6
การตัดสินใจ
เหมือนว่า์จะไม่เข้าข้างเอาเสียเลย หนานฟางไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก แต่การแสดงออกของเธอก็ไม่เปลี่ยน อารมณ์ถูกซ่อนเอาไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยและเ็า
“ดูเหมือนเธอไม่อยากให้ฉันมาด้วย” น้อยครั้งจะจับสังเกตความรู้สึกของภรรยาได้ แววตาของภรรยาดูเปลี่ยนไปมากหรือว่าอีกฝ่ายนึกอยากจะเรียกร้องความสนใจจากเขา ฉีตงเยี่ยได้แต่คิดเข้าข้างตนเอง
หนานฟางคือภรรยาที่ผู้เป็พ่อเอ่ยปากบังคับให้เขาแต่งงานด้วยความไม่เต็มใจ แน่นอนว่าเขายอมรับปาก แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ หากเขาทำอะไรพ่อไม่มีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวาย ทุกอย่างให้เขาเป็คนตัดสินใจ นี่คือเหตุผลที่เขาตกลงแต่งงานกับอีกฝ่าย
เขารู้ดีว่าเธอคือหญิงสาวที่ดีและเพียบพร้อม เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะไม่แตะต้องเธอ พอเวลาผ่านไปค่อยหย่าขาดกันเงียบๆ ต่างคนต่างใช้ชีวิต หรือไม่ก็กำจัดเธอให้พ้นทาง แต่ดูเหมือนอย่างหลังจะง่ายที่สุด
แต่เขากลับพลาด ไม่คิดว่าสุรามงคลที่ดื่มในคืนเข้าหอจอกนั้นมีบางอย่างผสมอยู่ด้วย ทำให้เขาและเธอมีความสัมพันธ์กันโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่เต็มใจ เป็เพราะฤทธิ์สุรามงคลแท้ๆ ทำให้เธอตั้งท้องลูกของเขา
แววตาที่อีกฝ่ายจ้องมองมาที่เขาในเช้าวันที่ได้สติ คือความเ็ปเขารับรู้มันได้เป็อย่างดี เขาไม่สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมื่อเขาและเธอแต่งงานเป็สามีภรรยากันแล้ว เพียงแค่บอกเหตุผลว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ดูเหมือนอีกฝ่ายก็พอจะรู้อยู่แล้ว เธอแค่พยักหน้า ต่างฝ่ายต่างเงียบจมอยู่กับความคิดของตนเอง
เส้นทางที่เขาเลือกเดินเพื่อแสวงหาอำนาจและเงินทองเต็มไปด้วยอันตราย แต่แล้วการเกิดมาของฉีตงเหอก็ทำให้เขาต้องระวังตัวมากขึ้น แต่เขาก็ไม่ละทิ้งจากเป้าหมายของตัวเอง
โชคดีที่หนานฟางเป็คนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ชอบออกไปไหน เธอมักอยู่ติดบ้าน ทำสวนดอกไม้ ใช้เวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ เื่เล่านี้พ่อบ้านเป็คนเอามารายงานให้ทราบ
ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง เขาทำหน้าที่ปกป้องและดูแลเธอและลูก เธอทำหน้าที่ของภรรยาเลี้ยงดูลูกชายเพียงคนเดียวของเขาให้ดี แววตาของหนานฟางที่ทอดมองเขาไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่มีความรัก ไม่มีความเกลียดชัง มีเพียงความเฉยชาเท่านั้น
