การแข่งขันของบรรดาเจ้าชายและเจ้าหญิงนั้นยังคงดำเนินไป พวกเขาทุกคนต่างพากันยกยิ้มราวกับจะได้รับชัยชนะแล้วอย่างไรอย่างนั้น ทางด้านของเฟยหรงยังไม่ทันครั้นคร่ามแต่อย่างใดชายหนุ่มเพียงช่วยตงกู่เซียนอย่างลับๆโดยการเข้าควบคุมศรเพลิงของนางเท่านั้นซึ่งการกระทำนี้ของเขาก็เเนบเนียนซะจนองค์จักรพรรดิตงไม่สามารถที่ตรวจสอบได้
ที่สำคัญศรแต่ละดอกล้วนแต่พุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรระดับนิพพานและเทวะเท่านั้น ทั้งหลินเอ๋อและตงกู่เซียนแม้จะรู้ว่ามันผิดปกติแต่ก็อดไม่ได้ที่จะดีใจจนตาเป็นประกาย การแข่งขันในครานี้หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปนางจะชนะได้อย่างแน่นอน
'โอ้ ข้างหน้ามีสัตว์อสูรระดับราชันเทวะ เจ้าสิงโตทองคำตัวนี้เหมือนจะโดนปิดกั้นการรับรู้ถึงอันตรายสินะ พี่น้องกันถึงกับจะเล่นกันถึงตายเลยหรือ ก็ดีข้าจะใช้โอกาศนี้ในการทำให้พวกเจ้าพ่ายแพ้อย่างหมดรูป'เฟยหรงกล่าวขึ้นในใจ หากตงกู่เซียนมากับหลินเอ๋อเพียงสองคนด้วยบตะระดับเทวะและประจักษ์แจ้งของพวกนางมีหวังได้ถูกเหล่าสัตว์ระดับราชันเทวะฆ่าตายเป็นแน่
สิงโตทองคำยังคงมุ่งหน้าไปทางสถานที่ๆเป็นดังรังของสัตว์อสูรระดับราชันเทวะ เฟยหรงชำเรืองมองไปบนท้องฟ้าดูท่าทีขององค์จักรพรรดิว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ แต่เมื่อหันไปเขากลับต้องผิดหวังอีกครั้งองค์จักรพรรดิไม่ได้ชายตามองมาทางตงกู่เซียนด้วยซ้ำ แต่กลับมองลูกที่เหลือของเขาด้วยท่าทีพึงพอใจ
'เห้อ ดูเหมือนว่านางจะเป็นเหมือนแกะดำของราชวงศ์สินะ เห้อ ช่างน่าสงสารแม้จะเกิดมาดูสูงส่งกว่าผู้อื่นแต่กลับไม่ได้รับความรักจากครอบครัว'
สิงโตทองคำยังคงพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างไม่หวาดกลัวในที่สุดมันก็พาพวกเขาหลุดมาใจกลางของป่าใหญ่ เมื่อมันพาเข้ามาด้านในสถานที่แห่งนี้ตัวของสิงโตทองคำก็สั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาสีแดงนับสิบคู่จับจ้องมาที่พวกเขาเป็นตาเดียวก่อนที่เหล่าสัตว์อสูรขนาดยักษ์หลายสิบตัวจะปรากฏออกมา
"นะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!! ทำไมสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการตรวจสอบอาณาเขตอย่างสิงโตทองคำถึงสัมผัสอันตรายไม่ได้"ตงกู่เซียนใบหน้าซีดเซียว ทางด้านหลินเอ๋อเองก็ไม่ต่างกัน หลังจากที่เข้ามายังอาณาเขตนี้จู่ๆก็มีเขตแดนเกิดขึ้นมาเพื่อคุมขังพวกเขาเอาไว้ไม่ให้สามารถออกไปไหนได้ เฟยหรงที่ได้เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ดูเหมือนทุกอย่างจะถูกเตรียมการไว้จนหมดสิ้นแล้ว ช่างเป็นราชวงศ์ที่โหดร้ายเสียจริงๆ
"เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะองค์หญิง"หลินเอ๋อกล่าวด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้สิงโตทองคำหวาดกลัวสัตว์อสูรเบื้องหน้าจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ ทางด้านของเฟยหรงในเวลานี้เขายังไม่ได้ลงมือแต่อย่างใดแต่กลับสำรวจม่านพลังที่ปิดกั้นพวกเขาเอาไว้ว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่
"โฮก!!"
