“เป็ไปไม่ได้! มือสังหารแบบใดจะลงมือทำร้ายพวกเดียวกัน เมื่อครู่องค์รัชทายาทหรงซิ่งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ทุกคนก็เห็น” อู๋ิแก้ต่างแต่เหมือนว่าพวกเขาเลือกที่จะเชื่อความคิดของตัวเอง ไม่ได้นำพากับคำโต้แย้งเมื่อครู่แม้แต่น้อย
“นี่ก็อาจเป็แผนการขององค์รัชทายาทหรงซิ่งเช่นกัน ทำตัวเองให้ตกอยู่ในอันตรายจะได้ไม่ถูกผู้อื่นสงสัย”
“ใช่ ๆ อาจเป็แผนขององค์รัชทายาท”
“เป็ไปได้ ๆ”
อู๋ิเท้าสะเอวอย่างเหลืออดเมื่อเกือบทุกคนพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนั้นอย่างง่ายดาย
“เป็ไปได้กะผีน่ะสิ! ทำไมองค์รัชทายาทหรงซิ่งต้องสั่งให้คนร้ายลงมือในงานพิธีที่เขาเป็ผู้รับผิดชอบด้วย เ้าอ้างว่าเขาแสร้งเล่นละครเพื่อไม่ให้ถูกสงสัยว่าเป็ผู้บงการ เช่นนั้นข้าก็มีสิทธิ์สงสัยเ้าด้วยใช่หรือไม่ เ้าจงใจปั่นหัวทุกคน พุ่งเป้าไปที่องค์รัชทายาทหรงซิ่ง ข้าว่าเ้านี่แหละคือผู้ร้ายตัวจริง” อู๋ิใช้วิธีป้ายความผิดเหมือนที่อีกฝ่ายทำ เขาไม่มีหลักฐานดังนั้นจะอาศัยการเดาสุ่มและอคติส่วนตัวมาโยนความผิดให้พี่ชายหมาด ๆ ของนางไม่ได้
“องค์หญิงจงใจเปลี่ยนดำเป็ขาว! รอยสักนกอัคคีบนตัวคนร้ายชัดเจนถึงเพียงนั้นก็ยังกล้าปฏิเสธ ตามความเห็นของข้า ข้อแรกองค์รัชทายาทหรงซิ่งเลือกลงมือวันนี้ก็เพราะมีเชื้อพระวงศ์มารวมตัวกันอยู่มาก ข้อสองเพราะองค์รัชทายาทหรงซิ่งทรงมั่นพระทัยในความสามารถของทหารใต้บังคับบัญชาจึงได้เลือกใช้คนของตัวเองเพื่อสังหารทุกคนให้หมดในคราเดียว แน่นอนเมื่อไม่มีใครรอดก็ไม่มีใครสามารถเอาผิดองค์รัชทายาทหรงซิ่งได้ ข้อสามเพราะองค์รัชทายาทหรงซิ่งเป็คนคิดอ่านรอบคอบจึงได้แสร้งทำตัวเป็เหยื่อเผื่อแผนการล้มเหลว แค่สามเหตุผลนี้ก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ”
“จริงด้วย ๆ”
“ข้าเห็นด้วย องค์รัชทายาทหรงซิ่งน่าสงสัยจริง ๆ”
อู๋ิอยากจะตบศีรษะที่ผงกขึ้นลงของแต่ละคนให้หายโมโห นางทราบดีว่าสิ่งที่พวกเขา้าคืออะไร จะว่าอวยก็ได้แต่ในบรรดาองค์ชายทั้งหมด นางไม่เห็นใครโดดเด่นมีความสามารถไปมากกว่าองค์รัชทายาทหรงซิ่งสักคน ดังนั้นเขาไม่มีความจำเป็ต้องสังหารคนมากมายเพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ตนเองอยู่แล้วด้วยซ้ำ
“หมอนี่คือใคร” อู๋ิหันไปถามมู่หลานที่มาถึงที่เกิดเหตุพร้อมแม่ทัพใหญ่หลี่
“คุณชายเผยกว้านเซียน บุตรชายคนโตของเ้ากรมอาญาเพคะ”
“ดี! เผยกว้านเซียนใช่มั้ย ข้าจะจดจำไว้”
รองแม่ทัพฉีรับรู้ได้ถึงแรงอาฆาตขององค์หญิงอู๋ิและอดรู้สึกกลัวแทนคุณชายปากกล้ามิได้ นิสัยและการกระทำขององค์หญิงอู๋ิหลายครั้งยากจะคาดเดา บางครั้งขลาดเขลา บางคราวก็เข้มแข็ง กล้าได้กล้าเสีย ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความเ้าคิดเ้าแค้น ไม่ยอมรามือนี่แหละ
