สองหนุ่มวัยเดียวกันนั่งคุยกันอย่างสนิทใจ การย้ายกลับมาทำงานของเดวที่นี่ ทำให้วินนี่ดีใจสุดขีด เปิดขวดไวน์รินใส่แก้วให้เพื่อนรัก นิตตี้เข้ามาในห้องนั่งเล่น แทรกขึ้น “พวกคุณจะทานของหวานไหมคะ“ แววตาไม่ค่อยเป็นมิตรของเธอผสมความรู้สึกแปลกใจในเวลาที่เดวจ้องมองเธอ เดวหันหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม “ ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ชอบของหวาน “ นิตตี้ยกจานอาหารเก็บในห้องครัว เธอทำความสะอาดโต๊ะอาหารด้วยมีวินนี่ช่วยเธอ เดวทึ่งในฝีมือการปรุงอาหารของเธอ รสชาติที่อร่อยเกินความคาดหมาย “นิตตี้คุณทำอาหารอร่อยจริงๆครับ” รอยยิ้มเข้ามาแทนที่หน้าตาบึ้งตึงของเธอทันที “ขอบคุณค่ะ “ วินนี่ช่วยเธอล้างถ้วยชาม “เดว ต่อไปนายคือแขกประจำของที่นี่ ว่างๆมาชิมอาหารของว่าที่เมียฉันอีก เธอล้มคุณนายซาธนาได้นะเว้ย“ เดวอมยิ้มกล่าวเสริม “ถ้างั้นก็ผ่านด่านแรกแล้ว ใช่ไหม“ เสียงหวนๆน้ำเสียงกวนๆของชายร่างสูงสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสี่ส่วนเหมือนวินนี่ทำให้หญิงสาวเริ่มอึดอัด เดวเคลื่อยกายเข้ามาช่วยเธอเก็บโต๊ะอาหาร เดวถามอาการของเธอ “ เจ็บแผลไหม ผมว่าคุณนั่งพักดีกว่า พวกผมจะล้างจานให้ครับ“ วินนี่แทรกเข้ามาโอบกอดร่างเธอเบาๆ กระซิบข้างใบหูของเธอ “คืนนี้ ผมจะขอดื่มกับเขานะครับ เพื่อนรักมาทั้งที่“ นิตตี้พยักหน้า หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอน เธอเปิดทีวีชมรายการโปรดของเธอ.
ห้องนั่งเล่น
ทั้งคู่นั่งดื่มพร้อมเชียร์ Cricketเสียงดังพอสมควร เมื่อการแข่งขันอยู่ในช่วงพักเวลา เดวมองที่รูปภาพงานหมั้นของวินนี่กับริย่าย้ายมาที่หิ้งหนังสือ “ ทำไมมีรูปนี้ยังอยู่ตรงนั้น เธอไม่ว่า...อะไรเหรอวะ“ นิ้วของเดวชี้ไปที่ห้องนอน สายตาของวินนี่มองไปที่รูปภาพ “ฉันจะเก็บแล้ว เธอไม่ยอม” เดวตำรวจนักสืบนิสัยของเขาคือ ถ้าเขาถ้าไม่เข้าใจอะไร เขาจะต้องหาคำตอบให้ตัวเอง เข้าใจให้ได้ ร่างสูงของผู้กองลุกขึ้น ตรงเข้าไปคว่ำรูปภาพนั้นลง “นายรักเธอมาก ก็ไม่ควรตามใจเธอทุกอย่าง“ วินนี่ขมวดคิ้วแล้วมองหน้าเพื่อนรัก เดวพูดซ้ำ “ นายรักเธอมาก เธอก็รักนายมาก ฉันเห็นเธอกระวนกระวายใจ นั่งไม่ติด ตอนมือถือของเธอหาย เธอไม่รู้ว่าติดต่อนายยังงัย แทบวิ่งออกจากโรงพยาบาลไม่ยอมทำแผล อีกเรื่องนายส่งรูปภาพเธอให้ฉัน ฉันก็สืบประวัติเธอมาแล้วด้วย“