ทำให้เขาไม่อึดอัดเวลาเจอหน้าภรรยาคนนี้ เพราะทั้งเธอและเขาไม่มีวันที่จะมีความรู้สึกใดๆ ให้กัน จนกระทั่งมาถึงวันนี้ นานนับสี่ปีที่เธอเป็ภรรยาของเขาและนั่นก็คือเหตุผลสำคัญที่เธอยังหายใจอยู่
แววตาที่เธอจ้องมองเขามันแตกต่างออกไป ราวๆ กับคนละคน เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ั้แ่ที่เธอฟื้นจากอุบัติเหตุแววตาของเธอดูเปลี่ยนไป
“สำคัญด้วยเหรอ?” หนานฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตาเ็าสบมองใบหน้าของคนเป็สามี เช่นเดียวกับที่เขากำลังจ้องมองเธออยู่
“อย่ามาปากดี ฉันไม่ชอบ” ฉีตงเยี่ยได้ยินประโยคที่คิดไม่ถึงออกจากปากของภรรยา แต่เขาไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ หากเป็เมื่อก่อนเธอคงไม่เอ่ยปากตอบเขา
หนานฟางละสายตาไปสบมองออกไปนอกกระจกรถแทน ประโยคสนทนาของคู่สามีภรรยาก็จบลง ไม่จำเป็ต้องเอ่ยปากต่อความกับคนอย่างเขาให้เสียเวลา
“อาเหอ”
“ตื่นได้แล้ว” เมื่อรถยนต์วิ่งมาจอดที่บ้านพัก หนานฟางก็ปลุกลูกชายตัวน้อยที่หลับอยู่ในตักของสามี หนานฟางไม่คิดเอ่ยถามหรือสนใจว่าอีกฝ่ายจะเมื่อยหรือไม่ เธอสนใจเพียงลูกชายที่กำลังค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพียงเท่านั้น
นี่นับเป็ความใกล้ชิดครั้งแรกของหนานฟางกับผู้เป็สามีอย่างฉีตงเยี่ย เพราะเธอขยับตัวเข้าไปใกล้เขา เพื่อทำการปลุกลูกชาย สาเหตุก็เพราะคนเป็ตัวเขาเองที่ไม่ยอมลงจากรถ ทั้งที่รถยนต์วิ่งมาจอดที่บ้านพักได้ห้านาทีแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทางทีจะปลุกลูกหรืออุ้มลูกลงจากรถ
ในขณะที่หนานฟางไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่ใช่กับฉีตงเยี่ย อีกฝ่ายคิดเข้าข้างตนเองไปเรียบร้อย ความใกล้ชิดเมื่อครู่ หญิงสาวคงตั้งใจใช้มันเพื่อเข้าหาเขา
“อื้อ แม่ พ่อ ถึงแล้วเหรอครับ”
“ถึงแล้วจ้ะ เราลงกันเถอะ ถ้าจะนอนต่อก็เข้าไปนอนในบ้าน” ไหนๆ วันนี้ก็เป็วันพักผ่อน ลูกชายอยากจะทำอะไรก็จะตามใจเสียหน่อย
“ไม่นอนแล้วครับ อาเหออยากเห็นทะเล” เด็กชายเอ่ยออกมาอย่างร่าเริง ท่าทีง่วงซึมเมื่อครู่จางหายไปราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้น
“เข้าบ้านกันครับ คุณพ่อคุณแม่” เด็กชายเงยหน้ามามองหน้าของพ่อแม่ด้วยรอยยิ้ม หนานฟางพาลูกชายเข้ามาในบ้าน สาวใช้สองคนเดินทางมาถึงก่อน พวกเธอจัดเตรียมข้าวของและอาหารเอาไว้พร้อมเพื่อรอผู้เป็เ้านายมาถึง
“อาหารเที่ยงพร้อมแล้วค่ะ นายหญิงจะให้ตั้งโต๊ะหรือไหมคะ?” สาวใช้เอ่ยถามนายหญิงของบ้านด้วยความนอบน้อม
“ตั้งโต๊ะเลย” หนานฟางบอกกับอีกฝ่าย นี้ก็เที่ยงแล้ว
“ทานข้าวก่อน ตอนเย็นๆ ค่อยไปเดินเล่น”
“ก็ได้ครับ งั้นอาเหอไปตามคุณพ่อก่อนนะครับ” คนเป็ลูกพูดด้วยท่าทีร่าเริง จากนั้นก็วิ่งออกไป
“พ่อครับ”
