ในขณะที่อวี๋เย่อิงกำลังปะติดปะต่อเื่ราวทั้งหมดอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูและเสียงของแม่บ้านจากด้านนอกห้องก็ดังขึ้น
“คุณผู้หญิงคะ อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ วันนี้จะรับที่ห้องหรือลงไปรับด้านล่างดีคะ” คำถามที่บ่งบอกถึงความห่างเหินกันระหว่างร่างนี้และสามีได้เป็อย่างดีดังขึ้น
เธอสูดหายใจเข้าปอดเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะใช้น้ำเสียงที่ปกติที่สุดตอบกลับไป “รับด้านล่างค่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”
อวี๋เย่อิงเดินไปอาบน้ำ ล้างหน้าล้างตา ก่อนที่จะเดินไปเลือกชุดที่จะใส่วันนี้ในห้องแต่งตัวอย่างไม่เร่งรีบ
เธอเลือกชุดที่ดูเรียบง่ายแต่ยังคงความสง่างามของคุณหนูจากตระกูลใหญ่เอาไว้ได้เป็อย่างดีและแต่งหน้าทำผมด้วยความประณีต ก่อนที่จะเดินลงไปยังห้องอาหารด้วยท่าทีที่มั่นใจเต็มเปี่ยม
เย่อิงทบทวนเื่ทุกอย่างเกี่ยวกับร่างนี้มาอย่างครบถ้วนแล้ว นั่นทำให้เธอมั่นใจได้ในทันที ว่าตอนนี้เกิดเื่ตลกขึ้นกับเธอที่เคยเป็เพียงผู้เฝ้ามองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
แม้ว่าเธอจะสงสัยว่าทำไมเธอต้องมาอยู่ที่นี่ แต่ซีอีโอสาวก็ไม่คิดว่าตนจะได้รับคำตอบจากเื่ราวที่กำลังพบเจออยู่เช่นเดียวกัน
‘พระเอกของนิยายเื่นี้...จะเป็ยังไงกันนะ’ เธอคิดด้วยความสนใจ
เมื่อเดินมาถึงห้องอาหาร เย่อิงก็ได้พบกับสามีของร่างนี้ หรือก็คือกงเฉิงเซวียน พระเอกของนิยายเื่นี้นั่นเอง
ชายหนุ่มหน้าตาหมดจดดูเคร่งขรึมเงยหน้ามองภรรยาของตนด้วยแววตาราบเรียบ พลางเอ่ยขึ้น “สายแล้วนะ”
เย่อิงพิจารณาอีกฝ่ายแล้วนั่งลงพลางเอียงคอถามเขากลับตาใสอย่างไม่เคยเป็มาก่อน “แล้วยังไงเหรอคะ”
เฉิงเซวียนมองร่างงามตรงหน้าด้วยความรู้สึกประหลาดใจ วันนี้ดูเหมือนเธอจะตอบสนองเขาแปลกไปจากปกติเล็กน้อย พอคิดได้ดังนั้นเขาก็เลิกสนใจเธอไปในทันที เนื่องจากเธอไม่ใช่คนที่เขาควรให้ความสนใจมาั้แ่แรกอยู่แล้วนั่นเอง
บรรยากาศการร่วมโต๊ะมื้อเช้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความเงียบ ไม่มีการสนทนาใด ๆ ระหว่างทั้งสองนอกไปจากเสียงของช้อนกับส้อมที่กระทบจาน
เย่อิงสังเกตเห็นได้ในทันทีว่าพระเอกของเื่นี้นั้นไม่มองหน้าเธออีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาจดจ่อและสนใจอยู่กับแค่โทรศัพท์มือถือในมือเพียงเท่านั้น
นี่คือชีวิตหลังแต่งงานที่หลี่เย่อิงต้องเจอมาตลอดสองเดือนสินะ เพราะเขาเป็แบบนี้มาั้แ่ต้น จึงไม่แปลกเลยที่ร่างนี้จะเชื่อเขาเื่ที่เขาขอให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะทำความรู้จักกับเขาไปก่อนหลังจากแต่งงาน รวมถึงเื่แยกห้องกันนอนั้แ่คืนแรกที่เธอแต่งเข้าด้วย
ใครจะคิดว่าการแสดงท่าทีให้เกียรติเธอของเขา แท้จริงจะเป็เพียงแค่การพาตัวเองออกมาให้ไกลจากเธอที่เป็ภรรยาที่เขาไม่ได้รักไปได้กันเล่า
ในขณะที่ทั่วทั้งห้องอาหารถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกของความอึดอัดอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเฉิงเซวียนก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดไปในทันที
“ครับ อะไรนะ รอผม ผมจะไปเดี๋ยวนี้” เฉิงเซวียนรับสายแล้วเร่งรีบตอบกลับปลายสายด้วยท่าทีตื่นตระหนกอย่างลืมตัว
พอมองไปยังภรรยาแล้วเห็นว่าเธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนใจตนเองด้วยซ้ำก็รู้สึกโล่งอกระคนหงุดหงิดใจขึ้นมาพร้อมกันอย่างบอกไม่ถูก
