บทที่ 18 ผงไก่
"น้องรอง พวกเราจะไม่ขายถังหูลู่อีกต่อไปจริง ๆ หรือ" ภายใต้แสงดาวยามค่ำคืนอันแจ่มใส หลี่ฉางอันและหลิ่วจืออินนั่งเคียงข้างกันอยู่หน้าประตูเรือนเหนือ ดวงดาวบนท้องฟ้ากะพริบตา ท่ามกลางความเงียบและความสุขสงบ
"การค้าขายถังหูลู่ได้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว" หลี่ฉางอันมองไปยังหลิ่วจืออินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมบริสุทธิ์เหมือนดอกมะลิลอยวนอยู่รอบตัว
"วิธีการเคี่ยวน้ำตาลนั้นแตกต่างกันอย่างมาก วัตถุดิบก็เห็นได้ชัด ครั้งนี้ที่สามารถทำเงินได้มากขนาดนี้ เพราะได้เปรียบจากการรู้ล่วงหน้า ปีนี้ผลซานจาก็มาถึง่ปลายฤดูกาลแล้ว ถังหูลู่ผลไม้รวมก็ได้วางขายไปแล้ว หลังจากนี้ก็ไม่มีความได้เปรียบใด ๆ อีก”
หลี่ฉางอันอธิบาย
“ปีหน้าการค้านี้จะยิ่งทำได้ยากขึ้น สวนผลไม้จะต้องขึ้นราคาอย่างแน่นอน บางทีอาจมีคนอื่นเริ่มปลูกผลซานจาด้วย ดังนั้นวิธีนี้จึงใช้ได้เพียงครั้งเดียว ถึงอย่างไรก็ควรปล่อยมือไปเสีย"
หลิ่วจืออินพยักหน้า บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอุ่นใจ หลายวันมานี้ นางได้ศรัทธาในตัวหลี่ฉางอันอย่างสิ้นเชิงแล้ว ในใจจึงสงบลงในที่สุด
เขาพูดอย่างไร ก็เป็อย่างนั้น
นางเชื่อมั่นโดยไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ว่าวันข้างหน้าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ
"น้องรอง เ้าพูดถึงหม่าล่าทั่ง มันคืออะไรกันหรือ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ"
"หม่าล่าทั่งเป็อาหารอร่อยที่ข้าค้นพบในตำราโบราณ" หลี่ฉางอันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "แค่นำไปวางขายที่ซานหยางเหมิน รับรองว่าการค้าจะเฟื่องฟูแน่นอน"
"อร่อยกว่าถังหูลู่อีกหรือ"
"อืม และถึงแม้จะมีคนเลียนแบบ ก็ไม่มีทางอร่อยเท่าของพวกเรา เพราะข้ามีสูตรลับเฉพาะตัว"
ใต้ท้องฟ้า ดาวพร่างพราย
สองคนนั่งเงียบเคียงกัน ในใจพลันอิ่มเอมเป็ที่สุด
‘เงินสามร้อยตำลึงนั้น ข้าหามาได้แล้วครึ่งหนึ่ง อีกไม่นานน้องสาวก็จะกลับมา
เมื่อถึงเวลานั้น ครอบครัวของพวกเราก็จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง”
…
จุดสำคัญของหม่าล่าทั่งไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบ แต่อยู่ที่หัวเชื้อน้ำซุปที่สามารถใช้ได้กับทุกอย่าง
ไขมันวัว ซอสถั่วเหลือง ขิง โป๊ยกั๊ก ใบกระวาน เหล้าขาว… สิ่งเหล่านี้ล้วนหาได้
แต่มีอย่างหนึ่งที่โลกนี้หาไม่ได้
มันคือผงชูรส เครื่องปรุงเพิ่มความอร่อยที่ผลิตจากกระบวนการทางเคมีในชาติอนาคต
ด้วยสิ่งที่มีอยู่ในชาตินี้ หลี่ฉางอันทำมันไม่ได้
แต่เขารู้วิธีทำผงไก่ที่ใช้ทดแทนได้
แม้คนอื่นจะเรียนรู้ไปได้ราวเจ็ดแปดส่วน แต่หากขาดผงไก่อันเป็เครื่องปรุงรสชาติหนึ่งนี้ไป รสชาติเมื่อรับประทานก็จะด้อยลงไปอย่างมาก
นี่คือการยกระดับรสชาติ
อีกทั้งหม่าล่าทั่งกับหม้อไฟแทบจะแยกกันไม่ออก นอกจากความแตกต่างในวิธีการกิน หัวเชื้อน้ำซุปก็ไม่ต่างกันมากนัก สามารถพัฒนาออกเป็สองแนวทางได้อย่างสมบูรณ์
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลี่ฉางอันหลังจากส่งเหล้าเสร็จ ก็ไปเดินวนรอบ ๆ บ้านหวังเอ้อร์โก่ว คนผู้นี้ยังคงพักฟื้นอยู่ าแที่ได้รับจากการปีนกำแพงเมื่อวันก่อนไม่ได้หายดีง่าย ๆ
