6
หยางเจียจิ้งได้นัดเทียนจื่อเวยกินอาหารที่โรงเตี๊ยมฟู่กุ้ยถึงเจอกันมาสามวันหยางเจียจิ้งก็ได้แต่นั่งนิ่งทำหน้าตาเ็าใส่ก็เท่านั้นเสนาบดีเทียนซื่อกับบุตรีพยายามชวนคุยส่วนมากก็ยกยอปอปั้นบุตรีของตนให้เขาฟังจนเขาต้องส่งสายตาอำมหิตให้หุบปากทั้งสองจึงจะสงบปากสงบคำลงนั่งนิ่งแทบไม่กล้าขยับการกินอาหารมื้อนี้ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศน่าอึดอัดเฉกเช่นสามวันที่ผ่านเขาต้องทนอีกเพียงสามวันเท่านั้นก็จะจบเสียทีเขาจะได้ไปหาตัวเ้าขอทานตัวแสบนั่นแล้วจับมาให้คนรุมกระทืบหนอนน้อยเสียให้เข็ด
“อีกสามวันมีงานเทศกาลหยวนเซียวว่างหรือไม่ ที่นี่เห็นพลุงามนัก” เสียงเ็าเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบงันทำให้สองพ่อลูกนิ่งอึ้งไปครู่ก่อนดวงตาจะส่องประกายตอบรับคำอย่างกระตือรือร้นไม่เก็บท่าทีแม้แต่น้อย
“ว่างขอรับ...วันงานเทศกาลข้าน้อยกับบุตรสาวจะมารอท่านอ๋องที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ”
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ เปิ่นหวางมีอีกหลายสิ่งต้องกระทำไม่รบกวนพวกเ้าแล้ว นี่ให้เ้า” หยางเจียจิ้งวางปิ่นหยกแล้วเดินออกไปทันทีปิ่นหยกอันนี้คืออันที่เขาซื้อตอนเจอเ้าขอทานตัวแสบขโมยถุงเงินเขาตั้งใจซื้อมาไว้เพื่อให้เทียนจื่อเวยเพื่อให้แผนการดูสมจริงขึ้น
“ท่านพ่อ เช่นนี้ถือว่าท่านอ๋องชมชอบข้าใช่หรือไม่” เทียนจื่อเวยหยิบปิ่นหยกมาลูบไล้ด้วยสายตาหลงใหลถึงแม้มันจะเป็แค่ปิ่นหยกที่ดูธรรมดาก็ตาม
“คงเป็เช่นนั้นกระมังแต่เพื่อไม่ให้สิ่งใดผิดพลาดบิดาได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้วเ้าจะได้แต่งเข้าวังของชินอ๋องอย่างไม่ต้องสงสัย”เสนาบดีเทียนซื่อเอ่ยกับบุตรีอย่างมั่นใจดวงตาส่องประกายความแน่วแน่ออกมาเขาเชื่อว่าแผนนี้จะไม่ผิดพลาด
ผ่านมาสามวันแล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียทีเขาจะไม่ยอมให้เกิดเื่ผิดพลาดขึ้นเป็อันขาดเขาไม่อยากเป็เฉกเช่นน้องแปดหยางเจียจิ้งยังจำได้ดีว่าน้องแปดโดนโทษทัณฑ์เช่นไรที่ทำงานไม่สำเร็จจึงประทานสมรสและถูกขังในห้องหอเจ็ดวันกับหญิงอัปลักษณ์นิสัยร้ายกาจนางนั้นมิอาจก้าวออกจากห้องหอได้แม้แต่ก้าวเดียวนั่นยังไม่เท่าไหร่ถ้าไม่ใช่ฮ่องเต้ถ่อยผู้นั้นสั่งคนให้วางยาปลุกกำหนัดในอาหารทุกวันที่อยู่ในห้องหอหากไม่ยอมกินก็โดนกำยานหาสารพัดแผนการจนได้ดั่งใจหวังจนหญิงสาวนางนั้นตั้งครรภ์