นักบินหนุ่มกระดกดื่มไวน์ รู้สึกเกรงใจเพื่อนที่ดูแลนิตตี้และช่วยชีวิตเธอ “ ขอบใจมาก นายช่วยชีวิตเธอวันนี้ “ เดวชนแก้วแล้วดื่มต่อ “ขอบอกให้รู้อย่างหนึ่ง นายต้องรักษาเธอไว้ดีๆ คราวนี้มีอะไรก็บอกฉันด่วน“ เวลาผ่านไปถึงจวนสองนาฬิกาของวันใหม่ เดวรู้สึกง่วงมองนาฬิกาบนผนัง “ฉันขอกลับดีกว่า พรุ่งนี้อาจมีงานเช้า ถ้าไม่มีจะโทร.บอกนาย“ วินนี่สวมกอดเพื่อนรัก เดินมาส่งเพื่อนที่ประตู วินนี่กลับเข้าในห้องนั่งเล่น เก็บขวดไวน์เปล่าทิ้ง ปิดทีวี กำลังก้าวเท้าเดินจะเข้าห้องนอน ความรู้สึกเหมือนเดวลืมอะไรสักอย่าง โทรศัพท์มือถือของเพื่อนรัก วินนี่ก้มหยิบขึ้นมา มีข้อความโชว์ที่หน้าจอ ของริย่ากระพริบเตือน “ เดวคะ ....วินนี่ไม่รับโทรศัพท์ฉันเลย ไม่ติดต่อมาด้วย” วินนี่รีบเปิดประตู พบเดวกำลังเดินออกมาจากลิฟต์พอดี วินนี่เอ่ยขึ้นทันที “นายส่งข่าวให้ริย่าด้วยเหรอ“ เดวก้มมองที่โทรศัพท์มือถือในมือ “ เธอส่งคำถามมาหาฉันมากกว่าร้อยข้อความ อ่านดูได้ ตามสบาย ฉันไม่เคยตอบเพราะไม่รู้ว่า จะตอบอะไร และ ทำไมต้องตอบเธอ ฉันไม่เข้าใจเรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับริย่า และนายก็รู้ว่า ฉันไม่เคยเป็นสะพาน ล่าม หรือตัวแทนให้ใคร “
เดวเปิดข้อความทั้งหมด ส่งให้เพื่อนรักอ่าน “ ฉันเป็นตำรวจ ไม่ใช่นักสืบ แต่ก็เธอกวนฉันมาตลอด นายจะบอกเธอเรื่อง แฟนใหม่เมื่อไร ฉันจะบอกอะไรนายอีกเรื่อง ริย่าโทร.หาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ยามรักษาความปลอดภัยของที่นี่ทุกคน แต่แปลกมาก ไม่มีใครให้ข้อมูลเธอ แม้แต่ ไอ้เผือกอ้วน ชาลี เธอกำลังว้าวุ่นเรื่องของนายคนเดียว ฉันไม่อยากเล่าให้นายฟังเพราะ นายเจอคนถูกใจ สวย และนิสัยดี“ เดวจับบ่าของวินนี่สวมกอดร่างสูง “เตรียมใจไว้สำหรับสถานการณ์ไม่ค่อยจะสวยงาม แต่ฉันจะอยู่ข้างๆนายตลอดเวลา ไปนอนเถอะ“
ร่างสูงกลับเข้าห้องนอน หญิงสาวนอนหลับสนิท วินนี่ก้มลงดับดวงไฟใกล้หัวเตียงข้างเธอ ค่อยๆดึงหนังสือเตรียมการสอนในมือของเธอออกอย่างเบาๆ ห่มผ้าให้เธอ ร่างของเขานั่งข้างๆ มือของเขาลูบไล้กลุ่มผมที่ปรกใบหน้าเธอ สายตามองที่เรียวแขนทั้งสองข้างมีผ้าพันแผล นึกถึงคำพูดของแม่กัมลา “ขอให้คุณคำนึงถึงหัวอกของพ่อและแม่ของนิตตี้ ถ้าไม่รัก อย่าทำร้าย อย่าทุบตี เรารักลูกสาวของเราแบบคนจนๆ นะคุณ“
วินนี่ยืนขึ้นทอดสายตามองออกนอกหน้าต่าง ครุ่นคิดเรื่องของปัญหาที่เขาต้องรับมือ ริย่าเป็นคนที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ รวมทั้ง พ่อของเธอและพ่อของเขา ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาสั่นเตือนมีสายเข้า วินนี่รีบเดินออกมาคุยนอกห้องนอน ริย่าพูดทักทายก่อนชายหนุ่ม “ที่รัก ฉันนึกแล้วว่าคุณยังไม่นอน วันศุกร์คุณต้องออกมานั่งดื่มกับเพื่อนที่ผับแน่ๆ“ เขาถามเธอกลับด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดี “ทำไมคุณส่งข้อความถามคนรอบๆตัวผมทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เดว เมื่อไรคุณจะโตสักที่ ผมบอกแล้ว อย่าไปยุ่งกับเดว เขาต้องทำงาน คุณไม่มีสิทธิ์ ทำแบบนั้นและติดตามผมเหมือนนักสืบ คุณทำแบบนี้ทำไม ไม่เชื่อใจ ผมเข้าใจแต่คุณกำลังรบกวนคนอื่น “ น้ำเสียงไม่พอใจของ วินนี่ทำให้ริย่าจ้องหน้าจอ "ทำไมต้องโมโหกันด้วย" วิการณ์ได้ยินเสียงของวินนี่ที่ตะโกนใส่ริย่า วิการณ์ขอคุยกับลูกชายเอง “วินนี่ถ้าลูกเมาก็นอนเถอะ “ วินนี่ได้ยินพ่อเขาบังคับใจไม่อยู่ “ผมไม่เข้าใจ ทำไมคุณพ่อต้องเข้ามายุ่งเรื่องระหว่างผมกับริย่าทุกครั้ง ต้องการให้ผมเบื่อมากกว่านี้ใช่ไหมครับ“ วินนี่ตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง ปิดเครื่องทันที คืนนี้ เขาไม่สามารถข่มตาหลับตาเพราะเรื่องราวในวันหมั้นย้อนเข้ามาในความทรงจำที่ยากจะลืมเหตุการณ์ในวันนั้น เขาตัดสินใจนอนในห้องนั่งเล่น
นิตตี้รู้สึกตัวแต่เช้าตรู่ไม่พบวินนี่บนเตียงนอน เธอเดินตามหาเขา พบร่างสูงนอนบนโซฟา “ สงสัยเมาหนัก “ เธอมองนาฬิกาหกนาฬิกา เธอค่อยหย่องเข้ามาดูเขาใกล้ กำลังจะหันหลังกลับ มือของวินนี่คว้าข้อมือของเธอไว้แน่น “ผมตื่นแล้วมานี่หน่อย“ ร่างงามถูกดึงในนั่งใกล้เขา “ทำไมคุณไม่นอนในห้องนอน นอนตรงนี้ ไม่หนาวเหรอคะ“ เขาลุกขึ้นนั่ง นิตตี้ยื่นมะนาวลูกกลมใหญ่ให้เขา เสียงหัวเราะของทั้งคู่ ทำให้นกน้อยทั้งฝูงที่เกาะอยู่บนกำแพงระเบียงยื่นจากห้องนั่งเล่นบินหนีด้วยความตกใจ เธอเอนศีรษะพิงไหล่เขา “ผมหยุด 7 วัน เราไปเที่ยวที่ไหนดี“ เธอยิ้ม เอ่ยขึ้น “โรงเรียนไม่ได้หยุดค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ“ ชายหนุ่มคว้ามือเธอมาจูบ พลิกดูรอยไหม้ที่แขนและข้อมือจากการทำอาหาร "แม่ก็มีรอยไหม้แบบนี้ประจำ" ชายหนุ่มกอดร่างงามกระซิบเบาๆ ”ลาออกจากโรงเรียน เป็นแม่บ้านเต็มตัว เงินเดือนนักบินสูงพอที่จะทำให้เราอยู่ได้อย่างสบาย แต่เรามีลูกได้แค่ 2 คนเท่านั้น“ เธอจ้องหน้าของเขา “ ไม่เอาค่ะ ฉันต้องทำงาน แม่บอกว่า การเป็นแม่บ้านสมัยนี้ไม่ดี อยู่บ้านเฉยๆฟุ้งซ่านแน่นอนค่ะ“ ริมฝีปากเขาจูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา “ก่อนอื่นเราแต่งงานกันก่อน แล้วค่อยคิดการใช้ชีวิตกันใหม่ดีกว่า “