เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 พบกันครั้งเดียว เปลี่ยนทั้งชีวิต

            ผ่านไปสักพักพนักงานก็นำกล่องบางอย่างมาให้กับพวกเธอที่โต๊ะลั่วเสี่ยวซีเปิดมันออกก็พบว่าด้านในคือบุหรี่

            มีคนถามเธอว่าเอาไหมสิ่งนี้ทำให้เธอสนุกขึ้นได้นะ เธอพนักงานตอบรับกลับไปอย่างมึนๆแล้วก็มีคนยื่นมาให้เธอหนึ่งมวน พร้อมบริการจุดไฟให้เสร็จสรรพ

            “เคยสูบหรือเปล่า”

            เธอส่ายหน้า คนคนนั้นก็สอนเธอสูบอย่างใจเย็นตั้งแต่การสูดและพ่นควันออกมาก แถมยังบอกอีกว่า

            “เธอเป็นคนสวยมากเวลาสูบบุหรี่คงยิ่งดูเซ็กซี่มีเสน่ห์”

            มีเสน่ห์?

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มหยันซูอี้เฉิงชอบผู้หญิงที่มีเสน่ห์ไม่ใช่หรือไง!

            ว่าแล้วเธอจึงรับมันมาและสูดเข้าไปเต็มปอดเธอรู้สึกเหมือนหลุดลอยเข้าไปอยู่อีกโลก

            สมองเธอเริ่มเบลอแสงไฟตรงหน้ามัวจนคล้ายอยู่ในฝัน ใบหน้าของคนที่นั่งข้างๆ ชักจะเลือนรางเสียงต่างๆ รอบกายคล้ายกับว่าค่อยๆ ดับหายไป

            วินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนทั้งโลกใบนี้เหลือเพียงแค่เธอ

            เธอรู้สึกเหมือนมีใครมาสูบพลังออกจากตัวเธอไปจนร่างกายอ่อนแรงคล้ายจะล้มลงตรงหน้าแต่เหมือนมีใครสักคนกำลังช่วยประคอง และช่วยดึงเธอขึ้นมา

            เธอกำลังออกห่างจากที่นี่ห่างจากโลกนี้ ห่างจากความเจ็บปวดที่ได้รับจากซูอี้เฉิงและแฟนของเขา

            ดีจัง...

            ฉินเว่ยที่เพิ่งเดินกลับมาเห็นลั่วเสี่ยวซีกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่โซฟาสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มล่องลอย ดูชวนฝันเสียจนผู้ชายหลายคนอยากเข้าหา

            เขาลืมความเจ็บที่มุมปากไปจนหมดและรีบเดินเข้าไปอย่างโมโห

            “ใครบ้าให้ยัยนี่ลองของแบบนี้ฮะ!”

            ชายที่ส่งบุหรี่ให้ลั่วเสี่ยวซีหันมาตอบ“ยัยนี่อยากลองเองนะ!”

            “เชี่...!”

            ฉินเว่ยรีบแย่งบุหรี่ออกจากมือเธอสูบไปบ้างแล้วจริงๆ ด้วย

            สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนในทันทีตามด้วยหมัดหนักๆ ที่ส่งไปให้ชายคนนั้น “ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่านี่น้องสาวข้าคราวหน้าถ้าเอ็งยังพูดไม่รู้เรื่องอีกอย่าหาว่าไม่เตือน!”

            เขาค่อยๆ ประคองคนที่สติเริ่มหลุดลอยอย่างลั่วเสี่ยวซีขึ้นมาตอนนั้นเองมือถือเธอก็ดังขึ้น

            เธอยังอุตส่าห์จำได้ว่านี่คือเบอร์ซูเจี่ยนอันแต่หลังคุยได้ไม่กี่คำ เธอก็เริ่มประคองมือถือไว้ไม่อยู่จนมันตกพื้นไปและเริ่มไอออกมา ฉินเว่ยตบหน้าเธอเบาๆ อย่างเรียกสติ

            “ไหวไหมจำได้ไหมว่าฉันคือใคร ลั่วเสี่ยวซี ยังมีสติหรือเปล่า!”