หากแต่์กับไม่เข้าข้างฮ่องเต้บัดซบนั่นให้ได้เกษมสำราญบนความทุกข์ของผู้อื่นนานนักนางได้คลอดธิดาแล้วตายจากไปหาไม่แล้วนางคงได้สร้างความวุ่นวายให้น้องแปดอีกไม่น้อย
เกรงว่าทางเ้าเมืองเทียนซื่อคงอดใจรอแทบไม่ไหวแล้วเป็แน่ถึงได้ส่งพ่อบ้านมาดักกลางทางกลัวเขาผู้นี้ไม่ไปหรืออย่างไรมิต้องกลัวว่าข้านั้นจะไม่ไป ข้าจะไปแน่นอนพร้อมของขวัญล้ำค่าชื่อว่าความพินาศไปมอบให้พวกเ้า
“ก๊อกๆคุณหนูข้าน้อยมาส่งยาขอรับ
“เข้ามาได้ วันนี้เหตุใดจึงมาช้ากว่าปกติเล่า”น้ำเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเลยเวลามานานพอสมควร
“วันนี้มีงานเทศกาลหยวนเซียวขอรับแขกเยอะมากเลยทำให้มาส่งยาคุณหนูช้าขออภัยด้วยขอรับ”
“ช่างเถิดเ้ารีบลุกขึ้นข้าแค่แปลกใจเท่านั้น มิได้จะเอาความอันใดกับเ้าเสียหน่อยไม่ต้องลนลานเพียงนั้นได้หรือไม่”น้ำขิงเอ่ยอย่างเบื่อหน่ายเมื่อเห็นเสี่ยวเอ้อที่คุกเข่าลงแล้วรีบร้อนอธิบายขอโทษเธอหากเป็เมื่อก่อนเธอคงจะมีความสงสัยบ้างว่าเื่แค่นี้จะต้องคุกเข่าทำไมแต่เมื่อเธอเจอมากับตัวเองเกือบเดือนเธอก็ทำใจกับยุคที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ได้แล้ว
“ขอรับคุณหนูท่านไม่ออกไปชมงานเทศกาลหยวนเซียวหรือขอรับ มีทั้งงิ้ว การแสดงปาหี่ ร้านรวงมาตั้งมากมายทีเดียว”
“น่าสนุกเช่นนั้นเลยหรือตอนนี้ร่างกายข้าดีขึ้นมากแล้วออกไปเดินชมบรรยากาศงานเทศกาลก็ดีเหมือนกันขอบใจเ้ามาก”
“ขอรับข้าน้อยขอตัวไปทำงานก่อนนะขอรับปะเดี๋ยวเถ้าแก่จะหาว่าข้าแอบอู้งาน”
“ไปเถิด หากข้ากลับมาแล้วให้คนเตรียมน้ำอาบให้ข้าด้วยแล้วกัน”
“ได้ขอรับ
น้ำขิงพอใจกับโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ยแห่งนี้มากไม่ว่าอะไรก็สั่งได้ดูแลบริการแขกดีมีความปลอดภัยที่สำคัญไม่ยุ่งเื่ของแขกเกินความจำเป็ไม่เช่นนั้นสภาพของเธอตอนเข้าพักกับเงินในกระเป๋าขัดแย้งกันเพียงนั้นเป็ที่อื่นไม่แจ้งทางการก็อาจจะขโมยเงินเธอแล้วไล่ออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้วเพราะคงไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าเงินนี้เป็ของเธอ
