เช้าวันที่สิบของการเฝ้าประตูเมืองทิศเหนือ แสงแดดส่องกระทบผิวน้ำในถังไม้ใบเก่าที่วางอยู่ข้างศาลาพิรุณอำพันอย่างเงียบสงบ หลิวรั่วเฉิน นั่งขอบตาดำคล้ำอยู่บนขั้นบันไดป้อมยาม นางไม่ได้นอนมาทั้งคืนเพราะมัวแต่กังวลเื่กลุ่มคนที่แอบแฝงเข้ามาใน่ที่หลี่ิหายตัวไป
ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังจะถอดใจ เสียงฝีเท้าลากรองเท้าแตะไม้ดัง แกรก... แกรก... ก็แว่วมาจากทางป่าละเมาะข้างกำแพงเมือง
ชายหนุ่มในชุดยามที่หลุดลุ่ย หมวกยามเอียงกะเท่เร่เดินทอดน่องกลับมา ในมือขวาถือเบ็ดตกปลาไม้ไผ่ที่ทำขึ้นล้ำสมัยกว่าชาวบ้านเล็กน้อย (เพราะเขาสร้างรอกด้วยพลังลมปราณ) ส่วนมือซ้ายหิ้วถังน้ำที่มีปลาตัวเล็กๆ ดีดตัวไปมาอยู่สองสามตัว
"พี่หลี่! ท่านหายไปไหนมาเ้าคะ!" หลิวรั่วเฉินะโตัวลอยพุ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจระคนโมโห
หลี่ิ หาวหวอดใหญ่พลางยกเบ็ดขึ้นพาดบ่า "ข้าไปนั่งตกปลาที่ลำธารหลังเขามา... ปลามันตกยากกว่าอุกกาบาตเยอะเลยแฮะ ข้านั่งจ้องทุ่นอยู่ทั้งคืน ได้มาแค่สามตัวเนี่ย"
"ท่านทิ้งประตูเมืองไปเพื่อตกปลาเนี่ยนะ!" หลิวรั่วเฉินแทบจะกระอักเื "ท่านรู้ไหมว่าข้าต้องรับหน้าทูตจากแคว้นจ้าว และพวกลูกน้องขุนนางที่มาด้อมๆ มองๆ ตั้งกี่กลุ่ม!"
หลี่ิแค่นยิ้มที่ดูี้เี "เ้าก็ทำได้ดีนี่แม่นางหลิว อีกอย่าง... ถ้าพวกมันกล้าก้าวข้ามรอยแยกบนพื้นนั่น ข้าก็แค่ต้องเสียเวลาเดินกลับมาดีดนิ้วใส่พวกมันอยู่ดี แต่นี่ปลามันไม่เหมือนคนนะ มันไม่กลัวเนตรวงแหวนของข้าเลยสักนิด"
หลี่ิหย่อนก้นลงบนเก้าอี้นวมตัวโปรดในป้อมยามที่หรูหรา เขาปักเบ็ดตกปลาไว้ที่ขอบหลังคาศาลา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้คือวันที่สิบพอดี
‘ระบบ... ลงชื่อเข้าใช้’
[ติ๊ง! ท่านประจำการที่ประตูเมืองทิศเหนือต่อเนื่องเป็วันที่สิบ] [ท่านได้รับรางวัลระดับ SSR: 'วิชาแยกเงาพันร่าง' ขั้นสมบูรณ์] [คำอธิบาย: ท่านสามารถสร้างร่างแยกที่มีตัวตนจริงขึ้นมาได้ ร่างแยกเหล่านี้มีความคิดและพลังเหมือนร่างจริงทุกประการ เมื่อสลายร่าง ความทรงจำและประสบการณ์จะย้อนกลับคืนสู่ร่างหลัก]
ดวงตาปลาตายของหลี่ิพลันประกายวาบเป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน "โอ้... รางวัลนี้แหละที่ข้าถวิลหามานานแสนนาน"
เขายกมือขึ้นประสานอินอย่างรวดเร็ว (ท่วงท่าที่เขาเพิ่งได้รับความรู้มาจากระบบ)
ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!
ควันสีขาวะเิออกรอบตัวหลี่ิ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงจนกรามแทบค้างของหลิวรั่วเฉิน บัดนี้มี "หลี่ิ" เพิ่มขึ้นมาอีก 5 คน ทุกคนมีหน้าตาี้เีและแววตาเซื่องซึมเหมือนกันเป๊ะ
"ร่างหนึ่ง... เ้านวดไหล่ให้ข้า" หลี่ิร่างหลักสั่ง "ร่างสอง... เ้าไปเฝ้าประตูเมือง ใครเข้าเมืองเก็บภาษีมาให้ครบ อย่าให้ขาดแม้แต่เหรียญเดียว" "ร่างสาม... เ้าไปซื้อติ่มซำที่ร้านเถาหงมาให้ข้า ขอซาลาเปาไส้ไหลด้วย" "ร่างสี่... เ้าไปถือพัดมาวีให้ข้า ลมวันนี้มันนิ่งเกินไป" "ร่างห้า... เ้าเอาปลาสามตัวนี้ไปขูดเกล็ดแล้วย่างมาให้ข้ากิน"
หลิวรั่วเฉินมองดูเหล่าร่างแยกที่เริ่มแยกย้ายไปทำงานตามคำสั่งอย่างเป็ระบบ นางถึงกับกุมขมับ "พี่หลี่... ท่านใช้ยอดวิชาที่สามารถใช้ทำลายกองทัพได้เพียงเพื่อมา... ปรนนิบัติตัวเองเนี่ยนะ?"
