อให้ฉันรู้แนวทางความเป็ไปได้ของเื่ราวในอนาคต ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ?’
‘เหลิ่งชิงชิวไม่เหมือนเดิม! เธอไม่ชอบฉันเอามาก ๆ เลยไม่ใช่เหรอ? วันนี้ผู้หญิงคนนี้เป็อะไรไป?’
เหลิ่งชิงชิวหรี่ตาลง ฟังความในใจของลู่เฉิงเหวิน และตื่นใมากยิ่งขึ้นไปอีก!
อีตานี่! ฉันไม่เพียงสามารถฟังความในใจของผู้ชายคนนี้ได้เท่านั้น แต่ยังฉันได้ฟังเขาที่ ‘รู้แนวทางความเป็ไปของเื่ราวในอนาคต’ ด้วย?
หลงอ้าวเทียน... จะโผล่ออกมาคัดค้านจริงรึเปล่า?
พิธีกรกล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดี “แขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย วันนี้ผมได้รับการไหว้วานจากตระกูลลู่และตระกูลเหลิ่งให้มาทำหน้าที่ประกาศข่าวดีให้แก่ทุกท่านได้ทราบ ณ ที่นี้! คุณชายใหญ่แห่งตระกูลลู่ ลู่เฉิงเหวิน กับลูกสาวคนโตของตระกูลเหลิ่ง เหลิ่งชิงชิว จะทำพิธีหมั้นหมายกันในวันที่สิบเดือนหน้า...”
“ผมคัดค้าน!”
ในขณะนั้นเอง บอดีการ์ดคนหนึ่งก็เดินออกมาจากกลุ่มคน ซึ่งก็คือพระเอกตัวจริงของนิยายเล่มนี้ ‘หลงอ้าวเทียน’
พิธีกรมองไปที่เขา “รปภ.ไล่บอดีการ์ดชั้นต่ำคนนี้ออกไปด้วย!”
ลู่เฉิงเหวินเห็นหลงอ้าวเทียนแล้วพลันรู้สึกน่องเกร็ง
ชายหนุ่มถอยไปด้านหลังก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
เหลิ่งชิงชิวมองลู่เฉิงเหวิน และรู้สึกตะลึงเป็อย่างมาก
เป็เหมือนที่เขาพูดไว้จริง ๆ!
หลงอ้าวเทียนเดินดุ่ม ๆ เข้ามา พิธีกร้าจะผลักเขาออก ทว่ากลับโดนเขาโยนลงเวทีไป
เหลิ่งชิงชิวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว “หลงอ้าวเทียน นายทำอะไร?”
มือทั้งสองของหลงอ้าวเทียนกุมไหล่ของเหลิ่งชิงชิว “ชิงชิว คุณสบายใจได้ครับ ผมไม่มีทางยอมให้คนอื่นมาบีบบังคับคุณ ชีวิตของคุณ คุณควรจะควบคุมมันด้วยตัวเอง”
พูดอย่างเปิดอกและว่ากันตามท้องเื่เดิม ลู่เฉิงเหวินหน้าด้านตามตื๊อ อีกทั้งยังให้ตระกูลลู่ใช้อิทธิพลบีบบังคับหญิงสาว ทว่าพ่อแม่ของเหลิ่งชิงชิวก็ยังยินดีที่จะจัดงานแต่งเพื่อผลประโยชน์นี้... ดังนั้นคำพูดของหลงอ้าวเทียนในเวลานี้ จึงสามารถทำให้เหลิ่งชิงชิวซาบซึ้งตราตรึงใจ
ท่ามกลางอันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน บอดีการ์ดคนนี้แสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยม เป็ฝีมือที่สูงส่งไม่ธรรมดา ทำให้เหลิ่งชิงชิวรู้สึกชื่นชมมาก
ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงรับเขาเข้ามาทำงานด้วย และให้ชายหนุ่มเป็บอดีการ์ดประจำตัว อีกทั้งหลายวันมานี้ เหลิ่งชิงชิวก็รู้สึกประทับใจในตัวเขาเพิ่มมากขึ้นอยู่ตลอด
ทว่าเมื่อมีคำพูดของลู่เฉิงเหวินปูทางไว้ก่อนล่วงหน้า สิ่งที่ควรรู้สึกจึงเปลี่ยนไป
ตอนนี้เหลิ่งชิงชิวรู้สึกว่าคนคนนี้พยายามหาทางใกล้ชิดกับตัวเอง และหวังกอบโกยธุรกิจของตน อีกฝ่ายจิตใจชั่วร้ายจนคนอื่นรู้สึกรังเกียจ น่ารังเกียจเสียยิ่งกว่าลู่เฉิงเหวินซะอีก!