ขณะที่อยู่บนหลังควายธนู อลินตานั่งด้านหน้ามีก๋วยบรรจุอุปกรณ์ปราบผีคั่นตรงกลางเจ้าภูแสนนั่งด้านหลังมองดูก็คล้ายหนุ่มสาวกำลังแว้นมอเตอร์ไซต์เพราะควายยันม่าแล่นเร็วเสียเหลือเกินเจ้าภูแสนลอบสังเกตเห็นว่าอลินตาดูเหมือนกับเป็นเงารางๆ ดังว่าร่างกายของเธอโปร่งแสงได้เจ้าภูแสนมองซ้ำไปซ้ำมาไม่แน่ใจ แต่ก็แอบคิดว่าอาจจะเป็นเพราะความเร็วและสายตาพร่ามัวเนื่องจากลมตีเข้าใบหน้าตลอดเวลานั่นเอง
แต่สิ่งที่ไม่เข้าตาเจ้าภูแสนเป็นอย่างมากนั่นก็คืออลินตาเคี้ยวหมากฝรั่งตลอดเคี้ยวตั้งแต่เดินทางเข้าป่าจนป่านนี้ก็ยังไม่หยุดเคี้ยวสักทีจะเคี้ยวทำไมนักก็ไม่รู้
ควายธนูทั้งสองตัวตะบึงห้อวิ่งซะป่าราบไม่นานสองควายธนูก็พาทุกคนมาถึงต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง พวกมันหยุดอยู่บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นห่างจากปากถ้ำไม่ถึงหนึ่งกิโลเรียกได้ว่ามาถึงจุดมุ่งหมายเร็วกว่าแสงเสียนี่กระไร เมื่อทุกคนลงจากหลังควายธนูแล้ว ชัยยันต์ที่ก้าวเข้ามายืนอยู่เบื้องหลังของเจ้าภูแสนก็ถามขึ้นทันที
“ทำไมมาหยุดตรงนี้ไม่ไปถึงปากถ้ำเลยล่ะ” แต่คนตอบไม่ใช่อลินตากลับเป็นหนานเมืองอินทร์ที่ตอนนี้กำลังยืนเคียงข้างกับเจ้าภูแสนส่วนอลินตานั้นไซร้กำลังเก็บควายธนูยันมา และคูโบต้าของตัวเองใส่ก๋วยไว้ดังเดิม
“เราจะไปถึงหน้าถ้ำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้หรอกตั้งหลักตรงนี้น่ะถูกแล้วเพราะเรายังไม่รู้ว่าพวกมันทำกับดักมนต์ดำอะไรไว้รอพวกเราอยู่”ชัยยันตร์ได้ยินคำตอบจากโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็พยักหน้ารับเข้าใจแต่แล้วก็ต้องเซไปอีกทางอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อก๋วยของอลินตาถูกยื่นยัดมาทางชัยยันต์อลินตายื่นก๋วยมาให้ชัยยันต์ก่อนพูดนิ่งๆ
“ฝากหน่อยถ้าฉันจะเอาอะไรในก๋วยจะมาเอาเองอ้อ สะพายหลังเอาไว้ให้ดีๆ อย่าให้ใครมาชิงก๋วยไปได้ก็แล้วกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นรีบหยิบควายธนูในก๋วยออกมาแล้วให้เจ้าภูแสนออกคำสั่งกับควายธนูของฉันเพื่อพาพวกนายหนีออกไปจากที่นี่อย่างเร่งด่วน เข้าใจใช่ไหม?” อลินตาสั่งความราวกับเป็นเจ้านายของชัยยันต์
ทุกคนรู้สึกเอะใจไม่น้อยกับคำพูดปริศนาของอลินตาที่ทิ้งประโยคไว้ราวกับเป็นตัวเลือกหากเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดขึ้นมาจริงๆเจ้าภูแสนรู้สึกไม่ชอบใจคำพูดของอลินตาเท่าไหร่นัก แต่ชัยยันตร์กลับไม่ค่อยพอใจ หน้าที่ตัวก็ไม่ใช่ทั้งอลินตาก็ยังมิใช่เจ้านายตัวเองอีกด้วย
