ฝนเริ่มซาแล้วตอนที่เตวินลงไปจากรถเพื่อเผชิญหน้ากับคู่กรณีเขาไม่ทันได้ตั้งตัวนักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมากันถึง 4 คน แล้วแต่ละคนแต่งตัวด้วยสูทสีดำอย่างกับพวกมาเฟียไม่ใช่เ้าหนี้ของเขาอย่างที่กลัวในตอนแรก หน้าตาของคนกลุ่มนั้นเรียบขรึมหน่วยก้านดูไม่ใช่พวกต่อสู้เก่งสักเท่าไหร่ หากเจอปืนขู่สักทีสองทีคงล่าถอยไปเองบางทีเขาอาจเผลอขับรถปาดหน้ารถไอ้พวกนี้เข้ากระมังถึงได้ตามมาขับรถปาดหน้าคืน
“แกเองเหรอที่ขับรถปาดหน้าไม่มีตาหรือไง เห็นนี่ไหมว่าปืน” เตวินไม่พูดเปล่าๆ ยังยกปืนขู่ให้อีกฝ่ายเห็นแต่กลับถูกมองหน้ากลับ ช่างไม่รู้เสียเลยว่าปืนกระบอกนี้มีะุอยู่“มองหน้าแบบนี้อยากตายหรือไง”
“คุณลักพาตัวคนที่ไม่ควรแตะต้องเข้าแล้วถ้ายังไม่อยากไปนอนคุกก็อยู่เฉยๆ” ชาญซึ่งยืนใกล้กับเตวินเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบๆพร้อมกับยกแขนมาแหวกชายเสื้อให้เห็นว่าเขาก็มีปืนเช่นกัน
เตวินไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขาควรใว่าอีกฝ่ายก็มีปืนหรือมีคนรู้ว่าเขาลักพาตัวธามิณีกันแน่จึงลืมตัวก้าวถอยหลังไปเพื่อตั้งหลัก
“พูดบ้าอะไรลักพาตัวอะไร อย่ามากล่าวหากันนะ”
แต่อีกฝ่ายดูเหมือนไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแน่ล่ะสิมันก็มีปืน แถมมีคนมากว่าเขา ชายสองคนเดินไปที่รถของเตวินเขาเห็นท่าไม่ดีรีบยกปืนขึ้นขู่
“พวกมึงอย่างเข้ามานะโว้ยไม่งั้นกูยิง”
แต่ปืนอีกสองกระบอกจากชายอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงกำลังเล็งมาที่เตวินเช่นกันชายหนุ่มเริ่มละล้าละลังว่าจะเอายังไงดี หากยิงปืนออกไปแล้วเื่ถึงตำรวจเขาก็จบเห่น่ะสิ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย คืนนี้อาจไปนอนคุกหรือไม่คงตายเพราะเ้าหนี้เหมือนกันในระหว่างที่เตวินกำลังลังเลนั้นชายชุดดำได้เปิดประตูรถแล้วช่วยพยุงธามิณีออกมาพร้อมกับช่วยแก้มัดที่ข้อมือ
“ไอ้พวกเวรนี่จะทำอะไรนั่นแฟนกู มึงจะพาแฟนกูไปไหน กูจะไปแจ้งตำรวจ” เตวินขู่แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้นักเพราะปืนของอีกฝ่ายมีหลายกระบอก แถมยังเล็งมาที่เขาคนเดียว
ชายคนที่คุยกับเตวินกำลังกดโทรออกรอเพียงครู่เดียวอีกฝ่ายที่เตวินไม่รู้ว่าเป็ใครก็รับสาย
“ผมได้ตัวคุณธามิณีมาแล้วครับกำลังจะพาไปส่งที่หอพัก”
ธามิณีแปลกใจที่จู่ๆมีคนมาช่วย แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ได้คุกคาม แค่เข้ามาช่วยเธอจากเตวินทว่าการที่เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็ใครทำให้ยังไม่วางใจนักพอได้ยินว่าจะพาไปส่งที่หอพักก็ค่อยโล่งอกเื่ที่สงสัยเอาไว้เธอค่อยถามตอนหลังก็ได้
