ชีวิตของตัวร้ายที่มีนามว่าเซวียนซือซือมีแต่คำว่าบังเอิญ เดี๋ยวก็บังเอิญรู้ เดี๋ยวก็บังเอิญเห็น บางคราวก็บังเอิญได้ยิน ตอนที่เซวียนซือซืออ่านเธอก็ยังขำคิกคัก แต่พอได้มาอยู่ในร่างนี้และได้ตรัสรู้ว่าเธอคือตัวร้ายผู้มากับคำว่าบังเอิญ เธอก็รู้สึกว่าขำไม่ออกแฮะ
ตัวร้ายของเื่ยังแอบรู้มาอีกว่า นางเอกดื่มยาปลุกพลังและโกหกคนอื่นว่าพลังของหล่อนตื่นขึ้นโดยธรรมชาติ จึงฉวยโอกาสแจ้งทางการและป่าวประกาศเื่นี้ เมื่อเื่ราวชักจะบานปลายและรู้เข้าถึงเ้าหน้าที่ระดับสูงของสถาบันการศึกษา ส่งผลให้นักเรียนในสถาบันเริ่มคลางแคลงใจในตัวหนิงเิ ทางสถาบันจึงทำการตรวจสอบเื่นี้อย่างละเอียด โดยการวัดค่าพลังของหนิงเิอีกรอบ ซึ่งนางเอกเองก็ยินดีให้ตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ผลปรากฏว่าค่าพลังของเธอเพิ่มขึ้นสองระดับและกลายเป็ผู้มีพลังสายต่อสู้ระดับสูง เื่ราวที่เกิดขึ้นใหญ่โตและส่งผลต่อชื่อเสียงของคนที่ถูกกล่าวหา ดังนั้นนางร้ายจึงถูกลงโทษโทษฐานิ่ประมาทใส่ความ เมื่อรวมกับความผิดเดิมของคดีพ่อแม่ กำไลข้อมือจึงถูกเปลี่ยนเป็กำไลข้อเท้าและถูกโยกย้ายไปอยู่ในที่ดินเขตแดนของอาชญากร
พอเซวียนซือซือได้ทบทวนเื่ราวในนิยายเธอก็รู้สึกถึงความไม่สมเหตุสมผลของผลลัพธ์จากการกระทำของตัวละคร ตัวละครอย่างเซวียนซือซือผิดที่อิจฉาก็จริงอยู่ เธออยากประจานนางเอกและตัดอนาคตนางเอกซึ่งก็ใช่ก็ยอมรับ
แต่นางเอกล่ะ รายนั้นโกหกพกลม แต่บังเอิญโชคดีมีออร่านางเอกได้เจอกับสร้อยนั่น สุดท้ายทำไมจึงมีแต่ตัวร้ายที่ต้องรับผิดชอบกับความผิดของตัวเอง
แม้เื่ราวต่อมานางเอกจะพยายามช่วยเหลือตัวร้ายให้พ้นโทษและไม่เอาผิดก็ตาม อีกทั้งทางการยังได้ลดโทษลงครึ่งหนึ่ง นางร้ายไม่ต้องไปอยู่ในที่ดินรวมดินแดนอาชญากรแต่ระยะเวลาในการพ้นโทษก็มากกว่าเดิมจาก 20 ปีเป็ 40 ปี เมื่อนับรวมกับอายุเดิมของตัวร้ายอีกก็เกือบจะ 80 ปีที่ต้องอยู่เป็ทาส
80 ปีที่ต้องอยู่ที่นี่มันยุติธรรมดีแล้วเหรอ! ดีไม่ดีอาจตายก่อนจะพ้นโทษด้วยซ้ำ
“ฉันจะไม่ยอมอยู่เป็ทาสจนหงำเหงือกเด็ดขาด!” เซวียนซือซือพูดโพล่งขึ้นมาโดยไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยตัวเหม็นกำลังยื่นนิ่งอยู่ด้านหน้าประตูห้องของเธอ
เขาเ็ปและขมขื่นใจอย่างยิ่งยวดเมื่อได้รู้ว่าแท้จริงแล้วพี่สาวแสร้งทำเป็เข้มแข็งต่อหน้าเขา วันนี้คงกลั้นไว้ไม่อยู่แล้วสินะ ไม่รู้ว่ามือเล็กๆ ที่มีตุ่มใสขึ้นของเขาจะช่วยเหลือครอบครัวได้มากน้อยแค่ไหน
เซวียนหยูตาแดงก่ำ เขารีบวิ่งเข้าห้องตัวเองแล้วแอบร้องไห้เงียบๆ ในเมื่อพี่สาวเข้มแข็งต่อไม่ไหว เขานี่ล่ะจะเข้มแข็งและเป็เสาหลักของบ้านแทนเธอเอง
ทางฝ่ายเซวียนซือซือเมื่อได้ระบายความเครียดออกมาแล้ว เธอก็เรียกหน้าคู่มือออนไลน์ออกมาแก้เซ็ง ก่อนจะพบว่าเหรียญในระบบถูกเพิ่มขึ้นถึง 58 เหรียญ
ห้าเหรียญนี้มาจากใคร เถ้าแก่หยวน? เสี่ยวหง?
