[New Life] อิสระของชีวิต

    [63] คนที่รอ

    [63] คนที่รอ
    “หลังจากที่อดัมตัดสินใจจะแต่งงานกับสาวไทยคนหนึ่ง อดัมก็กลับมาที่บ้าน คุณท่านโมโหมากและออกปากสั่งให้ฉันเป็นคนไปฆ่าเขา”อเลนเล่าเรื่องที่ตัวเองได้รับคำสั่งจากนายเหนือหัวให้แก่บรรดาเพื่อนร่วมงานและเพื่อนตายอีกสามคนได้ฟัง วันนั้นมันเป็นวันที่เขาไม่เคยลืม เพราะมันเป็นคำสั่งที่อเลนไม่มั่นใจสักนิดว่าตัวเองจะทำได้ การที่ต้องฆ่าคนที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนที่อยู่ร่วมกันมาแทบจะทั้งชีวิตคนนั้นน่ะ......วันนั้นหลังจากอดัมเดินออกจากบ้านไปอย่างผ่าเผย คุณท่านก็สั่งให้เขาเข้าพบ ยังไม่ทันจะได้ทำความเคารพหรือทักทาย คุณท่านก็ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด...ท่านไม่ได้เก็บอารมณ์ไว้ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉยเหมือนปกติ ท่าทางเกรี้ยวกราดพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ราวกับว่าขีดความอดทนมาจนถึงขีดสุดแล้ว“ตามไปฆ่าไอ้ลูกไม่รักดีคนนั้นซะอเลน อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตรอดออกจากประเทศนี้เป็นอันขาด”“คุณท่าน! แต่อดัมน่ะเป็นผู้สืบทอดคนเดียวของตระกูลนะครับ คุณท่านจะให้ฆ่าอดัมจริงๆ เหรอครับ!?” อเลนรีบร้อนหาเหตุผลมาทักท้วงคำสั่ง แต่คำตอบที่ได้รับก็ยังคงเป็นคำตอบเดิม“ฉันไม่เคยสั่งสอนให้แกถามซ้ำ นี่เป็นคำสั่งตามไปฆ่ามันซะ”“...รับทราบคำสั่ง”อเลนได้แต่โค้งตัวแล้วหมุนกายเดินออกจากห้อง ก่อนที่จะเดินออกไปสายตาที่ฉับไวของเขาทันเห็นสายตาของคนที่ออกคำสั่งอันแสนโหดร้าย นัยน์ตานั่นสั่นระริก ดูเหมือนผู้เป็นนายก็ไม่ได้อยากจะฆ่าลูกในไส้ของตัวเองอย่างที่ปากว่า อเลนจึงตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แม้การตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นการพาตัวเองเดินไปสู่ปากเหวแห่งความตาย แต่อเลนไม่อยากทำในสิ่งที่จะทำให้ตนเองต้องมาเสียใจภายหลัง แน่นอนว่ารวมถึงผู้ที่เอ่ยปากออกคำสั่งคนนั้นด้วย...หากอดัมตายไปจริงๆ คุณท่านนั่นแหละที่จะเสียใจที่สุด...อเลนมาดักรอเป้าหมายอยู่ในสนามบิน พออดัมเดินเข้ามาในระยะสายตา เขาก็ไม่รีรอเดินเข้าไปประชิดตัว ปืนคู่มือสีดำสนิทถูกยกขึ้นมาภายใต้เสื้อโค้ทตัวหนา ปลายกระบอกปืนแนบเข้ากับแผ่นหลังของคนคุ้นเคย “อย่าขยับและอย่าส่งเสียงโวยวาย”อดัมชะงักฝีเท้า หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่แล้วเบนสายตากลับไปมอง คนรอบตัวยังคงเดินไปเดินมา ไม่มีใครรับรู้ถึงภัยอันตรายที่อยู่ใกล้ตัว“แด๊ดส่งนายมาฆ่าฉันงั้นสิ?”“ใช่”อดัมส่งเสียงเหอะในลำคอ ในปากรู้สึกขมฝาด เจ็บร้าวอยู่ในอกที่พ่อบังเกิดเกล้าดูจะรักตระกูลและสายเลือดยิ่งกว่าลูกแท้ๆ อย่างตนเอง แต่เนื่องจากไม่ได้คิดจะยอมตายง่ายๆ เขาเลยพยายามกวาดตาหาทางหนีทีไล่ ในขณะที่ปากก็พยายามพูดถ่วงเวลา“ถ้าไม่ใช่นายฉันก็คงจะไม่ปล่อยให้เข้าประชิดตัวง่ายขนาดนี้แท้ๆ มันผิดที่ฉันคุ้นเคยแล้วก็ไว้ใจนายมากไปสินะ แย่จริงๆ”“อย่าเสียเวลาเล่นลิ้นเลยอดัม ฉันรู้จักนายดี”“...