            “ไอ้ฉินแต่ก่อนไม่ใช่ว่าเจ๋งนักหรือไง” เริ่มมีคนส่งเสียเย้ยหยันฉินเว่ย “แค่บุหรี่แค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้”

            “นายไม่เข้าใจ”ฉินเว่ยโมโห “เธอไม่เคยใช้มัน!”

            ลั่วเสี่ยวซีไม่ใช่คนแบบนั้น

            คงเพราะวันนี้เธอเสียใจมากจนอยากลองของเพื่อให้ลืมความจริง

            จู่ๆ ลั่วเสี่ยวซีก็ลืมตาขึ้นมาพลางส่งยิ้มให้ฉินเว่ยเธอไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังยิ้มอย่างยั่วยวนขนาดไหนคนในโต๊ะเห็นดังนั้นต่างผิวปากกันใหญ่อย่างถูกใจ

            “ไอ้ฉินส่งน้องสาวมาให้กูดูแลดีไหมคืนนี้”

            “ไปไกลๆ ตีนเลย!”

            ฉินเว่ยเริ่มนึกเสียใจที่พาเธอมาที่นี่ยัยนี่ตัวหาเรื่องไม่หยุดหย่อนจริงๆ

            ไม่นานซูเจี่ยนอันก็มาถึงคนขับรถฝากฝังให้ผู้จัดการร้านคอยดูแลซูเจี่ยนอันเมื่อเธอเดินเข้ามาในผับจึงมีพนักงานช่วยนำทางเธอไปหาลั่วเสี่ยวซีทันที

            “โอ้ ไอ้ฉินมึงยังมีน้องสาวอีกคนเหรอวะ?”

            ชายหนุ่มพวกนั้นเห็นสาวสวยอย่างซูเจี่ยนอันเดินเข้ามาก็เริ่มคึกคักในทันทีแต่ละคนดูหื่นกระหายจนตัวสั่น รีบส่งสัญญาณให้ฉินเว่ยแนะนำพวกเขาโดยด่วน

            ฉินเว่ยยิ้มเย็นในใจเขาไม่คิดจะบอกพวกมันหรอกว่าซูเจี่ยนอันคือใครถ้าพวกมันกล้าลองดีจีบซูเจี่ยนอันแล้วยังสามารถมีชีวิตอยู่ในเมืองนี้ได้เขาให้เหยียบหน้าเลย!

            ซูเจี่ยนอันไม่สนใจคนพวกนั้นแม้แต่น้อยเธอเดินเข้ามาประคองลั่วเสี่ยวซีทันที

            “อาเฉียนคะช่วยหน่อยค่ะ”

            “อ้าวอย่าเพิ่งไปสิครับ!” มีผู้กล้าเข้ามารั้งซูเจี่ยนอันไว้ “คนสวย ไหนๆ มาทั้งที อยู่ดื่มกับพวกผมสักแก้วสองแก้วก่อนแล้วค่อยกลับสิครับ”

            อาเฉียนมือหนึ่งประคองร่างลั่วเสี่ยวซีอีกมือหนึ่งล็อกมือชายหนุ่มใจกล้าคนนั้นเอาไว้

            “พ่อหนุ่มคุณผู้หญิงไม่ใช่คนที่เธอจะเข้ามายุ่มย่ามด้วยได้หรอกนะ”

            ซูเจี่ยนอันนึกไม่ถึงว่าอาเฉียนจะมีวิชาติดตัวขนาดนี้แต่ชายหนุ่มพวกนั้นกลับไม่คิดจะยอมแพ้ผู้ชายคราวพ่อง่ายๆจึงส่งเสียงเรียกให้เพื่อนๆ มาช่วยกันสั่งสอนอาเฉียน

            ดูท่าคนพวกนี้คงคิดว่าจะชนะอาเฉียนได้ง่ายๆซูเจี่ยนอันเองก็เริ่มเป็นห่วงว่าอาเฉียนจะได้รับบาดเจ็บแต่ในขณะที่เธอกำลังคิดแผนสำรองว่า หากไม่ไหวจริงๆ คงต้องอ้างชื่อลู่เป๋าเหยียนออกไปอย่างน้อยคนพวกนี้ก็คงจะเกรงกลัวบ้าง

            ในตอนนั้นเอง...

