บทที่ 2
ตอน อาชีพใหม่
ซื่อฝานขยี้ตาตัวเองซ้ำไปซ้ำมา จนลองลืมตามองอีกหนภาพตรงหน้ายังคงเดิมหนำซ้ำยังเด่นชัดยิ่งกว่าเก่า
ทุกอย่างรอบกายดูย้อนยุคโบราณไปหมด มีคนหนุ่มสาวบางคนที่ยืนยิ้มหวานให้กันนั้นจู่ๆก็มีกลีบดอกไม้งามสีชมพูหวานร่วงโปรยลงมาจากท้องฟ้าเหมือนหิมะในฤดูเหมันต์
ซื่อฝานในร่างหญิงชราเงยหน้ามองต้นสายปลายเหตุของกลีบดอกไม้อย่างสงสัย “มันมาจากไหนกัน”
หญิงสาวหน้าร้านโคมกระดาษเงยมองท้องฟ้าตามหญิงชราก่อนจะหันหลังไปมองคู่หนุ่มสาวพร้อมอธิบายสั้นๆ “สงสัยเ้าหนุ่มนั้นคงสมหวังในรักกับสตรีผู้นั้นจึงใช้ปราณมารของตนเองโปรยกลีบดอกไม้สร้างบรรยากาศ”ซื่อฝานยังคงทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “สรุปท่านยายจะขายโคมให้ข้าได้หรือยังถ้าไม่ติดว่าวันนี้มีร้านโคมเปิดแค่ร้านท่านข้าคงไม่ยืนรออยู่เช่นนี้หรอก”
หญิงชราที่ยังอยู่กับความมึนงงค่อยๆเหลือบไปมองโคมกระดาษงามประณีตตรงหน้าพลางอ้าปากค้างพูดไม่ออกโคมพวกนี้เป็งานฝีมือทั้งหมดรวดลายงดงามถูกวาดลงกระดาษเนื้อดีแทบจะทำให้ซื่อฝานไม่อยากขาย แต่ใช่ว่าจะมีโคมอยู่อันสองอันพอหันกลับไปมองในจวนเก่าๆนางพลันโล่งใจที่มีโคมสวยๆงามๆอยู่เต็มจวน
“ขาย!” ซื่อฝานตอบไปอย่างมั่นใจ ไม่ว่าตัวเองจะหลงมาอยู่ที่ไหนต่อให้มึนงงแทบตายแต่เื่หาเงินคือเื่ใหญ่ ถ้าไม่มีเงินแน่นอนว่าต้องใช้ชีวิตลำบากขึ้นเป็เท่าตัว
“แล้วท่านยายขายเท่าไร?” หญิงสาวถามพลางเปิดถุงเงิน
นั้นสิ ขายเท่าไร…
ซื่อฝานขมวดคิ้วพยายามมองหาป้ายราคาที่เ้าของเดิมเขียนติดไว้
“ยายสรุปยายขายเท่าไรกัน คุณหนูของข้ารออยู่นะ” หญิงสาวมองท่าทางของซื่อฝานอย่างเหลืออดซึ่งความเหลืออดนี้ซื่อฝานก็ดูเหมือนจะถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน
“ก่อนที่ข้าจะขายให้เ้าข้าถามหน่อยเถอะทำไมเ้าต้องเรียกข้าว่าท่านยายด้วยเผลอๆเ้ากับข้าอายุพอๆกันด้วยซ้ำ”
หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าร้านพูดไม่ออกเพราะไม่คิดว่าจะมียายแก่มากฝีมือในการทำโคมพวกนี้จะสติเฟื่องไปได้
“แม่นางฝู…” ซื่อฝานหันไปตามเสียงเรียกทักที่เหมือนจะคุ้นเคยแปลกๆพร้อมจ้องมองชายหนุ่มตาค้าง…ไม่สิ ไม่น่าจะหนุ่มละเรียกว่าคุณตาข้างบ้านยังเข้าท่ากว่า
“เ้าจำราคาโคมที่ตนเองขายไม่ได้อีกแล้วรึ?…ข้าบอกไปหลายหนแล้วนะว่าราคาโคมของเ้า ขายเพียงสอง
อีแปะเท่านั้นแหละ” ชายชรานั่งเช็ดดาบไม้พลางพูดเตือนความจำ“และที่สำคัญั้แ่เ้ามาซื้อบ้านหลังนี้เ้าก็บอกให้ทุกคนในเมืองเจินชิวแดนมารเรียกเ้าอย่างสนิทสนมว่า ท่านยายเปรียบเหมือนญาติสนิท มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน เ้ากล่าวเองนะ” วาจาจริงจังอธิบายขยายความจนคนแถวนั้นพยักหน้าเห็นด้วยตามๆกัน
