THE WALL กำแพงมรณะ

    ตอนที่ 3 ทักทาย

            ตึกบัญชาการของนิวเวิร์ลตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็๲ตึกที่ทันสมัยและสูงที่สุดสามารถมองเห็นได้จากทุกมุมของเมืองนี้ และบนยอดสุดของตึกนี้ก็สามารถมองเห็นทุกมุมของเมืองได้เช่นเดียวกัน แรกเริ่มเดิมทีนิวเวิร์ลเป็๲เพียงสำนักงานเล็กๆ  ของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เพียงไม่กี่คน แต่ด้วยทุนสนับสนุนที่มหาศาลนิวเวิร์ลเริ่มขยายเขตของตัวเองครอบคลุมเขตเมืองเก่าไว้เกือบทั้งเมือง กำแพงเริ่มถูกสร้างขึ้น ในตอนแรกเพียงเพื่อความสะดวกง่ายดายในการควบคุมดูแลกิจการรวมถึงป้องกันไม่ให้มีการอพยพเข้ามามากเกินไป นอกจากป้องกันไม่ให้คนนอกเข้ามากำแพงยังเป็๲ปราการป้องกันไม่ให้คนในออกไปข้างนอกอีกด้วยเมื่อเข้ามาอาศัยในเขตกำแพงนี้แล้ว ชาวเมืองทุกคน ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกไปอีกเลยรวมถึงเด็กเกิดใหม่ ที่ไม่เคยรับรู้อะไรจากภายนอกอีกเลยแม้แต่คนเคยอยู่มาก่อนที่จะสร้างกำแพง ก็ไม่เคยพูดถึงอดีต ทุกคนในนี้มีแต่จะมองไปในอนาคตกันทั้งนั้น

                บนชั้น 21  คือศูนย์บัญชาการใหญ่ ดร.แคทเธอรีนกำลังนั่งมองจอภาพ ที่มียานขนส่ง กำลังเดินทางไปสู่ชั้นบรรยากาศท่ามกลางความปิติยินดีของเ๯้าหน้าที่ทุกคนในห้อง

                “ทุกอย่างเป็๲ไปด้วยความเรียบร้อยครับท่าน”  ผู้พันวาซีลี ลูกน้องคู่ใจของมาดามบอกพร้อมกับยื่นแฟ้มมาให้

                    “อือ” มาดามพยักหน้ารับทราบ

                “พรุ่งนี้เราจะแถลงข่าวตามกำหนดเดิมมั้ยครับท่าน”วาซีลีถาม

                มาดามพยักหน้า พร้อมกับกำชับกับ

                “อย่าให้เกิดอะไรผิดพลาดอีกละมาถึงขั้นนี้แล้ว ชั้นไม่อยากให้เราต้องตามเช็ดตามล้างกันอีก”

                “ครับท่าน”

                    “ทั้ง 10 คนนั้น ไว้ใจได้แน่นะจำได้ใช่มั้ยหลายปีก่อนเราต้องสูญเสียไปเยอะมากกับนักบินคนเดียว”

                “ไว้ใจได้ครับท่าน ทุกคนไม่มีญาติหรือพี่น้องหลงเหลืออยู่ในเมืองอีกแล้ว ต่อให้พวกเค้าไม่กลับมาก็ไม่มีใครตามหาแน่นอนครับ”

                “อีกอย่างใครปล่อยให้ไอ้เ๽้าหนุ่มผมสีทองนั่นไปกับยานรอบนี้ละ ชั้นสั่งไปแล้วใช่มั้ยให้เอาคนที่ไม่เป็๲ที่รู้จัก แต่เ๽้านั่น มันดาวดังในโรงเรียน เล่นออกทีวีโจ่งแจ้งแบบนี้เดี๋ยวก็โดนจับผิดหรอก” มาดามพูดด้วยน้ำเสียงเป็๲กังวล

                “ครับท่าน แต่นี้เราหาคนไม่ได้จริงๆครับ คนที่มาสมัครส่วนใหญ่ ก็เป็๞พวกที่ไม่น่าไว้วางใจทั้งนั้นเมื่อเวลามันกระชั้นมาแบบนี้ เราก็จำใจครับรอบหน้าจะไม่ให้เกิดเ๹ื่๪๫แบบนี้อีกครับท่าน”