หญิงสาวกดเข้าไปดูประวัติการเติมเหรียญก็พบว่า 10 เหรียญมาจากเถ้าแก่หยวนจริงๆ ด้วย 8 เหรียญมาจากเสี่ยวหง 10 เหรียญมาจากป้าเฉิน 10 เหรียญมาจากเฉินเสี่ยวโม่และเฉินต้าไห่คนละครึ่ง ส่วน 20 เหรียญสุดท้ายมาจากเซวียนหยู!
โอ้ เธอเพิ่งรู้จริงๆ ว่าสามารถรับค่าความนิยมจากคนที่เคยให้แล้วได้อีกเรื่อยๆ แล้วนี่วันนี้เธอทำอะไรให้เด็กน้อยประทับใจกันหว่า?
สงสัยกล้วยกับนมพาสเจอร์ไรซ์จะอร่อยละมั้ง และเพื่อตอบแทนที่น้องชายตัวน้อยให้คะแนนเธอมากกว่าใคร เซวียนซือซือจึงใช้เหรียญเ่าั้เลือกดูของในคู่มือออนไลน์ ในเมื่อตอนนี้เธอมีความรู้ในฐานะผู้อ่านที่พอจะเข้าใจโลกนี้อยู่บ้าง ดังนั้นเหรียญเ่าั้จะต้องนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอและน้องชายให้มีจุดจบต่างจากที่เขียนไว้ในนิยาย
สายตาของเธอเลื่อนดูสินค้าไปเรื่อยๆ เซวียนซือซือรู้สึกว่าการแสดงผลค่อนข้างง่อย ไม่มีหมวดหมู่สินค้า ไม่มีการเรียงลำดับราคา ไม่มีการให้ป้อนคำค้นหา ช่างน่าอนาถใจเสียจริง
ขณะที่บ่นงุบงิบในใจ หน้าจอก็เลื่อนมาถึงสินค้าฟรีชิ้นหนึ่งที่เธอมองข้ามไม่ได้อ่านรายละเอียด
มันคือเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดงที่พ่อฝากซื้อ
เซวียนซือซือแทบจะบ้าคลั่งเมื่อเห็นรายละเอียดสินค้าที่มีสรรพคุณแตกต่างไปจากเดิม บอกได้คำเดียวว่า
“เจ๋งโคตร!”
[กระทิงแดงสรรพคุณ: เครื่องดื่มชูกำลังช่วยปลุกพลังิญญาของผู้ดื่มโดยไม่มีผลข้างเคียง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
*คำเตือน ห้ามดื่มเกินวันละสองขวด สตรีมีครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีไม่ควรรับประทาน]
เธออยากะโกอดพ่อจริงๆ ที่ฝากซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง มันช่วยชีวิตเธอได้มากเลยทีเดียว ไม่เป็ไรถึงจะไม่ได้รับความรักจากผู้แต่งแต่เธอก็ได้รับความรักจากพ่อและแม่ ฮิฮิ
นิยายก็นิยายเถ๊อะ มาเจอตัวบั๊กอย่างเธอหน่อยจะเป็ไง!
‘ฮัลโหลเวิร์ล ฉันไม่กลัวแล้วจ้ะโลกใบนี้ มาเลยพี่น้องมาเลย!!’
เซวียนซือซือออกจากห้องพร้อมกับขวดกระทิงแดงด้วยความอารมณ์ดี นอกจากเครื่องดื่มชูกำลังสามขวดที่ได้มาฟรีๆ แล้ว เธอก็กดซื้อข้าวสาร ไข่ไก่และหมูบดมาด้วย แน่นอนว่าเหรียญความนิยมไม่สามารถใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้ ของสิ่งไหนที่ฟรีมีให้ใช้ก็ใช้ไปก่อน อย่างผักกะหล่ำปลีนี้ก็ยังไม่ต้องซื้ออย่างอื่นมาเพิ่ม แค่เปลี่ยนเมนู ใส่อันนั้นนิด เติมอันนี้หน่อยก็อร่อยเหาะแล้ว
การปรุงอาหารของที่นี่จะเป็การใช้เตาพลังงานจากคลื่นความร้อน ซึ่งไม่ค่อยเป็ที่นิยมสักเท่าไรเพราะผู้คนรัปประทานอาหารเหลวสังเคราะห์เป็อาหารหลักกันมากกว่า แต่กฎระเบียบในการสร้างเคหสถานที่เป็ที่อยู่อาศัยได้ถูกกำหนดไว้ว่าทุกครัวเรือนจะต้องติดตั้งเตาและเครื่องกรองน้ำ
ทั้งน้ำและดินเป็พิษจากรังสีแทบทั้งสิ้น หากไม่กรองน้ำก่อนก็ไม่สามารถดื่มได้ แต่ถึงแม้จะกรองแล้วรังสีและสารพิษในน้ำก็ยังคงเหลืออยู่ แต่ก็พอถูไถให้ดื่มได้และไม่เป็อันตรายต่อร่างกายมากนัก ซึ่งค่าของน้ำก็ประมาณผักเกรด C