เฮ้อ...ก็สมกับที่เป็นนายล่ะนะ งั้นก็ลั่นไกเลยสิ มัวรีรออะไร?”เพราะต่างฝ่ายต่างรู้จักกันดี อดัมถึงได้รู้ว่าอเลนทำตัวไม่เหมือนที่เคย หากเป็นเป้าหมายสังหาร อเลนจะฆ่าโดยไม่แม้แต่จะปรากฏตัวให้เห็น ไม่มีทางมาเสียเวลามายืนคุยแบบนี้หรอก“ฉันจะปล่อยนายไป แล้วฉันจะรายงานคุณท่านว่าฆ่านายทิ้งไปแล้ว”“อย่าบ้าไปหน่อยเลย ทำแบบนั้นนายนั่นแหละที่จะตาย” ต่อให้นึกไม่ถึงว่าอเลนตั้งใจจะทำแบบนั้น แต่อดัมก็รีบท้วง เนื่องจากเขาคือหนึ่งในคนที่รู้ดีที่สุดว่าคนที่ขัดคำสั่งหรือทำงานผิดพลาดจะมีจุดจบยังไง ยิ่งหากถูกจับได้ว่าโกหกล่ะก็...“ก็นะ ฉันเป็นคนที่นายไว้ใจ ถ้านายหนีไปก็เดาทางนายได้มากที่สุด คุณท่านเลยให้คำสั่งนี้แก่ฉัน แต่คุณท่านก็คงลืมไปว่าฉันก็เป็นคนที่ฆ่านายไม่ลงมากที่สุดเช่นกัน”“อเลนนาย...” “ไปซะ หนีไปจากตระกูลที่นายไม่ต้องการแบกรับ ใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างคนธรรมดาแบบที่นายอยากเป็น ใช้ชีวิตเผื่อในส่วนของฉันด้วยล่ะ”อเลนยิ้มบาง ปืนที่จ่อหลังอดัมอยู่ถูกเอาออก มือหนาตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ เขาตั้งใจจะบอกลาแต่อดัมกลับหันกลับมากอดคอเขาไว้ คำพูดของอดัมเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อเลนถูกส่งมาทำงานนี้ ใช่...เพราะอดัมจะไม่ยอมทิ้งเพื่อนให้ตายอยู่ที่นี่“ฉันจะหนีไปแล้วปล่อยให้นายกลับไปตายได้ยังไง หนีไปด้วยกันเถอะ นายเองก็ไม่เคยอยากฆ่าคนนี่ ไปมีชีวิตธรรมดาปกติสุขด้วยกันเถอะ!”“นายนี่มัน...” อเลนยิ้มออกมาจากใจ ปฏิเสธไม่ลงว่าเขาก็อยากจะทำอย่างที่อดัมเสนอ แต่แล้วสุดท้ายเขาก็ต้องผลักร่างของเพื่อนออกห่าง “อย่าบ้าไปหน่อยเลย แอชลีย์มีพระคุณต่อฉัน ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ทรยศคุณท่าน ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อคุณท่าน อดัม”เกิดความเงียบขึ้นรอบตัว อเลนคือเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางทรยศต่อตระกูล แต่อดัมเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปแต่กลับเอาใจออกห่างจากตระกูล ความเห็นและแนวคิดของพวกเขาแตกต่างกันสิ้นเชิง ...หากสามารถสลับตำแหน่งฐานะกันได้ คงดีไม่น้อย ...อดัมมักคิดเสมอว่าถ้าอเลนเป็นลูกแท้ๆ ของแด๊ด แด๊ดคงดีใจมากกว่านี้“อย่าทำหน้าแบบนั้นอดัม นี่เป็นทางที่ฉันเลือก นายเองก็เลือกทางของตัวเองแล้วนี่ หนักแน่นหน่อยสิ ฉันน่ะไม่โทษนายหรอกนะที่ไม่อยากสืบทอดตระกูลต่อ การบังคับฝืนใจไม่ใช่เรื่องที่ดีจริงมั้ย ต่อให้นายที่เกลียดธุริจของแอชลีย์ยอมสืบทอดต่อให้ ไม่นานทุกอย่างก็คงเจ๊งหมดอยู่ดี นายก็แค่ปกป้องแอชลีย์ในแบบของนาย”“ฉันน่ะ...