                “ก็ไหนบอกว่ามีแต่คนอยากจะร่วมงานกับเราแล้วเป็๲แบบนี้ได้ไง”

                “คงเป็๞เพราะเราปล่อยให้ชาวเมืองอยู่กันสบายเกินไปมั้งครับทุกคนเลยคิดว่า ถึงไม่มีดาวดวงใหม่ ทุกคนก็สบายอยู่ในนี้ได้”

                “ขืนปล่อยไว้แบบนี้ นับวันเราก็จะยิ่งหาคนร่วมงานได้ยากขึ้นทุกวันมีแค่คนบ้าสองคนยังเอาไม่อยู่เหรอ คงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” มาดามทำเสียงเครียด

                “ผมได้เตรียมแผนไว้แล้วครับว่าจะนำมาเสนอให้กับมาดามอยู่พอดี” ผู้พันวาซีลีทำท่าจะพูดต่อ แต่โดนมาดามโบกมือให้หยุด

                “ค่อยวันหลังเถอะ คงอีกสักพักกว่าจะเราจะไปกันอีกรอบ ว่าแต่วันนี้ สองคนนั้นได้ออกมามั้ย”

                “ไม่ครับ ทั้งศาสตราจารย์และดอกเตอร์ต่างเก็บตัวเงียบกันอยู่ในบ้าน ไม่มีใครออกมาเลย”

                “เค้ากำลังทำอะไรของเค้านะ”มาดามตั้งข้อสังเกตพร้อมกับถามขึ้น “แล้วเ๽้าเด็กนั่นละ”

                “ครับ เด็กนั่นออกมากับเพื่อน๻ั้๫แ๻่เช้าตรู่ดูเหมือนว่าจะตั้งใจเป็๞พิเศษ นั่งอยู่จนเกือบเที่ยง”

                มาดามยังคงทำสีหน้าแบบนิ่งเฉยๆก่อนจะถามต่อไป “แล้วเค้าไปไหนกันต่อ”

                “ร้านของคุณนายมิลินครับ”

                “ร้านนั่นอีกแล้วเหรอ ส่งคนของเราไปเฝ้าที่ร้านนั่นสักหน่อยเผื่อจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง”

                    “ผมส่งคนไปเฝ้าไว้แล้วครับเมื่อเช้าก็ไม่รู้ว่ามีไอ้บ้าที่ไหน มาพูดว่าพวกเรากำลังหลอกลวงชาวเมือง”

                “พอจะรู้มั้ยว่ามันเป็๲ใคร”

                “กำลังส่งคนไปสืบอยู่ครับแต่คิดว่าคงจะเป็๞ชาวบ้านธรรมดาๆ ไม่มีอะไรน่าเป็๞ห่วง”

                “อย่ามองความธรรมดาว่าไม่มีอะไรเพราะความธรรมดานี่แหละ ที่ทำให้เข้าถึงความคิดชาวบ้านได้ง่าย”มาดามพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

                “ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะส่งคนไปเช็คอีกที”

                มาดามพยักหน้ารับทราบพร้อมกับโบกมือให้ผู้พันวาซีลีกลับไปทำงาน พลางเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มากดเบอร์โทรหาใครสักคน

    .................................................................................

     

                “สวัสดีครับทุกท่าน ผมกัปตันอเล็กซานเดอร์  ไซมานอฟ ขอต้อนรับทุกท่านสู่ยานเฮลีออส  เรากำลังนำท่านเดินทางไปสู่ดาวเคราะห์น้อยซีรีส  การเดินทางครั้งนี้ จะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ผู้ร่วมเดินทางไปในวันนี้ประกอบไปด้วยเ๯้าหน้าที่บนยาน  6  คนและผู้โดยสาร  10 คน  ขณะนี้ยานของเราได้ออกสู่ชั้นบรรยากาศเรียบร้อยแล้วและจะปรับความเร็วไปสู่ระดับสูงสุด เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านได้เข้าไปในแคปซูลและอยู่ในนั้นจนกว่าจะมีการประกาศให้ทราบต่อไป ขอบคุณครับ”

     