“คุณพ่อ” เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกคนเป็พ่อที่กำลังสูบซิกการ์อยู่หน้าบ้าน พอเห็นลูกชายวิ่งเข้ามาอีกฝ่ายก็ดับซิกการ์ที่อยู่ในมือลงทันที แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์อยู่บ้างที่ลูกชายเข้ามาขัดจังหวะ
“วิ่งออกมาทำไม?” น้ำเสียงดุๆ เอ่ยถามกลับไป
“มาตามคุณพ่อไปทานข้าวครับ” ฉีตงเหอบอกกับคนเป็พ่อ
“อืม ไปสิ” เขาตอบรับลูกชาย ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านกับลูกชาย อาหารถูกจัดเตรียมขึ้นโต๊ะอย่างเรียบร้อย
หนานฟางนั่งประจำที่ของตนเอง หัวโต๊ะเป็ของสามี ข้างๆ เธอเป็ที่นั่งของลูกชาย
“ว้าว อาหารน่าทานมากเลยครับ” ฉีตงเหอมองอาหารบนโต๊ะแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง
“กินเยอะๆ นะอาเหอ เย็นๆ แม่จะพาไปเดินเล่น” หนานฟางบอกกับลูกชายก่อนจะตักอาหารที่ลูกชายชื่นชอบใส่ชามข้าว
“ขอบคุณครับ” ฉีตงเหอเอ่ยขอบคุณแม่ก่อนกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย คู่สามีภรรยาก็ลงมือทานอย่างกันเงียบๆ เป็บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเวลาที่สามคนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันก็จะเป็แบบนี้เสมอ ทว่าความคิดของเด็กสามขวบกว่าๆ ก็รู้สึกมีความสุขที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน
หนานฟางปล่อยให้ลูกชายได้พักผ่อน ่บ่ายเธอออกมานั่งเหม่อมองท้องทะเล ในตอนที่เป็เพียงดวงิญญาเธอจำได้ว่าตัวเองตื่นเต้นเพียงใดที่มาได้เห็นทะเล
เคยอ่านแค่ในตำรา เขาว่ากันว่ามหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาลวันนี้ได้มาเห็นกับตาตัวเองแล้ว หาดทรายสีขาวราวกับหิมะในฤดูเหมันต์ คลื่นซาซัดกระทบฝั่ง ทำให้รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาวได้
สายลมพัดผ่านเอากลิ่นอายของทะเลผ่านพัดตัว แม้ว่าจะรู้สึกเหนี่ยวตัวอยู่ไม่น้อยเมื่อเริ่มััลมทะเลนานเข้า แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนานฟางไม่พึงใจ
นี่คือกลิ่นอายของมหาสมุทร ที่เคยอ่านในตำรา วันนี้ได้มาััจริงๆ นำพาให้มีความสุขใจเป็อย่างมาก ครั้งตอนเป็ดวงิญญา ได้แค่เพียงมองไม่อาจััหรือซึมซับกลิ่นอายของทะเลได้
พลังธรรมชาติส่งผลให้พลังปราณในกายขับเคลื่อนอย่างไหลลื่น นับว่านำความสุขใจสุขกายมาให้อย่างแท้จริง
ฉีตงเยี่ยที่อยู่ในตัวบ้านเขามองผ่านหน้าต่าง ถึงกับชะงักเมื่อพบว่าใบหน้าที่เคยเห็นว่ามันเรียบเฉยไร้ความรู้สึกที่เฉยชาของภรรยา ตอนนี้กลับไม่เป็เช่นนั้น ใบหน้าของอีกฝ่ายมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า บ่งบอกอารมณ์ได้เป็อย่างดี ฉีตงเยี่ยจ้องมองรอยยิ้มของผู้เป็ภรรยา นับว่าเป็ครั้งแรกที่ได้เห็นมัน
ใบหน้าแสนงดงามของภรรยาประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ส่งให้เขาไม่อาจละสายตาจากใบหน้าของอีกฝ่ายได้ เขารู้ดีว่าหนานฟางเป็หญิงสาวที่สวยเพียงใด แต่มาบัดนี้เขารู้สึกใบหน้าที่มีรอยยิ้มของภรรยาส่งให้อีกฝ่ายนั้นดูมีเสน่ห์น่ามองจนเขาไม่อาจจะละสายตาได้
ดวงตาของอีกฝ่ายกำลังหลับพริ้ม รอยยิ้มบางๆ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่กว้างขึ้น เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังซึมซับไอทะเลที่ถูกลมพัดมาปะทะกาย นับว่าเธอมีความสามารถในการเรียกร้องความสนใจจากเขา
สองขาของฉีตงเยี่ย ก้าวเดินออกไปโดยก้าวเดินให้เบาที่สุด ไม่นานก็มายืนอยู่หลังร่างของภรรยา หนานฟางรับรู้การเคลื่อนไหว แม้เพียงเล็กน้อย ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็เฉยชาในทันที เธอัักลิ่นอายของคนที่เดินเข้ามาหาเธอได้
“ฉีตงเยี่ย” คนที่ถูกเรียกชื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย เนื่องจากเขาใช้ฝีเท้าที่เบามากเดินเข้ามาหาอีกฝ่าย และในตอนนี้หญิงสาวก็หันหลังให้เขาไม่มีทางที่จะรู้ได้อย่างแน่นอนว่าเป็เขา
“คุณไม่ควรมาอยู่ที่ตรงนี้”
“....” ฉีตงเยี่ยเงียบไปพักหนึ่งไม่เอ่ยตอบอีกฝ่าย จ้องมองแผ่นหลังของร่างบางอย่างสนใจ เธอรู้ว่าเขาเดินเข้ามาหา ดูเหมือนว่าภรรยาคนนี้จะมีเื่ให้เขาประหลาดใจไม่หยุดจริงๆ
“ที่นี่เป็บ้านพักของฉัน” เขามีสิทธิ์ที่จะเดินไปที่ไหนก็ได้
“นั่นสินะ” ร่างบางเอ่ยตอบโดยไม่หันหลังมามองคนเป็สามีแม้แต่น้อย การเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายจะทำให้อารมณ์สุนทรีย์ที่มีก็เริ่มจางหายไป หนานฟางไม่้าให้เป็แบบนี้
“ดูเหมือนว่าเธอจะชอบทะเล”
“ความชอบของฉัน คงไม่จำเป็ต้องเอ่ยปากบอกคุณ” หนานฟางเอ่ยตอบด้วยความเ็า ชอบหรือไม่ชอบเหตุใดต้องเอ่ยปากบอกคนอย่างเขา
“หึ ที่จริงฉันมีเกาะส่วนตัวที่เงียบสงบ ตอนแรกคิดว่าจะพาเธอและลูกไป ตอนนี้คงต้องคิดเสียใหม่” ประโยคที่ยาวที่สุดออกจากปากคนเป็สามี ทำเอาหนานฟางต้องพลิกตัวหันไปสบตากับอีกฝ่าย เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความคิดชั่วๆ ของอีกฝ่าย ทำเอาไม่อยากจะเข้าใกล้
เกาะที่เงียบสงบ เกาะที่ว่ากันว่ารายล้อมไปด้วยทะเลรอบทิศทาง เป็เกาะที่เคยอ่านในตำราและเคยเห็นเพียงในแผนที่เท่านั้น
หากมีสถานที่แบบนี้อยู่จริงมันคงงดงามเป็อย่างมาก ั์ตาของหนานฟางเบิกกว้าง มันจะดีแค่ไหนหากว่าเธอได้ไปที่เกาะ ก่อนจะเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ ไม่ให้แสดงออก