ไม่ใช่อย่างที่นายว่าหรอก ฉันก็แค่ไม่ทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ”อเลนถอนหายใจ ผลักอกเพื่อนเบาๆ ให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังไป ...ถอยออกจากแอชลีย์ ออกจากตระกูล ออกจากโลกธุรกิจสีเทา“จะยังไงก็ช่างเถอะ ใกล้ได้เวลาเครื่องออกแล้ว รีบๆ ไปซะ ไปทำสิ่งที่นายอยากทำ คำโกหกของฉันจะไม่ถูกเปิดเผย ฉันจะไม่ตาย”“สักวัน...เราอาจจะได้พบกัน อเลน”“...สักวันถ้ามีโอกาส หวังว่าจะได้พบกันอีก เพื่อน” ...ต่อให้เป็นโลกหน้าก็ไม่เป็นไรนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าและได้พูดคุย จากนี้เพื่อนสนิทในอดีตจะไม่ได้เดินบนเส้นทางเดียวกันอีกต่อไป ในขณะที่อดัมถอยห่างจากความมืด อเลนจะยิ่งมุ่งตรงเข้าไปในความมืดมือหนายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากด พูดคุยอยู่ไม่กี่ประโยค คนที่โทรตามก็เดินเข้ามาหา ปืนในมือยิงเข้าที่กลางอกโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา“โทษทีนะ แต่ไหนๆ นายก็เป็นคนทรยศ ก็ช่วยตายแบบมีประโยชน์หน่อยจะเป็นไร” อเลนว่าพลางแสร้งหลั่งน้ำตา เดินไปหิ้วร่างหนาออกจากสนามบินช้าๆ วันนั้นเองข้อมูลเท็จที่ว่าอดัม ลูเซียส แอชลีย์ เสียชีวิตเนื่องจากคิดออกจากตระกูลเลยถูกสั่งเก็บ ก็ถูกพูดถึงไปทั่วโลกใต้ดินอย่างช้าๆ ในขณะที่ด้านสว่างนั้นกลับไม่มีข่าวคราวของอดัมอีกเลย...“ไม่ได้ฆ่าอดัมทิ้ง หมายความว่ายังไงอเลน แล้วข่าวลือพวกนั้นอีก?”“อย่างที่รายงาน ผมฆ่าอดัมไม่ได้ครับ ส่วนข่าวลือผมเป็นคนปล่อยออกไปเองเพื่อกลบร่องรอยเรื่องที่อดัมออกจากประเทศไป”อเลนกลับมารายงานสิ่งที่ตัวเองทำต่อคุณท่านอย่างตรงไปตรงมา โดยเตรียมใจไว้แล้วว่าตนเองอาจจะถูกฆ่าตาย คำโกหกของเขาจะไม่ถูกเปิดเผย เพราะเขาจะไม่โกหก ทุกสิ่งที่เขาทำก็เพื่อคุณท่านและเพื่อนของเขาอดัม แม้จะไม่มีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้ก็ตาม“คนที่ถูกวางตัวให้เป็นมือขวาของลูกชายฉันในอนาคต คงรู้ดีสินะว่าโทษที่ขัดคำสั่งจะต้องเจออะไรบ้าง?”“แน่นอนครับ ผมทราบ และพร้อมรับโทษทุกประการ”ปืนที่พกอยู่ในกระเป๋าถูกปลดออกแล้ววางไว้เบื้องหน้า อเลนคุกเข่าลงแล้วหลับตาราวกับพร้อมรับโทษตายที่จะมาถึง ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นเท่าไหร่ ภาระหน้าที่และบทลงโทษก็ยิ่งหนักหนามากขึ้นเท่านั้น“ก่อนหน้านั้นฉันขอถาม ทำไมถึงขัดคำสั่งฉัน?”อเลนเลิกคิ้วแปลกใจน้อยๆ ที่คุณท่านถามหาเหตุผลของการกระทำจากตัวเขาเอง เพราะตอนแรกอเลนคิดแล้วว่าคงตายทันทีที่รายงานจบด้วยซ้ำไป“...เพื่อตัวคุณท่านเอง และเพื่อเพื่อนครับ” เมื่อถูกถามอเลนก็เลือกตอบตามความเป็นจริง ตอบย่างตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่จะทำได้ “อดัมไม่ได้อยากสืบทอด ต่อให้บังคับเขาก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ส่วนคุณท่านก็ไม่ได้อยากฆ่าอดัม หากอดัมตายไปคุณท่านก็มีแต่จะเจ็บปวด”“...”