ซ่า....ซ่า....
สายลมในคืนที่มืดมิดพัดผ่านต้นไม้ใบหญ้าไหวไปตามลม ค่ำคืนนี้อากาศช่างหนาวเย็นเป็พิเศษ ทำให้ร่างในชุดเกราะที่ดูล้ำสมัยซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยของความเสียหายจนแทบจะเหลือแต่ซากตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหนาวอย่างอดไม่อยู่
“อั้ก... ฉะ ฉันอยู่ที่ไหนกัน” ร่างนั้นกระอักเืคำโตออกมาก่อนที่จะมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสนร่างกายของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความเ็ป จนไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อยดูเหมือนการเดินทางผ่านจุดวาปสิ้นสูญจะส่งผลกระทบต่อเขามากกว่าที่คิด
“ลูกบาศก์ล่ะ! ร่างกายเราขยับไม่ได้เลย” นึกขึ้นได้ว่าก่อนจะหมดสติไปในมือของเขามีลูกบาศก์อยู่แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว และไม่ว่าเขาจะพยายามขนาดไหนแต่ร่างกายก็ไม่อาจขยับได้เลย
[∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞∞]
[UNIVERSE CUBE ผสานร่าง]
[0.1%.....0.5%.....1%]
‘อะไรกัน ? มันคืออะไร’เบื้องหน้าของเขามีจอแสงสีฟ้าปรากฎขึ้นพร้อมข้อความและตัวอักษรปรากฎน่าแปลกที่มันดันเป็ภาษาที่เขาเข้าใจได้ ถ้าให้เทียบก็คงคล้ายหน้าจอโฮโลแกรมที่เขาเคยเห็นมาก่อน
ผ่านไปสิบนาที
[“3.5%...ทำการฟื้นฟูร่างกาย”]
[“อัพเกรดนาโนแมชชีนกลายพันธุ์เกรดE>D>C>B>A>S>SS>SSS”]
[“นาโนแมชชีนกลายพันธุ์ SSS > เซลล์เอกภพ”]
[“เปิดระบบฟื้นฟูจิติญญา”]
เสียงปริศนาที่ไม่อาจระบุเพศได้ ดังขึ้นในหัวของเขาทำให้เขาสับสนถึงที่มาของเสียงไม่น้อย แต่เพราะขยับตัวไม่ได้ตอนนี้ได้แต่มองท้องฟ้า คงไม่สำคัญว่าเสียงจะมาจากที่ไหน
อ๊ากกกกกกกกกกก
แต่แล้วความเ็ปที่เกินจะทานทนก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้แม้จะเป็ตัวเขาที่แทบจะด้านชาในทุกๆเื่ไปแล้วก็ถึงกับกรีดร้องออกมาสุดเสียงร่ายกายที่ก่อนหน้านี้จะพยายามขยับอย่างไรก็ไร้ผลกลับชักเกร็งขึ้นมาได้อย่างปฏิหาริย์ร่างกายทั่วทั้งร่างของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่หยุด กระดูก กล้ามเนื้อ เื ถูกทำลายแล้วสร้างใหม่โดยนาโนแมชชีนที่ถูกอัพเกรดจนถึงระดับสุดยอดจนกลายเป็เซลล์เอกภพ
แต่เดิมตัวของเขาซึ่งถูกเรียกขานว่าเทพาแห่งเวิสเฮมก็ถูกฉีดนาโนแมชชีนระดับสุดยอดของโลกไว้ในร่างกายอยู่แล้ว เพื่อที่จะต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดที่ปรากฏขึ้นมาทางรัฐบาลจึงได้วิจัยอาวุธเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อใช้ในการต่อกรจนสุดท้ายก็ได้มาเป็นาโนแมชชีนกลายพันธุ์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเหล่านักสู้เป็อย่างมาก
เมื่อร่างกายได้รับความเ็ปจนเกิดจะทนไหวติดต่อกันเป็เวลานานในที่สุดตัวเขาก็สลบไป
.............
