ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 124 ผูกขาด? ข้าว่าดี!

            คนครัวคนใหม่ใครเล่าจะกล้าวางใจ อาหารขึ้นชื่อบางอย่าง จะให้เขาเรียนรู้ไปง่ายๆ ไม่ได้มิเช่นนั้น หากวันหน้าคนครัวผู้นี้จากไปสูตรอาหารของพวกเขามิใช่จะรั่วไหลออกไปหรือ?

            ซูอี้หว่านจึงตระหนักได้ว่าตนเองใจร้อนเกินไปแล้วถึงได้คิดที่จะผลักดันอาหารที่ตนเองถนัดทั้งหมดออกมาในคราวเดียว

            แต่กิจการร้านอาหารของพวกเขายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นจะใจร้อนเช่นนั้นได้อย่างไร?

            ไม่มีใครกินคำเดียวแล้วอ้วนทันทีหรอกรอให้ร้านขยายเป็นเครือใหญ่ แข็งแรงมั่นคงก่อน แล้วค่อยเพิ่มรายการอาหารใหม่ๆทีหลังก็ยังไม่สาย

            ตอนนี้รายการอาหารในร้านจึงยังคงเป็นอาหารขึ้นชื่อไม่กี่อย่างในแต่ละประเภทของร้านไปก่อนรอจนกิจการเริ่มเข้าที่แล้ว ค่อยเพิ่มอาหารอีกสองสามอย่างเป็นระยะๆ ก็ได้

            ซูอี้หว่านคิดแล้วคิดอีกก็ตัดอาหารที่มีขั้นตอนค่อนข้างซับซ้อนออกไป เหลือไว้แต่อาหารที่เรียบง่ายกว่านี้เพื่อที่นางจะได้สอนลูกมือให้เร็วขึ้นหลีกเลี่ยงมิให้ตนเองต้องติดแหง็กอยู่ในครัวจนไปทำอย่างอื่นไม่ได้

            "อี้หว่าน ในเมื่อกำหนดรายการอาหารได้แล้ว ดังนั้นเรื่องวัตถุดิบเราจึงต้องรีบดำเนินการหาผู้จัดหาที่เหมาะสม"

            ค่าเช่าก็จ่ายไปแล้วแน่นอนว่าเปิดร้านเร็วเท่าไร ก็ยิ่งได้เงินคืนเร็วเท่านั้น มิเช่นนั้นค่าเช่าแต่ละวันก็จะเสียเปล่า

            ซูอี้หว่านเองก็คิดเช่นเดียวกันสองแม่ลูกตัดสินใจแล้ว รุ่งเช้า เมื่อเก็บแผงเรียบร้อยแล้วจึงไปเดินสำรวจถนนขายผัก แล้วก็ตระหนักถึงปัญหาบางอย่างส่วนใหญ่ของผู้ที่มาขายผักที่นี่ คือชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงสาเหตุที่ต้องเดินทางมาไกลเช่นนี้ ประการแรกคือผักที่บ้านมีมากเกินความจำเป็นประการที่สองคือเพื่อหารายได้เพิ่ม ด้วยเหตุนี้ ราคาผักจึงไม่แพงมากนักแต่ก็ไม่ได้ถือว่าถูก

            และด้วยกิจการร้านอาหารของพวกนางปริมาณวัตถุดิบที่ต้องการจึงมากมายนัก การซื้อปลีกเช่นนี้มิเพียงแต่ต้องเสียแรงเปล่า ต้นทุนยังสูงเกินควร เรียกว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

            ถ้าหากได้ผู้จัดส่งวัตถุดิบที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้นำส่งผักสดใหม่ให้ร้านทุกเช้า ราคาเป็นมิตร แถมยังเพิ่มความสะดวกสบายถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

            พอซูอี้หว่านพูดความคิดนี้ออกมาจางอ้ายหลินก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเพียงแต่พวกเขากลับมีปัญหาว่าจะไปหาผู้จัดส่งวัตถุดิบจากที่ไหน

