ฉันลูบหัวเลวี่อยู่ดีๆ จู่ๆ เธอก็หน้าแดงขึ้นมาแล้วก่อนเหมือนมีเสียง‘ปุ’ ออกมาจากหัวแล้วมีควันลอยออกมาแล้วก็สลบไปซะงั้น
อาการแบบนี้มัน…ฉันเคยเจอมาก่อนใช่.. ต้องเป็ไข้แน่! แย่แล้วเลวี่เป็ไข้ฉันต้องรีบกลับบ้าน
ฉันตรวจสอบไข้ของเลวี่ว่าแต่เขาตรวจสอบกันยังไงนะ.. แตะหน้าผากสินะ ? ว่าแล้วฉันก็เอามือแตะหน้าผากตัวเองกับเลวี่
อืม…. ไม่เห็นต่างกันเลยแฮะหรือว่าไม่ใช่แบบนี้ ไม่สิ ในหนังเวลาตรวจไข้ก็ทำแบบนี้กันนี่น่า
หรือว่าฉันกำลังเข้าใจผิดอะไรไม่เคยทำแบบนี้ด้วยสิ
ก็ฉันเป็คนที่กันไว้ดีกว่าแก้นี่น่าอืม จะทำไงดีทำไงดี ฉันเหงื่อไหลออกมาอันที่จริงที่กล้าทำแบบนี้เพราะเป็น้องสาว..
ตรวจสอบอุณหภูมิในร่างกายเหรอ…ทำไงดีเนี่ย เหงื่อฉันไหลออกมาเริ่มร้อนรน ก็แน่ล่ะ น้องสาวแท้ๆ เอ่อ..ถึงจะไม่แท้
แต่ก็น้องสาวนะ!น้องสาวกำลังจะเป็ไข้นะ นี่มันไม่ใช่เื่เล็กๆ เลย ต้องตรวจสอบอุณหภูมิแล้วฉันควรทำยังไงต่อดี
จริงสิ ต้องผายปอดไง…! ใช่ผายปอด
ด้วยความลนลานฉันเลยวางเลวี่ลงบนพรมสีดำเตรียมจะผายปอด..ไม่สิ.. ไม่ใช่แบบนี้แล้ว.. แบบนี้มันไม่ใช่วิธีลดไข้สักหน่อย
ก่อนอื่นประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นสิถ้าทำแบบนั้นก็หมายความว่า ฉันชิงจูบแรกของน้องสาวที่น่ารักไปสิ แบบนั้นรับไม่ได้สุดๆเลย..
ไม่ได้หมายความว่ารับไม่ได้ที่จูบกับน้องสาวหรอกนะไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้น พูดแบบนั้นก็เหมือนฉันอยากจูบเลยไม่ใช่หรือไง
แต่ถ้าน้องสาวอนุญาตให้ผายปอดนะ..ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ใช่แบบนี้สิ อ๊ากกกกก
ฉันเรียกสติกลับมาได้.. ใช่ ผายปอดมันใช้สำหรับคนจมน้ำเท่านั้นฉันต้องมีสติ เขาว่ากันว่าหากประสบอุบัติเหตุถึงชีวิต
ให้แก้ไขสถานการณ์อย่างมีสติ
การจะวัดอุณหภูมิได้ต้องวัดจากจุดที่ปลดปล่อยอุณหภูมิร่างกายได้ดีที่สุดนั่นคือรักแร้! ใช่ แค่นั้นเอง พอคิดดีๆ ก็คิดได้นี่น่า
ว่าแล้วฉันก็ปลดกระดุมเสื้อของเลวี่เอ๊ะ แต่ชุดเลวี่ไม่มีกระดุมนี่น่า เป็ชุดเหมือนชุดเ้าหญิงอ่ะ กระโปรงใหญ่ๆ
แต่เธอเป็องค์หญิงจริงๆ นี่น่าถึงฉันจะใส่ชุดนี้เหมือนกัน แต่คนรับใช้เป็คนใส่ให้ใส่ไม่เป็เพราะงั้นเลยถอดไม่เป็
แล้วมันถอดยังไงละเนี่ยฉันพลิกร่างของเลวี่ดูทั้งหน้าทั้งหลัง พอฉันจับเลวี่เธอก็หอบหายใจแรงกว่าเดิม
หรือว่าไข้กำลังกำเริบแย่แล้วต้องให้ความอบอุ่น ใช่.. เวทมนตร์ไง แต่ก็ต้องรู้ว่าควรให้อุณหภูมิระดับไหน
“บัดซบเอ้ย ถอดยากไปแล้วเว้ย”
ฉันร้องออกมาแล้วก็ฉีกเสื้อผ้าของเลวี่…อ๊ะ.. เผลอฉีกไปแบบไม่คิดซะแล้ว นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่เนี่ย
ฉันที่อายุ 20 ปลายๆ จนจะเข้า 30กำลังฉีกเสื้อผ้าของน้องสาวอายุห้าขวบ.. เอ่อ ถึงฉันตอนนี้จะหกขวบแต่ข้างในไม่ใช่นี่น่า
ไม่ๆนี่ไม่ใช่เวลาแบบนั้นแล้วฉันยกแขนเลวี่ขึ้นแล้วก็สอดมือเข้าไปใต้แขนของเธอแต่ปฏิกิริยาที่ฉันทำนั้นเหมือนกับไปเปิดสวิตช์อะไรเข้า
“ท่านพี่! หนูทนไม่ไหวแล้ว”
เพราะพริบตานั้นเองเลวี่ก็ดีดตัวขึ้นมากอดฉันก่อนจะนัวเนีย ถูๆ ไถๆ ห้ะ.. นี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย?