เดี๋ยวนะ… ซื่อฝานยืนกุมขมำ ภาพความทรงจำที่ฉันเห็นหน้าโปรแกรม...ยายแก่ในคอมมิค!จริงดิ! หญิงสาวในร่างชราก้มมองหลังมืออันเหี่ยวย่นอย่างกล้าๆกลัวๆในใจภาวนาสารพัดว่าขอเป็เพียงความฝัน แต่ความฝันดันต้องแตกสลายกลายเป็ผุยผงเพราะหลังมือนั้นเหี่ยวย่นไม่ใช่ตาฝาดลองหยิกแล้วเจ็บจริงมิใช่ฝัน
…แก่ แก่จริงเหรออยากร้องไห้…
“ท่านยาย!สองอีแปะข้าวางไว้บนโต๊ะนะ!” หญิงสาวคนเดิมร้องเรียกสติซื่อฝานจนหญิงชราตื่นตัวสติหลุดจาก
ภวังค์ทันใดก่อนจะพยายามสวมบทแม่ค้าแถวบ้านที่ตัวเองเคยเห็นตอนไปยืนซื้อของกิน
ฉันเป็แม่ค้า เป็แม่ค้าองค์แม่ค้าจงลง แต่บทแม่ค้านี้องค์ลงยากยิ่งกว่าตอนหัวร้อนไต่แรงค์ในเกมซะอีกและยังจะต้องฝืนฝีปากฝืนการกระทำตัวเองสุดๆ
ร้อยวันพันปีซื่อฝานเอาแต่นั่งหน้าคอมวาดรูปเล่นเกมจะไปรู้
เื่การค้าขายได้อย่างไรแต่ที่นางรู้คืองานละเอียดละออของโคมกระดาษตรงหน้า โคมหลายใบนี้ช่างงดงามล้ำค่า
โดยแท้ ทว่ากลับกันกับเงินที่ได้มากำไรแทบไม่ได้เลยสักนิด ซื่อฝานลืมตัวกัดฟันเพ่งมองโคมชิ้นงามถูกหยิบไปต่อหน้า
ต่อตาพร้อมมีสองอีแปะวางบนโต๊ะแทน
ฉันถือวิสาสะขึ้นราคาทันไหมเนี่ย!
“แม่นางฝู” เสียงจากข้างบ้านกล่าวทักชวนคุยอีกครา ซื่อฝานหันไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก“ถ้าเ้าอยากได้ผู้ช่วยจำ...ข้าพร้อมรับเ้าเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนได้นะ"
ซื่อฝานยิ้มแห้งสีหน้าเหยเกซีดเผือดกับความใจกล้าของชายชราข้างบ้านที่นั่งเช็ดดาบไม้ตีหน้าระรื่น
กล้าดีนะแก่ปูนนี้ละ!ช่างกล้าจีบสาวต่างวัยไปได้...ลูกเต้าอยู่ไหนทำไมไม่คิดถึงหน้าลูกหน้าภรรยาบ้าง...
คำพูดที่ล่องลอยอยู่ในหัวแทบจะตวาดออกมาหาเื่อยู่รอมร่อทว่าคำพูดที่ออกมาจากปากซื่อฝานนั้นกลับ
อ่อนนุ่มชวนฟังเสียได้ “ขอบคุณเ้ามากแต่ความจำของข้าดีอยู่ เพียงแค่เลือกจำในสิ่งที่สำคัญกับชีวิตก็เท่านั้น ว่าแต่
ข้าต้องเรียกท่านว่าอะไร?” แววตาใสซื่อจับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ความก่อนจะเหลือกตามองบนอย่างเหลืออด พร้อมรีบหมุนกายเดินออดๆแอดๆกลับเข้าบ้านปล่อยให้ชายชรามองตามหลัง
เดินเร็วสุดชีวิตได้เท่านี้จริงเหรอ?!
ซื่อฝานลองเดินจ้ำอ้าวเหมือนทุกครั้งที่ตนรีบไปซ้อมทีมทว่าคราวนี้เดินเพียงสองก้าวกระดูกกลับดังลั่นอย่างกับ
อะไหล่จะหลุด
ถ้าจะขนาดนี้...ย่องก็ได้!