“ทำไมฉันต้องดูแลก๋วยให้เธอด้วย”อลินตายิ้มกริ่มก่อนตอบ
“ในเมื่อนายนั่งควายของฉันมานายก็ต้องตอบแทนบ้างหรือจะวิ่งมาแบบอวยชัยก็ได้นะ เดี๋ยวเรียกคูโบต้าให้ไปส่งที่ห้างแล้วนายก็วิ่งมาเอง” เจอมุขนี้เข้าไป ชัยยันตร์นี่แทบอยากจะบีบคอหญิงสาว ฉลาดพูดนักนะชัยยันต์สบถกับตัวเองเบาๆ
“แค่นี้ทำมาทวงบุญคุณ...”หนานเมืองอินทร์อมยิ้ม นี่ไม่ใช่ฉลาดปกติหรอกแต่ฉลาดแกมโกงเสียมากกว่ากระมัง แต่แล้วหนานเมืองอินทร์ก็ถามอย่างนึกอะไรขึ้นได้ด้วยความอยากรู้แท้จริง
“อลินตาควายธนูของเจ้าทำไมมีพลังมหาศาลร้ายกาจกว่าควายธนูธรรมดาหลายเท่านักปลุกเสกอย่างไร? ที่ไหน? อาจารย์หรือพ่อครูคนไหนช่วยปลุกเสกให้รึ?”อลินตาได้ยินก็กอดอกอย่างภาคภูมิใจ ยิ้มเชิดจนคอแทบจะหัก
“ตอนแรกก็ได้วิชาปลุกเสกควายธนูธรรมดามานั่นแหละค่ะ แต่ฉันคิดว่าหมอผีก็เหมือนกับนักเราจะมาทำพิธีกรรมซ้ำเดิมมันก็จะได้ผลลัพธ์เดิมๆได้ควายธนูแบบเดิม ฉันก็เลยไปที่ภูเขาควายเพื่อตามหาเหล็กไหลและก็ได้มาจากพระธุดงค์ผู้ทรงอภิญญารูปหนึ่ง ทั้งยังได้วิชากสิณต่างๆติดตัวมาจากท่านด้วย แต่ฉันไม่ได้ไปคนเดียวนะคะฉันมีหมอธรรมประจำหมู่บ้านที่ตีนเขาไปเป็นเพื่อนจากนั้นก็ทำการหล่อเหล็กไหลผสมเหล็กธรรมดาโดยเดินย้อนเวลากลับไปยังป่าช้าแห่งยุคต่างๆเพื่อหล่อหลอมเหล็กพวกนี้ประกอบให้เป็นรูปควาย จากนั้นก็ปลุกเสกคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับสืบทอดมาจากตระกูลเราลงไปที่ควายสองตัวนี้ค่ะ”อลินตาอธิบายอย่างภาคภูมิใจ
หนานเมืองอินทร์ได้ยินก็รู้สึกอึ้งกับความคิดนอกกรอบแต่ได้ผลมหาศาลของหมอผีนักออกแบบที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการอย่างอลินตา เขาเพิ่งเคยพบเคยเห็นหมอผีที่มีทฤษฎีเหนือชั้นและแหวกหน่อแหวกแนวเช่นนี้ ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นหมอผีจริงๆมันยิ่งกว่าชำแรกแทรกอยู่ในสายเลือดเสียอีก ส่วนอลินตาก็ยังอธิบายเจื้อยแจ้ว
“ยันมา และคูโบต้าเป็นควายธนูเพียงสองตัวในโลกที่ไม่เหมือนควายธนูปลุกเสกที่ไหน เพราะน้องๆ อึด ถึกทนทายาท เทียบได้กับแรงช้างตกมันร้อยเชือกรวมกันเลยล่ะค่ะ” หนานเมืองอินทร์ได้ฟังก็ต้องกับยอมรับนับถือในความคิดแผลงๆของทายาทสาวคนนี้ช่างเป็นนักออกแบบอาวุธปราบผีที่มีจินตนาการดีเยี่ยมจริงๆทางด้านเจ้าภูแสนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลก็เหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะถามอลินตาขึ้นด้วยความเป็นห่วงคนของตน
