ตอนที่ 5
“อื้อ...ตอนนี้ยังคิดไม่ออกถ้าคิดออกเมื่อไหร่แล้วอาค่อยบอกแล้วกัน” ไตรภพทำท่าคิดอยู่นาน แต่เขาคิดไม่ออกหรอกเพราะว่าแค่พูดแกล้งหลานสาวเล่นเท่านั้น
“ว้า...ไม่กล้ากินเยอะเลยเนี่ย” สีหน้าของหลานสาวตัวแสบทำหน้ามุ่ยอีกแล้วเธอวางเปลือกมังคุดลูกสุดท้ายลงแต่ไม่ได้เป็เพราะว่าเธอกลัวคุณอาจะเก็บค่าผลไม้จากเธอแพงหรอกนะ แต่เป็เพราะว่าเธออิ่มแล้วต่างหาก
“อาล้อเล่น อยากกินเท่าไหร่ก็กินไปเถอะฟรีครับ” ไตรภพจับศีรษะหลานสาวโยกไปโยกมาอย่างเอ็นดูต่อหน้าลูกน้องที่นั่งกันอยู่ตรงนี้เป็สิบ
ลูกน้องทั้งหมดต่างแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นอาการของลูกพี่ที่ดูจะมีความสุขกว่าทุกวันเพราะไตรภพไม่เคยเล่นกับใครแบบนี้มาก่อนปกติเขาจะเป็คนทำงานที่ไม่ค่อยยิ้มสักเท่าไหร่ แต่ถ้าทำหน้าเข้มๆนี่ถนัดเลย
“คุณอาใจดีจัง”น้ำเสียงออดอ้อนกับรอยยิ้มสดใสของหลานสาวทำให้คุณอาหนุ่มรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
“เข้าสวนไปดูคนงานตัดทุเรียนกัน” แก้วขวัญเดินตามคุณอาของเธอเข้าไปในสวนทุเรียนแล้วเธอก็เห็นว่าเวลาที่คนงานตัดทุเรียนมันไม่ได้ง่ายเลย
“โอ้โห…แขนจะหักไหมคะนั่น” แก้วขวัญรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อได้เห็นการตัดทุเรียนของจริง ภาพที่เธอเห็นคือ มีคนคอยตัดอยู่บนต้นและมีคนอยู่ด้านล่างคอยรับ แต่มันจะไม่ยากเลย ถ้าผลไม้ที่ว่าไม่ใช่ทุเรียนที่มีแต่หนามลูกใหญ่และหนักมาก
เพราะคนที่อยู่ด้านล่างจะต้องรับให้ได้โดยการถือกระสอบรอรับ และก็จะต้องแม่นมากๆ ถ้าพลาดโดนแขนหรือมือเข้าก็คงจะาเ็ไม่น้อย และน้ำหนักของลูกทุเรียนแต่ละลูกก็ไม่ใช่เบาๆ
“เป็ไง อยากจะเป็คนรับหรือเป็คนตัดเลือกเอา” ไตรภพแกล้งถามหลานสาวเล่นดูจากแขนเล็กๆของเธอแล้ว มีหวังหักั้แ่คิดแล้ว
“คุณอาอย่าใจร้ายกับแก้วสิคะ” แก้วขวัญส่ายหน้าเบาๆ เธอขอเป็คนดูพวกคนงานตัดดีกว่าเพราะเธอคงไม่เหมาะทั้งตัดและรับ ต้นทุเรียนก็สู๊งสูง
“เป็ไงกว่าผลไม้พวกนี้จะถึงผู้บริโภคมันไม่ได้ง่ายเลย”
“ค่ะ คุณอาทำสวนเหนื่อยไหมคะ”
“เหนื่อยสิ” ถึงไตรภพจะมีคนงานมากมายแต่งานทุกอย่างในสวนของเขา ไตรภพจะต้องทำเองได้หมดและทุกครั้งที่มีคนงานขาดหรือลาพักบ้าง เขาก็จำเป็ต้องมาทำหน้าที่พวกนี้แทน
ไตรภพพาแก้วขวัญเดินชมสวนไปเรื่อยๆเธอดูมีความสุขมาก ที่ได้เดินชมสวนโน้นบ้าง สวนนี้บ้าง เก็บผลไม้บนต้นชิมบ้างบางลูกก็เปรี้ยว บางลูกก็หวาน แล้วเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงเวลาเย็นของวัน
“กลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวถ้าพรุ่งนี้อยากมาอีก ก็มากับอาอีกได้” เพราะเขาจะต้องเข้าสวนทุกวัน ยกเว้นวันที่นัดลูกค้าหรือเข้าโรงงาน
ทั้งสองคนคุณอากับคุณหลานกลับมาถึงบ้านก็มืดพอดีวันนี้เป็วันแรกที่แก้วขวัญมาอยู่กับคุณอาไตรภพวันแรกเธอดูตื่นเต้นและมีความสุขมาก
เธอโทรไปเล่าให้คุณพ่อของเธอฟังด้วยความตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ ภายในห้องพักส่วนตัวที่คุณอาของเธอจัดไว้ให้หลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงคุณอามาเคาะประตูเรียก ให้ลงไปทานข้าวเย็นเธอจึงวางสายจากคุณพ่อของเธอ แล้วเดินตามคุณอาลงไปที่ชั้นล่างของบ้าน
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จไตรภพนั่งทำงานเอกสารเื่ค่าแรงคนงานและรายรับรายจ่ายของสวนผลไม้และได้เห็นว่าผลผลิตในปีนี้เป็ที่หน้าพอใจมาก
ปีนี้เป็ปีที่เขาฟันกำไรมากกว่าปีอื่นๆเพราะฝนตกต้องตามฤดูการ ผลผลิตออกมากกว่าทุกปีจึงทำให้เขาเก็บเกี่ยวผลผลิตไปขายได้มาก และยังมีสวนข้างๆอีกที่เขาเป็พ่อค้าคนกลางขายส่งตามท้องตลาดอีกด้วย ส่วนผลไม้เกรดเอไตรภพจะนำมาคัดแยก เอาไว้ส่งนอกกับเข้าโรงงานผลไม้กระป๋องที่เขานั้นมีหุ้นส่วนกับเพื่อน
ส่วนแก้วขวัญเธอกลับเข้าห้องนอนจัดเสื้อผ้าเข้าตู้จนเรียบร้อย อยู่ๆเธอก็บังเอิญหันไปเจอกับอะไรบางอย่าง…
“กรี๊ด! จิ้งจก… คุณอาขา…” แก้วขวัญร้องเสียงดังลั่นเธอกลัวตัวพวกนี้เป็ที่สุด ทั้งๆที่ห้องนอนของเธอก็ปิดมิดชิดดีถึงบ้านหลังนี้จะเป็บ้านไม้แต่ก็ตีฝ้ากุผนังอย่างดี ไม่น่าจะมีตัวพวกนี้เข้ามาได้
“คุณอา! คุณอา! เปิดประตูให้แก้วหน่อยค่ะ” แก้วขวัญรีบวิ่งออกมาเคาะประตูหน้าห้องคุณอาทันที
ไตรภพที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จยังไม่ทันได้แต่งตัวเลยด้วยซ้ำ นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาเปิดประตูให้หลานสาวในสภาพที่ยังไม่เรียบร้อย
“มีอะไร” ไตรภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเมื่อเห็นใบหน้าตื่นกลัวของหลานสาวอยู่ที่หน้าประตูห้อง
“แก้ว…แก้วเจอจิ้งจกค่ะ”
“แค่จิ้งจกนี่นะ” สำหรับที่บ้านสวนแห่งนี้แล้วจิ้งจกตามบ้านถือว่าเป็เื่ธรรมดา แต่สำหรับคนเมืองอย่างแก้วขวัญอาจจะยังไม่ชิน
“แก้วกลัวมันค่ะคุณอา” ใบหน้าตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คุณอาหนุ่มถึงกับส่ายหน้าเบาๆ
“เดี๋ยวอาไปดูให้ แต่ขออาแต่งตัวก่อนได้ไหม” บ้านหลังนี้มีแค่ไตรภพอยู่คนเดียวเท่านั้นแต่ตอนนี้มีแก้วขวัญมาอยู่ด้วยเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนส่วนคนงานคนอื่นๆก็กลับบ้านใครบ้านมัน