………..
เหตุเกิดเพราะเลวี่ตื่นขึ้นมาั้แ่แรกแล้วแต่เพราะเห็นท่าทางร้อนรนของเลทิเซีย เธอเลยไม่กล้าขยับ
พอเลทิเซียลูบๆ ไปทั่วร่างของเลวี่เธอจึงเหมือนถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง และจังหวะที่ถูกฉีกเสื้อก็เหมือนไปเปิดฝาครอบสวิตช์บางอย่างอยู่
และในจังหวะเดียวกันที่เลทิเซียัักับรักแร้เปลือยเปล่าของเลวี่มันก็เหมือนทำงานสวิตช์ ความอดทนของเลวี่หมดไปทันที
…………
“เลวี่.. ทำอะไรของเธอเนี่ย”
“ท่านพี่ขาาาาา”
ฉันมองเลวี่ที่น้ำลายไหลหน้าแดงถ้าเข้าฉากมังงะฉันว่าตอนนี้ตาของเธอคงจะมีรูปหัวใจแน่
ทำเอาฉันขนลุกไปทั้งร่างกายแต่ในตอนนั้นเองฉันก็ััถึงอะไรบางอย่างได้สายตาเงยหน้าไปทางที่ฉันยิงเวทไป
มันมีบางอย่างกำลังพุ่งมาด้วยความเร็วทะลุกำแพงเสียงหากปะทะกันตรงๆ ฉันอาจจะไม่เป็ไร แต่น้องสาวที่กำลังเป็ไข้…
แต่เลวี่ก็กอดฉันไม่ปล่อยเหมือนตังเมเป็สถานการณ์ที่จะหยุดก็ไม่ได้ จะหลบก็ไม่พ้น และเงานั้นพุ่งมาพร้อมกับเสียวร้อง
“อ๊ากกกกกก”
“บ้าเอ้ย”
ฉันกัดฟันร้องแล้วก็กอดเลวี่สุดแรงก่อนจะยืนขึ้นบนพรม หมุนตัวเตะเท้าออกไปใส่กระโปรงที่ใส่พริ้วไหวตามสายลมและกระแทก “ปัง!”
ในชั่วพริบตาที่เท้าของฉันปะทะเข้ากับสิ่งนั้นฉันเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าราวกับเวลาไหลเดินช้าลงอย่างมากเป็เหมือนภาพทีละเฟรม ทีละเฟรม..
เพราะตรงหน้าฉันมีใบหน้าของผู้หญิงผมสีเงินคนหนึ่งพุ่งมาสวมชุดเหมือนยันเทพธิดาใจโฉดที่ชั่วร้ายนั่น
และเท้าฉันก็ฟาดใส่หน้าเข้าให้ดังสนั่นกันเลยทีเดียว…ฉันที่ยืดขาเดียวกับเลวี่ที่กอดฉันแน่นทำเอาเสียหลัก
ถึงจะเตะใส่หน้าให้แต่ไม่มีเวลาเพิ่มแรงเตะให้อีกฝ่ายเปลี่ยนทิศทางการปลิวทำได้แค่ลดความเร็ว หน้าของหญิงสาวผมสีเงินพุ่งแฉลบผ่านเท้าฉัน
มุดเข้ามาใต้กระโปรงฉันก่อนที่จะกวาดเอาร่างฉันกับน้องพุ่งดิ่งลงพื้นดัง“ตู้ม!!!” แรงปะทะนี้แผ่นดินแยกกันเลยทีเดียว
ฉันลืมตาขึ้นมองเลวี่ทันโชคดีที่เธอแค่หมดสติไป เหมือนมีดาวหมุนอยู่รอบหัวของเธอ
“ฟู่ว..”
