บทที่ 12 ที่ทำงานหรือที่พักร้อน
ฉันกำลังนั่งดื่มน้ำมะพร้าวไปมองวิวท้องฟ้าด้านนอกไปด้วย ขณะที่ไคลล์ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามฉันก็นั่งกินแซนวิชไปเล่นฟิงไปด้วย แล้วพี่พราวนี่ก็เดินมาหาพวกเรา
“ได้ห้องมาแล้วจ้า” พี่พราวนี่บอก “พวกนักวิจัยได้ห้องกันไปหมดแล้ว สองห้องที่เหลือคือเบอร์สิบห้า กับเบอร์สิบหก อยู่ตรงข้ามกันพอดี พวกเธอไปเลือกกันเอาเองนะ พี่ปลดล็อคไว้แล้ว ใส่รหัสเปิดห้องสี่ตัว สองตัวเลขแรกคือศูนย์ศูนย์แล้วตามด้วยเลขห้อง อยากเปลี่ยนรหัสใหม่ก็ไปตั้งค่าเปลี่ยนกันได้เลยตามสบาย แล้วเดี๋ยวสิบโมงไปเจอพี่ที่ชั้นล่างนะ ที่ห้องประชุมเล็ก ลงไปปุ๊บ เดินตรงไปสุดทางซ้ายมือจ้ะ” ฉันกับไคลล์กล่าวขอบคุณพี่พราวนี่ แล้วตอนนั้นเองที่รู้สึกว่ายานกำลังเคลื่อนที่ลงด้านล่าง
“เก้าโมงแล้ว ปกติตอนกลางวันยานจะลงจอดบนผิวน้ำทะเลเพื่อประหยัดพลังงาน พอหนึ่งทุ่มก็จะบินขึ้น” พี่พราวนี่บอก “ยานลำนี้เดินทางได้ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และดำลงไปใต้น้ำได้ด้วย เราจะเปลี่ยนตำแหน่งกันทุกสัปดาห์แล้วแต่แผนการเดินทางที่นักสำรวจทางทะเลเค้าวางไว้ตามแผนงานวิจัยน่ะ และเพื่อป้องกันอย่างอื่นด้วย เดี๋ยวอยู่ไปพวกเธอก็จะเข้าใจระบบการทำงานของแผนกเราเอง”
“ต้องเดินทางกันแบบนี้ทั้งปีเลยเหรอคะ” ฉันถามพี่พราวนี่
“ไม่ใช่ทั้งปีจ้ะ ปกติ่เดือนมิถุนาถึงเดือนสิงหาซึ่งเป็่หน้ามรสุมหนัก ๆ เราจะบินกลับเข้าฝั่งกัน ถ้าไม่ได้มีงานเร่งด่วนสำคัญอะไรน่ะนะ”
“ปกติพี่พราวนี่ประจำอยู่ที่นี่รึเปล่าครับ” ไคลล์ถาม
“ไม่หรอกจ้ะ พี่ก็เดินสายไปเรื่อยแหละ พี่มีแผนงานประจำปีของพี่อยู่ นอกจากมีกรณีพิเศษที่อาจจะต้องเปลี่ยนแผนบ้าง อย่างกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นที่แผนกตอนนี้ก็ทำให้พี่ต้องเปลี่ยนตารางเวลามาทำงานที่ศูนย์นี้เร็วกว่าที่กำหนดไว้นิดหน่อย” พี่พราวนี่บอก
ยานลงจอดบนผิวน้ำพอดีจนรับรู้ได้ถึงแรงกระเพื่อมเล็กน้อย ฉันมองออกไปนอกกระจก เห็นผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่ แสงแดดเริ่มสาดส่องลงบนผิวน้ำจนมองเห็นเป็ประกายระยิบระยับ ทั้ง ๆ ที่ในทะเลมีคลื่นแต่ฉันไม่รู้สึกถึงแรงกระเพื่อมหลังจากการลงจอดครั้งแรกอีกเลย ไม่แตกต่างอะไรกับตอนอยู่บนบกสักนิด
“เดี๋ยวพวกเธอตามสบายนะ พี่ขอตัวก่อน ถ้ามีอะไรก็ไปถามพี่ได้ พี่พักอยู่ห้องเบอร์สี่” พี่พราวนี่บอกก่อนขอตัวลุกออกไป ฉันกับไคลล์นั่งกันอีกพักหนึ่งก็แยกย้ายเอาของไปเก็บในห้องพัก ไคลล์ให้ฉันเลือกห้องก่อน ฉันจึงเลือกห้องเบอร์ 15 แล้วไคลล์ก็หันมาบอกฉันก่อนเข้าห้องว่า
“เดี๋ยวฉันวีดีโอคอลไปคุยกับเธอนะ”