น้ำขิงจัดแจงล้างหน้าแต่งตัวออกไปเที่ยวงานเทศกาลเธอตื่นตาตื่นใจกับเทศกาลโบราณนี้มากโคมหลากสีต่างลอยล่องขึ้นไปช่างสวยงามไม่มีที่ติ ได้ลองกินซานจาเคลือบน้ำตาลอืม...เขาเรียกว่าอะไรนะ? อ้อ ถังหูลู่หวานๆเปรี้ยวๆ อร่อยดีเหมือนกัน แวะชิมของกินแปลกตาอีกนิดหน่อย ก่อนเดินสอบถามทำเลค้าขายเธอถามมาหลายที่เื่ทั้งบ้านและทำเลขายของก็พอมีน่าสนใจหลายที่หากแต่เงินของเธอไม่น่าจะพอนี่สิ
เธอเดินสำรวจจนทั่วทั้งเหนื่อยและเหมื่อยล้าจึงคิดกลับไปอาบน้ำพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมเธอยอมใจคนจีนยุคนี้จริงๆที่สามารถเดินได้หลายร้อยลี้โดยไม่บ่นเธอเดินแค่ในงานก็แทบเดินต่อไม่ไหวแล้วหากแต่ก่อนถึงโรงเตี๊ยมสายตาของเธอเหลือบเด็กขอทานคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ด้วยความที่เป็คนไทยใจนางงามรักเด็กเธอจึงเดินเข้าไปถามแต่เด็กคนนั้นไม่ยอมตอบเอาแต่ร้องไห้สายตาก็จ้องซากขนมที่แบนติดพื้นมีรอยรองเท้าอย่างไม่ละสายตาเธอจึงพอจะเดาออก เธอจึงส่งห่อหมั่นโถวกับถังหูลู่อีกหนึ่งไม้ให้เด็กน้อย เด็กน้อยเมื่อเห็นดังนั้นก็หยุดร้องไห้เอื้อมมือมารับอย่างดีใจก่อนขอบคุณเธออยู่หลายครั้ง เฮ้อ รู้สึกจะใช้เงินมือเติบไปหน่อยแล้วเราแต่ทำยังไงได้เธอขี้สงสารนี่นาแล้วอีกอย่างเธอรู้ซึ้งแล้วว่าการหิวโหยเป็เช่นไรที่ต้องอดตายก็มาก ที่ถูกบีบคั้นจนต้องผันตัวไปเป็โจรก็มีอย่างเช่นเธอกับซิ่งฮวานี่ไง หากคนยุคนี้ให้โอกาสคนบ้างปัญหาโจรน่าจะลดลง
เธอกำลังคิดอะไรเพลินๆก็ต้องสะดุ้งใเมื่อมีคนเอาพัดมาสะกิดจากข้างหลัง พอเธอหันไปก็เจอกับบุรุษสามหน้ากากงิ้วยืนกอดอกมองเธออยู่สัญญาณเตือนภัยของเธอดังขึ้นในหัวเธอค่อยก้าวถอยหลังออกห่างบุรุษผู้นั้นเธอไม่เคยรู้จักบุรุษคนไหนนอกจากคนที่เธอขโมยเงินเท่านั้นดูจากการแต่งตัวและรูปร่างแล้วมีโอกาสเป็คนผู้นั้น
“มีอะไรหรือเ้าคะ ท่านเป็ใครกัน” เธอทำใจกล้าเอ่ยถามออกไปอย่างไรวันนี้ผู้คนมากมายเพียงนี้เขาคงไม่ทำอะไรร้ายแรงกับเธอกระมัง
“ข้าน้อยหลิวเทียนเฉิงขอคารวะแม่นาง ต้องขออภัยที่ทำให้แม่นางใ” หลิวเทียนเฉิงกล่าวก่อนปลดหน้ากากออก
“เ้าค่ะ ท่านมีเื่อะไรกับข้าน้อยหรือเ้าคะ” น้ำขิงถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ใช่คนที่เธอคิดแต่ท่านหมอหน้าสวยมีอะไรกับเธอกัน
