“เป็อย่างไรบ้างเสี่ยวเหยา?”หญิงสาวลูบแขนลูบขาบุตรชายตัวน้อยเมื่อตักยาป้อนเขาไปถ้วยแรก
“ท่านแม่ข้าไม่ค่อยปวดแล้ว” เด็กน้อยยังคงเอามือเล็กๆ ขึ้นมากุมท้อง
“รออีกครึ่งชั่วยามเ้าค่อยเอายาให้เขากินอีกถ้วยจึงจะหายดีว่าแต่พวกเ้าคนใดที่กินข้าวต้มในหม้อสุดท้ายนั่นคืนนี้จะต้องปวดท้องแน่”หู่ซิ่นสือเทยาให้แม่ของเสี่ยวเหยาอีกถ้วย ชายวัยกลางคนที่มายืนดูอยู่เมื่อได้ยินสตรีงดงามกล่าวเช่นนั้นก็ตื่นตระหนก
“พวกข้าล้วนได้กินข้าวต้มหม้อนั้นกันทุกคนพวกเขาที่อยู่เพิงใกล้กันนี่เป็กลุ่มสุดท้ายที่ได้รับแจกอาหาร”
“เช่นนั้นพวกท่านล้วนถูกพิษเสียแล้ว”
“ท่านกล่าวเหลวไหลอันใด?มีคนคิดวางยาพิษพวกข้าหรือ?” ชายสูงวัยที่สุดร้องตวาดออกมา “พวกเราเป็แค่ผู้ประสบภัยจะมีผู้วางยาเพื่อการใด?”
ิเฟยหลงที่ยืนเอามือไพล่หลังดูเหตุการณ์อยู่นานจึงเดินมาเคียงข้างภรรยา“ข้าคือเถ้าแก่หลงมาจากเมืองหลวงตลอดทางที่ผ่านมาข้าได้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้อพยพไปหลายหมื่นตำลึงแล้วเราสองสามีภรรยาไม่มีความจำเป็ต้องมาโกหกพวกเ้าเมื่อเช้าภรรยาของข้าเห็นคนใส่ยาพิษในหม้อข้าวต้มจึงเอาไปให้ท่านหมอในตำบลตรวจพบว่านั่นคือพิษกระเพาะทะลุ”
หงซือซือหันไปหาชายสูงวัยที่ร้องออกมาเมื่อครู่“ท่านเป็ผู้ใหญ่บ้านใช่หรือไม่?”
“ใช่! ข้าคือ เซียวจิ่งอี้หมู่บ้านของพวกเราอยู่บนเนินเขาลูกที่สามถูกโคลนูเากลืนไปครึ่งหมู่บ้านดีที่ข้าพาคนที่เหลือหนีออกมาได้ทันเพิงที่อยู่ล้อมรอบนี่ล้วนเป็ลูกบ้านของข้าทั้งนั้น”
“ดี!ข้าจะให้ท่านไปเตือนลูกบ้านของท่านว่าคนที่กินข้าวต้มหม้อสุดท้ายไปเมื่อเช้านี้หลังเที่ยงคืนจะมีอาการปวดท้องคล้ายถูกบิดอย่างแรงหากไม่ได้กินยาภายในหนึ่งชั่วยามกระเพาะอาหารของพวกเขาจะทะลุ เ็ปจนตาย”
“ทะท่านพูดจริงหรือ?”ผู้ใหญ่บ้านเซียวมองสองสามีภรรยาที่ใบหน้าผิวพรรณงดงามแต่งกายภูมิฐานด้วยสีหน้าซีดเซียว
“เสี่ยวเหยาคือตัวอย่างอย่างไรเล่า?เพราะเขาเป็เด็ก อาการของเขาจึงเป็เร็วกว่าพวกท่าน”หงซือซือยังกล่าวไม่จบก็มีเด็กสาววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในเพิง
“แย่แล้วท่านพ่อ!ท่านย่าปวดท้องหนักมาก” ผู้ใหญ่บ้านตะลึงก่อนจะเดินออกจากเพิงนั้นนำหน้าเด็กสาวไปโดยมิได้กล่าวร่ำลาผู้ใด
“พวกเรารีบตามไปเร็วซิ่นสือถือไหมาด้วย” หงซือซือตามไปติดๆ เพิงพักของผู้ใหญ่บ้านมีขนาดใหญ่เพิงของครอบครัวเสี่ยวเหยาหญิงชราที่นอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา“นางก็กินข้าวต้มเข้าไปหรือ?”
“ใช่เ้าค่ะ! เมื่อเช้าข้าเป็คนไปเข้าแถวเอามาให้ท่านย่าเอง”
“ผู้ใหญ่เซียวอย่ารอช้าเลยรีบให้แม่ของท่านดื่มยาเสียเถอะ”เซียวจิ่งอี้หน้าตาแตกตื่นบอกให้บุตรสาวไปเอาถ้วยมาใส่ยาจากหู่ซิ่นสือ
“คนชราอาจจะหายช้ากว่าเด็กท่านอย่าใจร้อน ปล่อยให้นางนอนสักพักก็จะ ดีขึ้น” เมื่อเห็นมารดาของท่านสีหน้าดีขึ้น ผู้ใหญ่บ้านจึงรีบหันไปถามเถ้าแก่ทั้งสอง
“พวกท่านมียามาเพียงไหเดียวแต่คนทั้งหมู่บ้านข้าล้วนกินข้าวต้มมีพิษไปแล้วมิเท่ากับว่าคืนนี้จะต้องมีคนตายหรือ?”