            กร๊อบ!เสียงเหมือนกระดูกหักดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดของชายคนหนึ่ง

            เมื่อซูเจี่ยนอันหันไปมองถึงกับช็อกคนลงมือไม่ใช่อาเฉียน แต่เป็นซูอี้เฉิงพี่ชายเธอข้างหลังเขายังมีพวกบอดี้การ์ดของลู่เป๋าเหยียนตามมาอีกหลายคน

            “พี่?” เธออึ้ง “ทำไมพี่ถึงอยู่กับพวกเขาได้?”

            ซูอี้เฉิงปรายตามองลั่วเสี่ยวซีสีหน้าเรียบ“เธอรีบพาเพื่อนเธอออกไปเถอะ”

            ลั่วเสี่ยวซีได้ยินเสียงซูอี้เฉิงจึงลืมตาขึ้นมาพร้อมโผหาเข้าในทันที

            “ซูอี้เฉิงมีแต่คนบอกว่านายเก่งทุกอย่าง นายช่วยย้อนเวลาให้ฉันกลับไปตอนม.2 ได้ไหม”

            เธอเจอเขาครั้งแรกตอนม.2 เป็นการพบเจอที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

            ถ้าย้อนเวลากลับไปได้หากเธอรู้ว่าอนาคตอีกสิบปีข้างหน้าจะต้องทนทรมานเจ็บปวดขนาดนี้เธอคงเลือกที่จะไม่เจอเขา

            ชีวิตนี้ขอไม่เจอเขาเลยดีกว่า

            “นายพาฉันกลับไปที”เธอยิ้มพร้อมน้ำตาพลางสัญญา “ฉันจะไม่โผล่มาให้นายเห็นหน้านายจะได้ไม่ต้องมาทนให้ฉันตามตื๊อแบบนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปและพวกเรากลายเป็นแค่คนแปลกหน้า ฉันจะได้ไปรักกับคนอื่นได้เสียที...”

            เป็นครั้งแรกที่ลั่วเสี่ยวซีร้องไห้ต่อหน้าซูอี้เฉิงเขาไม่ชอบลั่วเสี่ยวซีในตอนนี้เลย โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า “เป็นแค่คนแปลกหน้าเธอจะได้ไปรักคนอื่น” ฟังแล้วช่างระคายหูอะไรอย่างนี้

            “ลั่วเสี่ยวซี”เขาจับหน้าเธอ “ถ้าเธอคิดว่าการที่เธอทำตัวเหลวแหลกขนาดนี้จะทำให้ฉันใจอ่อนงั้นเธอก็คิดผิดแล้ว เธอจะกินเหล้าสูบหรี่มากแค่ไหนมีแต่จะทำให้ฉันเกลียดเธอมากขึ้นเท่านั้น”

            ลั่วเสี่ยวซีปล่อยมือจากซูอี้เฉิงเธอเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ ราวกับตุ๊กตาที่ขาดสติ

            ซูเจี่ยนอันเริ่มเห็นใจลั่วเสี่ยวซีขึ้นมา

            เธอเคยได้ยินแต่คนบอกว่าฉันไม่เสียใจที่รักเขา ต่อให้เกิดใหม่ก็ยินดีที่จะรักเขาถึงแม้จะเป็นรักที่ล้มเหลวก็ตาม

            คงมีแต่คนที่เคยได้รับความรักเท่านั้นถึงพูดคำแบบนั้นออกมาได้

            แต่สำหรับลั่วเสี่ยวซีตลอดเวลาสิบปี เธอได้แต่เฝ้ามองซูอี้เฉิงเปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้าหาได้มีสักครั้งที่เธอได้รับความรักจากเขา

            การที่ลั่วเสี่ยวซีพูดว่าจะยอมแพ้แบบนี้คงเพราะเธอเจ็บจนถึงขีดสุดแล้วจริงๆ

            ซูเจี่ยนอันรีบประคองลั่วเสี่ยวซีเดินออกไปเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงของแตกเอะอะโวยวาย แต่เธอไม่มีเวลาไปสนใจเพราะหลังจากที่อาเฉียนช่วยพาลั่วเสี่ยวซีเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง เธอก็เริ่มอาละวาดร้องไห้โวยวายอย่างกับเด็ก

            “ซูอี้เฉิงพาฉันกลับไป...”