จิ๊บ จิ๊บ
ในเวลานี้บนทุ่งหญ้าเขียวขจีได้มีร่างชายหนุ่มคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนตัวของเขามีนกเกาะอยู่สองสามตัว เสียงนกร้องอันไพเราะดังขึ้นทีข้างหูทำให้เปลือกตาของชายคนนั้นค่อย ๆ ขยับจนลืมตาขึ้นมาในที่สุด
[“ผสานร่าง....100%”]
[“เซลล์เอกภพ เปิดใช้งาน 1%”]
“ร่างกายเรา เหมือนจะขยับได้แล้ว” เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา เขาก็ทดลองขยับร่างกายดูปรากฎว่าความเ็ปต่างๆได้หายไปแล้วร่างกายตอนนี้เบาสบายเหมือนไม่เคยาเ็มาก่อน
“ที่นี่คือที่ไหน แล้วสิ่งที่ฉันเห็นก่อนหน้านี้ล่ะ? ” พอหันไปมองรอบ ๆก็พบว่าสถานที่แหงนี้มีแต่ป่าเต็มไปหมดแต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ สังเกตได้จากนกที่บินบนท้องฟ้าและกวางที่กำลังกินหญ้าอยู่ไกลๆ
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
ร่างในเศษชุดเกราะเคลื่อนตัวเข้าหาต้นไม้ที่สูงที่สุดในบริเวณนี้มองจากสายตาต้นไม้ต้นนี้คงสูงเกือบสิบเมตรได้ เมื่อมาถึงต้นไม้ที่้าแล้วเงาร่างนั้นก็พุ่งตัวขึ้นไปบนต้นไม้ ะโไต่ขึ้นไปตามกิ่งไม้อย่างคล่องแคล่วจนไปถึงยอดของต้นไม้สูงในที่สุด
“ดูเหมือนจะอยู่บนูเาสักลูก” ภาพที่เห็นจากยอดไม้คือป่าที่กว้างสุดลูกหูลูกตาแต่ก็ยังพอเห็นว่ามีเนินที่สูงและต่ำอยู่บ้างทำให้พอจะคาดการณ์ได้ว่าคงอยู่บนูเาสักแห่ง
“จะว่าไป หน้าจอที่เห็นก่อนหน้านี้และเสียงเ่าั้ คืออะไรกัน”ชายหนุ่มพึมพำออกมาเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
“หรือเราจะเห็นภาพหลอนเพราะความเ็ปกัน” ชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อย
“ลูกบาศก์ล่ะเราจำได้ว่ามันติดมือมาด้วยก่อนที่จะถูกเคลื่อนย้าย”ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ก็กลับไปยังจุดเดิน เขาพยายามมองหาจนทั่วก็ยังไม่เจอ
“ลูกบาศก์นั่นมันไปไหนกันนะ” คราวนี้เมื่อเขาพูดจบก็ได้แต่เลิกสนใจมันไปก่อนชั่วคราว
สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือการสำรวจว่าตัวเขาอยู่ที่ไหนโลกใบนี้มีอันตรายอะไรหรือไม่ เขาจะสามารถใช้ชีวิตได้รึเปล่า
“เสียงในหัวบอกว่านาโนแมชชีนถูกอัพเกรดแต่เริ่มจากระดับ E แสดงว่านาโนแมชชีนที่เป็เทคโนโลยีระดับสูงที่สุดในดาวเราถูกจัดอยู่ระดับ E เท่านั้นเหรอ”
“จะว่าไป มือของเรา ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป” เขาพลิกมือที่ไม่มีเศษเกราะปกคลุมไปมา พบว่าจากมือที่ดำคล้ำเต็มไปด้วยร่องรอยาแ ตอนนี้มันกลายเป็มือที่เรียบเนียนผิวสีขาวกระจ่างเหมือนคุณหนูที่ไม่เคยต้องแดดมาก่อน
แคว่กก
เขาลงมือฉีกเศษผ้าที่มีชุดเกราะติดอยู่ออกมาเพื่อใช้ความเงาของเศษเกราะส่องดูใบหน้าตอนตัวเองพบว่าจากใบหน้าที่มีรอยแผลเป็ลากผ่านของชายกร้านโลกอายุห้าสิบกว่าปีกลายเป็ใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวเรียบเนียนชวนจับต้อง มีเส้นผมสีขาวมัดเปียด้านหลังดวงตาสีฟ้าอมเขียวดูเ็าไร้จิติญญาไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป ส่วนสูงประมาณ 180ซม.ตัวเขาตอนนี้เหมือนเป็เด็กหนุ่มหล่อเหลาอายุสิบแปดไม่มีผิด
“แปลกเหมือนร่างกายข้าจะถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างไป”
ฮึบ ตู้ม!
“เหมือนพละกำลังจะยังเท่าเดิม แต่ความคล่องตัวมวลกล้ามเนื้อดีขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย”หลังจากที่ทดลองซัดกำปั้นใส่ต้นไม้ด้านข้างไปชายหนุ่มก็พอเข้าใจร่างกายของตนเองในตอนนี้มากยิ่งขึ้นตรงบริเวณที่ซัดกำปั้นเข้าไปเกิดเป็รอยหมักลึกเข้าไปจนสุดแขน
นี่เป็หนึ่งในท่าหมัดที่ทหารทุกคนต้องได้รับการฝึกมันคือหมัดทะลวง เป็การออกหมัดที่รวดเร็วและทรงพลังทะลวงเข้าใส่ร่างกายของเป้าหมายในทีเดียวโดยไม่กระจายแรงออกมาให้เสียเปล่าเพราะสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาในโลกของเขามีร่างกายที่แข็งเป็อย่างมากการโจมตีทั่วไปล้วนทำอะไรไม่ได้ต้องใช้หมัดทะลวงซัดเข้าไปยังจุดอ่อนของมันในทีเดียว ถึงจะฆ่ามันได้
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ฟึบ ฟึบ ฟึบ
“ความทนทาน ความอึด ของร่างกายดีขึ้นจนเมื่อก่อนเทียบไม่ติด”ชายหนุ่มยังคงซัดหมัดทะลวงใส่ต้นไม้ไม่หยุดแต่เสริมมาด้วยการเคลื่อนที่สลับฟันปลาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีอะไรกีดขวางไปด้วยตัวเขาไม่มีแม้แต่อาการอ่อนล้า หรือหอบหายใจเลยสักนิด
“กรี๊ดดดดด ช่วยด้วย”