"หนี!! หลินเอ๋อเจ้ารีบไปตามคนมาช่วยประเดี๋ยวข้าจะล่อมันเอาไว้เองพาเฟยหรงไปด้วย"ตงกู่เซียนกล่าว นางไม่รอช้าคันศรเปลวเพลิงในมือถูกใช้และยิงลูกศรเปลวเพลิงใส่สัตว์อสูรในทันที เฟยหรงเมื่อเห็นว่านางกำลังจะโจมตีก็จะรีบเสริมกำลังให้กับนางตามเดิม แต่ทว่ากลับถูกหลินเอ๋อดึงไปเสียก่อน
"อ๊ะ พี่สาวแล้วองค์หญิงละขอรับ"เฟยหรงกล่าวถาม
"พวกเราต้องเชื่อใจในตัวท่าน และรีบไปออกไปแจ้งข่าวให้องค์จักรพรรดิโดยเร็วที่สุด นี่เป็นสิ่งที่พวกเราจะทำได้"หลินเอ๋อกล่าวอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่ว่านางอยากจะทิ้งองค์หญิงเอาไว้แต่นางรู้ดีว่าสัตว์อสูรระดับราชันเทวะไม่ใช่อะไรที่จะรับมือได้ง่ายๆและนางไม่ใช่คู่ต่อสู้สิ่งเดียวที่ทำได้คือพาคนมาช่วยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
'เอาเป็นว่าพานางออกไปก่อนก็แล้วกัน'เฟยหรงกล่าวขึ้นในใจเขาเองก็ทำท่าวิ่งสุดกำลัง เมื่อเห็นว่าด้านหน้ามีม่านพลังสีใสชายหนุ่มไม่ลังเลใช้กระบี่ลมปราณตัดผ่านออกไปในทันทีเพื่อให้หลินเอ๋อออกไป ก่อนที่จะแสดงท่าทีเหนื่อยหอบออกมา
"แห๊กๆ!พี่สาวท่านไปก่อนเลย ข้าไม่ไหวแล้ว รีบพาคนมาช่วยองค์หญิงให้ได้นะขอรับ"
"ขะ เข้าใจแล้วเจ้าหาที่หลบซ่อนให้ดี เดี๋ยวข้าจะไปพาคนมาช่วยองค์หญิง"นางกล่าวจบและจากไปอย่างเร่งรีบ ด้วยตะระดับนิพพานความเร็วของนางแม้ไม่นับว่าเร็วมากแต่ก็สุดแรงเกิดของนางแล้ว
"เอาละมาดูกันว่าพวกเจ้าจะเล่นลูกไม้อะไร"ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าหลินเอ๋อหายไปสุดลูกหูลูกตาแล้วก็พลันยกยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ตัดกลับมาที่ตงกู่เซียนในเวลานี้นางรู้สึกเหนื่อยหอบเล็กน้อยเนื่องจากการล่าสัตว์มาตลอดทางทำให้มันกินพลังงานของนางไปจำนวนมาก ตอนนี้กลับต้องมาพบเจอกับสัตว์อสูรระดับราชันเทวะจะให้นางปกติได้อย่างไร
หลังจากที่ยิงศรเปลวเพลิงออกไป หญิงงามจะต้องเคลื่อนไหวหลบหลีกการโจมตีของพวกมันอยู่ตลอดเวลา ทั้งหลบหางของสัตว์อสูรประเภทงู หลบกรงเล็บของสัตว์อสูรประเภทหมาป่า อีกทั้งต้องหลบคมเขี้ยวของพยัคฆ์ร้าย การต่อสู้ในครานี้นับว่าลำบากเอามากๆเพราะมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวแต่กลับมีถึงสิบตัวด้วย
"อึก! ป่านนี้หลินเอ๋อคงหนีออกไปได้แล้วข้าเองก็สมควรจะหนีเช่นกัน"ตงกู่เซียนกล่าวนางพุ่งทะยานหลบหนีในทันใด แต่ด้วยความเร็วของนางยังอยู่เพียงระดับเทวะขั้นต้นเท่านั้นจะหลุดรอดจากคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายหลายตนนี้ไปได้อย่างไร
"โฮก!!"
"ศรเพลิงราชัน"
"ฟิ้วๆๆ"
"เปรี้ยง!!!"