มื้อนี้เซวียนซือซือทำเป็กะหล่ำปลีหมูสับผัดซอสหอย ไข่ตุ๋น กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก่อนจะตบท้ายด้วยองุ่นหวานฉ่ำ ส่งผลให้อารมณ์เศร้าซึมของว่าที่เสาหลักของบ้านอย่างเซวียนหยูหายไปในทันที
เด็กชายถูกดึงดูดด้วยอาหารปรุงมือแปลกๆ หลายอย่างจนเขาไม่รู้กินสิ่งใดก่อนดี จนผู้เป็พี่ต้องคอยตักให้พร้อมกับบอกว่ากินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด
หลังจากที่ทั้งสองคืนเดินย่อยอาหาร เซวียนซือซือจึงเรียกน้องชายเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน รอบด้านเงียบสงบมีเพียงหัวใจของเธอและคนตรงหน้าที่เต้นตุบๆ
ฝ่ายหนึ่งก็ตื่นเต้นที่จะได้ปลุกพลังจากที่เธออ่านฉลากคำเตือนนั้นเขียนไว้ว่าอายุต่ำกว่า 10 ปีไม่ควรดื่ม แต่นี่น้องชายเธออายุ 10 ปีพอดิบพอดี แม้ในนิยายจะไม่เคยกล่าวถึงแต่เธอก็อยากลอง ส่วนอีกฝ่ายอย่างเสี่ยวหยูก็ตื่นเต้นเพราะกลัวจะได้ยินข่าวร้ายจากการที่พี่สาวไปในเมือง
“เสี่ยวหยูรู้จักการปลุกขึ้นของพลังิญญาหรือเปล่า” เซวียนซือซือยิงคำถามออกไป และเป็อย่างที่เธอคิดเด็กน้อยส่ายหน้า
“อืม ถ้าอย่างนั้นพี่จะเล่าให้ฟัง การปลุกพลังิญญาก็หมายถึงการที่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งปลุกพลังิญญาของเรา ในตัวเราจะแบ่งออกเป็กายหยาบและจิติญญา กายหยาบก็คือร่างกาย อวัยวะต่างๆ หู ตา จมูก แขนขา ส่วนจิติญญาก็คือส่วนที่ลึกสุดในร่างกายที่นอนหลับอยู่ มันจะไม่ตื่นจนกว่าจะมีตัวกระตุ้นไปปลุก แต่ตัวกระตุ้นก็มีหลายแบบ บางคนอาจถูกกระตุ้นจากธรรมชาติโดยบังเอิญ บางคนก็ใช้ตัวช่วย”
เซวียนซือซือเล่ารายละเอียดของการตื่นขึ้นของพลังิญญาโดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังเล่าอย่างละเอียดเพราะเธอคิดว่าเขาโตพอที่จะรับรู้มันได้แล้ว ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
“หมายความว่าของที่อยู่ในขวดนี้คือน้ำยาปลุกพลังที่ไม่มีผลข้างเคียงใช่ไหมฮะ”
“ใช่แล้ว เสี่ยวหยูเชื่อใจพี่สาวหรือเปล่า พี่ไม่บังคับเรานะ ถ้ากลัวจะรอให้พี่กินไปสักระยะ หนึ่งวัน หนึ่งเดือน หนึ่งปีเพื่อดูผลลัพธ์ก็ได้ นายยังอายุน้อยอยู่มีเวลาอีกเยอะ” พอนึกถึงอายุตัวเองเซวียนซือซือก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี ในโลกก่อนเธออายุ 27 ปี แต่พอมาอยู่นี่กลับกลายเป็เด็ก 20 อีกครั้ง นี่มันช่าง...
เอาเถอะ ใครกันจะไม่ชอบที่ตัวเองยังเด็กอยู่
เซวียนหยูสูดลมหายใจเข้า ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบขวดกระทิงแดงขึ้นมาด้วยท่าทางสุขุม ใครกลัวกันล่ะ! เขาคือผู้นำครอบครัวจะให้พี่สาวดื่มมันก่อนได้อย่างไร
เด็กตัวน้อยตอนนี้เท่มาก เสียอย่างเดียว...
“พี่สาว ผมเปิดฝาไม่เป็ ฮึบ เปิดยังไงก็ไม่ออก ฮือๆ” เด็กน้อยพูดด้วยท่าทางชวนขบขันเพราะตอนนี้ใบหน้าของเขาแดงก่ำเพราะการพยายามที่จะเปิดฝาขวดเครื่องดื่มชูกำลัง
มุมปากของเซวียนซือซือกระตุก หมดกันท่าทางสุดเท่ เธอเปิดเครื่องดื่มชูกำลังทั้งสามขวดแล้ววางเรียงกันไว้ โดยสำหรับเสี่ยวหยูหนึ่งขวดก็เพียงพอแล้วเพราะยังเด็กอยู่ ส่วนเธอขอดื่มสองไปเลยก็แล้วกัน