ตอนที่ 4 คนไข้ที่ไม่ลังเล
หลังจากอู่หนานออกไปจากห้องรักษาพ่อบ้านตระกูลหลงก็ไม่รีรอที่จะซักประวัติของหมอที่แสนก้าวร้าวเอาแต่ใจตนคนที่พึ่งเดินออกประตูทันที
“อู่หนานคนนั้นเป็แค่แม่ของอู่ทงเด็กน้อยที่หมอเจียรับไว้เป็ศิษย์งั้นเรอะ และแล้วก็ไม่ใช่หมอด้วย โอ้ยยย ข้าอยากจะบ้าตายพวกเ้ากล้านัก กล้ารวมหัวกันหลอกลวงตระกูลหลง!”
“เดียวๆ ก่อนท่านอ้าวเหอข้าไม่ได้บอกว่าอู่หนานไม่ใช่หมอนะ แต่ข้าพึ่งเจอวันนี้วันแรกและได้รู้จากที่หมอเจียแนะนำเท่านั้น ใยถึงคิดว่าข้าหลอกลวงเล่าเื่การรักษาข้าก็บอกแล้วว่าหมอเจียไม่อยู่ให้ไปที่อื่นเป็พวกท่านที่หามคุณชายเข้ามาเองไม่ใช่หรือไง”
“อ้าว เ้าเด็กนี่ก็เพราะคนนั้นบอกข้าถึงได้หามมาถ้าเขาไม่บอกว่าเป็หมอข้าจะยอมเอาชีวิตคุณชายมาเสี่ยงหรือไงไม่รู้หละเื่นี้เ้าต้องรับผิดชอบ ข้าจะพาคุณชายกลับจวนและจะไปฟ้องเ้าเมืองว่าโรงหมอนี้หลอกลวงคนไข้คอยดูเถอะเ้าเมืองฉินต้องจัดการพวกเ้าแน่!”
“ไอ้หยา ท่านนี่แก่กระโหลกกะลาพูดเอาแต่ได้นะ ชิชะตอนที่คุณชายชักจะเป็จะตายไม่เห็นหยิ่งยโสเช่นนี้ถึงกับลากข้าไปดูอาการทั้งๆที่ข้าก็บอกจนหูจะแตกแล้วว่าหมอไม่อยู่ๆพออาการดีขึ้นก็คิดจะสละเรือเมื่อได้ปลารึ เอาสิ…อยากจะฟ้องก็ฟ้องเลยวันนั้นคนแถวนี้ก็ล้วนแต่เห็นเหตุการณ์ ข้าจะลากไปเป็พยานให้หมด ” มู่ชุนโมโหจัดจนไม่อยากจะสนใจสิ่งใด ต่อให้สกุลหลง จะยิ่งใหญ่เพียงใดเขาก็เห็นช้างเป็หนูแล้วตอนนี้
“เอะอะอะไรกัน!”