            แม้พวกนางจะพำนักในเมืองอวิ๋นเฉิงได้ไม่นานนักทว่าด้วยกิจการร้านค้าที่ทำอยู่ทุกวันทำให้ได้รู้จักลูกค้าหลากหลายจนพอมีเครือข่ายอยู่บ้างบรรดาลูกค้าเหล่านี้ล้วนมาจากหลากหลายสาขาอาชีพย่อมมีพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยรวมอยู่ด้วย ซูอี้หว่านได้ยินมาว่ามีพ่อค้าที่รับซื้อผักจากชาวบ้านนำไปส่งให้กับโรงสุราโดยเฉพาะ

            ซูอี้หว่านตามไปสอบถามเดิมทีคิดว่าการเจรจาเรื่องความร่วมมือคงเป็นไปอย่างราบรื่นใครจะคาดคิดว่าอีกฝ่ายกลับเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจว่าในอดีตเคยทำสัญญากับหอสุราประตูมังกรไว้กำหนดให้ต้องจัดหาสินค้าให้แก่พวกเขาเพียงแห่งเดียว หากผิดสัญญาจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นสิบเท่า เกรงว่าจะต้องติดคุกติดตะรางด้วยซ้ำ ดังนั้นการร่วมมือกันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

            ตอนที่คนผู้นั้นเอ่ยถึงหอสุราประตูมังกรก็แสดงท่าทีที่ไม่กล้าล่วงเกินออกมา

            ใช่ว่าเขาไม่อยากขยับขยายกิจการเล็กๆนี้ให้ใหญ่โต ทว่าหากต้องผิดใจกับตระกูลหลง ผลร้ายนั้นย่อมเกินกว่าที่เขาจะแบกรับก็จำต้องเป็นเช่นนี้ อย่างน้อยก็ยังพอมีรายได้จากการทำงานอย่างน้อยก็ไม่ทำให้ทุกคนในครอบครัวต้องอดมื้อกินมื้อ 

            เคราะห์กรรมจึงตกอยู่กับชาวบ้านที่ปลูกผักเหล่านั้นถึงแม้หอสุราประตูมังกรจะรุ่งเรืองเพียงใด วัตถุดิบที่ต้องการก็ยังคงมีจำนวนจำกัดจึงทำได้เพียงลดปริมาณการซื้อ ด้วยเหตุนี้ ย่อมมีชาวบ้านบางส่วนขายผักไม่ออกจำต้องนำไปวางแผงขายเอง หรือไม่ก็ต้องทิ้งมันไป

            หากชาวบ้านเหล่านี้คิดจะนำผักไปขายให้ผู้อื่นมิต้องกล่าวถึงว่าพวกเขาเองจะยินยอมหรือไม่เพราะตระกูลหลงคงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นแน่

            หากทุกคนขายผักไม่ได้ราคาผักก็จะร่วงลงเท่านั้น นั่นเป็นผลดีต่อหอสุราประตูมังกรอย่างแท้จริงพวกเขาจะใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตาดำๆ เหล่านั้นไปทำไมพวกเขาไม่เคยใส่ใจเลยว่าชาวบ้านจะผูกใจเจ็บกับตระกูลหลงหรือไม่

            อย่างไรเสียตระกูลหลงก็เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองอวิ๋นเฉิงแม้แต่เจ้าเมืองก็ยังไม่กล้าล่วงเกินตระกูลหลงโดยพลการนับประสาอะไรกับชาวบ้านธรรมดา?

            แม้แต่ท่านหลงเย่ผู้นั้นก็มีไม่กี่คนที่กล้าหาเรื่อง หากจะกล่าวให้ชัด ท่านหลงก็เป็นเพียงญาติห่างๆของผู้นำตระกูลหลงเท่านั้นแต่กลับสามารถแผ่อิทธิพลเหนือเมืองอวิ๋นเฉิงได้อย่างไร้เทียมทาน

            ซูอี้หว่านไม่อยากทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนจึงจำต้องหันกลับมาคิดหาหนทางอื่น

            จางอ้ายหลินเดิมทีคิดว่าเรื่องนี้น่าจะแก้ไขได้ง่ายพอได้ยินซูอี้หว่านพูดถึงสาเหตุที่ไม่สามารถร่วมมือกันได้ ก็ขมวดคิ้วทันทีแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย "ตระกูลหลงนี่น่ารังเกียจจริงๆเห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าถิ่นของเมืองอวิ๋นเฉิง อาศัยว่าตนเองมีอำนาจก็ข่มเหงชาวบ้านทำลายความเสมอภาคทางการตลาด ห้ามไม่ให้ร่วมมือกับคนอื่น คิดจะผูกขาดตลาดหรือ?”