“ผมถึงแสร้งทำเป็นว่าอดัมตายแล้ว และมารายงานคุณท่านตามสิ่งที่ทำเพราะไม่ต้องการทรยศความเชื่อมั่นที่คุณท่านมอบให้ อย่างไรก็ตามหากวันนี้ผมตายและคุณท่านตั้งใจจะฆ่าอดัมจริงๆ ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ผมหวังว่าคุณท่านจะคิดได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไรกันแน่”หลายนาทีผ่านไปเจ้านายผู้เป็นเจ้าชีวิตก็ลุกขึ้นยืน เขาเดินมาหยิบปืนกระบอกนั้นก่อนจะตั้งท่าง้างไก อเลนกลืนน้ำลายเตรียมตัวรับความตายที่ใกล้เข้ามาปัง!!ลูกกระสุนสีทองฝังเข้าที่พื้นข้างตัว อเลนที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนเงยหน้ามองคนเบื้องหน้าด้วยความสับสน แต่คุณท่านก็หันหลังกลับเดินไปนั่งที่เดิมเสียแล้ว“ช่างมัน...ลูกชายของฉันตายไปแล้ว ไอ้เด็กนอกคอกนั่น จะเป็นยังไงต่อไปก็เรื่องของมัน”...คุณท่านในตอนนั้นดูแก่ขึ้นหลายสิบปี แล้วหลังจากวันนั้น คุณท่านก็ไม่เคยถามถึงอดัมอีกเลย...“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าอดัมยังมีชีวิตอยู่แถมยังมีลูกชายด้วย?” อลันว่าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก แต่เมื่อคุณท่านรับทราบและปล่อยผ่าน เขาก็ไม่มีสิทธิค้านการตัดสินใจนั้น“นี่ไง”อเลนเปิดรูปในโทรศัพท์มือถือแล้วยื่นไปตรงกลางวง ภาพๆ นั้นคือภาพของเซ็ทในชุดการแสดง หากเลื่อนต่อจะเป็นข่าวของเซ็ทที่กำลังเป็นข่าวในปัจจุบัน“ศิลปินที่พึ่งมีชื่อในอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้นี่นา แล้วมันยังไงกันล่ะ?” อาเรียเป็นคนแรกที่เห็นแล้วรู้ได้ทันที เพราะนอกจากเธอจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม เธอยังเป็นคนเดียวที่สนใจในวงการบันเทิง สายงานที่เธอทำหน้าที่ดูแลเองก็ยังเป็นสายงานด้านนี้ด้วย“ดูแลงานด้านนี้ได้เสียเปล่ามากอาเรีย ชื่อของเด็กคนนี้น่ะคือเซ็ท อคิราห์ แอชลีย์ ไม่เข้าใจเหรอว่ามันหมายความว่ายังไง?”“เหอะ นามสกุลแอชลีย์มีเป็นล้าน อาจจะไม่ใช่แอชลีย์เดียวกับที่นายเข้าใจก็ได้” อาเรียคัดค้านเสียงแข็ง“เด็กคนนี้เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ภรรยาของอดัมเองก็เป็นคนไทย แถมดูหน้าให้ชัดๆ สิ พวกนายไม่คิดเหรอว่ามันเหมือนใครบางคนที่เรารู้จักกันดี”“จะว่าเหมือนมันก็มีเค้าอยู่บ้าง แต่มันไม่ใช่หลักฐานที่แน่ชัดนะอเลน” เอ็ดดี้ที่นิ่งเงียบมาตลอดพูดขึ้น ตาตี่ๆ ที่แทบมองไม่เห็นนัยน์ตาที่หลบซ่อนอยู่มองตรงไปยังเพื่อนร่วมงาน ราวกับกำลังถามหาหลักฐานของความมั่นใจของเพื่อนสนิท“เพราะมีหลักฐานแน่ชัดแล้วถึงได้พูดต่างหากล่ะ”ภาพคอนโดที่เซ็ทอาศัยถูกวางลงบนโต๊ะ ในบรรดาภาพมากมายจากกล้องวงจรปิดมีภาพที่อดัมและเซ็ทเดินอยู่ข้างกันอย่างชัดเจน เพื่อนทั้งสามต่างก็หยิบภาพขึ้นไปดูแล้วหันมองหน้ากันเอง“เห็นแบบที่ฉันเห็นรึเปล่าอลัน เอ็ดดี้”“ก็เห็นรูปแบบเดียวกับเธอนั่นแหละยัยบ้า ไอ้หมอนั่นยังมีชีวิตอยู่จริงๆ”“ฉันว่าเขาดูมีความสุขดีนะ เห็นแบบนี้ก็ค่อยโล่งอก ว่ามั้ย?”