“พวกท่านจะสรุปคดีโดยอาศัยรอยสักนกอัคคีบนตัวคนร้ายอย่างเดียวไม่ได้ ไม่สงสัยกันบ้างหรือว่าทุกอย่างมันประจวบเหมาะจนเกินไป อีกอย่างมีใครไม่ทราบบ้างว่านกอัคคีเป็สัญลักษณ์ขององค์รัชทายาท หากคนร้ายตัวจริง้าโยนความผิดให้เขาเล่า มันก็เป็ไปได้มิใช่หรือ” นอกจากคนร้ายที่มีรอยสักนกอัคคี พวกเขาก็ไม่มีหลักฐานอื่นดังนั้นหากอู๋ิสามารถหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ขององค์รัชทายาทหรงซิ่งได้ ทุกอย่างก็จบ ทว่าจะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย
“องค์หญิงเป็คนของตำหนักอี้เทียน ย่อมต้องเข้าข้างองค์รัชทายาทหรงซิ่งอยู่แล้ว คำพูดของท่านนับเป็อะไรได้ อยู่เงียบ ๆ เสียดีกว่า”
“เ้านั่นแหละที่ต้องหุบปาก เป็บุตรของเ้ากรมอาญาแล้วอย่างไร เ้าไม่ได้มีอำนาจไต่สวนหรือตัดสินว่าใครผิดถูกเสียหน่อย เฮอะ! เ้าก็แค่คุณชายลอยชาย ไม่ได้เป็แม้ขุนนางราชสำนักด้วยซ้ำยังกล้าเผยอ ทั้งยังยุแยง พยายามใส่ร้ายองค์รัชทายาทอีก ข้าอยากรู้นักใครให้ความกล้านี้แก่เ้ากัน” อู๋ิมองไปรอบ ๆ เพื่อมองหาผู้บงการแต่กลับไม่พบพิรุธแต่อย่างใด
คำพูดกอปรกับท่าทางดูแคลนทำให้เผยกว้านเซวียนหน้าแดงก่ำ มือหนากำแน่นด้วยความโกรธ พยายามห้ามตนเองไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ถึงเชื้อพระวงศ์
“พอเถอะ โต้เถียงไปก็เปล่าประโยชน์”
อู๋ิขมวดคิ้วเมื่อคนที่ควรร้อนใจกลับกลายเป็คนใจเย็นลมากที่สุด แต่ก็จริงดังองค์รัชทายาทหรงซิ่งกล่าว โต้เถียงกันไปมาก็เหนื่อยเปล่าเพราะอีกฝั่งจงใจโยนความผิดทั้งหมดมาที่เขาอยู่แล้ว
“ได้ ไว้หาหลักฐานได้เมื่อไหร่ วันนั้นข้าจะฟาดพวกเขากลับให้ยับ” อู๋ิจ้องศัตรูตาเขม็ง สาบานว่าหลังจากนี้ ใครเป็ใคร ถือหางใครบ้าง นางจะหาข้อมูลให้ละเอียด
ท่าทางโกรธแค้นแทนของน้องสาว ทำให้มุมปากทั้งสองข้างขององค์รัชทายาทหรงซิ่งยกขึ้น สายเืเดียวกันแล้วอย่างไร อู๋ิก็คืออู๋ิ นางไม่มีทางทำร้ายเขาเหมือนมารดาของนางแน่นอน
หลี่ไท่หยูมองการโต้เถียงอย่างเงียบ ๆ ไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ เขาเป็คนของฝ่าาดังนั้นจะไม่ยอมตกเป็เครื่องมือของใครแม้แต่กับองค์รัชทายาทหรงซิ่งเองก็ตาม
“หลักฐานก็นอนกองอยู่ตรงนั้นอย่างไรล่ะ จะต้องเสียเวลาหาอีกทำไม”
“ตัดสินง่ายเกินไปหน่อยหรือไม่ ข้าล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าในหัวของท่านมีมันสมองอยู่หรือไม่ เื่นี้อย่างไรก็ต้องสอบสวนก่อนตัดสินโทษ เฮ้อ... โชคดีของแคว้นต่งแล้วที่ราชสำนักไม่มีขุนนางเยี่ยงท่านรวมอยู่ด้วย หาไม่...”