“อวยชัยจะปลอดภัยใช่ไหม?”อลินตารีบตอบทันที
“ปลอดภัยแน่นอนอวยชัยอยู่กับฉัน ทั้งยังมีกุมารสินเธาว์ และกุมารสมุทรอีกด้วยเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ”เจ้าภูแสนรู้สึกงงๆ กับคำพูดของอลินตาแต่สำหรับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์กลับหันขวับมามองทางอลินตาด้วยสายตาที่คมกริบทันทีที่เจ้าตัวพูดจบก่อนจะรีบถามอย่างรวดเร็ว
“อยู่ในแผนด้วยเหรอ?”คราวนี้อลินตายิ้มจนตาหยี
“หมากทุกตัวถูกวางเอาไว้หมดแล้ว! รอเวลารุกฆาตเท่านั้นค่ะ..!” อลินตาพูดสีหน้าดุดันก่อนจะหันมาบอกทุกคน
“ต่อจากนี้ต้องเดินเท้าระวังกันด้วยล่ะปู่โสมกำลังรออยู่ในถ้ำแล้ว” อลินตาพูดจบก็ออกเดินนำหน้าไปทันทีทุกคนไม่รอช้ารีบเดินเท้าตามไปยังถ้ำลึกลับแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
“ป่าแห่งนี้ข้าเจ้าเคยมาล่าสัตว์กับพี่เขยแต่ข้าเจ้ากลับไม่เคยเห็นเลยว่ามีถ้ำตรงนี้ด้วยเจ้า” ขณะที่เดินกันอยู่ชัยยันตร์ก็เปรยขึ้นด้วยความสงสัยหนานเมืองอินทร์ได้ฟังดังนั้นก็บอกชัยยันตร์เพื่อคลายความสงสัย
“ถ้ำนี้มีมานานแล้วเพียงแต่ว่ามันเป็นถ้ำปริศนาที่ไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อนเพราะการพรางวิญญาณจากอำนาจของเหล่าปู่โสมที่เฝ้าทรัพย์อยู่ โดยปู่โสมที่ไปหาอลินตานั้นเป็นหัวหน้าของเหล่าวิญญาณที่เฝ้าทรัพย์แห่งนี้”อลินตาที่เดินนำทุกคนอยู่ก็พูดขึ้นอย่างสงสัย
“ฉันคิดว่าในถ้ำนั่นต้องมีสมบัติที่ล้ำค่าและอาจจะเป็นสมบัติของแผ่นดินอยู่ในนั้นด้วยเพราะไม่อย่างนั้นคนโบราณจะสละชีวิตเพื่อปกป้องมันขนาดนี้เหรอขนาดตายเป็นวิญญาณไปแล้วยังช่วยกันปกป้องชนิดที่เรียกได้ว่าวิญญาณในป่านี้เกือบทั้งป่าพากันร่วมแรงร่วมใจปกป้องสมบัติเอาไว้ชนิดที่บางดวงวิญญาณก็ยอมพลีชีพจากพวกหมอผีที่มาสลายวิญญาณของพวกเค้าอีกอย่างพวกหมอผีฝั่งตรงข้ามก็อาจจะยังไม่รู้ทั้งหมด แต่พวกมันก็คงจะระแคะระคายนั่นแหละพวกมันถึงได้ดั้นด้นกันมาหาอะไรบางอย่างถึงถ้ำแห่งนี้ก็ได้” เมื่ออลินตาพูดมาถึงตรงนี้เจ้าภูแสนและชัยยันตร์ก็หันสบตากันปิ๊ง..ชิ้ง... อย่างมีความนัยทันที อลินตาทายถูกเผง สัมผัสของผู้หญิงคนนี้แม่นยำใช้ได้เลยทีเดียว...