“แต่ภาพแบบนี้คงแฮ็กที่อยู่แล้วไปขอภาพจากกล้องมาสินะ ให้ตายเถอะอเลน ทำอะไรหัดปรึกษากันซะบ้างสิ ถ้าอดัมยังไม่ตายแล้วอาศัยอยู่ที่นั่นมันจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะ” อาเรียฟาดมือลงกับโต๊ะ ทันใดนั้นน้ำตาก็ไหลริน ไม่ว่าจะปาดยังไงก็ปาดไม่หมด“ให้ตายเหอะ อายุปูนนี้แล้วเธอยังชอบอดัมอยู่อีกรึไง ไม่เจียมเอาซะเลย”อลันว่าเหน็บพลางโยนกล่องกระดาษทิชชู่เข้าหน้าหญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม อาเรียยกมือขึ้นรับมันไว้ทันก่อนส่งสายตาเคืองๆ ปนเอือมระอาให้ ราวกับคำพูดที่อลันพูดเป็นเรื่องบ้าบอที่สุดที่เธอเคยฟัง“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้ชอบอดัมแล้ว ก็แค่...เห็นเพื่อนยังไม่ตายแล้วมีความสุขดีแบบที่เอ็ดดี้พูดก็อดดีใจไม่ได้ แล้วก็แค้นหน่อยๆ ด้วย สุขสบายตอนเรายุ่งหัวปั่น มันน่านัก”“ถ้ายืนยันว่ามีชีวิตอยู่จริง งั้นจะลากเจ้าหมอนั่นกลับมาสินะ?” เอ็ดดี้เอ่ยถาม“ไม่ล่ะ จะทำให้หมอนั่นต้องกลับมาเองต่างหาก”“หมายความว่าไงอเลน นายยังกั๊กอะไรเอาไว้อีกเนี่ย รีบๆ บอกมาให้หมดเลย!”อเลนที่ยิ้มมุมปากต้องรีบโบกไม้โบกมือห้ามไม่ให้เพื่อนสาวหัวร้อนไปมากกว่านี้ อลันที่เป็นคนใจร้อนที่สุดยังไม่ใจร้อนเท่าอาเรียในตอนนี้เลย ส่วนเอ็ดดี้ที่ขยันทำตัวเป็นอากาศก็เลือกที่จะนั่งฟังเงียบๆ ตามเดิม ทันใดนั้นตารางการทำงานของเซ็ทก็ถูกวางลงตรงหน้า“ถ้าไปตามก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าเจ้าหมอนั่นจะกลับมา แต่ลูกชายของอดัมจะต้องมาทดสอบงานที่นี่ ถ้าถึงตอนนั้นเรากักตัวลูกไว้ ต่อให้คนพ่อไม่อยากมาก็ต้องมาใช่มั้ยล่ะ”“นายเป็นคนเดียวกับที่ปล่อยอดัมหนีไปโดยไม่ฆ่าจริงๆ เหรอ?”เพื่อนสนิทและควบตำแหน่งเพื่อนร่วมงานทั้งสามต่างคิดไปในทางเดียวกัน อเลนในเวลานี้ดูเจ้าเล่ห์และน่ากลัวยิ่งกว่าเจ้าบ้าจอมอาละวาดอย่างอลันเสียอีก“...ก็นะ ฉันอยากให้คุณท่านได้เจอหน้าลูกกับหลานสักครั้ง แล้วก็อยากให้อดัมได้มีโอกาสกลับมาดูใจคุณท่านด้วย พวกนายก็น่าจะรู้ว่าต่อให้ท่านไม่พูด แต่ท่านก็คิดถึงลูกชายมาตลอดนี่นะ” อเลนว่าพลางทำหน้าเศร้า “ถ้าจะทำก็ต้องมีคนช่วย จะให้พวกลูกน้องช่วยก็คงไม่ดี เพราะงั้นพวกนายช่วยฉันได้มั้ย?”“ฉันไม่แปลกใจ ข้อมูลแน่นขนาดนี้คงเตรียมไว้มาสักพักแล้วสิ เอาสิ ฉันจะร่วมด้วย แต่คราวนี้มีอะไรก็ต้องมาปรึกษากันก่อน ไม่ใช่ทำอะไรคนเดียวแบบนี้”“ฉันก็เห็นด้วยตามอาเรีย แล้วอลันล่ะจะร่วมด้วยมั้ย?” “...