“องค์หญิงอู๋ิ! นี่ท่าน! ท่าน!”
“ข้า! ข้าเองจะทำไม ” อู๋ิเท้าสะเอวอย่างคนพร้อมจะมีเื่อีกครั้ง
“นางใช่อู๋ิจริง ๆ น่ะหรือ” องค์หญิงเจียวมี่หันไปขอความเห็นจากองค์หญิงลู่เอิน เมื่อก่อนอู๋ิเอาแต่ซ่อนตัวในตำหนักซอมซ่อเพื่อหลบเลี่ยงผู้คน ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับผู้ใด ไม่แม้จะสบตาใครด้วยซ้ำ ขี้ขลาดออกปานนั้น เหตุใดวันนี้ถึงได้แตกต่างไปราวกับเป็คนละคน
“ดูสิว่าต่อไปเ้าจะยังกล้ารังแกนางอีกหรือไม่”
“เฮอะ! เ้าเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้าหรอก”
ไม่ใช่แค่องค์หญิงเจียวมี่ที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง ทุกคนในที่นี้ก็เช่นกัน ดวงดาวที่แสนจะมืดมิดในอดีตกำลังพยายามเปล่งแสงด้วยตัวมันเองแล้ว
“ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ทุกท่านกลับไปรวมตัวที่ลานพิธีขอรับ”
าน้ำลายเป็อันจบลง ครู่ต่อมาทุกคนก็กลับมายืนรวมตัวกันที่ลานเปิดงานต่อหน้าพระพักตร์เคร่งเครียดของฮ่องเต้ ทรงหันไปกล่าวขอโทษองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงต่อเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นและถามไถ่อย่างห่วงใย
“กระหม่อมปลอดภัยดีพ่ะย่ะค่ะ คิดไม่ถึงว่าคนร้ายจะอุกอาจ กล้าลงมือในเขตวังหลวง ดูเหมือนว่าการป้องกันของที่นี่ค่อนข้างจะหละหลวมไปสักหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ”
เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นแน่นอนว่าต้องทำให้แคว้นต่งเสียหน้าไม่น้อยดังนั้นฮ่องเต้จึงหันไปหาผู้รับผิดชอบ
“องค์รัชทายาทหรงซิ่ง เ้าจงอธิบายมาให้ชัดเจน”
“กระหม่อมตรวจสอบทุกกระบวนการด้วยตัวเอง ไม่มีสิ่งใดผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ ส่วนเื่ที่คนร้ายบุกเข้ามาได้อย่างไรนั้น จำเป็ต้องทำสอบสวนอย่างละเอียด”
”ใคร ใครกล้าทำร้ายบุตรชายข้า ไปลากตัวพวกมันมาเดี๋ยวนี้!" หลังทราบข่าวว่าบุตรชายได้รับาเ็ ฮองเฮาก็รีบเร่งไปดูอาการของเขาด้วยความเป็ห่วง โชคดีที่ไม่เป็อันตรายถึงชีวิตทว่าก็สาหัสกว่าผู้อื่นอยู่มาก เมื่อแน่ใจว่าเขาได้รับการดูแลจนไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว ฮองเฮาจึงเร่งมาที่นี่เพื่อถามหาตัวการทันที
ไม่มีใครกล้าตอบคำถาม ได้แต่ส่งสายตาไปยังคนที่คิดว่าเป็ผู้อยู่เื้ัอย่างพร้อมเพรียง
“เป็เ้า! เจียงเฉียงทำสิ่งใดให้เ้าไม่พอใจ จึงได้ลงมือทำร้ายเขาสาหัสเช่นนี้” ฮองเฮาปรี่เข้าไปหาตัวการและทุบตีเขาด้วยความโกรธ
องค์รัชทายาทหรงซิ่งยืนนิ่งปล่อยให้ฝ่ายนั้นทุบตีโดยไม่ตอบโต้แต่สตรีข้าง ๆ นั้นไม่อาจทนได้อีกต่อไป
“หยุดเดี๋ยวนี้!” อู๋ิคว้ามือของฮองเฮาไว้ก่อนจะผลักออกห่างองค์รัชทายาทหรงซิ่ง
“นี่เ้ากล้า!” ฮองเฮาเงื้อมือขึ้นหมายจะลงโทษที่อีกฝ่ายกล้าลองดี
เพี๊ยะ!