“คุณหนูพอมีเวลาสนทนากับข้าน้อยสักครู่หรือไม่” เมื่อเห็นท่าทางลังเลของสตรีเบื้องหน้าหลิวเทียนเฉิงจึงผายมือไปทางร้านน้ำชาข้างทางแทนที่จะเป็ในโรงเตี๊ยมที่ปิดมิดชิดเพราะนึกว่านางจะกลัวคำครหาของผู้คน
“ตกลงเ้าค่ะเชิญคุณชายหลิวนำไป”เธออยากรู้จริงๆ ว่าคุณชายผู้นี้อยากคุยกับเธอเื่อะไรกันแน่ หากจะบอกว่าชอบเธอทั้งที่เพิ่งเจอกันเมื่อสามวันก่อนเพียงสบตาอย่างในนิยายก็คงเป็ไปไม่ได้ไหมหากเธองดงามล่มเมืองก็ว่าไปอย่าง สภาพที่เจอกันนี่ห่างไกลกับคำว่างดงามไปไกล
“แม่นางเชิญนั่งก่อนเสี่ยวเอ้อข้า้าน้ำชาหนึ่งกาและเอาอาหารขึ้นชื่อมาสามอย่าง”
“คุณชายหลิวไม่ทราบว่าท่านมีเื่อะไรจะพูดกับข้าน้อยเช่นนั้นหรือ”
“ข้าน้อยเสียมารยาทแล้วเพียงแต่แม่นางเหมือนคนที่ข้ารู้จักเลยอยากจถามไถ่ให้แน่ใจไม่ทราบแม่นางชื่อเสียงเรียงนามว่าอันใดหรือ บอกข้าน้อยได้หรือไม่”
“ข้าน้อยชื่อซิ่งฮวาเป็เพียงหญิงกำพร้า คุณชายหลิวท่านมีอันใดหรือไม่หากมิมีอันใดแล้วข้าน้อยขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวก่อนแม่นางซิ่งฮวาไม่ทราบว่าบิดามารดาของท่านคือผู้ใดหรือข้าน้อยรู้ว่ามันล่วงเกินท่านเกินไปแต่ข้าน้อยมีเหตูจำเป็ที่ต้องทราบให้ได้ขอรับ”
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาเป็ใครเพราะข้าไม่มีความทรงจำของพวกเขาเหลืออยู่ข้าถูกทิ้งไว้ในป่าตอนห้าขวบปีท่านหมอบอกเพราะข้าหวาดกลัวเกินไปจึงเสียความทรงจำไปเท่านี้พอแล้วหรือไม่คุณชายหลิว”
“เพียงพอแล้วขอรับเพียงแต่พรุ่งนี้ข้าขอไปหาท่านที่โรงเตี๊ยมฟู่กุ้ยอีกคราได้หรือไม่เพื่อพิสูจน์อะไรบ้างอย่างให้แน่ใจ”
“ข้าน้อยมิขัดข้องเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลา คุณชายไม่ต้องส่ง”น้ำขิงรีบลุกย่อตัวคารวะแล้วรีบเดินออกโดยไม่แม้แต่หยุดฟังว่าคุณชายหลิวผู้นั้นจะกล่าวอะไรอีกหรือไม่ในใจกำลังสับสนไปหมดเธอรู้ว่าอีกฝ่ายอาจเป็ญาติของน้องซิ่งฮวาก็ได้พล๊อตแบบนี้เจอในนิยายบ่อยๆแต่เธอยังไม่พร้อมเจอเร็วแบบนี้นี่ ยังไม่ได้เตรียมใจเลย
อีกมุมหนึ่งในห้องส่วนตัวชั้นสองของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ยสองพ่อลูกสกุลเทียนได้ปรึกษาหารือกันเื่ของชินอ๋อง“ท่านพ่อไม่ว่ายังไงข้าต้องได้เป็หวางเฟยในชินอ๋อง ท่านพ่อต้องช่วยลูกนะเ้าคะท่าน พ่อ.... ท่านต้องช่วยลูก” เทียนจื่อเวยนางรบเร้ากับบิดาตนให้ช่วยนางให้ได้ขึ้นเป็หวางเฟยในชินอ๋องให้จงได้