ถึงจะยังไม่พอใจอดัม แต่ถ้าเพื่อคุณท่าน จะยอมรับก็ได้ แต่เอาแค่พ่อกับลูกมาก็พอนะ” อลันว่าพลางฉีกรูปอดัมกับภรรยาในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี อดัมในความคิดอลันก็ยังคงมีมิตรภาพหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ผู้หญิงที่ทำให้อดัมทรยศพวกเขา อลันรับไม่ได้ ถ้าให้ดีชาตินี้อย่าได้เจอะอย่าเจอ เพราะเขาไม่แน่ใจว่าถ้าได้พบจะไม่เผลอฆ่าทิ้ง“แล้วจะพาตัวลูกชายอดัมมายังไงดี?”“ก็ลงจากเครื่องก็เข้าชาร์จเลย หรือจะรอให้เขาทดสอบงานเสร็จก่อน?”“วุ่นวาย งานเงินอะไร คนตระกูลแอชลีย์ต้องมาเต้นกินรำกินที่ไหน คุณท่านรู้ต้องไม่พอใจแน่ พาตัวไปขังล่ออดัมมาเลยนั่นแหละดีแล้ว” อลันเสนอ“โหดร้ายไปมั้ย ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นแค่เด็กนะ”“สิบหกสิบเจ็ดสำหรับพวกเราไม่ถือว่าเด็กแล้วน่ะ นอกเสียจากเจ้าหนูนั่นจะไม่เคยรู้เรื่องโลกมืด”สามคนที่ตอนแรกปฏิเสธอดัมสุดฤทธิ์เริ่มหันมาปรึกษากัน เพราะหากเป็นงานทั่วไปพวกเขาจะมีลูกน้องมากมายให้ใช้สอย แต่อดัมสมควรเป็นคนที่ตายไปแล้ว การที่ไม่ให้ความลับเรื่องที่ว่าอดัมยังมีชีวิตอยู่หลุดไปถึงหูพวกศัตรูน่าจะดีที่สุดอเลนพอใจมากที่อย่างน้อยๆ เพื่อนๆ ก็ไม่ปฏิเสธเรื่องอดัมซะทีเดียว จากท่าทีดูแล้วก็ไม่ได้จงเกลียดจงชังอะไร บางทีมิตรภาพระหว่างอดัมกับเพื่อนอีกสามคนที่เหลือคงเกิดขึ้นใหม่ได้ และถ้าให้ดีอเลนก็หวังว่าความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างอดัมและคุณท่านจะเชื่อมกันติด“วันเวลาที่มาถือว่ากำลังเหมาะ พระเจ้าคงเข้าข้างล่ะนะ”อเลนยิ้ม ในใจวาดหวังถึงวันที่ได้พบกับเพื่อนสนิทอีกครั้ง หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่ถ้าไปใช้กำลังบังคับพาตัวลูกชายอดัมไป เขาคงไม่กลัวจนสติแตกหรอกมั้ง อดัมจะบอกอะไรเกี่ยวกับพวกเขาให้ลูกชายรู้ไว้บ้างรึเปล่าเนี่ยสิ?...เซ็ทงั้นเหรอ อยากเจอตัวจริงจังเลยนะ


    “ไลล่า วันหยุดอย่างนี้ยังทำงานอยู่อีกเหรอ ไปเดินเที่ยวกันเถอะ~”เสียงหวานอันคุ้นหูดังมาแต่ไกล คนที่เดินเข้าห้องทำงานที่บ้านของเธอเหมือนกับเดินเข้าบ้านตัวเอง จนพวกคนรับใช้ไม่จำเป็นต้องเดินเข้ามาสอบหรือเข้ามาห้ามถามก็มีอยู่แค่คนเดียว ไลล่าจึงไม่รู้สึกแปลกใจใดๆ“มาอีกแล้วเหรอแมรี่”‘แมรี่ เวอร์มิลเลี่ยน’ เพื่อนสาวคนสนิทสมัยเรียนไฮสคูลจนถึงทุกวันนี้ เจ้าหล่อนผู้สืบทอดกึ่งๆ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและห้องเสื้ออันดับท็อปของอเมริกาเต็มตัว อีกทั้งเธอยังมีตำแหน่งนางแบบชื่อดัง และยังเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ที่ถ้าคิดจะอยู่ในแวดวงแฟชั่นต้องรู้จักเธอยังไงก็ตามสำหรับไลล่าเธอเป็นเพื่อนสนิทที่มีสถานะการเงินใกล้เคียงกัน ทำงานหนักพอกัน ไลฟ์สไตล์คล้ายกัน และมีรสนิยมไม่ต่างกันมากจึงคุยกันได้อย่างสนิทใจ“คราวที่แล้วที่มาตั้งสองอาทิตย์เถอะ ไม่ได้มาบ่อยสักหน่อย ฉันไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลแล้วเจอลุงโจเซฟ แกบอกว่าช่วงนี้เธอทำงานหนักไป