“ผมต้องไปทำงานแล้ว” เขาเอ่ยออกมาทั้งที่ไม่รู้ว่าบอกเธอไปทำไมกัน
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยสีหน้างุนงง พลางตอบกลับไป “เชิญค่ะ ไม่ส่งนะ” ว่าจบแล้วมือก็ตักอาหารเช้าเข้าปากต่อทันที
กงเฉิงเซวียนรู้สึกเสียหน้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีเวลามาสนใจเื่ที่เจออยู่อีกต่อไป เพราะเขามีเื่สำคัญยิ่งกว่านั้นกำลังรอเขาอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
บรรยากาศภายในห้องอาหารคลายความตึงเครียดลงไปทันทีที่คู่สามีภรรยาแยกจากกัน
แม่บ้านและผู้คุ้มกันคนสนิทที่ตามหลี่เย่อิงมาจากบ้านตระกูลหลี่มองความเปลี่ยนแปลงของคุณหนูของพวกตนอย่างเงียบเชียบ
“พี่เมิ่งหลานคะ วันนี้ฉันจะไปเยี่ยมคุณปู่สักหน่อย บอกคนของเราเตรียมตัวเอาไว้ด้วยนะคะ” เย่อิงเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากจัดการมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว
“ได้ค่ะคุณหนู” ผู้คุ้มกันสาวรับคำสั่ง
“คุณปู่ย้ายโรงพยาบาลแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ ทางเราจัดการเื่นั้นให้นายท่านผู้เฒ่ากงเรียบร้อยั้แ่เมื่อวานแล้วค่ะ คุณหนูไม่ต้องเป็กังวลนะคะ” เมิ่งหลานตอบ
คุณปู่ที่หลี่เย่อิงพูดถึงอยู่นั้นแท้จริงแล้วคือปู่ของกงเฉิงเซวียน ผู้าุโเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่จากทั้งสองตระกูล ทั้งยังเป็คนตกลงกับคุณปู่ของหลี่เย่อิงเื่การแต่งงานของเธอและหลานชายของเขาั้แ่เมื่อหลายปีก่อนอีกด้วย
เดิมที หลี่เย่อิง เป็คุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่ผู้รูปลักษณ์สะกดผู้คนและฐานะอันแสนมั่งคั่ง แต่เธอกลับต้องรีบกลับจากเมืองนอกทันทีที่เรียนจบปริญญาโทเพื่อมาแต่งงานกับ กงเฉิงเซวียน ชายหนุ่มที่สาว ๆ ทั่วทั้งประเทศหมายปอง เพียงเพราะสัญญาของผู้าุโที่ได้มอบให้กันไว้ั้แ่เมื่อหลายปีก่อนอย่างไม่อาจเลี่ยงเสียได้
ตระกูลกงนั้นยินดีและปลื้มใจมากที่สะใภ้ของพวกเขาคือเย่อิง เด็กสาวที่พวกเขาเห็นมาั้แ่ยังเล็ก ความมั่งคั่งของตระกูลกงเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลหลี่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งพวกเขาทั้งสองตระกูลยังมีความใกล้ชิดกันเป็พิเศษอีกด้วย ดังนั้นการเชื่อมสัมพันธ์ด้วยการแต่งงานกันจึงเป็เื่ที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีจากใจจริงกันเลยก็ว่าได้
น่าเสียดายที่ทั้งเย่อิงและเฉิงเซวียนไม่ได้สนิทสนมและพบเจอกันบ่อยเท่าที่ควร เนื่องจากการทั้งสองต่างก็เดินตามเส้นทางที่ตัวเองเลือก จึงไม่ได้มีโอกาสมาสร้างความสนิทสนมกันสักครั้งเลยนั่นเอง
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ไม่ได้รู้สึกห่างเหินกันเสียเท่าไหร่ อีกทั้งพวกเขายังให้เกียรติกันและกันเช่นที่ตระกูลใหญ่ทั้งหลายมักแสดงออกต่อผู้ที่จะเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในครอบครัวอย่างครบถ้วนอีกด้วย
ชายหนุ่มและหญิงสาวแต่งงานกันตามคำสัญญาที่ปู่ของกงเฉิงเซวียนได้เคยมอบให้กับปู่ของหลี่เย่อิงั้แ่เมื่อครั้งที่เขายังมีชีวิตอยู่
เธอและเขาที่ไม่ได้เคยคบหาและศึกษาดูใจกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนจึงจำต้องทำตามความ้าของผู้าุโที่เคารพรักอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองจะต้องต่อต้านการตัดสินใจของผู้ใหญ่เช่นกัน นับว่าทั้งคู่รู้หน้าที่ของตนเองเป็อย่างดีเลยทีเดียว
มาถึงก็ตึงเลยค่ะยัยน้องของเรา ฮ่าๆๆๆ
┑( ̄▽ ̄)┍
ลุยเลยลูก สู้ๆ
o(^▽^)o