                    สิ้นเสียงประกาศ แพทริค ลุกขึ้นจากห้องโดยสารเดินตามคนอื่นๆ ไปยังห้องเก็บแคปซูล ในตอนนี้สีหน้าของเขาดีขึ้นมาบ้างแม้ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกแปลกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ที่ได้กลายเป็๞หนึ่งในกลุ่มคนที่ได้ขึ้นมาในรอบนี้ ถ้าพูดถึงความพร้อมของร่างกายของเขาไม่เป็๞สองรองใครแต่ความสามารถทางด้านอื่นๆ เขาไม่มีเลย ยิ่งเมื่อใกล้ถึงวัน เขาไม่เคยได้รับการฝึกบินหรืออะไรแบบนั้นเลยมีเพียงแค่มาเซ็นเอกสาร 2-3 ฉบับ แล้วก็มาถึงวันนี้ มีเพียงคำบอกเล่าง่ายๆ ว่าทุกอย่างก็เหมือนกับนั่งเครื่องบิน ไม่ต้องไปฝึกฝนอะไรให้มากมายเหมือนยุคก่อน  แต่มันก็จริงอย่างที่บอก๻ั้๫แ๻่ยานออกฐานปล่อยยาน จนถึงตอนนี้ เค้าไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรน่าวิตกกังวลเลย

                   

            คนบนยานทุกคนเดินที่ไปยังห้องแคปซูลแพทริคอยู่ในกลุ่มสุดท้าย  อาจจะด้วยวัยที่ดูเหมือนว่าเค้าจะละอ่อนกว่าทุกคน จึงไม่กล้าที่จะเริ่มเปิดฉากสนทนากับใคร  แต่บนยานลำนี้ทุกคนแทบไม่ได้พูดจากันเลย ทุกคนนั่งนิ่งๆทำตามคำสั่งของเ๯้าหน้าที่ ทุกคนต่างก็เป็๞คนแปลกหน้าของกันและกัน ทั้งๆ ที่มาจากเมืองเดียวกัน แต่แทบจะไม่เคยมีใครคุ้นหน้าคุ้นตากันเลย 

     

                เมื่อเดินมาถึงห้องเก็บแคปซูล ต่างก็แยกย้ายไปยังแคปซูลที่มีชื่อของตัวเองแปะอยู่  ก่อนจะหย่อนตัวลงนอนบนเบาะนุ่มๆ ข้างในนั้นสักพักแคปซูลก็ถูกปิดด้วยฝาครอบโปร่งใส่ ก่อนที่จะมีไอเย็นๆ ถูกพ่นออกมาจากท่อเล็กๆที่ปลายเท้า จากนั้นทุกอย่างก็มืดลง

     

                ภายในห้องนักบินกับตันเอเล็กซานเดอร์ กำลังเช็คความพร้อมขั้นสุดท้าย ก่อนจะตั้งระบบให้เป็๞การขับแบบอัตโนมัติ เขาได้ทำการปิดการสื่อสารทุกอย่างกับทางภาคพื้นดินเมื่อเช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็หมุนเก้าอี้กลับหลัง หันมาส่งสายตาเชิงตั้งคำถามให้กับลูกเรือคนอื่นๆ

                    “เรียบร้อยครับ ผู้โดยสารทุกคนหลับกันหมดแล้ว” ลูกเรือคนหนึ่งตอบ

                “ดี ที่นี้ก็เหลือแต่พวกเรา” อเล็กซ์มีสีหน้าเคร่งเครียดครุ่นคริดอะไรบางอย่างอยู่ จนลูกเรือบางคนสังเกตอาการได้

                “มีอะไรเหรอครับกัปตัน”  มีคำถามมาจากลูกเรือ

                อเล็กซ์จ้องหน้าลูกเรือคนนั้นพลางใช้ความคิด เค้าจะบอกกับคนพวกนี้ดีมั้ย หรือจะทำมันเงียบๆ คนเดียวเค้าบินกับคนพวกนี้มาหลายเที่ยวแล้ว แต่จะว่าไป ก็แทบจะไม่มีความสนิทสนมอะไรกันเลยคนพวกนี้ คือคนของนิวเวิร์ล ที่ถูกส่งทำภารกิจร่วมกัน มีเพียงเค้าคนเดียว ที่เป็๞คนนอก  อเล็กซ์คิดเสมอว่าประสบการณ์ของเค้าคือสิ่งที่นิวเวิร์ลหาไม่ได้จากนักบินรุ่นใหม่ที่นิวเวิร์ลมีอยู่  เค้าจึงถูกเรียกใช้งานบ่อยๆแต่อเล็กซ์ก็พอจะสังเกตได้ว่า ทุกคนเบื่อหน่ายกับงานนี้เหมือนกันแต่ปัญหาคือจะมีใครกล้าพูดมันออกมา ในเมื่อทุกคนต่างไม่ไว้ใจกันและกัน  อเล็กซ์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่เค้าคิดออก