ให้มาช่วยแงะเธอออกจากโต๊ะทำงานบ้างน่ะ”“ไม่ใช่ฉันคนเดียวสักหน่อยที่ทำงานหนัก”ไลล่ามุ่ยหน้าพลางคิดถึงบรรดาสูตรยาที่ได้รับมา เชื่อสิว่าสูตรยาสร้างปาฏิหารย์มากมายขนาดนั้น ลุงโจเซฟไม่มีทางปล่อยทิ้งให้ฝุ่นเกาะ ยังไงๆ ก็คงวิ่งวุ่นทำงานจนหัวหมุนไม่ต่างจากเธอที่วิ่งเต้นสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเจาะตลาดใหม่หรอก “ก็ตามนั้นแหละจ้ะ ลุงเขาเป็นห่วง เพราะงั้นก็ออกไปเที่ยวข้างนอกบ้างเถอะ ฉันมีเสื้อผ้าคอเลคชั่นใหม่ให้เธอช่วยดูด้วยนะ เธอต้องชอบแน่ๆ”“แต่ฉันยังมีงานกองเต็มโต๊ะนะแมรี่ อีกอย่างฉันยังไม่อยากเจอพี่เธอด้วย”“พี่แม็กซ์ไม่อยู่หรอกน่าสบายใจได้ ถ้าเธอไม่ชอบฉันก็ไม่คิดจับคู่เธอให้พี่หรอก”“แน่นะ ฉันยังจำได้อยู่ว่าเธอเคยหลอกให้ฉันไปกินข้าวกับพี่เธอสองคนอยู่เลย”พี่ชายของแมรี่ชื่อว่า ‘แม็กซ์ เวอร์มิลเลี่ยน’ สำหรับไลล่าเขาเป็นนายแบบหนุ่มหล่อ (เหรอ?) เจ้าสำราญที่น่ารำคาญที่สุด เพราะว่าตัวเธอเป็นเพื่อนสนิทกับน้องสาวของเขา อีกฝ่ายเลยชอบใช้เรื่องนี้เข้าหาเธออยู่เรื่อยไป ถ้าไม่ติดว่าเขาไม่เคยพูดอะไรให้ชัดเจน และไม่ทำอะไรมากไปกว่าพยายามทำความสนิทสนมแบบค่อยเป็นค่อยไป ไลล่าก็คงปฏิเสธเขาแบบไม่ใยดีไปแล้วดีหน่อยที่แมรี่ไม่ได้สนิทอะไรกับพี่ชายนัก ดีไม่ดีจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันด้วยซ้ำ ไลล่าเลยสามารถแสดงท่าทีไม่ได้สนใจในตัวพี่ชายให้น้องสาวอย่างแมรี่เห็นได้ แน่นอนว่าขอให้เจ้าตัวช่วยกันซีนพี่ชายจอมเจ้าชู้คนนั้นให้ด้วย...เธอไม่ได้หลงตัวเอง แต่ผู้ชายแบบนั้นแค่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่“นั่นฉันป่วยจริงย่ะ เลิกเอามาใช้จิกฉันซะที พี่มันโผล่หัวไปแทนฉันได้ไงฉันยังไม่รู้เลยเถอะ พึ่งรู้ก็ตอนเธอโทรมาโวยวายนั่นแหละ ฉันน่ะไม่คิดว่าหมอนั่นเหมาะสมกับเธอเลยสักนิด”“ไม่รู้ล่ะ ฉันงอนเธอหนักมาก ฉันเกือบโดนเขาที่แกล้งเมาลวนลามเลยนะ”“เธอเอาเรื่องนี้มาไถชุดใหม่จากฉันไปหลายรอบแล้วนะ พอสักทีเถอะ ให้สองชุดขาดตัว ห้ามต่อรอง” แมรี่ว่าพลางยกนิ้วชี้หน้าเพื่อนสาว “แล้วก็ลุกจากโต๊ะได้แล้ว”“โอเค ขอบใจนะจ้ะคุณเพื่อนผู้น่ารัก ว่าแต่ในกระเป๋าเธอนั่นทำไมมันดูตุงๆ กว่าปกติ แบกอะไรมาด้วยน่ะ”ไลล่ากดปิดคอมแล้วเดินไปหยิบหมวกกับกระเป๋าที่แขวนไว้มาถือ สำรวจตัวเองว่าควรเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่มั้ยอยู่หน้ากระจกพักหนึ่งก็เดินกลับมาที่โต๊ะรับแขกที่แมรี่นั่งอยู่ แมรี่ที่นั่งรอควักกระดาษปึกหนาที่เพื่อนสงสัยออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เพื่อนสาวดู“นายแบบนางแบบแฟชั่นโชว์คอเลคชั่นใหม่ จะคัดตัวอีกทีต้นเดือนกุมภาน่ะ”“นี่มันมีคนเอเชียด้วยนี่ ไม่ใช่ว่าแบรนด์เธอ...?” “พึ่งเริ่มแนวทางใหม่ปีนี้ปีแรกนี่แหละ บอร์ดบริหารเขาอยากให้ไปเจาะตลาดโซนเอเชียให้ได้มากๆ น่ะ ว่าแต่เห็นเธอจ้องกระดาษแผ่นนั้นนานแล้วนะ สนใจใครเหรอ?”