            ได้ยินดังนั้นซูอี้โจวก็ส่ายหน้า "ท่านแม่ท่านก็อย่าเพิ่งโกรธเลย พวกเราเพิ่งมาถึง ต้องเก็บตัวเงียบๆ ไปก่อน พวกเขาจะทำอะไรพวกเราก็เข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ ขอเพียงอย่ามารังแกพวกเราก็แล้วกันหากมารังแกพวกเราละก็..."

            เขาไม่ได้พูดต่อแต่ในดวงตากลับมีความเย็นเยือกสะท้านกระดูก

            คนที่คลานออกมาจากนรกอย่างยุคสิ้นโลกจะกลัวอะไรอีก?

            ซูอี้หว่านเข้าใจความหมายของเขาพยักหน้า"พี่ชายพูดถูก ตอนนี้เป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อยเท่านั้นพวกเราค่อยหาผู้ค้ารายอื่นก็ย่อมได้ หรือหากจำเป็น พวกเราจะไปรับเอง"

            คำพูดนี้เดิมทีนางพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจแต่พอจางอ้ายหลินได้ยิน กลับรู้สึกว่าสว่างวาบทันที ตบมือหนึ่งทีแล้วพูดว่า"อี้หว่านพูดถูก ข้าว่า พวกเราก็ไม่ต้องไปหาผู้ค้าแล้วแก้ปัญหาด้วยตัวเองเลยดีกว่า"

            "ท่านแม่มีความคิดอะไรหรือ?" ซูอี้หว่านวางแก้วในมือลงหันไปมองนาง "ไม่หาผู้ค้าให้แล้วพวกเราจะออกไปรับเองหรือ?"

            นางรู้สึกว่าตนเองน่าจะพลาดอะไรไปบางอย่างเพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งกลับคิดไม่ออก

            จางอ้ายหลินยิ้ม"ยังจำได้ไหมว่าก่อนที่เราจะเข้าเมือง เราพักอยู่ที่ไหน?"

            "ก็หมู่บ้านนั้น เหมือนจะชื่อ... หมู่บ้านหลิว?"

            "ถูกต้อง" จางอ้ายหลินพยักหน้า "คนในหมู่บ้านนั้นมีไม่น้อย ข้าเห็นว่าแต่ละบ้านปลูกผักค่อนข้างเยอะพวกเขาน่าจะกินกันเองไม่หมด พวกเราไปดูก่อนก็ได้ ไปหาคนในหมู่บ้านมารับซื้อแล้วส่งมาให้พวกเราทุกเช้า ผักทุกๆ ชั่ง เราให้ค่าเหนื่อยเขาเพิ่มอีกหนึ่งอีแปะคงมีคนยินดีทำ"

            เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ใช่แค่หมู่บ้านเดียว หมู่บ้านอื่นๆ โดยรอบ หากมีบ้านไหนอยากขายก็สามารถรับซื้อได้ทั้งหมด ขอเพียงหาคนที่ไว้ใจได้ พวกเขาประหยัดแรงไปได้มิหนำซ้ำราคาผักจะต้องถูกกว่าการซื้อแบบกระจัดกระจายในเมืองแน่นอนแม้ว่าจะถูกกว่าเพียงชั่งละหนึ่งอีแปะก็ตาม แต่พอจำนวนมากขึ้นก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย

            ไม่ต้องพูดถึงว่าสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ทุกวันหนึ่งเดือนหรือหนึ่งปี ต้นทุนก็ต่างกันมาก

            พอนึกได้เช่นนี้ซูอี้หว่านก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตาม รู้สึกว่านี่เป็นความคิดที่ดีจริงๆนางเม้มริมฝีปากยิ้มมองจางอ้ายหลิน "ในเมื่อท่านแม่พูดได้เช่นนี้แสดงว่าต้องมีตัวเลือกไว้อยู่แล้วใช่หรือไม่?"

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663