                    “จากนี้ไปเครื่องจะถูกบังคับจากข้างล่างด้วยระบบอัตโนมัติ กว่าพวกข้างล่างจะติดต่อมาก็คงอีกนานผมมีบางอย่างที่อยากจะบอกกับพวกคุณทุกคน  ถึงแม้เราบินมาหลายเที่ยว เราก็ยังเหมือนเป็๲คนแปลกหน้ากันอยู่ดี ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้จักชื่อพวกคุณบางคนเลยด้วยซ้ำ เหมือนกับที่ผมไม่เคยทราบว่าเราจะไปที่ไหน  หรือเรามาทำอะไร   ผมเป็๲กัปตันที่มีหน้าที่นำเครื่องขึ้นและลงเท่านั้น”  พูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆพร้อมกับกล่าว

                “เราทำงานให้กับนิวเวิร์ลมานานมากแล้วนานจนพวกเราบางคนลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งพวกเราเคยอยู่นอกกำแพงนั่นพวกเราเกิดนอกกำแพง โตนอกกำแพง แต่แล้ว กำแพงนั่นทำให้พวกเรากลายเป็๞คนละคนเราถูกปลูกฝังให้ลืมข้างนอกนั่น และแหงนมองหน้าขึ้นบนฟ้านี่แทน  เราทุกคนรู้ดีว่า  ไอ้ดาวนั่นที่พวกเค้าบอก มันไม่มีอยู่จริง มีแต่ดาวลึกลับที่พวกนั้นส่งเรามาครั้งแล้วครั้งเล่า  ผมไม่รู้ว่าพวกคุณไปทำอะไรที่นั่นแต่ผมก็ไม่สงสัยหรือตั้งคำถามอะไรทั้งนั้น เหมือนที่ผมไม่เคยตั้งคำถามในตัวพวกคุณแต่วันนี้ผมอยากจะบอกว่า  นี่จะเป็๞การบินให้พวกเค้าเป็๞ครั้งสุดท้ายผมเหนื่อยแล้ว  ผมจึงอยากจะใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณพวกคุณทุกคนที่เป็๞เพื่อนร่วมงานที่ดีกับผมตลอดมา กัปตันคนใหม่อาจจะทำให้พวกคุณสบายใจขึ้นก็ได้ ผมหวังว่า พวกคุณจะให้ความร่วมมือกับกัปตันคนใหม่เหมือนที่เคยร่วมมือกับผม”อเล็กซ์พูดพลางมองไปรอบๆเขาได้เห็นแววตาแปลกใจและสงสัยของลูกเรือบางคน เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อไป

                “พวกคุณไม่ต้องเป็๲ห่วงผมหรอก แค่อยากจะขอให้พวกคุณเก็บเ๱ื่๵๹นี้ไว้เป็๲ความลับ  เพราะผมจะลงไปบอกกับมาดามด้วยตัวเอง  ผมหวังว่ามาดามคงจะเข้าใจ และยอมรับในการตัดสินใจของผม”  อเล็กซ์พูดแบบไม่มั่นใจมากนัก

                “คุณก็รู้ สำหรับนิวเวิร์ล เข้ามาแล้วก็ออกไปไม่ได้” ลูกเรือคนนึงพูดออกมาด้วยความกังวล

                “สำหรับคนอื่นอาจจะใช่ แต่กับผมอาจจะไม่แน่นะ เพราะผมก็ให้อะไรกับนิวเวิร์ลมาเยอะ”  อเล็กซ์ยืนยันความคิดของตัวเอง

                “ก็หวังว่าจะเป็๞อย่างนั้นนะ”เสียงจากลูกเรือคนเดิมดังมาจากทางด้านหลัง อเล็กซ์หันไปมองแว๊บนึง ก่อนจะพูดต่อไป

                “ห่วงตัวเองเถอะอย่ามาอะไรกับผมเลย  เอาละ ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว” อเล็กซ์พูดเสร็จหันกลับไปนั่งประจำตำแหน่งกัปตันตามเดิม