องค์รัชทายาทหรงซิ่งหน้าหันหลังเข้าไปขวาง รอยแดงห้านิ้วปรากฏชัดเจนบนใบหน้าขาว เขาหันกลับมาและกล่าวเสียงเข้ม
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับอู๋ิ หากฮองเฮากล้าลงมืออีก ครั้งต่อไปกระหม่อมจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่”
“เ้า! ทำร้ายลูกของข้ายังไม่พอ ยังคิดจะทำร้ายข้าด้วยอีกคนงั้นหรือ ฝ่าา! ขอฝ่าาให้ความเป็ธรรมด้วยเพคะ” ฮองเฮาคุกเข่าขอความเป็ธรรมพร้อมน้ำตานองหน้า
“กราบทูลฝ่าา คนของแม่ทัพใหญ่หลี่ได้ทำการตรวจสอบแล้ว ที่ตัวของคนร้ายมีรอยสักรูปนกอัคคีพ่ะย่ะค่ะ”
“เผยกว้านเซียน” อู๋ิเขม้นมองเขาด้วยความหงุดหงิด เป็แค่คุณชายไร้ตำแหน่ง แบ๊กต้องใหญ่แค่ไหนจึงทำให้มีความกล้ามากมายเพียงนี้
“เป็เื่จริงหรือไม่” ฮ่องเต้หันไปทางแม่ทัพคนสนิท
“ตรวจสอบแล้วบนตัวร้ายมีรอยสักรูปนกอัคคีจริงพ่ะย่ะค่ะ”
“หลักฐานแ่าเพียงนี้ เป็เ้าจริงด้วย ขอฝ่าามอบความเป็ธรรมแก่องค์ชายเจียงเฉียงและคนอื่น ๆ ด้วยเพคะ” ฮองเฮาคุกเข่าทั้งน้ำตาผิดทว่าภายในใจกลับลิงโลด ไม่แน่ว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทคงได้ว่างลงก็คราวนี้
"ขอฝ่าา โปรดลงโทษองค์รัชทายาทหรงซิ่งเพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
“ขอฝ่าาปลดองค์รัชทายาทหรงซิ่งออกจากตำแหน่งด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
นายว่า ขี้ข้าพลอยเป็เช่นไร อู๋ิได้ชัดแจ้งก็งานนี้เมื่อเหล่าขุนนางหลายคนพากันคุกเข่าและกล่าวประโยคเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อกดดันให้ฮ่องเต้ตัดสินพระทัยตามที่พวกเขา้า
"ข้าเพิ่งรู้ว่าที่นี่ตัดสินคดีกันง่าย ๆ แบบนี้เองน่ะหรือ พวกท่านทั้งหลายมีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ เป็ขุนนางคอยช่วยเหลือราชกิจของฝ่าา แทนที่จะเสนอให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดกลับใช้วิธีพวกมากลากไป ที่ไม่น่าเชื่อไปกว่านั้นคือพระมารดาของแผ่นดิน เพียงประโยคเดียวก็สามารถตัดสินได้ทันทีว่าเป็ความผิดของใคร เช่นนี้ต่อไปไม่ว่าใครจะพูดอะไร ฮองเฮาก็คงพร้อมจะเชื่อทันทีสินะ”
คำพูดตำหนิทำให้เหล่าขุนนางโดยเฉพาะฮองเฮาไม่พอใจระคนประหลาดใจ แต่ความรู้สึกอย่างหลังมีมากกว่า องค์หญิงอู๋ิที่ไร้ตัวตน ไร้ปากเสียง เหตุใดวันนี้จึงได้กล้าตำหนิขุนนางราชสำนักต่อหน้า ไม่เพียงเท่านั้นยังกล้าทำเช่นเดียวกันกับฮองเฮาด้วย
“ข้าไม่ได้หูเบา แต่นกอัคคีเป็สัญลักษณ์ขององค์รัชทายาทหรงซิ่ง เท่านี้ยังไม่ชัดเจนอีกงั้นหรือ”
"ชัดเจนมาก! แต่มันชัดเจนจนเกินไป มีใครบ้างไม่ทราบว่านกอัคคีคือสัญลักษณ์ขององค์รัชทายาทหรงซิ่ง แล้วเขาจะโง่ใช้คนของตนเองเพื่อป่าวประกาศความผิดทำไม”