“ไม่เอาค่ะ ไปตอนนี้เลย แก้วกลัว” แก้วขวัญจับแขนของคุณอาหนุ่มพยายามดึงเขาให้ออกจากห้องมาให้ไปดูจิ้งจกในห้องของเธอให้ได้
“แต่อาโป๊อยู่”คำบอกเล่าของคุณอาหนุ่มทำให้แก้วขวัญชะงักไปเธอไม่ทันได้สังเกต ว่าคุณอาของเธอกำลังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนเดียวและเมื่อเธอได้สติเธอจึงรีบสำรวจคุณอาด้วยสายตาทันทีและสิ่งที่เห็นมันทำให้เธอลืมจิ้งจกตัวเมื่อกี้ไปสนิทเลย
รูปร่างสมส่วนจะออกไปในทางบึกบึนหน่อยๆ่บนกล้ามแขนเป็มัดๆหน้าอกเป็รอนสวยสมส่วนได้รูป ผิวสีแทนเข้มกำลังดีแก้วขวัญมองจนเพลินตา ก่อนที่เสียงของคุณอาหนุ่มจะดังขึ้นอีกครั้ง
“อาน่ากลัวกว่าจิ้งจกตัวเมื่อกี้อีกนะว่าไหม” ไตรภพเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างกวนๆพูดกับหลานสาวที่กลัวอะไรไม่เข้าเื่
“คุณอาไปใส่เสื้อผ้าก่อนก็ได้ค่ะ แก้วจะยืนรอตรงนี้” แก้วขวัญไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณอาของเธอพูดยังไงเธอก็ยังรู้สึกว่าจิ้งจกน่ากลัวกว่าคุณอาอยู่ดี
ไตรภพกลับเข้าห้องไปใส่เสื้อผ้าแล้วกลับออกมาหาหลานสาวตัวเล็กที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องอีกครั้ง
“ไหนพาอาไปดูซิ” แก้วขวัญเดินทำท่ากลัวๆพาคุณอาเข้าห้องไปดูจิ้งจกตัวนั้นแล้วก็เห็นว่ามันยังเกาะอยู่ที่เดิม
“นั่นค่ะ ตัวนั้น อี๋…” ไตรภพไล่จับจิ้งจกตัวนั้นด้วยมือเปล่าของเขา เพียงเวลาไม่นานนักเขาก็ไล่จับมันจนได้ จากนั้นก็โยนมันทิ้งลงหน้าต่างไป
“แล้วมันจะกลับมาอีกไหมคะ” แก้วขวัญถามขึ้นอย่างกลัวๆ เพราะถ้ามีตัวพวกนี้อยู่ในห้องของเธอเธอคงนอนไม่หลับแน่ๆ
“ปิดหน้าต่างให้ดีๆ มันคงเข้ามาไม่ได้แล้วแหละ” เพราะห้องค่อนข้างปิดมิดชิดและแ่าแต่ถ้าปิดไม่ดี ไอ้ตัวพวกนี้มันก็อาจจะเข้ามาได้
“ขอบคุณนะคะ”
“นอนซะนะ ถ้ามีอะไรก็ไปเรียกอาได้ไม่ต้องเกรงใจ”
“ค่ะ ฝันดีนะคะคุณอา”
“ครับ ฝันดีนะครับเด็กน้อย” ทันใดนั้นประตูหน้าห้องของแก้วขวัญ ก็ถูกปิดลงด้วยมือใหญ่คนตัวเล็กที่กำลังจะอ้าปากพูด ว่าเธอไม่ใช่เด็ก แต่ก็พูดไม่ทันเสียแล้วเพราะประตูหน้าห้องถูกปิดลงซะก่อน ทำให้แก้วขวัญอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น
“ไหนบอกว่าแก้วโตแล้วไง แล้วทำไมถึงพูดแบบนี้นะ” แก้วขวัญก้มมองหน้าอกตัวเองอีกครั้งแล้วคิดว่า…เมื่อไหร่มันจะโตสักทีนะเธอถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ แล้วเดินกลับไปที่เตียงนอนนุ่มๆพลางคิดอะไรเพลินๆจนเผลอหลับไป