“จื่อเวยลูกรักเ้าไม่ต้องกังวลไปพ่อได้เตรียมยาเจ็ดทิวาราตรีเยือนมาแล้วเผลอๆอาจไม่ใช่แค่เ้าได้เป็หวางเฟย อาจได้อ๋องน้อยเป็ของแถม ฮ่าๆ”เ้าเมืองเทียนซื่อเอ่ยกับบุตรสาวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุข
“ทำเช่นไรหรือเ้าคะท่านพ่อ บอกข้าได้หรือไม่”เทียนจื่อเวยเอ่ยถามบิดาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“นี่อย่างไรเล่า” เ้าเมืองเทียนซื่อชูขวดกระเบื้องลวดลายสวยงามขึ้นมาเปิดฝาให้บุตรสาวดูสิ่งที่อยู่ข้างในอย่างโอ้อวดเขาดั้นด้นหาสิ่งนี้มาไว้นานแล้วเพื่อบุตรสาวที่รักยิ่งของเขา
“ท่านพ่อ!!นี่มัน...” เทียนจื่อเวยเมื่อมองของข้างในก็ต้องใจนร้องเรียกบิดาเสียงหลงร่างกายนางพลันสะท้านเฮือก นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองบิดาก่อนจะเอ่ยต่อว่า “เพียงแค่น้ำเปล่า? เอามาให้ข้าดูทำไมเล่าเ้าคะ”
“เพ้ย!! เหตุใดบุตรสาวข้าถึงได้โง่งมนักหากเป็เพียงน้ำเปล่าจริงบิดาจะเอามาให้เ้าดูทำไมนี่คือยาเจ็ดทิวาราตรีเยือนต่างหากเล่า ยาชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่นเ้าจึงมองมันเป็เพียงน้ำเปล่า”
เ้าเมืองเทียนซื่อได้บอกเล่าแผนการแก่บุตรสาวยาเจ็ดทิวาราตรีเยือนนั้นคล้ายยาปลุกกำหนัด เพียงแต่มีฤทธิ์ร้ายแรงกว่าเพราะยาเจ็ดทิวาราตรีเยือนคือยาพิษดีๆนี่เองเนื่องจากยาตัวนี้ทำให้เกิดกำหนัดอย่างรุนแรงแล้ว ถ้าไม่ร่วมเสพสมกับสตรีที่เป็ธาตุหยินแล้วละก็จะต้องเ็ปเจียนตายเป็เวลานานถึงเจ็ดวันแล้วเืจะไหลออกเจ็ดทวารจนตายในที่สุดยาชนิดนี้หาได้มียาแก้พิษไม่ วิธีเดียวที่จะแก้พิษชนิดนี้ได้คือต้องเสพสมกับสตรีเพียงเท่านั้นที่สำคัญต้องเสพสมทุกเจ็ดวันอย่างน้อยหนึ่งครั้งจนครบสี่สิบเก้าวัน พิษจะสลายไปในที่สุดหากแต่ต้องเสพสมกับสตรีที่มีสัมพันธ์ด้วยครั้งแรกที่ถอนพิษ มิอาจเสพสมกับสตรีนางอื่นได้มิฉะนั้นก็ต้องเ็ปเจียนตายจนเืออกทวารทั้งเจ็ดตายไปอยู่
“ท่านพ่อ มันจะไม่รุนแรงไปหรือเ้าคะข้าว่าใช้ยาปลุกกำหนัดแบบธรรมดาก็น่าจะเพียงพอแล้วเ้าค่ะ”เทียนจื่อเวยมีสีหน้าลังเลก่อนที่จะเอ่ยกับบิดาของตน