หลี่ฉางอันทิ้งขวากเหล็กสองชิ้นไว้ที่หน้าประตูบ้านหวังเอ้อร์โก่ว แล้วก็เดินอย่างเรื่อยเฉื่อยไปยังตลาดสด
สองวันนี้ ต้องจัดเตรียมหัวเชื้อน้ำซุปให้เสร็จ
ถ้าทำได้ดี ธุรกิจนี้ก็จะทำกำไรได้มหาศาล จะสะเพร่าไม่ได้
เมื่อเห็นหลี่ฉางอันหยุดยืนที่แผงค้าแต่ละแห่ง แวะชิมเครื่องปรุงรสเป็ระยะ หลิ่วจืออินรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังฝันอยู่
ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น ผู้คนจำนวนมากในตลาดสดก็ต่างอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน
ปราชญ์ไม่ควรใกล้ครัว ในโลกแห่งวิถีปราชญ์นี้ เป็หลักการที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน
ดังนั้น จึงมีชายน้อยคนที่เข้าตลาดสด ยิ่งเป็คนที่ดูเหมือนนักปราชญ์อย่างหลี่ฉางอันยิ่งหายาก
นักปราชญ์คนนี้ไม่เพียงแต่เข้าไปในตลาดสด แต่ยังเลือกสินค้าและต่อราคาเองด้วย ชำนาญอย่างไม่น่าเชื่อ
"เ้าของร้าน ต้นหอมราคาเท่าไหร่"
"ขิงนี้ก็เอาสองชิ้น… ขอถามหน่อยว่ามียี่หร่าโป๊ยกั๊กกับใบกระวานไหม"
"ข้าซื้อมากมายขนาดนี้ เ้าลดราคาให้ข้าหน่อยสิ ยี่สิบสามอีแปะ… ยี่สิบอีแปะได้ไหม"
"วางใจเถิด ข้าจะมาซื้ออีกในครั้งหน้า"
หลี่ฉางอันหัวเราะอย่างร่าเริงพลางเก็บของที่ซื้อเข้าไปในตะกร้าสะพาย
หลิ่วจืออินค่อย ๆ ดึงชายเสื้อของหลี่ฉางอัน
"น้องรอง หากเ้าอยากซื้ออะไรบอกข้าเถิด ข้าจะไปซื้อให้เองก็ได้"
"เป็อะไรไป" หลี่ฉางอันหยิบไก่อีกสองตัว ขอให้คนขายไก่ช่วยชำแหละให้
"คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะเ้าอยู่นะ..." หลิ่วจืออินรู้สึกอับอายเล็กน้อย
หลี่ฉางอันมองไปรอบ ๆ เห็นว่ามีคนไม่น้อยที่กำลังมองมา จึงยิ้มแล้วพูดว่า
"กลัวอะไร ข้าไม่ได้ลักขโมยหรือปล้นใคร ต่อไปข้าจะมาที่นี่กับพี่สะใภ้บ่อยๆ ไม่ต้องอายหรอก..."
หลิ่วจืออินพยักหน้าน้อย ๆ ความอบอุ่นไหลผ่านในใจนาง นางรับไก่ที่ชำแหละเรียบร้อยแล้ว และเดินตามหลี่ฉางอันไป
เมื่อกลับถึงบ้าน หลิ่วจืออินรีบเริ่มหมักและต้มสุรา ส่วนหลี่ฉางอันเตรียมทำผงไก่
ทั้งสองคนแบ่งงานกันอย่างชัดเจน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
ตอนนี้หนึ่งวันผลิตเหล้าได้หนึ่งร้อยห้าสิบชั่ง ซึ่งถือว่าถึงขีดจำกัดแล้ว คำนวณแล้วหนึ่งวันสามารถทำกำไรได้สามต้าเงิน
น่าเสียดายที่สุดท้ายก็มีแค่สองคน และขนาดของโรงกลั่นเหล้าก็ไม่ได้ใหญ่โต มิเช่นนั้นแค่ขายเหล้าอย่างเดียวก็สามารถทำกำไรได้ถึงสามร้อยตำลึงในหนึ่งเดือน
ในระหว่างที่ต้มเหล้า หลิ่วจืออินก็ต้มยาให้หลี่ฉางอันไปด้วย
"น้องรอง ่นี้ร่างกายฟื้นฟูขึ้นบ้างหรือไม่"
"อืม รู้สึกว่ามีแรงมากขึ้น พี่สะใภ้วางใจเถอะ ไม่มีปัญหาอะไร"
หลี่ฉางอันแกะเส้นเอ็นออกจากเนื้อไก่แล้วโยนลงในน้ำร้อน
"เราไม่ควรประมาท หลายวันมานี้เ้าเหนื่อยมาก ข้าจะไปรับยาจากหมอกลับมาให้" หลิ่วจืออินกล่าว
หลี่ฉางอันไม่กล้าพูดถึงศิลาจิตปราชญ์ที่อยู่ในม่านหมอกนั่นออกมา เกรงว่าจะทำให้พี่สะใภ้เป็กังวลมากขึ้น ได้แต่พยักหน้าอย่างจำยอม
เฮ้อ… ถูกพี่สะใภ้บังคับให้ดื่มยาอยู่ตลอด ช่างทรมานเหลือเกิน
...