            “ฉันไม่อยากรู้จักนายการรักนายไม่สนุกเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่ความหวัง...”

            “ซูอี้เฉิง ซูอี้เฉิงซูอี้เฉิง...”

            ตอนที่ซูอี้เฉิงเดินออกมาลั่วเสี่ยวซีก็คงยังคงไม่หยุดเรียกเขา เขาปรายตามองเธอสีหน้าเรียบ

            “เจี่ยนอันพาลั่วเสี่ยวซีกลับไปที่บ้าน คืนนี้อย่าปล่อยให้เธออยู่คนเดียว”

            “พี่เป็นห่วงเธอ?”

            ซูอี้เฉิงยิ้มหยัน“ที่เธอสูบเมื่อกี้ไม่ใช่แค่บุหรี่ธรรมดาทั่วไปพี่กลัวว่าเธอจะก่อเรื่องจนเกิดอันตราย”

            ซูเจี่ยนอันสีหน้าเครียด“ใครส่งให้เธอกัน?”

            รอยยิ้มของซูอี้เฉิงเย็นเยียบ“แน่นอนว่าบรรดา ‘พี่ชาย’ ของเธอ”

            “ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้หนูคงไม่มีปัญญาปลอบเธอให้สงบพี่ช่วยหนูปลอบเธอหน่อยละกัน” ซูเจี่ยนอันกล่าว

            แน่นอนว่าซูอี้เฉิงไม่มีทางรับปากเขาทำท่าจะเดินจากไป แต่ซูเจี่ยนอันก็รั้งเอาไว้

            “พี่จะใจอ่อนสักครั้งไม่ได้เหรอตอนนี้เธอเองก็ไม่ได้สติ คงไม่วุ่นวายกับพี่มากหรอก”

            หลังใช้ความคิดอยู่นานในที่สุดซูอี้เฉิงก็ยอมขึ้นรถไป แต่เพียงไม่นานก็ลงจากรถซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกับลั่วเสี่ยวซี แต่ตอนนี้เพื่อนเธอไม่โวยวายอีกแล้วแถมยังหลับปุ๋ยอย่างกับเด็ก

            ตอนนั้นเองฉินเว่ยที่เดินออกมาจากผับก็เห็นซูอี้เฉิงอยู่ตรงนั้นเขาอดไม่ได้ที่อยากจะเข้าไปต่อยคืนสักที ว่าแล้วจึงพยายามไม่มองหน้าเขาและเดินไปหาซูเจี่ยนอัน

            “ตอนที่พวกมันส่งบุหรี่ให้เธอผมไม่อยู่ ถ้ารู้ก่อนผมคงไม่ให้เธอสูบแน่”

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้า“คืนนี้ฉันจะดูแลเสี่ยวซีเอง คุณวางใจเถอะ”

            เธอไม่ได้ถือโทษอะไรฉินเว่ยลั่วเสี่ยวซีเองก็เคยพูดถึงเขาหลายครั้ง เธอรู้ดีว่าฉินเว่ยไม่เหมือนพวกผู้ชายเลวๆในผับพวกนั้น

            “โอเคถ้าเป็นคุณผมก็วางใจ” ฉินเว่ยมองลั่วเสี่ยวซีอีกครั้งก่อนที่จะเดินไปที่รถของตน

            ซูเจี่ยนอันเดินมาหยุดตรงหน้าซูอี้เฉิง“ทำไมพี่ถึงมาพร้อมกับบอดี้การ์ดของลู่เป๋าเหยียนได้ล่ะคะ”

            อาเฉียนกระแอมก่อนพูดออกมาว่า“คุณผู้หญิง ผมกลัวว่าจะมีเรื่องจึงติดต่อคุณชายซูไปเองล่ะครับ”

            “ลู่เป๋าเหยียนบอกให้พี่พาคนมา”ซูอี้เฉิงตอบ

            ไม่รู้ทำไมภาพของลู่เป๋าเหยียนที่กำลังหรี่ตาก็ลอยขึ้นมาในหัวเธอ จนเธอเริ่มใจไม่ดี

            เมื่อกี้เขาเพิ่งเตือนไม่ให้เธอซนออกไปไหนแต่ไม่ทันขาดคำเธอก็มาที่ผับ นี่ถ้าลู่เป๋าเหยียนยังอยู่ในเมืองหน้าผากเธอคงเขาโดนเขกจนแดงแน่ๆ

            ดีนะที่ตอนนี้เขาอยู่บนฟ้า!