ไลล่ารีบยัดกระดาษใส่กองแบบมั่วๆ ก่อนที่แมรี่จะชะเง้อคอมามอง ท่าทางลนลานจะเพื่อนสาวหรี่ตาจับผิด “ไม่ได้สนใครสักหน่อย ก็แค่สงสัยเฉยๆ”“งั้นเหรอจ้ะๆ?” แมรี่ยิ้มล้อเลียน ทำสายตาเจ้าเล่ห์จนไลล่ามองค้อนวงใหญ่ มือบางยื่นกระดาษปึกหนาคืนเจ้าของ ก่อนจะลากเพื่อนสาวออกจากห้อง เธอหย่อนก้นนั่งบนรถสปอร์ตคันหรูของแมรี่ สายตาเหม่อมองวิวทิวทัศน์โดยรอบก่อนจะเอ่ยปากท่ามกลางความเงียบ“นี่ ถ้ายังไงวันคัดตัวขอเข้าไปดูในฐานะแขกพิเศษได้มั้ย?”“ฮั่นแน่ มีหนุ่มที่สนใจจริงๆ ด้วยสินะ ไม่ต้องเขินไปหรอกน่า แน่นอนว่าได้สิถ้าเป็นเธอล่ะก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ระวังๆ ไอ้พี่เงี่เง่าฉันนิดนึงละกัน เพราะหมอนั่นต้องไปเป็นกรรมการน่ะ”ไลล่าที่กำลังจะท้วงเรื่องหนุ่มที่สนใจพลันทำหน้าเหม็นเบื่อ ถึงจะอยากไปดูคนที่ Z สนใจอยากจะให้มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์กับตา แต่...“ถ้าหมอนั่นอยู่ฉันไม่ไปดีกว่า”“คนเยอะแยะน่า ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันเองก็อยู่ด้วย มาเถอะ ฉันจะช่วยเธอกันพี่บ้านั่นออกไปเอง”แมรี่ที่ไม่เคยเห็นไลล่าสนใจผู้ชายคนไหนรีบชวน คะยั้นคะยออยากให้ไปเหลือเกิน จนไลล่าต้องรับปาก ยังไงตัวเธอเองก็อยากจะเห็นคนที่คนๆ นั้นให้ความสนใจกับตาอยู่แล้ว ถ้าได้พูดคุยกันสักหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย...เซ็ท อคิราห์ แอชลีย์...แอชลีย์นามสกุลซ้ำล่ะมั้ง“โอเคๆ ไปก็ได้ เดี๋ยวกลับไปจะเคลียร์ตารางให้ว่างก็แล้วกัน ไว้บอกวันกับเวลามาอีกทีนะ”“ได้เลยจ้า”
    ‘ไม่มีใครแทนที่ใครอีกคนได้ ต่อให้เหมาะสมกว่าแค่ไหน ก็เป็นคนละคนกันอยู่ดี’
    ---------------------พระเอกของเราก็ยังคงไม่มีบท น่าสงสารสุดๆ ถถถถ ช่วงที่เล่าอดีตจะเป็นช่วงต่อจากตอนที่แล้ว แต่เป็นการเล่าผ่านมุมมองของอเลนเนอะ เขาเป็นเพื่อนสนิทที่ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ยอมตายแทนกันได้เลยแน่ะ เหมาะสมเป็นคู่จิ้นสุดๆ //คนที่ไม่ใช่สาวกวายไม่ต้องกังวล เพราะความจริงแล้วเพื่อนคู่นี้ไม่มีอะไรในกอไผ่จ้ามีตัวละครใหม่สองตัว แมรี่แอนด์แม็กซ์ พี่ชายน้องสาวที่ไม่ได้สนิทสนมกัน ตีกันทีบ้านแทบแตก ก็บทตัวประกอบดีๆ ที่นานๆ โผล่มาทีแบบลุงโจเซฟนั่นแหละ (ใครจำลุงได้บ้าง)ตอนนี้ก็ค่อนข้างตรงตามชื่อตอนเนอะคนที่รอ มีคนรอเจอเซ็ทเยอะแยะเลย คนอ่านก็รอเจอเซ็ทอะป่าว?

    ขอบคุณทุกการสนับสนุนของทุกคนนะคะ สามารถทักท้วงได้ถ้าเนื้อเรื่องมันดูอืด ยืดเยื้อ ไม่สมเหตุสมผล หรือมีส่วนไหนขัดๆ และต้องการให้ปรับแก้เนอะ และแมวก็ขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเปย์ ช่วยเม้นต์ ช่วยติดตาม อาจจะขอบคุณมันทุกตอน แต่แมวก็รู้สึกขอบคุณจริงๆ นะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่า

    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199