เตวินกระโจนเข้ามาจะชิงตัวธามิณีไปตอนนี้เขาต้องเลือกไม่อย่างนั้นได้ตายเพราะเ้าหนี้ ถ้ามีเื่ตอนนี้ค่อยให้เ้าหนี้ช่วยเคลียร์ข่าวก็น่าจะพอได้ทว่าเขาพุ่งเข้ามาไม่ถึงสองก้าวก็ถูกหนึ่งในชายชุดดำคว้าแขนแล้วจับไพล่หลังก่อนจะถูกกดลงพื้น มันเกิดขึ้นเร็วมากพอรู้อีกทีหน้าของเตวินก็กระแทกพื้นของฟุตบาทไปแล้ว
“ธามช่วยพี่ด้วย”เตวินะโลั่นเมื่อทั้งดิ้น ทั้งกระโจนก็ยังถูกจับตัวไว้
ถ้าหากธามิณีแจ้งความเขาซวยแน่ๆ เขาไม่อยากติดคุกจนหมดอนาคตที่กำลังไปได้สวยอีกทั้งหากสืบลึกลงไปคงรู้ว่าตอนที่ไปกู้เงินเขาให้เบอร์ธามิณีไว้เพราะกลัวจะถูกตามทวงเงิน แต่เ้าหนี้มันตามจนถึงบ้านถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้ให้เบอร์ติดต่อของตัวเองอีกทั้งเ้าหนี้เอาเขาตายแน่หากถูกเปิดโปงธุรกิจสีเทาของพวกมัน
“พี่เตทำแบบนี้กับธามทำไมเดือดร้อนอะไรก็น่าจะบอกกันสิ ธามไม่ใช่น้องของพี่เตหรือไง”ธามิณีทั้งโกรธและเสียใจ สำหรับครอบครัวอื่นการมีญาติพี่น้องคือความอุ่นใจแต่ไม่ใช่สำหรับเธอเลย
“คุณอยากจะแจ้งความไหมครับถ้า้า ผมจะดำเนินการให้ทันที”ชายที่ธามิณีคิดว่าน่าจะเป็หัวหน้าของคนกลุ่มนี้ถาม
ธามิณีคิดหนักไม่ใช่เพราะเห็นใจเตวินแต่เพราะเธอเห็นใจตัวเอง
“ไม่ค่ะฉันไม่แจ้งความ แต่ขอรบกวนคุณช่วยถ่ายรูปหลักฐานที่พี่เตลักพาตัวฉันไว้ได้ไหมคะถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ทุกอย่างจะต้องไปถึงตำรวจ”
ตอนนี้ธามิณีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทรศัพท์ของตัวเองอยู่ที่ไหนจึงต้องขอให้คนแปลกหน้าช่วยไปก่อน
“ธามอย่าทำแบบนี้สิพี่ยังไม่ได้ทำอะไรธามเลยนะ” เตวินแก้ตัวสีหน้าซีดเผือดทั้งที่อีกไม่กี่นาทีจะถึงปลายทางที่นัดกับเ้าหนี้เอาไว้อยู่แล้วเชียวพอเห็นชายชุดดำถ่ายรูปและคลิปเป็หลักฐานก็ชักกลัวขึ้นมาจริงๆ“พี่ไม่อยากติดคุกนะธาม”
“อย่ามาให้ธามให้เห็นหน้าอีกเจอหน้าก็ทำเหมือนไม่รู้จัก ธามจะคิดเสียว่าไม่มีญาติเลวๆ แบบพี่เตอีก”
ธามิณีคิดว่าตัวเองคงจะร้องไห้หากถูกทำร้ายจิตใจจากครอบครัวที่เธอคิดว่ามีแต่ไม่เลย เธอกลับรู้สึกเหมือนได้ก้าวออกมาจากบ้านที่คิดว่าหลบฝน หลบแดดได้ตอนนี้เธออาจจะเปียกฝน ร้อนเพราะแดด แต่เธอไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกรงใจไม่ต้องกังวลเพราะคำว่าเราเป็ญาติกันอีกแล้ว
“ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากนะคะที่มาช่วยฉันไว้” ธามิณีเอ่ยหลังจากเข้ามานั่งในรถพลางยกมือไหว้“ใครคือคนที่ขอให้พวกพี่ๆ มาช่วยฉันหรือคะ”