เกิดความเงียบชั่วขณะเมื่อหลายคล้อยตามคำพูดขององค์หญิงอู๋ิ องค์รัชทายาทหรงซิ่งมิใช่คนเขลาดังนั้นหากจะลงมือ ย่อมต้องวางแผนอย่างรอบคอบ และคงไม่เลือกทหารในสังกัดเพื่อให้ถูกใครจับได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน
"สิ่งที่องค์หญิงอู๋ิกล่าวมาก็มีเหตุผล แต่ในเมื่อหลักฐานบ่งชี้ไปที่องค์รัชทายาทหรงซิ่งดังนั้นการปลดจากตำแหน่งจนกว่าทุกอย่างจะกระจ่างสามารถช่วยลดคำครหาได้พ่ะย่ะค่ะ"
“แต่หม่อมฉันไม่เห็นด้วยเพคะ" อู๋ิยกมือคัดค้าน
"เ้าไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นที่นี่" ฮองเฮาส่งสายตาข่มขู่ไปให้อีกฝ่าย
"ตัดสินความก็ต้องมีทนาย หม่อมฉันเป็ทนายขององค์รัชทายาทหรงซิ่งดังนั้นย่อมมีสิทธิ์โต้แย้งเพคะ"
"ทนาย? เ้ากำลังพูดเื่ไร้สาระอะไร"
"ทนายก็คนที่คอยว่าความให้กับจำเลยที่ถูกใส่ร้ายอย่างไรล่ะ ตำแหน่งองค์รัชทายาทมิใช่ของเล่น แต่งตั้งแล้วปลด ปลดแล้วแต่งตั้งใหม่ เช่นนี้ตำแหน่งนี้คงไร้ความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ขอเวลาหนึ่งเดือน หากหนึ่งเดือนไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ขององค์รัชทายาทหรงซิ่งได้ จะปลดตำแหน่งตอนนั้นก็ไม่สายเพคะ"
“ฝ่าา! หากฝ่าาทรงเพิกเฉย อาจทำให้เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่ได้รับาเ็รู้สึกไม่เป็ธรรม สร้างความไม่พอใจและอาจก่อให้เกิดคลื่นลมไม่สงบในราชสำนัก”
“ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรองค์รัชทายาทหรงซิ่งก็เป็ผู้รับผิดชอบงานล่าสัตว์ เมื่อเกิดเหตุขึ้น ทั้งความผิดพลาดนี้ยังต่อหน้าอาคันตุกะดังนั้นต่อให้ไม่ใช่ผู้บงการ องค์รัชทายาทหรงซิ่งก็มีส่วนต้องรับผิดชอบอยู่ดีพ่ะย่ะค่ะ”
“แทนที่พวกท่านจะเอาเวลาไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตามหาตัวคนร้ายที่แท้จริง กลับมานั่งถกเถียงหาทางเอาผิดองค์รัชทายาทหรงซิ่งให้ได้ ทูลฝ่าา ตามกฎหมาย (โลกโน้น) เวลานี้องค์รัชทายาทคือผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่คนร้าย ขอเวลาหนึ่งเดือน! ถึงเวลานั้นหากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ค่อยลงโทษเถิดเพคะ” อู๋ิยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ยอมรับ
ฮ่องเต้นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าและกล่าวตัดสิน
"ข้าให้เวลาเ้าครึ่งเดือนเท่านั้นอู๋ิ หากครึ่งเดือนไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้ ข้าจะพิจารณาอีกครั้งว่าองค์รัชทายาทหรงซิ่งยังคงเหมาะสมกับตำแหน่งองค์รัชทายาทหรือไม่ ระหว่างนี้ให้เขากักตัวอยู่แต่ในตำหนักอี้เทียน ไม่มีคำสั่งห้ามออกนอกตำหนักโดยเด็ดขาด"
“ขอฝ่าาทรงทบทวนด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าาองค์หญิงทรงเป็สตรีคงจะไม่...”