หลี่ิร่างหลักหลับตาพริ้มขณะที่ร่างแยกกำลังบีบนวดไหล่ "แม่นางหลิว ชีวิตคือการพักผ่อน ถ้าข้าต้องทำเองทุกอย่าง ข้าจะรับรางวัลไปทำไมกัน?"
ใน่บ่าย ขณะที่หลี่ิร่างแยกคนหนึ่งกำลังยืนเฝ้าประตูเมืองอย่างเคร่งครัด (ด้วยการนั่งหลับตาพิงกำแพง) กลุ่มขุนนางชุดหรูหราที่รอดตายจากาอุกกาบาตก็นำขบวนเกวียนบรรทุกหีบสมบัติมาหยุดที่หน้าประตู
พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมพูน "ท่านปรมาจารย์หลี่! พวกเราสำนึกผิดแล้ว นี่คือทองคำและคัมภีร์ยุทธ์โบราณที่เรานำมาขอขมา โปรดรับไว้ด้วยเถิด!"
หลี่ิร่างหลักเดินออกมาดูหีบทองคำเ่าั้ด้วยสายตาว่างเปล่า เขาหยิบทองแท่งหนึ่งขึ้นมาดู "ทองนี่... หนักใช้ได้เลยแฮะ"
ขุนนางดีใจ "ใช่แล้วพะยะค่ะ มันคือทองบริสุทธิ์ร้อยส่วน!"
"ดี..." หลี่ิหันไปสั่งร่างแยกที่ว่างอยู่ "เ้าเอาทองพวกนี้ไปหล่อเป็ 'ลูกตุ้มถ่วงแห' ให้ข้าที ข้าว่าลูกตุ้มตะกั่วเดิมมันเบาไปหน่อย เวลาเหวี่ยงแหในน้ำเชี่ยวปลามันหลุดหมด ส่วนคัมภีร์ยุทธ์พวกนี้... เอาไปรองขาโต๊ะในป้อมยามนะ ข้าว่าโต๊ะมันโยกเยกนิดหน่อย"
เหล่าขุนนางแทบจะล้มพับไปกับพื้น ทองคำที่สามารถซื้อเมืองได้ครึ่งเมือง กลับถูกเอาไปทำเป็ที่ถ่วงแหตกปลา และคัมภีร์ลับที่ทั้งยุทธภพตามหา กลับกลายเป็เพียงกระดาษรองขาโต๊ะ!
ในขณะที่ประตูทิศเหนือเต็มไปด้วยบรรยากาศตลกขบขัน ตัดกลับไปที่ชายแดนแคว้นต้าเฉียน ยอดฝีมือกึ่งเซียน 3 คนจาก นิกายมารสยบฟ้า กำลังหยุดพักอยู่ที่ซากปรักหักพังของสำนักท้องถิ่นที่พวกเขาเพิ่งทำลายทิ้งเพียงเพราะเ้าสำนักตอบคำถาม "ทางไปเมืองหลวง" ได้ช้าไปสามลมหายใจ
"หึ... รายงานแจ้งมาว่า ยามที่ชื่อหลี่ินั่น กำลังสนุกกับการตกปลาและใช้ร่างแยกนวดไหล่อยู่งั้นรึ?" ผู้าุโกระดูกมาร หนึ่งในสามกึ่งเซียนเอ่ยด้วยเสียงเ็า
"มันคงคิดว่าพลังเรียกอุกกาบาตเล็กน้อยนั่นจะทำให้มันไร้เทียมทาน" ยอดฝีมืออีกคนแค่นยิ้ม "มันยังไม่รู้ซินะว่า 'กึ่งเซียน' ที่แท้จริง สามารถฉีกกระชากมิติได้... ต่อให้อุกกาบาตตกลงมา ข้าก็จะตัดมันให้เป็ผงก่อนจะถึงพื้นเสียอีก"
"ใจเย็นไว้ก่อน..." ผู้าุโคนสุดท้ายกล่าว "ปล่อยให้มันมีความสุขกับการตกปลาไปอีกสองสามวันเถิด... เพราะเมื่อเราไปถึง ประตูทิศเหนือนั่นจะกลายเป็นรกบนดิน และปลาน่าสมเพชสามตัวในถังของมัน... ข้าจะเป็คนเหยียบมันให้เละเอง"
ท้องฟ้าเหนือชายแดนเริ่มมืดครึ้มด้วยไอมารสีม่วงที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของทั้งสามคน พายุลูกใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาเมืองหลวงอย่างช้าๆ ... โดยที่เป้าหมายของพวกมันยังคงนั่งลุ้นว่าปลาจะกินเบ็ดเมื่อไหร่