สองเท้าก้าวใกล้จะถึงประตูแต่กลับมีเสียงะโโวยวายขัดจังหวะพอดี
“หลีกทาง!ท่านแม่ทัพใหญ่จะเดินทัพผ่าน! อย่าขวางทาง!”
เสียงตะเบ็งดังลั่นผู้คนพากันใวิ่งไปคนละทิศคนละทางั้แ่ปากทางเข้าเมือง
ซื่อฝานหันมองควับทันควันั้แ่มีชีวิตอยู่มาไม่ว่าจะชีวิตหน้าคอมก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นกองทัพจริงๆนอก
จากในซีรี่ย์ย้อนยุคแต่บางเื่ก็มีการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อเพิ่มจำนวนคนทำให้ดูเหมือนกองทัพด้วยความสนใจในด้านกราฟฟิกเป็ทุนเดิมซื่อฝานอยากจะเห็นกองทัพใหญ่ให้เต็มตาสักครั้งในชีวิตจึงก้าวเดินออดๆแอดๆกลับไปที่เดิมพร้อมชะเง้อหน้ามองทว่ากลับยังไม่เห็นแม้แต่เงาหัวม้าสักตัว
หลอกกันหรือเปล่า…
“ชะเง้อมองไปก็เสียเวลาเปล่า…ส่วนใหญ่ท่านแม่ทัพผู้นี้จะไม่ใช้เส้นทางเดินทัพผ่านทางมุมเมืองนี้หรอกหลัง
จากมีข่าวคราวการหนีทัพของแม่ทัพอีกคนน่ะเพราะนางชอบใช้เส้นทางนี้ในการเดินทัพ ท่านแม่ทัพใหญ่คงเกลียดนางมากทีเดียวถึงขั้นไม่ยอมใช้เส้นทางที่นางเคยผ่านทุกเส้น…ก็นะนางหนีทัพทำให้กองทัพมารพ่ายแพ้ต่อกองทัพเผ่า์ชาวเมืองเผ่ามารต่างภาวนาให้จับสตรีชั่วผู้นั้นให้ได้ในเร็ววันพวกเขาจะได้ไปยืนดูให้เห็นกับตาว่านางถูก
ปะาตามโทษที่กล่าวไว้หรือไม่” ชายชราอธิบายเหมือนบุคคลที่เบื่อโลกมานานปีไม่เหมือนตอนที่พูดเกี้ยวพาราสีอย่างเมื่อครู่
หญิงชราเลิกคิ้วขึ้นพยายามไม่ตั้งคำถามมากมายให้หนักหัวทว่าความอยากรู้นั้นยากจะหยุดยั้ง ซื่อฝาน
จึงลั่นถาม “แล้วเ้าไปรู้เื่พวกนั้นมาได้อย่างไร?”
“ข้าเก่ง” ชายชรายิ้มแป้นให้ซื่อฝานทันที ทำให้หญิงชราไม่กล้าจะถามต่อชายแก่เห็นท่าทางคนตรงหน้าจึงพูดเพียงว่า “หลังาใหญ่แดน์เทพเซียนผูกมิตรกับแดนมารเสียเหนียวแน่นซึ่งมันก็ดีแหละ แต่ฝ่ายมารก็เสียหน้าพอดูทว่าบุคคลที่ข้านับถือไม่ใช่แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่ามารหรือเซียนจากแดน์แต่เป็แม่ทัพสตรีผู้นั้นต่างหาก”
หญิงชราขมวดคิ้วแปลกใจ “ทำไมล่ะ? ทำไมท่านถึงนับถือนาง”
ชายชราอมยิ้มแววตาอ่อนโยนจ้องหน้ายายแก่ก่อนจะเอ่ยคำชมตอบนาง “สวย...น่ารัก ฉลาด”
ซื่อฝานรู้สึกขนลุกพิลึกพิลั่นทว่าอย่างน้อยชายแก่ตรงหน้าก็ทำให้นางรู้ว่าไม่ควรคบเขาเป็สหายสนิท วัวแก่กินหญ้าอ่อน
หญิงชรากลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายแต่นางก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเสียเปล่าจึงนึกคิดทบทวนอยู่หลายตลบกับคำบอกเล่าของตาแก่ข้างบ้าน
มันใช่เื่เดียวกันกับที่ฉันวาดในคอมมิคหรือเปล่านะ...ทำไมเนื้อเื่ที่เคยวาดมัน...เหมือนเป็อดีตไปแล้ว...หรือจะเป็คนละเื่...ก็เป็ไปได้….