“ท่านหมอเจีย กลับมาแล้วรึขอรับท่านรีบมาจัดการคนแก่ไร้ยางอายคนนี้เลย”
“หนอยไอ้เด็กเมื่อวานซืนไร้มารยาท โรงหมอเจียจ้างคนเช่นเ้าได้อย่างไรกัน ท่านหมอมาก็ดีแล้วรีบจัดการไล่หมอเถื่อนที่ชื่ออู่นั่น และเ้าเด็กสามหาวนี่ออกไปสะไม่งั้นสกุลหลงไม่ละเว้นท่านแน่”
“พวกเ้า หยุด! หยุดได้แล้ว…เล่ามาทีละคน เื่เป็มายังไง”
หลังจากทั้งคู่เลิกแข่งกันฟ้องชายชราจึงนั่งลงฟังด้วยอาการสงบ ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายพูดก็ไม่ซักถามแต่อย่างใดปล่อยให้พ่อบ้านสกุลหลงและมู่ซุนเล่าไปเรื่อยๆซัดกันไปมาตามใจชอบ…จนทั้งคู่ไม่มีอะไรจะพูดแล้วถึงได้เอ่ยขึ้น
“ท่านอ้าวเหอรู้หรือไม่ว่าเหตุใดโรงหมอทุกโรงถึงได้ไม่ยอมรักษาคุณชาย”
“เอ่อ…หมอไม่อยู่เขาบอกแบบนั้น”
“ข้ารู้จักหมอทุกคนในเมืองนี้เป็ไปได้หรือที่โรงหมอสิบโรง หมอจะไม่อยู่พร้อมกันเื่แค่นี้ท่านก็เดาไม่ออกเชียวรึว่า เหตุใดถึงมีแต่คนหลบหน้า ”หมอเจียมองไปยังชายชราวัยเดียวกันด้วยแววตานิ่งๆ ก่อนที่จะเอ่ยต่อ"อีกอย่าง…ท่านเคยเห็นหมอที่ไหนรักษาไข้สามวันหายบ้าง…ข้ารู้มาก่อนแล้วว่าคุณชายเป็ไข้สามวัน และวันนี้เป็วันที่สามคงเพราะหมอสกุลหลงถอดใจ ท่านเลยแบกคุณชายใส่เกี้ยวเพื่อมาหาความหวังสุดท้ายจากหมอข้างนอกเื่ใหญ่เพียงนี้ยังคิดจะปิดอีกหรือไร"
“กะ ก็ใช่ แต่…โรงหมอนี้มีหมอเถื่อน”
“หึ…เหมือนท่านจะแก่จนเลอะเลือน ในฐานะที่เป็พ่อบ้านสกุลหลงแทนที่จะช่วยส่งเสริมเกียรติของสกุล กลับทำเื่น่าอายเช่นนี้คุณชายหลงซาน…ตื่นแล้วสินะ ท่านก็ตัดสินใจเองเถอะว่าจะเอาอย่างไรต่อ ข้ายินดีจะรับฟังท่านจะกลับไปเตรียมฟ้องร้องโรงหมอซ่อมซ่อแห่งนี้ ตามที่พ่อบ้านอยากจะทำก็ไม่ว่ากันอย่างมากก็แค่ปิดโรงหมอ ข้าไม่ได้เสียดายอะไรนักหรอก ทุกวันนี้ก็เบื่อจะตายแล้วที่จะรักษาคนไข้ เจอคนดีก็พอทนแต่เจอพวกเ้าเล่ห์มากกล นี่สิน่าจะปล่อยให้ตายๆไปซะอยู่ไปก็รกโลก”
“….” เด็กหนุ่มหน้าขาวที่พึ่งลืมตาปริบๆไม่อาจจะเอ่ยอะไรออกมาได้ แม้จะรู้ว่าคนชราหลอกด่าทางอ้อมก็ตาม
“ ทงทง ไปเอาน้ำอุ่นมาป้อนคนไข้”อู่หนานที่ถือยาเข้ามาบอกลูกชายก่อนจะไปนั่งข้างเตียงแล้วป้อนยาฆ่าเชื้อถ้วยที่สองให้กับหลงซานตามเวลาท่ามกลางสายตาของคนอื่นๆ ที่เอาแต่จ้องมองอยู่ แต่ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาจนกระทั่งป้อนยาเสร็จ อู่ทง ก็นำน้ำอุ่นมาให้พอดี