“ไม่รุนแรงไปหรอกลูกรักบิดากลัวว่ายาปลุกกำหนัดธรรมดาจะไม่ได้ผลกับชินอ๋องเป็แน่แล้วอีกอย่างถึงจะได้ผลแต่เพียงครั้งเดียว เ้าจะไม่ได้เป็ชายาเอก ท่านอ๋องต้องแต่งเ้าเป็ชายารองเป็แน่ไม่สิตอนนี้คงได้เป็แค่อนุภรรยาเท่านั้นพ่อทำแบบนี้เ้าจะได้ตั้งครรภ์แล้วได้เป็ชายาเอกอย่างที่เ้าปรารถนา”เ้าเมืองเทียนซื่อเอ่ยกับบุตรสาวมือหนายกขึ้นมาลูบหัวบุตรสาวที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจถึงแม้นางจะรูปโฉมไม่งดงามนัก แต่เขาก็รักและถนอมนางมากอยากให้นางได้สมปรารถนาทุกอย่าง
ชินอ๋องหยางเจียจิ้งนั้นถึงจะหล่อเหลาแต่ก็อำมหิตและเ็าอีกทั้งวรยุทธ์เป็เลิศยาปลุกกำหนัดแบบธรรมดานั้นคงใช้ไม่ได้ผลกับชินอ๋องหยางเจียจิ้งและหากเป็เช่นนั้นอาจนำภัยมาให้ตัวเขาแล้วบุตรสาวได้
เขาคิดเื่นี้มาอย่างรอบคอบแล้วั้แ่เมื่อหกวันก่อนที่ชินอ๋องปรากฎตัวตำแหน่งชายาเอกในจวนชินอ๋องนั้นว่างอยู่ท่านอ๋องมานั่งทานอาหารที่โรงเตี๊ยมฟู่กุ้ยตรงกับวันนั้นที่เขาพาบุตรสาวมานั่งกินขนมของโปรดพอดีตัวเขาจึงพาบุตรสาวเดินเข้าไปทำความเคารพต่อชินอ๋องหยางเจียจิ้งพอเป็พิธีแต่ใครจะนึกว่าชินอ๋องหยางเจียจิ้งจะเชิญตนกับบุตรสาวให้ร่วมโต๊ะด้วยถึงแม้ชินอ๋องจะไม่ทรงตรัสอันใดมากแต่พระเนตรกลับจ้องจื่อเวยตลอดเวลาในสายตาไม่ปรากฎความรังเกียจออกมาแม้เพียงนิดแต่ก็ไม่มีแววตาสนใจรักใคร่ให้เห็นจนตนอดคิดไม่ได้ว่าท่านอ๋องอาจจะสนใจของแปลกแค่ก ๆ สาวอวบสักหน่อยกระมัง
แต่จนแล้วจนรอดชินอ๋องหยางเจียจิ้งก็ไม่แสดงท่าทีหรือเอ่ยอันใดออกมาเลยกับเป็บุตรสาวที่รักยิ่งของเขาที่เสน่หาชินอ๋องจนร่ำร้องไห้เขาหาวิธีให้นางได้แต่งเข้าวังชินอ๋องจนเมื่อสามวันก่อนที่ท่านอ๋องประทานปิ่นปักผมให้บุตรสาวของเขาเขาจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมาเพราะอย่างน้อยท่าอ๋องก็น่าจะมีใจให้กับบุตรสาวของเขาอยู่บ้าง
ส่วนเหตุที่เขาต้องใช้ยาเจ็ดทิวาราตรีเยือนนั้นเพราะท่าทางของชินอ๋องมันคลุมเครือเกินไปหากใช้เพียงยากำหนัดธรรมดาแล้วชินอ๋องไม่ได้ชมชอบบุตรสาวของเขาอย่างที่คาดไว้ละก็บุตรสาวของเขาคงถูกฆ่าตายภายในดาบเดียวเป็แน่
เขาจึงจำเป็ต้องใช้ยาเจ็ดทิวาราตรีเยือนที่มีผลนานต่อเนื่องถึงสี่สิบเก้าวันเมื่อพ้นสี่สิบเก้าวันแล้วอย่างไรชินอ๋องก็ไม่อาจไม่รับผิดชอบบุตรสาวเขาได้ถึงแม้จะรู้ภายหลังว่าเขาวางยาปลุกกำหนัดแต่ก็คงไม่ได้รับโทษมากนักอีกทั้งท่านอ๋องต้องเพิ่งบุตรสาวของเขาถอนพิษอีกด้วยจึงทำให้เขามีความกล้ามากขึ้นเมื่อบุตรสาวของเขาตั้งครรภ์เื่ราวที่โดนวางยานี้ท่านอ๋องยังจะเอาเื่อีกหรือ