ตอนที่ 157/170 เพลิงสีม่วง
ด้วยศาสตราวุธสามง่ามเพลิงม่วงในมือเสี่ยหายที่ปกติเปรียบเสมือนเป็นอาวุธคู่กายของปีศาจ
ทำให้รูปลักษณ์เสี่ยหายตอนนี้ ราวกับร่างจำแลง จ้าวปีศาจเพลิง ที่ปรากฏกายบนโลกมนุษย์ทันที
ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวเสี่ยหายที่ตอนนี้ร้อนระอุแผดเผาชั้นอากาศโดยรอบหลายพันเมตรทำให้ระเหยออกมากลายเป็นหมอกจากนั้นก็สลายหายไปในพริบตา
"เจ้านั่นมันคงโมโหสุดๆแล้วสินะ"
"ถึงขนาดใช้วิชาบั่นทอนชีวิตขึ้นมา"
ซือฟาง มองดูรูปลักษณ์สหายตอนนี้ก็รับรู้ได้เลยว่า หยางหลง ได้ไปกระตุ้นปีศาจในจิตใจของเสี่ยหายให้ตื่นขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเสี่ยหายในตอนนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
"เจ้านั้น จู่ๆใช้วิชานี้ขึ้นมาคิดจะฆ่าพวกเราด้วยรึไง"
"ปล่อยที่นี้ให้มันจัดการไป"
แม้แต่พวกที่เป็นสหายของเสี่ยหายยังคงไม่อาจอยู่บริเวณการต่อสู้นี้ได้เลยจนต้องถอยห่างออกไปไกล
"อาวุโสจิ้น หากเจ้าไม่อยากตายก็ล่าถอยไป"
เต้าซื่อมองอาวุโสจิ้นที่เป็นบุคคลที่พวกตนเองต้องการอยู่สักพักก่อนจะเตือนอาวุโสจิ้นขึ้นมา จากนั้นก็ทำการล่าถอยออกไปพร้อมกับซือฟาง
ด้วยการที่อาวุโสจิ้นมีวิชา คืนชีพอยู่กับตัว จึงถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการฟื้นฟูสำนักนอกรีตที่ล่มสลายไปในอดีตให้กลับมาอีกครั้ง
จึงไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเพราะการต่อสู้ของคนอื่นเช่นนี้ไม่เช่นนั้นการฟื้นฟูสำนักนอกรีตในอดีตจะพังทลายลง
อาวุโสจิ้นได้ยินศัตรูที่บุกรุกเข้ามาเตือนตัวเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเมื่อตัวเองรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการวิชานอกรีตที่ตัวเองครอบครองอยู่เท่านั้นไม่คิดจะหวังดีอะไรทั้งสิ้นกับตัวเอง
ซึ่งหากอาวุโสจิ้น ไม่มีวิชา คืนชีพซึ่งเป็นสิ่งที่ศัตรูต้องการ คงไม่มีทางกล่าวเตือนเช่นนี้ออกมาแน่แล้วป่านนี้สำนักมังกรสุริยันคงโดนถล่มไปเรียบร้อยแล้ว
...
"เจ้านั่น ได้รับวิชานอกรีตมาสินะ"
"ไม่นึกว่าวิชานอกรีตในอดีตจะยังหลงเหลือมาอยู่ในยุคนี้"
"แบบนี้เองสินะ ที่ทำให้เจ้าตัดสินใจได้ขึ้นมา"
"ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน การต่อสู้ก็ยังคงมีอยู่สินะ"
"เจ้าทำถูกต้องแล้ว จิ้น"
โครงกระดูกที่เป็นสหายของจิ้นจ้องมองการต่อสู้เบื้องหน้าอย่างไม่สะทบสะท้าน ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างจากการสื่อสารด้วยลมปราณอย่างลับๆของพวกตนเองเมื่อก่อนหน้านี้
โครงกระดูกจำนวนมากทั้งหลายในสุสานคนตายล้วนรอการเคลื่อนไหวของจิ้นเพียงคนเดียวเท่านั้นจึงยังไม่มีการขยับตัวใดๆออกมา
โครงกระดูกที่ไม่มีกายเนื้ออีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงอัฐิที่เป็นแกนกลางในร่างกายกับโครงกระดูกที่สร้างมาจากปราณจิตศาสตราวุธของจิ้น
ทำให้ไม่หวาดกลัวต่อสถานการณ์ในตอนนี้เมื่อโครงกระดูกล้วนเคยตายมาแล้วทั้งหมด ทำให้มองเรื่องความตายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกตนเองเท่านั้น
"เพราะงั้นข้าถึงต้องขอแรงพวกเจ้าในการช่วยข้าด้วยไงละ"
จิ้น ตอบกลับแก่เหล่าสหายโครงกระดูกเมื่อเรื่องที่ตนเองสื่อสารกับเหล่าสหายโครงกระดูกอย่างลับๆกันเองที่ไม่ให้หยางหลงรู้เป็นเรื่องที่ใช้เวลาในการตัดสินใจอย่างยากลำยากมานานแสนนาน
จนมาเกิดเหตุการณ์ต่อสู้ติดต่อกันในช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งการแก้แค้นของคางหมิง การกลับมาของสำนักนอกรีตที่ต้องการอยากจะฟื้นฟูสำนักตัวเองแล้วขึ้นมาผงาดแทนสำนักปัจจุบันทั้งหมดที่ถูกถล่มจนล่มสลายไปเรียบร้อย
ทำให้อาวุโสจิ้นตัดสินใจได้เสียทีกับเรื่องที่ตัวเองลังเลมาเนิ่นนานว่าจะทำดีหรือไม่จนในที่สุดก็ตัดสินใจได้แล้ว
"จะดีหรอ ที่ไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือเจ้าหนูนั่นกัน"
"นั่นสิ ปล่อยไว้แบบนี้เจ้าหนูนั่นมีโอกาสตายได้เลย"
"เพลิงปีศาจ หรือ เพลิงม่วง นั้นไม่ธรรมดาอย่างมาก ไม่ใช่แค่เจ้าหนูนั้นจะตายแต่วิญญาณของมันจะติดอยู่ในความมืดไม่ได้ไปเกิดใหม่อีกตลอดกาล"
โครงกระดูกทั้งหลายต่างเคยเห็นเพลิงม่วงมาแล้วในสงคราม และยังเคยเผชิญหน้ากับผู้ใช้วิชานี้มาก่อนอีกด้วยจึงรับรู้ความสามารถและความน่ากลัวของเพลิงม่วงเป็นอย่างดียิ่งกว่าใครๆทั้งหมด
โดยตอนนี้สายตาจ้องมองไปยังหยางหลงที่อยู่เบื้องหน้าตัวเองจากนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างออกมา