“ท่านบอกว่าคุณขอให้มาช่วยครับ”ชาญเป็คนตอบ
“แล้วท่านของคุณคือใครหรือคะ”ธามิณีถามไปแล้วก็ชักสงสัยเพราะเธอขอความช่วยเหลือจากพระเสาร์เพียงคนเดียว
“ท่านบอกว่าคุณจะรู้เองครับ”
ธามิณีคิดว่ารู้คำตอบแล้วการที่เธอขอให้พระเสาร์ช่วยอยู่ในใจ เขาได้ยินใช่ไหม ถึงได้ส่งคนมาช่วยจากที่น้อยใจว่าเขาจะมาก็ต่อเมื่อเธอใกล้ตายหรือเืไหลรินเท่านั้นเขาไม่เคยทอดทิ้งให้เธอเผชิญกับอันตราย ว่าแต่การเป็เทพกึ่งมนุษย์ต้องมีการ์ดหน้าเข้มๆแบบนี้ด้วยหรือ แล้วทำไมเขาถึงไม่มาเอง ทำไมถึงส่งคนอื่นมาแทนเขาาเ็เหมือนคราวที่แล้วอีกหรือเปล่านะ
ให้หลังพอธามิณีจากไปพร้อมกับกลุ่มชายชุดดำไม่นานนักคนอีกกลุ่มกำลังขับรถไล่ล่าเตวินเพราะเขาผิดนัด เกิดการขับรถปาดหน้ากันชุลมุนเพียงครู่เดียวเตวินก็ถูกกระชากลงมาจากรถของตัวเอง แล้วถูกพาไปยังรถอีกคันมีเสียงร้องขอความช่วยแต่จะมีประโยชน์อะไรหากครู่เดียวเสียงนั้นก็หายเงียบไปเพราะถูกชกด้วยหมัดหนักๆไม่กี่ทีก็สลบ
ร่างหนึ่งในเงาจางๆมองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วยิ้มหยัน แม้ธามิณีไม่เอาเื่แต่กิเลสของมนุษย์ได้ตามจองเวรเตวินแทนเธอไปเรียบร้อยแล้วศนิถอนใจอย่างเบื่อหน่ายในความเลวทรามของมนุษย์บางคน ก่อนจะหลับตาลงพอเปิดเปลือกตาเขาก็กลับมายืนอยู่กลางบ้านในประเทศไทยธำรงค์น่าจะกำลังรอรายงานเื่ที่เขาสั่งไป
ธำรงค์เพิ่งวางสายจากคนของเขาที่ต้องมีเพื่อปกป้องคนในครอบครัวและท่านที่ถูกนักข่าวแอบตามในบางครั้งแต่ในคราวนี้ช่างแปลกไปเพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนท่านสั่งให้เขาส่งคนไปช่วยธามิณี ทั้งที่การทำแบบนี้ในวันข้างหน้าธามิณีอาจสืบจนรู้ในที่สุดว่าพระเสาร์มีตัวตนมนุษย์ด้วยชื่อว่าอะไร เป็ใครในตอนนี้
พอพ่อบ้านที่พ่วงตำแหน่งประธานบริษัทเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าท่านมานั่งอ่านหนังสือรออยู่ก่อนแล้วเขาไม่มีเคยรู้ว่าท่านเดินทางไปไหนหรือทำอะไร หากท่านไม่บอกเขาเองการทำงานตามหน้าที่ของตัวเองโดยได้รับเป็ความมั่นคงในชีวิต ไม่ลำบากขัดสนเป็สิ่งตอบแทนที่ท่านมอบให้กับพ่อบ้านทุกคนแต่สิ่งที่เขามอบให้ท่านคือความซื่อสัตย์และห่วงใยจากใจจริง จากรุ่นสู่รุ่น
“หนูธามิณีถึงหอพักเรียบร้อยแล้วครับ”ธำรงค์รายงานพลางนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับพระเสาร์“ทำไมท่านถึงส่งคนไปแทนที่จะจัดการด้วยตัวเองเหมือนทุกครั้งล่ะครับ”