            ซูเจี่ยนอันนึกว่ารอดตัวแล้วจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

            “งั้นเดี๋ยวหนูพาเสี่ยวซีกลับบ้านก่อนนะคะ”

            ซูอี้เฉิงช่วยซูเจี่ยนอันเปิดประตูสายตาเผลอไปหยุดตรงคนที่กำลังหลับอย่างกับเด็กๆ แต่ก่อนที่ซูเจี่ยนอันจะสังเกตเห็นเขาก็ตีเนียนทำเป็นไม่ได้มองอะไร หลังซูเจี่ยนอันขึ้นรถกลับไปแล้วเขาจึงเดินไปที่รถตัวเอง

            แต่เขาไม่ได้สตาร์ทรถขับออกไปในทันที

            เขาเปิดหน้าต่างพลางจุดบุหรี่ไม่นานผู้ช่วยของเขาก็กลับออกมาจากผับแล้วเข้ามาในรถ

            “ผมถามมาแล้วครับของที่ผสมอยู่ในบุหรี่เป็นแบบธรรมดา จะไม่ส่งผลร้ายต่อร่างกายคุณลั่วแถมใส่ในปริมาณที่น้อยมาก คงไม่ทำให้เสพติดครับ”

            “อืม” ซูอี้เฉิงตอบกลับเขาจุดบุหรี่ขึ้นอีกมวน สายตาเข้มของเขาที่สะท้อนอยู่ในความมืดบอกได้ยากนักว่าขณะนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่

            “พี่เฉิงอย่าหาว่าผมยุ่งเลยนะครับ” ผู้ช่วยของเขาทำสีหน้าเครียด“แต่ช่วงนี้พี่สูบบุหรี่จัดมาก พอๆ กับช่วงตั้งบริษัทใหม่ๆขืนยังเป็นอย่างนี้ต่อไปคงได้เป็นมะเร็งปอดแน่ หรือจะให้ผมบอกน้องสาวพี่ดี?”

            ซูอี้เฉิงชะงักไปแล้วจึงทิ้งบุหรี่ในมือ

            ใครๆ ก็รู้ว่าคนที่เขารักและกลัวที่สุดคือซูเจี่ยนอันบนโลกนี้คงมีแต่น้องสาวของเขาเท่านั้นที่จะสั่งห้ามอะไรเขาได้

            ช่วงที่ตั้งบริษัทใหม่ๆด้วยแรงกดดันอันมหาศาล วันๆ หนึ่งเขาสูบบุหรี่ถึงสองซองทุกคนในบริษัทต่างคิดตรงกันว่า หากปล่อยให้เป็นแบบนี้คงได้ตายก่อนอายุสี่สิบห้าแน่แต่หลังจากที่ซูเจี่ยนอันรู้ เธอก็ได้พาเขาไปที่แห่งหนึ่งพอกลับมาเขาก็ไม่ค่อยได้แตะบุหรี่อีกเลย

            ไม่มีใครรู้ว่าซูเจี่ยนอันพาเขาไปทำอะไรทุกคนรู้แค่ว่า มีเพียงซูเจี่ยนอันเท่านั้นที่จะช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้

            ตอนนี้พอย้อนคิดถึงตอนที่ซูเจี่ยนอันบังคับให้เขาเลิกบุหรี่ใจก็เริ่มนึกสงสารลู่เป๋าเหยียนขึ้นมาที่แต่งงานกับน้องสาวคนนี้...

            แน่นอนว่าเขาหมายถึงเฉพาะเวลาถูกน้องสาวเขาบังคับให้ทำอะไรเท่านั้น

            “เสี่ยวเฉินถึงบ้านแล้วเรียกฉันด้วย”

            ว่าแล้วเขาก็หลับตาลงเสี่ยวเฉินจึงสตาร์ทรถและขับไปส่งเขาที่บ้าน

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808