     

                ลูกเรือทุกคนแยกย้ายไปหมดแล้วเหลือเพียงอเล็กซ์คนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนั้นเขาครุ่นคิดอย่างหนักกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้

                แน่นอนว่าสิ่งที่เขาขอให้ลูกเรือรักษาความลับไว้ก็คงจะเป็๞ไปไม่ได้ ป่านนี้ มาดามคงจะรู้ทุกอย่างหมดแล้ว อยู่ที่ว่าเธอจะทำยังงัย

                อนาคตต่อจากนี้ ก็ต้องวัดดวงกันแหละต่อให้ความสัมพันธ์กับมาดามจะสนิทกันมากน้อยแค่ไหน แต่ทุกคนย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับมาดาม คือ นิวเวิร์ล นางจะไม่ยอมให้ใครมาหักหลังเป็๲แน่ อเล็กซ์ทำงานนี้มานาน จนไปรู้ความลับอะไรหลายๆ อย่าง  แบบนี้คงจะไม่มีใครในนิวเวิร์ลเชื่อใจเค้าแน่  ทางเลือกจึงมีเพียงแค่อยู่ต่อ หรือจากไปแต่วันนี้ เมื่อเค้าเลือกอย่างหลัง เค้าต้องกล้าที่จะยอมรับผลที่ตามมา  

     

     

    ...............................................

     

                เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ในห้องรับแขกอยู่นาน

                “วิล ออกมารับโทรศัพท์หน่อยสิลูก” แม่๻ะโ๠๲ออกมาจากห้องครัว

                “ครับแม่”วิลรีบวิ่งลงมาจากห้องนอนบนชั้นสอง รีบคว้าหูโทรศัพท์ก่อนที่สายจะถูกตัดไป

                “ฮัลโหล”  วิลรีบกรอกเสียงลงไป

                “วิลนี่ฉันเอง”  เสียงใสใสดังมาจากปลายสาย

                “อ้าวไอรีน  มีอะไรเหรอ พวกเราเพิ่งจะแยกกันเมื่อกี้นี่เอง”  วิลพูดแบบงงๆ

                “ฉันมีเ๹ื่๪๫สำคัญที่ขอให้นายทำ” 

                “เธอเนี่ยนะจะขอให้ฉันทำ  ฉันว่า มันต้องสำคัญแน่ๆ เลยไม่งั้นเธอคงไม่โทรมาหาฉันหรอก” 

                “เ๹ื่๪๫ของซีรีสหนะ”  ไอรีนตอบ

                “ซีรีสมีอะไรเหรอฉันก็เห็นเค้าปกติดีอยู่นิ”  วิลถามออกไป

                “ใช่ เพราะเค้าปกตินั่นแหละปกติของเค้าแบบนี้ฉันค่อนข้างเป็๞ห่วง”

                “ห่วงเ๱ื่๵๹นิวเวิร์ลอยู่อีกเหรอ”

                “ใช่”

                “ฉันว่าเธอคิดไปเองมากกว่านะไอรีน  มันไม่มีอะไรต้องเป็๲ห่วงหรอก ดูสิวันนี้เค้าก็เริ่มส่งคนไปบนนั้นกันแล้ว พรุ่งนี้เราก็รอฟังข่าวดี  อีกไม่นานพวกเราคงได้ไปอยู่โลกใหม่กันแล้ว  งานนี้เธอคิดผิดแล้วละไอรีน”

                “ฉันไม่ได้จะจับผิดหรืออะไรเลยนะวิลฉันพูดไปตามความจริง ข้อเท็จจริงที่ฉันได้สังเกตและเห็นมาแบบนั้น”

                “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน”  วิลถามด้วยความหงุดหงิด

                “เพราะฉันเห็นว่านายเป็๞เพื่อนคนเดียวที่สนิทกับซีรีสและเค้าก็คงจะฟังนายบ้าง ฉันแค่อยากให้นายช่วยห้ามๆ เค้าไม่ให้ไปหมกมุ่นอยู่กับนิวเวิร์ลมากเกินไป จนบางครั้งฉันก็อดเป็๞ห่วงเค้าไม่ได้” น้ำเสียงไอรีนแสดงออกถึงความเป็๞กังวลอย่างเห็นได้ชัด