ฉันถอนหายใจออกมาว่าแต่เมื่อกี้มันอะไรกันแน่นะ ที่จู่ๆเลวี่ก็พุ่งมากอดฉันเหมือนกับสัตว์กระหายเืแบบนั้น
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าน้องสาวต้องมีคอนเซปเป็แบบนี้ทุกคนตลอดเลยรึไงนะฉันถอนหายใจออกมาอีกรอบ อดนึกถึงน้องสาวฉันในชาติก่อนไม่ได้…
พอๆไม่อยากคิดถึงเื่สยองในอดีตแล้ว เอาเป็ว่าฉันจะไม่พูดถึงมันแน่นอน!และในตอนนั้นเองก็มีเสียงดังมาจากใต้กระโปรงฉัน
“โอ้ยๆ”
“เห้ย!”
ด้วยความที่ใฉันร้องออกมาแล้วก็ใช้ขาหนีบคนในกระโปรงไว้มันเป็สัญชาตญาณโดยกำเนิดนะที่ทำแบบนี้
ไม่ว่าจะเป็ใครก็ต้องหุบขาแบบนี้อยู่แล้วล่ะ
เหมือนผู้หญิงคนนั้นจะตบขาฉันดังแปะๆ
“ห.. หาย.. ใจ.. ไม่ออก”
“อย่ามุดเข้ามามากกว่านั้นนะ!”
ฉันรีบรัดแน่นเพราะใแต่อีกฝ่ายยิ่งดิ้นแรงกว่าเดิมบ้าเอ้ย แบบนี้ก็ต้องรัดสุดแรงไปเลย
ว่าแล้วฉันก็เสริมความแข็งแกร่งทางกายภาพด้วยการแทรกแซงกล้ามเนื้อรัดคอผู้หญิงผมสีเงินไว้
“มะ.. ไม่ไหวแล้วนะ ปล่อยได้แล้ว”
เธอคนนั้นร้องออกมา จู่ๆร่างฉันกับน้องก็ปลิวว่อนสถานการณ์เสี่ยงอันตรายหว่างขาหลุดออกจากแรงที่พัดฉันกับน้องปลิว
เผยให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดสีขาวราวเทพธิดาผมสีสีเงินหน้าตาค่อนข้างสวย ละมั้ง ฉันคิดว่านะเพราะหน้าบวมเพราะร้อยเท้าฉันไปแล้ว….
พลังเมื่อกี้..ที่ััถึงว่าแล้วเชียว.. ยัยนี่ก็เป็เทพธิดาเหมือนยัยใจโฉดนั่นสินะ…
ฉันที่กำลังคิดในใจแต่ในตอนนั้นเองผู้หญิงผมสีเงินที่กำลังเก๊กหน้าสวยอยู่ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ข้าบอกไปแล้วนะ ซิลเวียว่าเ้าไม่สามารถใช้พลังเทพได้เป็เวลาสิบสองปี ไม่งั้นจะโดนบทลงโทษ!”
“ท.. ท่านเทพสูงสุด ข้าผิดไปแล้ว..นี่มันเหตุสุดวิสัยนะ”
“ไม่ต้องเถียงแล้ว!”
เงาด้านหลังเป็คนแก่วัยชราที่เป็ผู้หญิงกำลังพูดกับผู้หญิงผมสีเงินที่ชื่อซิลเวียเมื่อคำพูดของหญิงชราดังขึ้นซิลเวียเหมือนจะหงอยไปในทันที
ภาพนี้ทำเอาฉันใไม่น้อยแต่ภาพต่อมาทำเอาฉันแทบสำลักน้ำลายออกมาเพราะภาพตรงหน้าคือ
หญิงชราจับซิลเวียยืนสี่ขาแล้วเอาไม้เรียวฟาดก้นเข้าให้ โดยซิลเวียขัดขืนไม่ได้เลย
“ฮรือ.. ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้วอย่าตีข้าเลย ฮรือออ”
น้ำหู น้ำตาไหลออกมาจากหน้าซิลเวีย..ทำเอาภาพเก๊กสวยเมื่อกี้เป็เื่ตลกไปเลยแฮะ..