“เป็ไงบ้าง ปวดหัวลดลงบ้างไหม”
“คะ แค่กๆ ละลดลง”
“แต่ตัวยังรุมๆอยู่เ้าต้องกินยาแก้ไข้อีกถ้วยแล้วหละ อู่ทงไปต้มยาสูตรแรกอีกหม้อนะ”
“ได้เลยท่านแม่”
พอเด็กน้อย ออกไปจากห้อง อู่หนานก็ถามคนไข้พลางป้อนน้ำอุ่นไปด้วย “ ข้าไม่ใช่หมอนะความจริงที่รักษาเ้าก็เพราะลูกข้าขอร้องไม่อยากให้เ้าตายตอนนี้อาการของเ้าพึ่งคงที่ ต้องให้ยาตรงเวลาและยาตำรับนี้ต้องเป็ข้าเท่านั้นที่ปรุงได้ หากไม่อยากตายก็อยู่ทานยาที่นี่สักสองสามวัน ”
“ได้"เด็กหนุ่ม เริ่มมีสติ หลังจากที่หลายวันมานี้ เขาอยู่ในอาการป่วยหนักปวดหัวแทบะเิ ไม่รับรู้เื่ราวใดๆเหมือนอยู่ท่ามกลางฝันร้ายที่พร้อมจะกระชากิญญาให้หลุดจากร่างตลอดเวลาแต่ตอนนี้กลิ่นยาหอม
อ่อนๆที่ลอยมาจากกายของคนที่ป้อนน้ำทำให้จิตใจสงบอย่างประหลาดและอาการปวดต่างๆเริ่มทุเลาลงเรื่อยๆอย่างน่าอัศจรรย์
“ดีๆเ้าเป็คนหนุ่มที่จิตใจแน่วแน่นักถ้างั้นก็จงประทับตราในสัญญาการรักษานี้ด้วยเถิด”
อู่หนานยื่นแผ่นกระดาษ ให้คุณชายหน้าหวานสัญญานี้เขาจัดทำขึ้นขณะที่ฟังการโต้เถียงกันของอู่ชงและพ่อบ้านอยู่นอกห้องและมันทำให้ชายชรารีบแย้งขึ้นทันที
“สัญญาสัญญาอะไรกันข้าไม่เคยเห็นโรงหมอที่ไหนต้องมีสัญญามาก่อน”
“ใช่แต่ทุกอย่างก็ย่อมมีครั้งแรก โรงหมอนี้ก็พึ่งมีคนป่วยเื่มากจะฟ้องพวกเราครั้งแรก คุณชาย…ข้าไม่ใช่หมอขอย้ำอีกทีและไม่้าหาเื่ตายให้ตนเอง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเชื่อใจของท่านหากจะให้รักษาก็ประทับตรา และกินยาตามที่ข้าสั่ง แต่หาก้ากลับจวนไปรักษาที่อื่นก็ตามใจเถิด”
“…” หลงซาน ไม่พูดอะไรและไม่อ่านเอกสารด้วยซ้ำ พอประทับตราเสร็จก็หลับตาลงเพื่อพักผ่อนทำให้คนอื่นๆไม่กล้ารบกวนต่างเดินออกมาจากห้องเพื่อปล่อยให้คนไข้ได้พักอู่หนานเองก็อุ้มลูกเดินตามเ้าของเรือนไปยังห้องรับแขกเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีหลายสิ่งค้างคาใจอยู่
“เล่ามาเถอะ”
ชายหนุ่มเล่าเื่ที่ตัดสินใจรักษาโรคให้หลงซานไม่ทันจบ ปู่เจียก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ข้าไม่ได้สนใจเื่นั้นหรอกน่า… ทำไหมเ้าถึงปิดบัง เื่ที่ใช้ยาได้ ไข้สามวันนี่!มันไข้สามวัน ไข้ที่ยังไม่มีใครรักษาได้เลยนะ แต่เ้าให้ยาหลงซานไม่ถึงวันเ้าหนุ่มนั่นกลับฟื้นมีสติขึ้นมาได้ไหน…เ้าใช้ยาตัวใดกันถึงสามารถควบคุมไข้สามวันได้ผล รีบนำมาให้ข้าดูเร็วเถอะ”
