“เอ่อ...ชื่อไหมค่ะ”
เสียงของฉันแ่เบา ราวกับเสียงกระซิบ
“ไหมเหรอ!”
เขาพยักหน้าช้าๆ คล้ายจะจดจำชื่อนั้นไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ ดวงตาคมคู่นั้นยังคงจับจ้องมา ราวกับจะสำรวจเข้าไปในจิตใจ โดยไม่รีบร้อน
และแล้ว...รอยยิ้มนั้นก็ปรากฏ
รอยยิ้มที่คล้ายกับแสงอาทิตย์ยามสาย ส่องประกายอบอุ่น ไม่ร้อนแรงจนเกินไป แต่...เพียงพอที่จะทำให้คนที่ยืนอยู่ใต้เงาของมัน...รู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติไปจากเดิม
คำพูดสั้นๆ ของพี่เขา ที่ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่มันกลับปิดการทำงานของสมองฉันไปโดยสิ้นเชิง
ความคิดทั้งหมดพลันมลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงความว่างเปล่าสีขาวโพลน ฉันควรจะมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอกออกไป แต่ฉันกลับเรียบเรียงอะไรไม่ได้สักอย่าง
“อยู่กลุ่มของพี่ไม่ต้องเกร็งนะ ทำตัวสบายๆ”
เสียงทุ้มนั้นดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับสายตาที่กวาดไปทั่วเพื่อมองรุ่นน้องในกลุ่ม
แต่แล้วดวงตาคมกริบคู่นั้น ก็วกกลับมาที่ฉันอีกครั้ง
สายตาที่จ้องเข้ามาครั้งนี้มีแรงผลักดันบางอย่างที่ฉันไม่อาจรู้ได้
“มีอะไรให้ช่วย… ก็บอกพี่ได้เสมอ”
“...ค่ะ!”
คำตอบรับสั้นๆ ที่เผลอหลุดออกจากปากไป ทำให้หน้าฉันแดงซ่าน ฉันรีบก้มหน้าหลบสายตาคมคู่นั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับเด็กน้อยที่ถูกจับได้ว่าทำความผิด
กลีบปากฉันเม้มเข้าหากันแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาพี่เขาตรงๆ ไม่กล้าแม้แต่จะบอกความจริงออกไปว่า...
อาการประหม่า เงียบงัน ที่เกิดก่อนหน้านี้นั้น...
เขา นั่นแหละ คือต้นเหตุทั้งหมด!
นับจากวันนั้นมา ฉันก็ได้มอบหัวใจให้พี่เขาไปแล้ว จนกระทั่ง…เมื่อไม่นานมานี้ ข่าวการเปิดตัวแฟนตัวจริงได้แพร่สะพัดไปทั่วคณะฯ
ความรู้สึกอึดอัดนี้... มันเหมือนกับการยืนอยู่บนทางแยกที่ไม่อาจหวนกลับ ฉันรู้สึกผิดหวังมาก จนต้องหันหน้าเข้ากองหนังสือเพื่อปลอบประโลม
และในวันนี้ เป็การตัดสินใจที่ยากเย็นที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ผ่านมา...
ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็คนดี
แต่ฉันก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าจะยอมทำแบบนี้ เพียงเพื่อความหวังริบหรี่ในอนาคต ด้วยการกลายเป็ตัวจริงของพี่เขาสักวัน
ฉันไม่เคยคิดว่าจะยอมโยนความลังเลทิ้งไป เพื่อก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างความถูกต้อง
แต่ในวินาทีนี้... เท้าทั้งสองข้างกลับมายืนอยู่ตรงขอบของเส้นนั้นแล้ว เส้นที่ดูเหมือนจะมี พี่นอร์ท ที่ยืนรอฉันอยู่อีกฝั่ง
ความรู้สึกนี้... ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ หรือเมื่อวาน
แต่มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ั้แ่วันแรกที่ได้เจอ ราวกับเมล็ดพันธุ์ที่ถูกหว่านลงในดิน และเติบโตขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ฉันยังจำได้ดี...ถึงความพยายามที่จะหลอกตัวเอง แกล้งทำเป็ไม่สนใจ แสร้งว่าไม่รู้สึกอะไร
แต่ทุกครั้งที่ร่างสูงโปร่งนั้นเดินผ่าน มุมปากก็มักจะเผลอยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และสายตาฉันก็มักจะหันไปมองตามโดยอัตโนมัติ
ฉันยังจำได้ดี... ถึงความพยายามที่จะบอกตัวเองว่าเขาเป็แค่ “รุ่นพี่ที่ดี” คนหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่เผลอสบตาคมคู่นั้นโดยบังเอิญ หัวใจก็มักจะเต้นแรงขึ้น ราวกับจะคัดค้านความคิดนั้นอย่างสุดกำลัง
และเหนือสิ่งอื่นใด... ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ พี่เขา ไม่ได้เป็ของฉัน ความจริงที่เ็ปนี้ ตอกย้ำอยู่ในใจเสมอมา ราวกับเป็แผลเป็ที่ไม่มีวันจางหาย
มีอยู่วันหนึ่ง หลังจากที่พี่เขาเปิดตัวเ้าของหัวใจได้ไม่นาน
สถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น ทำให้การตัดใจจากพี่เขาต้องหยุดชะงักงัน
“น้องไหม ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ?”
ประโยคนั้น... ดังขึ้นจากด้านข้าง ราวกับเสียงกระซิบจากความฝัน
ร่างฉันสะดุ้งเล็กน้อย หนังสือในมือแทบร่วงหล่น ก่อนจะรีบเงยหน้า ปรับแว่นให้เข้าที่เพื่อมองร่างนั้นให้ชัดเจน
แสงไฟสีนวลในห้องสมุดสาดส่องลงมากระทบเส้นผมสีเข้มเป็มันวาวของคนตรงหน้า ขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
เงาสะท้อนของร่างสูงบนบานหน้าต่างกระจกใส กลายเป็ภาพซ้อนรางๆ ของ “พี่นอร์ท” ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่
มุมปากของพี่เขาหยักขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้มนั้นที่ส่งออกมาช่างทำให้คนที่เห็นรู้สึกใจหาย...
“อ่านหนังสืออยู่เหรอ?”
เสียงทุ้มนั้นขาด่ไปเล็กน้อย
“จะว่าไป่เย็นแบบนี้… พี่สังเกตเห็นว่าเรามาห้องสมุดเป็ประจำ…”
คำถามนั้น... ราวกับจะหยั่งเชิง ฉันทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ เป็การตอบรับ
ความรู้สึกประหม่าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ไม่ไว้ใจแม้กระทั่งเสียงของตัวเอง ว่าจะสามารถเปล่งคำพูดใดๆ ออกไปได้
“น้องปีสองนี่ขยันจังเลยนะ… เอางี้… มีตรงไหนไม่เข้าใจถามพี่ได้เลย จะได้ไม่ต้องมาหมกตัวอ่านหนังสือคนเดียว”
เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เจือด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินเข้ามา ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางท่อนแขนลงบนโต๊ะอย่างสบายๆ ราวกับเป็พื้นที่ส่วนตัว
“แต่ว่านะ... คิดจะเรียนอย่างเดียว ไม่คิดจะสนุกกับชีวิตมหา’ ลัยบ้างเหรอ?”
พี่เขายกยิ้มพร้อมกับพูดอย่างสบายๆ แต่สายตาที่มองเข้ามา ฉันชัดเจนมากว่ามันมีอะไรที่มากกว่านั้น
“คืนนี้เป็ยังไง… ถ้าอยากเที่ยวก็บอกได้เลยนะ พี่คนที่นี่อยู่แล้ว รู้จักทุกซอกมุมเป็อย่างดี”
คำพูดแฝงนัยบางอย่าง... ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท
ไม่รู้ว่าตอนนั้นตัวฉันเองเผลอตอบอะไรออกไป
รู้เพียงแต่ว่า...น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ และสายตาคมคู่นั้น... ก็จับจ้องมาอย่างไม่ลดละ ราวกับจะอ่านความคิดทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใน
อาจเป็เพราะสายตาคู่นั้น... หรืออาจเป็เพราะเหตุการณ์หลังจากนั้น ฉันจึงตระหนักได้ว่า... ไม่มีทางที่จะหนีจากความรู้สึกนี้ได้อีกต่อไป
ความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ... ราวกับเถาวัลย์ที่เลื้อยพันรอบหัวใจ และยิ่งนานวัน...ก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น จนแทบจะหายใจไม่ออก
หลังจากคืนนั้นไม่นาน... ความจริงก็ปรากฏ
สิ่งที่ฉันเห็นบนหน้าจอมือถือ ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ
การแจ้งเตือนบนโลกออนไลน์ ของคนทั้งคู่มันขึ้นสถานะว่า
“กำลังคบกัน”
มันโจ่งแจ้งมากกว่าพี่เขาไม่ใช่แค่คุยเล่นๆ แต่คิดจริงจังจนคนที่ผ่านเข้ามาอย่างฉันต้องกลับมาทำใจอยู่เงียบๆ คนเดียว
ความรู้สึกฉันตอนนั้นเหมือนกำแพงทราย ที่พร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
แต่ทุกครั้ง... ที่เห็นรอยยิ้มนั้น ทุกครั้ง... ที่ได้ยินเสียงหัวเราะนั้น กำแพงทรายก็เหมือนจะถูกคลื่นซัดสาด ให้พังทลายลงมา
และในคืนนี้... คืนที่เงียบสงัด ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่า... กำแพงทรายนั้นก็พังทลายลงอีกครั้ง ...
ลมหายใจฉันขาดห้วง ตัวสั่นระริก นิ้วมือเรียวเกร็ง จิกเข้ากับขอบโต๊ะไม้เนื้อแข็งแน่น ราวกับจะยึดเหนี่ยวบางสิ่งที่กำลังสั่นคลอนอยู่ภายใน
ฉันรู้ดี... ว่า “พี่นอร์ท” กำลังใช้ “ฉัน” เป็เพียงเครื่องมือ เพื่อเติมเต็มช่องว่างบางอย่างที่ขาดหายไป
ฉันรู้ดีว่าพรุ่งนี้... หรือวันต่อๆ ไป พี่เขาอาจจะกลับไปคืนดีกับ “เธอ” คนนั้นอีกครั้ง
แต่ถึงอย่างนั้น... ถึงแม้ฉันจะรับรู้ความจริงทั้งหมดนี้อย่างเต็มอก ความรู้สึกโหยหา... ก็ยังคงอยู่ ไม่จางหายไปไหน
“ถ้าพี่ทำอะไรที่ไหมไม่ชอบ… บอกพี่ได้เลยนะครับ”
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม ััได้ถึงไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่โอบล้อม แววตาที่ทอดมองมานั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ลึกซึ้ง และห่วงใย จนก่อเกิดความรู้สึกปลอดภัยขึ้นในใจอย่างน่าประหลาด
“ไม่… ไม่เป็ไรค่ะ!”
ฉันรีบตอบกลับ เสียงเบาหวิวแทบจะกลืนหายไปในลำคอ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น แต่ก็ไร้ผล หัวใจยังคงเต้นระรัว ราวกับจะหลุดออกมานอกอก
“แค่… แค่ไหมยังไม่เคย…”
ประโยคสุดท้ายขาดห้วงไป ไม่กล้าเอ่ยต่อ
ฉันได้แต่ก้มหน้างุด หลุบตาลงมองพื้นห้อง เหมือนกับว่าลวดลายบนพื้นนั้นน่าสนใจกว่าสิ่งใด ราวกับว่าพื้นห้องนั้นจะสามารถดูดกลืนร่างของฉันให้หายลับไปได้ในพริบตา
ฝากกดใจ กดติดตาม กดเข้าชั้นกันด้วยน๊าา