นางหันกลับไปเรียกใช้ทักษะของนางในทันที แต่ทว่าด้วยทักษะที่มันไม่ได้ดีเลิศอะไรขนาดทั้นเมื่อกระทบเข้ากับกงเล็บที่ดูแหลมของของสัตว์อสูรระดับราชันเทวะมันก็แตกสลายหายไปพร้อมกับตัวของนางที่ต้องรับการโจมตีของกรงเล็บนั้นและกระเด็นออกไปไกลพุ่งชนต้นไม้จนราบเป็นหน้ากอง
"อั๊ก!"
หญิงงามกระอักเลือดออกมาหลังจากที่โดนโจมตีครั้งนั้นไป นางพยายามจะลุกขึ้นมาแต่ทว่าร่างกายกลับโซเซและเกิดอาการมึนงง และเส้นเลือดปูดกลายเป็นสีดำ
"นี่คือพิษ!!"ตงกู่เซียนกล่าวพร้อมใบหน้าที่ซีดเซียวในเวลานี้รู้สึกว่าตนเองกำลังง่วงนอนเอามากๆสติเริ่มที่จะเลือนรางมองอะไรไม่ชัดเจน เหล่าสัตว์อสูรที่เห็นเช่นนั้นก็พากันพุ่งตรงมาทางนางหมายแย่งกันเพื่อฆ่า แน่นอนว่าตอนนี้ตงกู่เซียนไม่มีความสามารถในการป้องกันตัวเองอีกต่อไป ระดับราชันเทวะไม่ใช่อะไรที่นางจะสู้ได้ ณ ตอนนี้
"ท่านแม่ข้ากำลังไปหาท่านแล้ว"นางกล่าวออกมาอย่างสิ้นหวัง เนื่องจากใช้พลังปราณขับพิษออกมาไม่ได้ การสติของนางเริ่มจะดับวูบลงทุกที จึงไม่แปลกที่หญิงงามจะสิ้นหวังถึงเพียงนี้ได้
ร่างกายของตงกู่เซียนล้มลงไปในทันที่หลังจากพูดประโยคนั้นเสร็จสิ้นเห็นได้ชัดเลยว่านางพร้อมใจจะตายเป็นที่เรียบร้อย แต่ในขณะที่ร่างของนางกำลังจะตกลงพื้นดิน มันก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เฟยหรงมาถึงพอดีและรับร่างของนางไว้ หญิงงามที่สติใกล้จะหลุดนั้นเมื่อเห็นใบหน้าอันเลือนรางของเฟยหรงก็พลันยื่นมือมาจับที่ใบหน้าของชายหนุ่มเอาไว้ นี่คือพระเจ้าที่มารับนางไปหาท่านแม่หรืออย่างไรแค่เพียงเงาอันเลือนร่างเหตุใดจึงได้หล่อเหลานัก เมื่อสิ้นสุดความคิดนี้สติของนางก็พลันดับวูบไป
"เห้อ เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งครึ่งก้านธูปเลยก็หมดสภาพเสียแล้ว แต่จะโทษนางก็ไม่ได้คงต้องโทษนางก็ไม่ได้ก็โดนพิษนี่นะ"ชายหนุ่มกล่าวและใช้ลมปราณวารีของเขาชำระล้างพิษออกไปจากร่างของนางในทันที และหันกลับไปมองเหล่าสัตว์อสูรระดับราชันเทวะอย่างเรียบเฉย
"กระบี่ลมปราณ กระบี่เทพมังกรสี่ลักษณ์"เฟยหรงเอ๋ยขึ้น มืออุ้มหญิงงามขึ้นมาและหันหลังเดินจากไปในทันที ทักษะกระบี่เทพมังกรสี่ลักษณ์ของเฟยหรงใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบลมหายใจก็ปลิดชีพเหล่าสัตว์อสูรระดับราชันเทวะนับสิบได้อย่างง่ายดายราวกับหั่นเต้าหู้
เมื่อจัดการเสร็จแล้วเฟยหรงไม่ลืมที่จะโบกมือเหล่าซากสัตว์อสูรเข้ามาอยู่ในแหวนมิติของเขาจนหมด "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง"
ชายหนุ่มยกยิ้ม กระบี่ลมปราณของเขาแยกออกไปสี่ทิศทางแยกไปตามมุมต่างๆของม่านพลังและพุ่งทะลุผ่านร่างกายของชายชุดดำระดับราชันเทวะทั้งหมดไปอย่างรวดเร็วจนพวกมันไม่ทันได้รู้ตัว แม้ไม่รู้ว่าพวกมันเป็นใครแต่บังอาจมาทำร้ายคนที่เขาปกป้องอยู่ ชายหนุ่มไม่คิดจะให้มันรอดไปได้แม้แต่คนเดียว