“นี่…ขอรับรายการสมุนไพรที่ท่านแม่ใช้ บันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว”ทงทง ควักเอาสมุนเล่มเล็กๆส่งให้อาจารย์ปู่ สมุนไพรที่ท่านแม่ใช้ รวมทั้งวิธีการปรุงยาเด็กน้อยเป็คนเก็บบันทึกไว้ เพราะจะได้นำมาฝึกอ่านยามว่างๆแต่ความจริงนั้นเขาอ่านและจำได้หมดแล้ว แหม…แค่สองหน้าเองไม่เห็นต้องลำบากฝึกนานนี่เนอะ
“อ่า นี่มันยาพื้นๆทั้งนั้นแต่เ้านำมาผสมกันได้น่าทึ่งมาก โอ้ยาหม้อแรกแก้ไข้นี่…”
“ท่านแม่บอกยาหม้อนี้จะลดอาการตัวร้อนหนาวสั่นและทำให้ไม่ชัก ให้กินยามที่มีไข้ แต่ถ้าไข้หายไม่จำเป็ต้องทานส่วนหม้อที่สอง จะใช้ไฟแรงกว่าหม้อแรกและต้มนานครึ่งชั่วยามยาหม้อนี้จะขจัดพิษในเืที่เป็สาเหตุของไข้สามวันต้องกินติดต่อกันอย่างน้อยสองวัน สองหม้อแรกข้าเตรียมเป็แล้วขอรับ แต่ยาสูตร
ที่สาม ท่านแม่ยังไม่ได้ลองให้ทงทงทำ ท่านแม่…ข้าจะได้ทำพรุ่งนี้ใช่หรือไม่”เด็กน้อยขี้อวดหันไปถามด้วยแววตาเป็ประกาย เขารู้สึกมีความสุขมากที่ได้เตรียมยารักษาคนไข้
“ได้สิ…ท่านหมอ เอ้ย…ปู่เจียขอต้องขอโทษจริงๆที่นำความเดือดร้อนมาให้”
“เฮ้อ…เื่แบบนี้มันก็เกิดขึ้นออกบ่อยไปตอนข้าเปิดร้านตอนแรกๆ คนไข้ไม่ได้เชื่อถือขนาดนี้ มีคนมาเอะอะโวยวายอยู่หน้าร้านแทบทุกวัน เ้าทำถูกแล้วหละ…นี่แหละจิติญญาของคนเป็หมอเห็นคนป่วยก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า บางครั้งก็ไม่ควรทำก็เถอะว่าแต่เ้าจะไม่บอกจริงๆหรือ ว่าเรียนหมอมาจากไหนแถมยังปกปิดเื่อ่านออกเขียนได้อีก ”
“ความรู้ที่ข้ามีอธิบายลำบากพูดไปก็ต้องโกหกกัน”
“โฮะๆเ้านี่นะ…ข้าเดาว่าแม่ทัพกู่คงไม่รู้สิ่งนี้เหมือนกันสิท่า”ผู้เฒ่าอดที่จะสงสารตระกูลกู่ในใจไม่ได้ที่มีเพชรเม็ดงามอยู่ในมือแต่กลับขว้างทิ้ง แม้ชายาผู้นี้ไม่มีปราณรักษาแต่ก็ดันให้กำเนิดลูกที่มีปราณวิเศษ แถมเ้าตัวยังเป็หมอที่รักษาไข้สามวันได้ชายชราอยากจะกระอักเืแทนแม่ทัพตาถั่วคนนั้นจริงๆ
“ขอรับ ข้าพึ่งเปิดเผยที่นี่เอ่อ…ท่านปู่ข้าเรียกค่ารักษาไปในใบสัญญา 100 ตำลึงนะขอรับ ”
“หา! 100 เองตำลึงรึ น่าจะรีดสัก 500 ตำลึงเป็อย่างน้อย”ผู้เฒ่าอดเสียดายไม่ได้ เพราะราคานี้สกุลหลงก็แสนจะคุ้ม ชีวิตของคุณชายเชียวนะเหตุใดถึงมีค่าแค่ 100 ตำลึงเองเล่า