“ท่านไม่ต้องห่วงข้าให้หมอต้มยามาให้พวกท่านหลายไหสิ่งที่ข้า้าให้พวกท่านทำก็คือ....” ิเฟยหลงทำหน้ามีเลศนัยก่อนจะกวักมือเรียกให้ผู้ใหญ่บ้านขยับเข้าไปใกล้
“นี่พวกเขาคิดจะฆ่าคนเพื่อลดเสบียงช่างโเี้นัก”
“ข้ายังไม่แน่ใจว่าผู้ใดบงการแต่ระหว่างนี้ต้องขอให้พวกท่านให้ความร่วมมือตบตาพวกเขาก่อนเพราะหลักฐานยังไม่ชัดแจ้งจะเอาผิดลำบาก”
“ขอบคุณเถ้าแก่หลงหากพวกท่านไม่มาเห็นเขา ศพต่อไปคงต้องเป็คนในครอบครัวของข้า”
“พวกท่านไม่สงสัยบ้างหรือว่าเหตุใดคนในหมู่บ้านผู้ประสบภัยแห่งนี้ถึงมีคนตายอยู่แทบทุกวี่วัน”หงซือซือหันมาถามผู้ใหญ่เซียว คิ้วของนางขมวดเป็ปม
“ต่อให้ข้าสงสัยแต่จะทำอย่างไรได้พวกเราบ้านแตกสาแหรกขาด แต่ละวันล้วนคิดเพียงตามหาคนในครอบครัวต่อให้เป็ศพก็ยังอยากจะได้เห็น ไม่มีผู้ใดมีกำลังจะกังวลเื่นี้หรอกเพราะหากไม่มีทางการมาแจกอาหารพวกเราก็อาจจะอดตายกันอยู่ดีผู้ใหญ่บ้านต่งที่อยู่เพิงใกล้ๆเคยมาคุยกับข้าครั้งหนึ่งแต่วันต่อมาเขาก็ตายเพราะ ปวดท้อง” เซียวจิ่งอี้เพิ่งนึกเื่นี้ขึ้นได้ชายคนนั้นก็ตั้งข้อสงสัยอย่างนี้เช่นกันแต่คราวนั้นเขาไม่เห็นด้วยจึงต่อว่าผู้ใหญ่ต่งคิดเหลวไหล
ิเฟยหลงมองดูร่างกายผ่ายผอมใบหน้าหมองคล้ำของชาวบ้านที่ยืนอยู่รอบๆ ก็พยักหน้า “เอาเถิดเื่อาหารข้าจะให้คนเอาข้าวสารและของแห้งมาแบ่งให้พวกท่าน”
“ขอบคุณเถ้าแก่”
หงซือซือกำลังจะถามต่อพลันมีชายหนุ่มอีกสองคนวิ่งมาร้องทุกข์“ผู้ใหญ่เซียว ลูกสาวข้าปวดท้องจนหน้าเขียวแล้ว ท่านไปดูหน่อยเถิด”
“ลูกข้าก็ด้วย”
เด็กสี่ห้าคนนอนกุมท้องร้องครวญครางปกติก็ได้กินข้าวเพียงวันละมื้ออยู่จนผอมแห้งอยู่แล้ว ยามนี้ยังมาโดนพิษเล่นงานอีกใบหน้าจึงซีดขาวปากเขียวคล้ำดูน่ากลัว หงซือซือรีบสั่งหู่ซิ่นสือให้เทยาแจกพ่อแม่ของเด็กเห็นผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าก็รีบรับยาไปป้อนลูกของตน
“ท่านรีบเรียกคนในหมู่บ้านมารับไปดื่มก่อนเถิดมิฉะนั้นคืนนี้หมู่บ้านท่านคงไม่เหลือคนแล้ว”
เซียวจิ่งอี้รับคำแล้วรีบกระซิบบอกให้ชาวบ้านแต่ละคนไปเอาถ้วยมารับยาที่เพิงพักของเขาจูจิ้นติ้งหิ้วไหยาลงมาเทแจก ส่วนหู่ซิ่นสือเดินตามหงซือซือไปดูคนป่วยในเพิงพัก
“ผู้ใหญ่เซียวทุกครั้งพวกเขาเพียงทำให้คนตายครั้งละนิดละหน่อยแต่หากลงมือเทยาลงในหม้อใหญ่เช่นนี้คงหวังให้ตายทั้งหมู่บ้านหากพวกท่านไม่โวยวายครั้งหน้าคงจะไม่รอดอีกแล้ว”
เซียวจิ่งอี้ไปตามคนสนิทมาห้าคน หงซือซือหยิบยาออกมาแจกพวกเขาคนละเม็ด“ยานี้กินแล้วพวกเ้าจะดูภายนอกคล้ายคนป่วยหนักจวนจะสิ้นใจอย่าลืมว่าต้องร้องครวญครางอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สมจริงผู้ใหญ่เซียวโอกาสนี้ท่านจะต้องขอพบเ้าเมืองหยางให้ได้หาไม่พวกเขาจะต้องหาวิธีวางยาพวกท่านอีก”
“ไม่ทำก็ตายทำก็ตาย ข้าจะปกป้องลูกบ้านของข้าให้ถึงที่สุด”
“ผู้ใหญ่เซียวนี่คนของเ้าเมืองคิดจะฆ่าพวกเราทิ้งกันหมดเลยหรือ?”
“เราอยู่ไกลจากเมืองหลวงขนาดนี้พวกเขามีอำนาจมากนัก หากฆ่าเราแล้วปกปิดไว้ได้ พวกเราก็คงตายเปล่าแล้ว”เซียวจิ่งอี้ดวงตาหม่นหมองนึกถึงนับร้อยศพที่ถูกมือปราบพวกนั้นอ้างว่าแอบกินอาหารเน่าจนปวดท้องตาย