“ก็แล้วแต่คุณ” หนานฟางจ้องมองใบหน้าที่ดุดันของอีกฝ่ายอย่างไม่นึกหวั่นเกรง สายตาที่เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ของฉีตงเยี่ยใช่ว่าเธอจะรู้ไม่ทัน ถึงแม้จะอยากไปเห็นเกาะกลางมหาสมุทรแค่ไหน แต่จะไม่ยอมเป็หมากให้ผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน
“ตามใจเธอ” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เอ่ยปากตกลง คนอย่างฉีตงเยี่ยก็ไม่คิดจะเอ่ยปากบังคับ สายตาที่กดข่มเวลาที่เธอมองมามันทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยปากในสิ่งที่ตัวเอง้า ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ไม่ว่าเธอกับลูกจะไปหรือไม่ งานใหญ่ของเขาก็ไม่มีผลกระทบ คิดได้แบบนั้นก็หันหลังเดินจากไป
“ไปได้สักที” เธอ้าเวลาคิดทบทวนและวางแผนอนาคตของตนเองและฉีตงเหอ หนานฟางคนเดิมแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสามีของตนเองเลย ผู้ชายอย่างฉีตงเยี่ยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานใฝ่หาเพียงเงินทองและอำนาจเท่านั้น
การมาพักผ่อนจำเป็ต้องเตรียมคนมามากมายเช่นนี้ ใช่ว่าเธอจะไม่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ประสาทััการรับรู้เธอยอดเยี่ยม ได้ยินสิ่งที่ฉีตงเยี่ยสั่งการลูกน้องทั้งหมด
่พระอาทิตย์ตกเย็นนับว่าเป็่เวลาที่ทำให้หนานฟางรู้สึกว่าทะเลช่างงดงาม พระอาทิตย์ดวงโต กำลังลอยเหนือผิวน้ำทะเล ส่องแสงสีส้มแดงชวนให้มอง ดูอบอุ่นเป็อย่างมาก นี่คงเป็พระอาทิตย์อัสดงที่เคยเขียนเอาไว้ในตำรา นอกจากนี้ยังเคยเห็นมันในภาพวาด
แต่ความงดงามเทียบกันไม่ได้เลยที่ได้มองมันด้วยสองตาของตนเอง เป็ครั้งแรกที่ได้กลิ่นอายของอิสระของชีวิตอย่างแท้จริง
สองขาก้าวเดินเหยียบย้ำไปตามชายหาด ก้าวเดินบนพื้นทรายละเอียด ปลายเท้าัักับน้ำทะเล แม้จะรู้สึกเย็นแต่ทำให้สบายเป็อย่างมาก ชีวิตก่อนไม่เคยได้ััอะไรแบบนี้เลย หนานฟางเดินไปตามทรายหาด ฟังเสียงคลื่นที่กระทบฟัง สายตาทอดมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า
ช่างงดงาม หนานฟางเอ่ยในใจ ก่อนจะซึมซับบรรยากาศรอบๆ ตัวโดยไม่สนใจสิ่งใด เพราะลูกชายมีสาวใช้พาไปอาบน้ำ หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งเล่น ส่วนผู้เป็สามีออกจากบ้านไปั้แ่ช่วยบ่ายแก่ๆแล้ว ผู้ติดตามก็ตามผู้เป็นายของตนไปด้วย เหลือไว้เพียงสาวใช้แค่สองคนเท่านั้น ซึ่งเป็เื่ที่ดีมากสำหรับหนานฟาง
“มหาสมุทร ไม่สิคงต้องเรียกว่าทะเล ในที่สุดก็ได้เห็นมันกับตา ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ” หนานฟางพึมพำกับตนเอง นั่งมองความงดงามของท้องทะเลยามเย็นนานนับครึ่งชั่วโมงก็ต้องตัดใจลุกจากโขดหินแล้วมุ่งหน้าเดินไปที่บ้านพัก
เธอตัดสินใจบางเื่อย่างแน่วแน่แล้ว อนาคตของเธอจะไม่เกี่ยวข้องกับผู้ชายอย่างฉีตงเยี่ยอย่างแน่นอน