ในที่สุด ก็ได้ผงไก่ออกมาแล้ว
ผงไก่ที่บดออกมานั้นไม่ได้ละเอียดเท่าชาติก่อน แต่รสชาติก็เข้มข้นอร่อยไม่แพ้กัน
"พี่สะใภ้ คืนนี้พวกเราผัดผักสองอย่างกันเถอะ"
"ได้" หลิ่วจืออินไม่ได้สงสัยอะไร
เมื่อถึงเวลาผัดผัก หลี่ฉางอันก็เติมผงไก่ลงไปเล็กน้อย
หลิ่วจืออินเพียงแค่ชิมคำเดียวก็เบิกตากว้างด้วยความใ
"นี่มัน... หอมอร่อยเหลือเกิน! น้องรอง เ้าเพิ่งใส่อะไรลงไป!"
หนึ่งจานของผัดผักกาดขาวที่ไม่มีอะไรซับซ้อน กลับมีรสชาติเช่นนี้ ช่างไม่น่าเชื่อจริง ๆ
เหมือนมีกลิ่นหอมของเนื้อไก่ แต่กลับหอมอร่อยยิ่งกว่า
ทั้ง ๆ ที่เพียงแค่เติมผงเล็กน้อย เหตุใดจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้!
"อร่อยหรือไม่" หลี่ฉางอันถาม
หลิ่วจืออินรีบพยักหน้ารัว ๆ ทำให้หลี่ฉางอันอดยิ้มไม่ได้ พี่สะใภ้ที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำ ช่างน่ารักเสียจริง ลำบากใจเขาเหลือเกิน
"นี่เรียกว่าผงไก่ เป็สูตรลับที่ข้าค้นพบในตำราโบราณ เวลาปรุงอาหารจะใส่ลงไปนิดหน่อยในหม่าล่าทั่ง" หลี่ฉางอันอธิบาย
แววตาของหลิ่วจืออินหมุนวน หลี่ฉางอันที่อยู่ตรงหน้าเหมือนเป็ขุมทรัพย์ ทุกครั้งที่เขาเผยให้เห็นโดยไม่ตั้งใจ ก็ทำให้หัวใจนางสั่นไหว
"ต่อไปพวกเราจะขายเหมือนกับคนขายถังหูลู่หรือไม่" หลิ่วจืออินถามเสียงแ่เบา
หลี่ฉางอันคีบเนื้อไก่ให้หลิ่วจืออินชิ้นหนึ่ง
"ถังหูลู่เลียนแบบได้ง่าย พวกที่ขายตามถนนและตรอกซอยต่าง ๆ ก็ล้วนเลียนแบบได้เกือบเหมือนกันหมด ดังนั้นจึงต้องอาศัยการผูกขาดผลซานจาเพื่อทำเงิน แต่หัวเชื้อน้ำซุปนี้พวกเขาเรียนรู้ไม่ได้ หาก้าทำให้อร่อย ก็ต้องใช้หัวเชื้อน้ำซุปของพวกเรา ตราบใดที่พี่เสี่ยวหลานและพี่เสี่ยวฟางตั้งใจทำ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีลูกค้า"
หลิ่วจืออินค่อย ๆ กินอาหารทีละคำเล็ก ๆ
"ถ้ามีคนที่ไว้ใจได้อีกสักหน่อย เราจะสามารถขยายการค้านี้ให้ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่"
"แน่นอนอยู่แล้ว" หลี่ฉางอันพยักหน้า
"เช่นนั้นข้าจะไปปรึกษากับเสี่ยวหลานและพวกนางดูอีกทีนะ"
หลี่ฉางอันยิ้มพลางกล่าวว่า
"ไม่ต้องรีบร้อนตอนนี้ รอจนกว่าหม่าล่าทั่งจะเป็ที่้ามากจนไม่พอขาย นั่นคือโอกาสทำเงินของพวกเรา… ข้าคิดแผนไว้แล้ว"