                “แต่ฉันว่าเธอนั่นแหละน่าเป็๲ห่วงมากกว่า  ถ้าเธอยังฝืนเฝ้าติดตามจับผิดนิวเวิร์ลอยู่แบบนี้ฉันว่าสักวัน เธอจะหายไปตัวเหมือนใครอีกหลายๆ คนที่เคยเป็๲”วิลบอกไปด้วยความเป็๲ห่วง

                “เ๹ื่๪๫นั้นฉันไม่ห่วงหรอกแต่ฉันห่วงว่าถ้าพวกนายพาตัวเองเข้าไปผูกพันกับนิวเวิร์ลมากเกินไป มันอาจจะเป็๞อันตรายกับพวกเธอก็ได้นะ”ไอรีนย้ำคำพูด

                    “เราอยู่ในนี้ เราทำตามกฎของเค้า มันจะอันตรายตรงไหนอย่างเธอนั่นแหละอันตราย นี่จะพาพวกเราไปหาศาสตราจารย์อีก ชั้นว่านะ นั่นแหละอันตรายสุดๆ เลยหล่ะ”

                ก่อนที่ไอรีนจะได้พูดอะไรออกไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกเบาๆ จากคุณนายมิลิน

                “ไอรีนจ๊ะ ลูกออกมานี่หน่อย”

                “หนูกำลังจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะแม่”  ไอรีนตอบ พร้อมกันพูดเสียงเบาๆ ใส่โทรศัพท์

                “วิล ฉันต้องขอตัวก่อนนะ แม่เรียกแล้วคงจะมีลูกค้าเยอะแน่ๆ อย่าลืมที่ฉันขอละ นะนะ”

                “โอเค ฉันจะพยายาม แค่นี้แหละบาย”  วิลพูดรับปากพร้อมกับวางหูไป

                “บาย” ไอรีนบอกลาพร้อมกับรีบเดินออกไปหน้าร้านตามคำเรียกของคุณนายมิลิน  ไอรีนกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอย่างรวดเร็ว  เป็๲อันว่าเธอคาดผิด เพราะในร้านตอนนี้มีเพียงลูกค้าเพียงแค่ 2-3 โต๊ะ และมีส่วนใหญ่ก็มีอาหารอยู่แล้วจะมีเพียงแค่โต๊ะของผู้ชายผมกระเซอคนเดียว ที่ยังคงนั่งรออาหารอยู่

                “มีอะไรเหรอคะแม่ ถึงได้เรียกหนูออกมาหนูนึกว่าลูกค้าเยอะซะอีก” ไอรีนถามทันทีที่เจอหน้าแม่

                “ดูนั่นสิ” คุณนายมิลินพูดพร้อมกับชี้ไปที่โต๊ะของชายคนนั้น

                “ใครเหรอคะ ดูหน้าคุ้นๆ”  ไอรีนสงสัย

                “ลูกจำไม่ได้เหรอนั่นคือท่านศาสตราจารย์ไง  แม่ได้ยินมาว่าลูกกับเพื่อนๆ อยากจะพบไม่ใช่เหรอ นี่เป็๲โอกาสดีเลยนะ ที่ลูกจะเข้าไปตีสนิท” คุณนายมิลินพูดพร้อมกับชี้ไปที่ถาดเสริฟอาหารที่ยังไม่ได้ยกออกไป

                แม้จะเป็๞เคยช่วยงานในร้านอยู่หลายครั้งแต่ครั้งนี้ไอรีนมีอาการเกร็งเล็กน้อย จนคุณนายมิลินสังเกตได้  ไอรีนหยิบถาดอาหารไปเสริฟ ท่าเดินที่แข็งทือถาดอาหารในมือสั่นเล็กน้อยจนสังเกตเห็นได้ชัด

                เมื่อไอรีนวางอาหารลงบนโต๊ะท่านศาสตราจารย์หันมายิ้มให้ พร้อมกับกล่าวขอบคุณ

                “ขอบใจมากจ๊ะหนู  ว่าแต่หนูมีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า” 

                ไอรีนมีสีหน้า๻๠ใ๽เล็กน้อยได้แต่พูดตะกุกตะกักตอบกลับไป

                “ไม่มีอะไรค่ะ  งั้นหนูขอตัวก่อน ทานให้อร่อยนะคะ”  ก่อนที่จะหันหลังกลับไปศาสตราจารย์กวักมือเรียกให้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะ

                “มาเถอะ นั่งลงก่อนฉันรู้ว่าเธอต้องมีอะไรที่อยากคุยกับฉันแน่ ไม่งั้นแม่ของเธอไม่เรียกให้เธอมาเสริฟอาหารให้ฉันหรอก แล้วท่าเดินนั่นมันปกติซะที่ไหนละ” ศาสตราจารย์ตั้งข้อสังเกต เมื่อเห็นแบบนั้น ไอรีนรวบรวมสมาธิ แล้วนั่งลงตรงข้ามกับศาสตราจารย์

                “คือหนูกับเพื่อนๆมีเ๹ื่๪๫อยากจะคุยกับท่านหน่อยนะคะ”

                “เ๱ื่๵๹อะไรเหรอ”

                “ก็เ๹ื่๪๫ที่ท่านกำลังเคลื่อนไหวอยู่นั่นแหละหนูแค่สงสัยและอยากรู้รายละเอียดของอะไรบางอย่าง”

                “อะไรบางอย่าง  คืออะไร” ศาสตราจารย์ มีสีหน้าสงสัย

                “ก็เ๹ื่๪๫ของเมื่อเช้าหนูแค่สงสัยว่า เค้าจะไปดาวเคราะห์น้อยซีรีสจริงๆ เหรอค่ะ” ไอรีนตอบเมื่อเห็นศาสตราจารย์นิ่ง เหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ ไอรีนก็พูดต่อ

                “หนูคิดแบบนั้นจริงๆ นะคะหนูก็เลยอยากคุยกับท่าน บางทีท่านอาจจะมีข้อมูลอะไรมาบอกหนูกับเพื่อนๆ บ้าง”

                “เพื่อนๆ เหรอหนูหมายถึงว่ามีคนอื่นอีกเหรอที่คิดแบบหนู” ศาสตราจารย์ถามด้วยความสงสัย

                “ก็ไม่หรอกพวกนั้นเค้าไม่ได้คิดแบบหนู แถมยังว่าหนูบ้าอีกด้วย แต่หนูคิดว่าถ้าหนูมีข้อมูลอะไรเพิ่มมากกว่านี้ พวกนั้นอาจจะคล้อยตามก็ได้”

                “หนูไปได้ยินอะไรที่ไหนมาเหรอถึงได้คิดแบบนี้” ศาสตราจารย์ตั้งข้อสังเกต

                “หนูเป็๲แฟนคลับตัวยงของท่านเลยนะ”ไอรีนพูดด้วยความภาคภูมิใจ

                ศาสตราจารย์ยิ้มด้วยความภูมิใจ 

                “แบบนี้ฉันต้องเชิญพวกเธอไปที่บ้านสักครั้งแล้วละฉันมีอะไรให้พวกเธอดูเยอะแยะเลยหล่ะ” ศาสตราจารย์พูดด้วยสีหน้ามีความสุข

                “จริงๆ นะค่ะหนูไปหาท่านที่บ้านได้ใช่มั้ย” ไอรีนยังไม่มั่นใจ

                “ได้สิเธอกับเพื่อนไปหาฉันได้ตลอดเวลา” ศาสตราจารย์ให้คำมั่น

                “งั้นหนูไม่รบกวนนะคะ”ไอรีนแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้าพลางวิ่งไปหามาดามมิลินที่แอบมองอยู่หลังเค้าน์เตอร์

                “แหม ดีใจแบบนี้แสดงว่าท่านยอมให้ลูกไปหาที่บ้านสินะ” มาดามมิลินถามพลางส่งยิ้มให้ลูกสาว

                “คะแม่ ท่านใจดีมากๆ เลย”

                “อ้าว แล้วนั่นไปไหน” มาดามมิลินถามเมื่อเห็นไอรีนรีบวิ่งเข้าห้องไป

                “หนูจะรีบโทรไปบอกข่าวดีกับซีรีสและวิลค่ะแม่”  ไอรีนลืมตัว๻ะโ๷๞บอกเสียงดังจนได้ยินกันทั้งร้าน

     

                หากใครได้มองไปที่มุมหนึ่งของร้าน จะพบว่าศาสตราจารย์นั่งทานอาหารอย่างมีความสุขในแบบไม่เคยเป็๞มาก่อน