“หลังา...มากี่ปี?”ซื่อฝานถามขึ้นกระทันหัน
“พันกว่าปีได้แล้ว”ชายชรายืนนับนิ้วเพื่อให้แน่ใจซื่อฝานฟังเช่นนั้นก็ยืนอึ้งตาโตเท่าไข่ห่าน
…งั้นแสดงว่าเื่ที่เคยอ่านตอนวาดคอมมิคก็เป็เื่พันกว่าปีที่แล้วน่ะสิ...เฮ้ย!ฉันจำชื่อตัวละครในเื่ได้ไม่ลืมนะพระเอกชื่อ...เจี้ยนเซียวเมิ่ง คนนี้ที่หล่อสุดในเื่ นางเอกชื่อ…เทียนรู่เฟินสวยสง่ายิ่งกว่าเทพแดน์ ยิ่งคิดตอนที่พระนางเข้าห้องหอกันบทประพันธ์ชวนให้เป็ลมสุดๆ
ซื่อฝานยืนเหม่อลอยนึกภาพเข้าหอของพระนางในหัวแต่กลับถูกชายแก่มองแปลกๆเสียแล้ว “มองอะไร?”
“เืกำเดาเ้าไหล”
ชายแขนเสื้อสีเข้มรีบปัดเช็ดทันใด คิดเื่อย่างว่านิดเดียวก็ไม่ได้!...ร่างกายอะไรจะอ่อนแอขนาดนั้น!ยาย!เหนื่อยใจ…..ฉันคิดเื่อื่นแทนก็ได้!…ตัวร้ายที่เหมือนจะไม่ร้ายแต่ก็ร้ายชื่อ…อืม...ฉันจำไม่ค่อยได้ รู้แค่ว่าโหดบรมแต่ท้ายเื่กลับไม่ตายทว่ากลับใจเป็มิตรกับเผ่า์เฉยเลย…..
“แล้วเ้ารู้นามของแม่ทัพใหญ่ที่นำทัพหรือไม่?”ถ้ารู้ชื่ออาจจะพอเดาได้หน่อยว่าใช่เื่ที่วาดจริงๆ…
“รู้...” ชายแก่ผู้นี้ตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ทำไมข้าจะไม่รู้”
ซื่อฝานจ้องตาคู่นั้นรอฟังใจจดใจจ่อพออ้าปากกำลังบอกกล่าวพลันมีเสียงะโดังก้องกังวานดึงดูดความสนใจไปจนได้
“หลีกทาง!!!” เสียงะโสนั่นจนผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่พลันแตกตื่นสับสนหลบไปข้างทางกันให้วุ่น
“ไหนว่าเขาไม่ผ่านทางนี้”ซื่อฝานหันไปถามชายแก่ ทว่าอีกฝ่ายกลับแปลกใจไม่แพ้กัน
“....หรือว่าเขาจะรีบจึงใช้เส้นทางนี้...”
คำพูดของชายชราฟังดูกระตือรือร้นตื่นเต้นแววตาเป็ประกายเหมือนกับว่าจะได้ดูอะไรใหม่ๆไม่มีผิด
“ข้าว่าเขาต้องมาสังเกตหาแม่ทัพสตรีผู้นั้นมากกว่า”ซื่อฝานออกความคิดเห็นในอีกทาง เพราะการที่จะหลบหลีกใครสักคนไม่จำเป็ต้องไปไกลแค่อยู่ใต้จมูกใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบก็อยู่ได้แล้วไม่จำเป็ต้องไปไกลเลยด้วยซ้ำ
“เขาอาจจะอ่านแผนของท่านแม่ทัพฏผู้นั้นขาดถึงได้ลองผ่านทางนี้พร้อมสังเกตเส้นทางไปในตัว
แน่” ซื่อฝานกระซิบกับตัวเอง
ชายชราหันมองซื่อฝานพลางมองั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนเอ่ยว่า “เ้าช่างไม่เหมือนเมื่อก่อนจริงๆฉลาดไหวพริบดี ทว่าความจำ…” ตาข้างบ้านชี้ไปที่ขมับ “ยังแย่อยู่”
....เกือบดีแล้วตาเฒ่าเกือบดีแล้ว…
เสียงเกือกม้าดังเข้าใกล้มาอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะฝีเท้าม้าหรือคนก็ฟังดูน่ากลัวไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ทำให้คน
มากมายเริ่มขวัญผวาคือคนที่นั่งอยู่บนหลังอาชาศึกต่าง
หาก!