“การเป็ความหวังเดียวของมนุษย์อาจเป็ข้อเสีย”การที่ธามิณีคิดว่าหากตัวเองตกอยู่ในอันตรายเขาจะมาช่วยทุกครั้งกลายเป็เื่อันตราย หากมีครั้งไหนที่เขาทำแบบนั้นไม่ได้เธออาจพ้นจากอันตรายไปสู่การตายในที่สุด
“ธำรงค์เชื่อเื่ชีวิตก่อนที่จะเกิดมาเป็มนุษย์ไหม”
“เชื่อครับ”การได้รู้จักท่านทำให้เขาเชื่อในหลายๆ สิ่ง“คำถามนี้เกี่ยวกับการที่หนูธามิณีถูกวางยาหรือเปล่าครับ”
“ใช่ธามถูกวางยา ยานั้นแรงมากจนทำให้หัวใจของธามเต้นช้าลง หากเป็คนอื่น อาจตายไปแล้ว”ศนิได้ยินเสียงเรียกของธามิณี เพียงเพราะเธอรู้ชื่อของเขาแต่เขาสามารถเลือกได้ว่าจะไปตามเสียงเรียกหรือเปล่าผลึกกาลทำอะไรได้มากกว่าที่คิดเมื่อมันไปอยู่ในร่างมนุษย์แม้เขาจะเป็เ้าของผลึกกาล บางอย่างเขาเองก็เพิ่งพบเจอในชีวิตแสนนานนี้เหมือนกัน
“ทำไมท่านถึงสงสัยล่ะครับ”
“ผลึกกาลของผมที่อยู่ในตัวของธามทำให้ธามไม่ตาย แต่ธามอาจจะตายเพราะผลึกกาล ก่อนหน้านี้ผมสะกดพลังของมันไว้แต่หลังจากที่ธามไม่รู้ตัวว่าได้ใช้พลังจากผลึกกาลการสะกดพลังจากผลึกกาลก็ไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับผมนักแต่ธามกลับสะกดพลังนั้นไว้ได้โดยที่ไม่รู้ตัว ผลึกกาลยอมรับธาม”
ผลึกกาลจะยอมรับศนิซึ่งเป็เ้าของมาั้แ่กำเนิดแต่พระสูรยะกลับยึดผลึกไป แต่ได้เพียงครึ่งหนึ่ง เพื่อที่พอถึงเวลาที่การลงโทษจบลงพระสูรยะจะเป็ผู้คืนผลึกกาลอีกครึ่งให้กับเขา
แต่แล้วทำไมผลึกกาลอีกครึ่งถึงมาอยู่ที่ธามิณีพระสูรยะจงใจทำแบบนี้เพราะอะไร หรือมันอาจจะเป็โชคชะตา แต่การที่ผลึกกาลยอมรับธามิณีมันเป็เพราะเหตุผลใดกัน
“คำถามคือทำไมถึงเป็อย่างนั้นใช่ไหมครับ”
“ใช่ผมสงสัยว่าในอดีตชาติ ธามเป็ใครมาก่อน เป็คนที่ผมเคยรู้จักมาก่อนหรือไม่”
ผู้ใดก็ตามที่ผลึกกาลยอมรับย่อมมีสายสัมพันธ์ในทางใดทางหนึ่งกับเขามาก่อนแต่ศนิไม่เข้าใจ เขาเป็เทพมาั้แ่กำเนิดในยามที่ถูกลงโทษให้ลงมาเป็เทพกึ่งมนุษย์ก็ไม่เคยผูกวาสนากับใครมันช่างน่าสงสัยนัก
“หนูธามิณีก็คงไม่รู้เหมือนกันไม่อย่างนั้นคงใช้ผลึกกาลปกป้องตัวเองได้อย่างง่ายดาย”ธำรงค์คิดว่าการไปถามคงไม่ช่วยให้ท่านได้คำตอบ
“แต่ผมจะหาทางรู้ให้ได้ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผลหรอก”
ศนิคิดว่าคงต้องไปหาศัตรูผู้เป็ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เขาถูกลงโทษมาจนถึงเวลานี้สักครั้งอีกทั้งเขาจะได้ไปถามถึงความบกพร่องว่าเหตุใดมีเทพที่กลายเป็ความชั่วร้ายสิงสถิตอยู่ในโลกมนุษย์โดยที่ไม่มีรายชื่อว่าต้องถูกพาตัวไปสอบสวน พระยมต้องรับรู้และรับผิดชอบหากการละเลยต่อหน้าที่กำลังทำให้มนุษย์หลายคนตกอยู่ในอันตราย
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี