บทที่ 11: ในที่ประชุม (In the Meeting)
ภายในห้องประชุมขนาดกลางของอาคารสำนักข่าว NP-News นั้น ประกอบไปด้วยโต๊ะขนาดยาวรูปทรงตัว U ซึ่งหันด้านโค้งไปที่ด้านหน้าของห้องประชุม เก้าอี้ที่มีจำนวนที่เพียงพอกับผู้คนทั้ง 20 คน แถวละ 5 คน กับผู้อำนวยการอีก 1 คน มีหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดกว้างติดอยู่ที่ด้านหน้าห้องประชุม มีเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ตั้งอยู่บนโต๊ะที่อยู่ด้านโค้ง มีไมโครโฟนตั้งโต๊ะทั้ง 20 ชุด แถวละ 5 ชุด บรรยากาศภายในห้องนั้นเย็นฉ่ำด้วยลมจากเครื่องปรับอากาศภายในห้อง แสงจากหน้าจอโปรเจคเตอร์นั้นส่องสว่างแทบจะทั่วห้องที่อยู่ในท่ามกลางความมืดมิดยูโตะยืนนำเสนอสกู๊ปข่าวที่หน้าประชุม ซึ่งมีทั้งผู้อำนวยการสาวรุ่นใหญ่ และเหล่าเพื่อนร่วมงานทั้ง 20 คน มาร่วมฟังการประชุมในครั้งนี้ด้วย“นี่คือตราสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก ปรากฏขึ้นที่หอระฆังในจังหวัดไซตามะ 1 สัปดาห์ก่อนที่หอระฆังจะเกิดไฟไหม้...”ยูโตะพูดนำเสนอตามภาพประกอบบนสไลด์หน้าแรกที่แสดงบนหน้าจอโปรเจคเตอร์ ก่อนที่จะกดปุ่ม Enter บนโน้ตบุ๊คส่วนตัวขนาดย่อมเป็นการเลื่อนสไลด์ไปยังหน้าต่อไป“และนี่คือตราสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกที่ปรากฏขึ้นที่อาคารอุเมดะสกายในจังหวัดโอซาก้า 5 วันก่อนที่ตัวสะพานเชื่อมกลางอาคารจะเกิดระเบิดขึ้นและร่วงหล่นลงมา...”เพื่อนร่วมงานในที่ประชุมต่างก็พากันดูภาพประกอบคล้อยไปตามการนำเสนอของยูโตะ“ส่วนนี่คือตราสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกที่ปรากฏขึ้นที่สะพานชินเคียวในจังหวัดโทชิกิ 3 วันก่อนที่สะพานจะเกิดระเบิดขึ้นจนไฟไหม้ และก็ขาดลงในเวลาต่อมา...”ยูโตะเลื่อนไปยังหน้าสไลด์ถัดไป ก่อนที่จะพูดนำเสนอต่อ “และสุดท้ายนี้นะครับ คือตราสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกที่ปรากฏขึ้นในซากอาคารศาลาว่าการกรุงฯ เมื่อเช้านี้...”ยูโตะเลื่อนมายังภาพประกอบสถานที่เกิดเหตุทั้ง 4 แห่ง พร้อมกับรูปดาว 5 แฉกที่ปรากฏขึ้นในแต่ละสถานที่นั้นๆ บนหน้าสไลด์“ที่ผ่านมา ทั้ง 4 คดีนี้ ยังไม่มีใครทราบที่แน่ชัดว่าตราสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกพวกนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้...”“แต่ทว่า มันมีจุดเชื่อมโยงอยู่ 2 จุด คือทั้ง 4 คดีนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการหายไปของดาบเจ็ดเขี้ยวที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ในเขตชิโยดะ ซึ่งได้เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดคดีวินาศกรรมในอาคารศาลาว่าการกรุงฯ เมื่อเช้า อันเนื่องจากทั้ง 3 คดีก่อนหน้า และก็คดีล่าสุดนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถตามจับคนร้ายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ ซึ่งรวมไปถึงคดีการหายไปของดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นด้วย...”“และทั้ง 4 คดีนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำทำนายบนม้วนบันทึกโบราณที่เจ้าหญิงฮิเมรากิเคยเขียนบันทึกเอาไว้เมื่อ 500 กว่าปีก่อน ในรูปแบบของกลอนไฮกุ ซึ่งผมเคยไปอ่านเจอมา ก่อนที่บันทึกม้วนนั่นจะหายไปจากหอจดหมายเหตุแห่ง ชาติญี่ปุ่นเมื่อ 1 ปีก่อน”“เห็นได้ยินมาว่า ม้วนบันทึกโบราณเล่มนั้นถูกค้นพบขึ้นที่กรุงวอซิงตัน ดีซี ในสหรัฐอเมริกาอย่างงั้นสินะ”“ใช่ครับ” ยูโตะพยักหน้าเพียงน้อยนิดเป็นการยืนยันในคำตอบ“แล้วพอจะรู้ไหมว่า ไอ้ม้วนบันทึกโบราณเล่มนั้น มันไปปรากฎขึ้นที่นั่นได้ยังไง”มิโซโนะ เอย์จิ รุ่นพี่นักข่าวชายเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เรื่องนั้น ผมได้ขอสัมภาษณ์กับทางประธานองคมนตรีมาแล้วครับ...” ยูโตะถอนหายใจซักพักก่อนที่เอ่ยตอบ“ในบันทึกม้วนเล่มนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิได้เขียนบันทึกคำทำนายไว้ในรูปแบบของไฮกุ ก่อนที่จะส่งให้กับองค์จักร พรรดิโกะ-ฮานาโซโนะ ผู้เป็นพระราชบิดาเมื่อ 500 กว่าปีก่อนในลักษณะที่คล้ายกับจดหมาย หลังจากที่องค์จักรพรรดิโกะ-สึชิมิคาโดะขึ้นครองราชย์ พระองค์ก็ได้รับการส่งมอบบันทึกม้วนมาจากพระบิดาในระหว่างพิธีสืบทอดราชบัลลังก์ และได้รับการไหว้วานให้ช่วยส่งมอบต่อไปยังองค์จักรพรรดิลำดับต่อๆ กันไป จวบจนมาถึงองค์จักรพรรดิฮิโรฮิโตะในรัชสมัยโชวะ...”“หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 พลเอกดักลาส แมคอาเธอร์ที่นำกองทัพสหรัฐฯ เข้ามาควบคุมประเทศได้มาขอเก็บบันทึกม้วนเล่มนั้นไว้ในระหว่างที่มีการพบปะกับองค์จักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ด้วยเหตุผลที่ว่าเขานั้นไม่ต้องการให้พระองค์ทรงรู้สึกเกรงกลัวและเป็นกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นมากจนเกินไป...”“และในกลางปี 2010 บันทึกม้วนโบราณเล่มนั้นก็ถูกค้นพบขึ้นที่เมืองหลวงวอชิงตัน ดีซี ในสหรัฐอเมริกา และถูกนำมาส่งคืนให้กับทางรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนที่จะถูกจัดเก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติญี่ปุ่นในเวลาต่อมา”ยูโตะเอ่ยตอบจนจบ มิยาโซโนะ คาริน รุ่นพี่นักข่าวหญิงก็เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยว่า“แล้วพอจะรู้ไหมว่า ตราสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกนี่ มันคือตราสัญลักษณ์อะไร”“เรื่องนั้น ผมได้ติดต่อให้กับทางศาสตราจารย์เซมิกาว่า ฮิโรชิ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสัญลักษณ์วิทยาจากมหาวิทยาลัยสุเมรากิช่วยวิเคราะห์ให้แล้วครับ...” ยูโตะถอนหายใจสักพักก่อนจะเอ่ยตอบ“มันเรียกว่าเพนตาแกรม เป็นทั้งตราสัญลักษณ์ของลัทธิซาตานตามคติความเชื่อในฝั่งตะวันตก และตราสัญลักษณ์ตัวแทนแห่งความทุกข์ทรมานของพระเจ้า ซึ่งความหมายของแฉกทั้งห้านั้นก็คือดิน น้ำ ลม ไฟ และวิญญาณ ตามคติความเชื่อในคริสต์ศาสนา และนอกจากนี้ ยังเป็นตราสัญลักษณ์องเมียวจิของอาเบะ โนะ เซย์เมย์ นักพรตองเมียวในราชสำนักที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคสมัยเฮอันอีกด้วย”คารินนั่งฟังคำตอบจากยูโตะพลางนิ่วหน้าด้วยความสุขุม“ดูเหมือนศาสตราจารย์ฟูจิวาระจะมั่นใจในคำพยากรณ์ของเจ้าหญิงฮิเมรากินั่นเหลือเกินนะ”โอเรียว วาตารุ เพื่อนนักข่าวอีกคนของยูโตะนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกประหลาดใจ“นั่นแหละวาตารุที่ฉันกำลังสงสัย ดังนั้นฉันจึงพยายามที่จะเข้าไปขอสัมภาษณ์กับทางศาสตราจารย์ฟูจิวาระ แต่ก็น่าเสียดายที่ถูกพวกลูกน้องของเขากันตัวไว้ซะก่อน และศาสตราจารย์ฟูจิวาระนั่นไม่ยอมให้คำสัมภาษณ์อะไรเลย”“เฮ้อ” เหล่าบรรดาเพื่อนร่วมงานในประชุมพากันถอนใจกันเฮือกใหญ่“เอาหล่ะ เอาหล่ะ อย่างไรก็ตาม ฉันเชื่อว่าสกู๊ปข่าวนี้จะทำให้กระแสเรตติ้งช่องข่าว NP-News ของเรานั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน ยูโตะคุง เดินหน้าเจาะหาข้อมูลทำข่าวนี้ให้เร็วที่สุด”ซาวายากะ ยาเอมะ ผู้อำนวยการช่องข่าว NP-News รู้สึกมั่นใจในสกู๊ปข่าวที่ยูโตะได้ขึ้นนำเสนอที่หน้าห้องประชุมอย่างมาก จึงเอ่ยน้ำเสียงหวานนิดๆ ห้าวหน่อยๆ สั่งให้ยูโตะเดินหน้าหาข้อมูลเพื่อทำข่าวโดยเร็ว“ครับ ผอ.” ยูโตะตอบตกลง ก่อนที่การประชุมในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง หลังจากนั้น เหล่าบรรดาเพื่อนร่วมงานในที่ประชุมต่างก็พากันแยกย้ายออกจากห้องประชุมทันที“รุ่นพี่ยูโตะดูท่าทางจะตั้งใจกับสกู๊ปข่าวนี้มากเป็นพิเศษเลย มีอะไรรึเปล่าคะ”มิซาว่า โยชิโกะ รุ่นน้องและผู้ช่วยนักข่าวของยูโตะเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยตอบแต่อย่างใด สีหน้าของยูโตะในตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ราวกับว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังคลืบคลานเข้ามาหลังจากที่เดินออกมาจากห้องประชุม ยูโตะก็ได้ยินเสียงกระซิบของหญิงสาวคนหนึ่งดันขึ้นมาว่า“เตรียมตัวเอาไว้ ฮิโกโบชิ นางเทวีอสูรฯ กำลังจะตื่นจากการหลับไหล”ยูโตะรู้สึกเหมือนมีใครบางคนยืนมองจากทางด้านหลัง เขาจึงรีบหันไปมองแต่กลับไม่พบใครเลย“มีอะไรเหรอคะ รุ่นพี่ยูโตะ” โยชิโกะถามยูโตะด้วยความสงสัย“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ยูโตะรีบตอบปฏิเสธก่อนที่จะเดินลงไปชั้นล่างพร้อมกับเพื่อนนักข่าวทั้งสองคน และรุ่นน้องนักข่าวหญิงอีกหนึ่งคนของเขา“กลับมาแล้ว” ยูโตะเดินทางกลับมาถึงร้านกาแฟหรูแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงฯ ใกล้กับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิ ซึ่งเป็นบ้านทาวน์โฮมสามชั้นขนาดใหญ่ที่เขาอาศัยอยู่ร่วมกับน้องสาวของเขาที่ชื่อซามาโนะสุเกะ คานาเมะ ร้านกาแฟแห่งนี้เปิดมานานถึง 2 ปีแล้ว เป็นร้านที่ยูกินะกับสึบากิได้กลายมาเป็นลูกค้าประจำมาตั้งแต่ที่สึบากิขึ้นชั้นมัธยมปลายปีแรกมาหมาดๆ“กลับมาแล้วเหรอคะพี่ชาย” คานาเมะ เจ้าของร้านกาแฟกล่าวต้อนรับการกลับบ้านของผู้เป็นพี่ชาย น้ำเสียงของเธอนั้นช่างฟังดูไพเราะยิ่งนัก“จริงสิพี่ชาย...นี่ค่ะ” คานาเมะยื่นซองกระดาษขนาดกลางให้กับยูโตะ ภายในซองนั้นมีเงินจำนวนหนึ่งที่คานาเมะจะต้องทยอยคืนทุนให้กับยูโตะในทุกๆ เดือน อันเนื่องมาจากต้นทุนที่คานาเมะนำมาเปิดกิจการร้านกาแฟแห่งนี้ มาจากก้อนเงินที่เธอยืมมาจากยูโตะทั้งหมด ยูโตะรับทุนคืนในซองก่อนที่จะสั่งกาแฟน้ำผึ้งมะนาวร้อนสักแก้ว และเดินขึ้นไปเขียนข่าวต่อที่ห้องนอนชั้นบน