สารพัดเสียงคัดค้านทว่าอู๋ิไม่สนใจ นางะโเสียงดังฝ่าคลื่นเสียงมหาชนแม้เวลาที่ขอจะลดลงมากึ่งหนึ่งก็ตาม
"ตกลงเพคะ ครึ่งเดือน! หม่อมฉันจะหาหลักฐานให้พบแน่นอน ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ"
“แม่ทัพหลี่ คดีนี้ข้ามอบให้เ้าจัดการ หมอหลวงซ่งจงกำชับหมอหลวงทุกคนให้ดูแลคนเจ็บให้ดี กรมบัญชีจงคำนวณค่าเสียหายและเงินชดเชยสำหรับผู้าเ็ จากนั้นส่งไปเก็บที่ตำหนักอี้เทียน”
อู๋ิที่กำลังยิ้มร่าหุบยิ้มแทบไม่ทันหลังได้ยินประโยคสุดท้าย
“เสด็จพี่ ช่วยพูดให้หม่อมฉันสบายใจหน่อย ตำหนักอี้เทียนมีเงินพอจ่ายใช่หรือไม่เพคะ”
“ข้าคิดว่าต่อไปตำหนักอี้เทียนคงต้องงดเนื้อสักสองเดือน” องค์รัชทายาทหรงซิ่งแสร้งทำท่าทางหนักใจ และรอดูท่าทีของหญิงสาว เขาคิดว่านางจะต้องร้องไห้โวยวายแน่หากไม่มีเนื้อในทุกมื้ออาหารเหมือนผ่านมา
อู๋ิไม่ทันได้ฟังเพราะมัวแต่สนใจสตรีสูงศักดิ์ที่กำลังเดินตรงมาหานางด้วยมาดนางพญา ตาของทั้งสองสบกันนิ่งราวกับว่ากำลังลองเชิงกันในที
"คิดจะเป็ศัตรูกับข้า เ้าคิดผิดแล้ว"
"หม่อมฉันต่างหากที่ควรพูดประโยคนั้น อ๊ะ ๆ ไม่ต้องขู่อะไรอีกแล้วเพคะฮองเฮา หม่อมฉันมีเวลาไม่มาก จะต้องรีบไปตามหาหลักฐานอีก ทูลลาเพคะ" กล่าวจบอู๋ิก็หันไปช่วยประคองพี่ชายและลากตัวเขากลับตำหนักอี้เทียนโดยไม่สนใจสตรีด้านหลังอีกต่อไป
ฮองเฮาบีบมือแน่นขณะมองบุตรสาวของศัตรูที่กำลังเดินห่างออกไปด้วยแววตาอาฆาต
'ข้าสาบานอีกไม่นานเ้าจะได้ไปพบกับเหยาฉีในปรโลก แต่ก่อนตายข้าจะให้เ้าพบกับความทรมานอย่างแสนสาหัสอู๋ิ!'