ภายในห้องพักตกแต่งได้สวยงามน่าอยู่มาก เหมือนห้องพักในโรงแรมชั้นดีเลยทีเดียว ขนาดห้องค่อนข้างเล็กแต่ไม่รู้สึกคับแคบสำหรับการพักอยู่คนเดียว พื้นห้องเป็ลายไม้สีน้ำตาลอ่อน ผนังห้องเป็สีขาว เฟอร์นิเจอร์เป็แบบบิวท์อินทั้งหมด ฉันหยิบกระเป๋าเดินทางที่ลอยตามฉันอยู่วางไว้กับพื้นห้องที่มุมหนึ่งก่อนจะกดปิดระบบทำงานอัตโนมัติ จากนั้นฉันก็เดินไปรูดม่านหน้าต่างให้เปิดออก แสงสว่างส่องผ่านหน้าต่างกระจกใสบานสูงเข้ามาในห้อง ด้านนอกคือผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีนกทะเลบินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้า
ฉันทรุดตัวนั่งลงกับพื้นห้องริมหน้าต่าง ยกขาสองข้างขึ้นมากอดเข่า นั่งพักมองวิวฆ่าเวลา
ปิ๊บ…ปิ๊บ…
เสียงเตือนมีสายเรียกเข้า ฉันรับสายแตะเปิดหน้าจอตรงเบื้องหน้า เป็ไคลล์ที่ติดต่อเข้ามา
“ห้องพักที่นี่นึกว่ากำลังมาพักร้อนอยู่ในโรงแรม ในห้องน้ำมีอ่างน้ำวนด้วยนะเธอเห็นรึยัง” นี่คือเื่แรกที่ไคลล์พูด
“ยังไม่ได้เข้าไปดูในห้องน้ำเลยค่ะ แต่ห้องพักก็สวยจริง ๆ ได้มาพักแล้วคงไม่อยากกลับ” “มาคุยกันเื่ที่เราคุยค้างไว้ก่อนหน้านี้เถอะ เื่ระบบฐานข้อมูลของแผนกที่มันล่มแล้วข้อมูลหายไปน่ะ เธอคิดว่าไง เธอว่ามันแปลก ๆ มั้ย” ไคลล์เริ่มเปิดประเด็นทันที
“จะว่าแปลกก็แปลกค่ะ แต่ฉันคิดว่าคงตรวจสอบอะไรไม่เจอหรอก น่าจะจับมือใครดมไม่ได้”
"ทำไมเธอถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ”
ฉันยิ้มไม่ตอบไคลล์ แต่ตอบตัวเองในใจ ‘ก็เพราะมีคนใหญ่คนโตอยู่เื้ัไงล่ะ’
“แล้วทำไมอยู่ ๆ คุณถึงมาสนใจเื่นี้ล่ะคะ” ฉันเปลี่ยนไปถามไคลล์แทน
ไคลล์ทำท่ายักไหล่ก่อนจะตอบว่า “ก็แค่อยากรู้ ฉันเป็คนประเภทที่ว่า ไปทำงานที่ไหนก็ต้องรู้ทุกเื่ของที่นั่นให้ทะลุปรุโปร่ง”
“ขอโทษนะคะ แต่จากหน้าตาท่าทางคุณแล้ว ไม่ยักรู้ว่าคุณเป็คนประเภทชอบสอดรู้สอดเห็นด้วยนะคะเนี่ย” ฉันพูดยิ้ม ๆ
“เธอใช้คำพูดผิดแล้ว ต้องเรียกว่า ’การค้นหาข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์’ ต่างหาก สอดรู้สอดเห็นมันใช้กับเื่ไร้สาระไร้ประโยชน์โน่น” ไคลล์รีบแก้ต่าง
ฉันหัวเราะก่อนจะพูดว่า “คุณไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่าตัวเองไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่พวกนี้ อันที่จริงแล้วเื่นี้มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลยจริง ๆ”
“ใครบอกว่าไม่เกี่ยว ในเมื่อฉันมาทำงานเป็คีปเปอร์ในแผนกนี้ เื่ที่เกี่ยวกับผลประโยขน์ของแผนก คีปเปอร์ก็ควรมีส่วนต้องเข้าไปรับผิดชอบด้วยสิ”
“คุณนี่จริงจังกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะคะ ไม่ได้ตั้งใจจะมาฝึกงานเล่น ๆ สินะเนี่ย”
“แน่นอนสิ ในเมื่อตัดสินใจทำอะไรแล้วก็ต้องทำมันให้เต็มที่สุดความสามารถสิ แล้วคุณคาน่าก็บอกว่า ฉันอยากทำอะไรก็ให้ฉันทำได้เต็มที่ตามที่เห็นว่าสมควรเลย"
“คุณคาน่าคงเห็นอะไรบางอย่าง ถึงได้ชวนคุณทำงานที่แผนก SMP อย่างเื่เมื่อวานที่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีคุณก็ไม่รู้จะเป็ยังไงเหมือนกันนะคะ”
“ฉันว่าคุณคาน่าต้องเห็นอะไรที่มันร้ายแรงกว่าเื่เมื่อวานแน่ ๆ ถึงได้คิดจะยืมมือฉันช่วย พวกเอสคลาสที่มีพลังมองเห็นอนาคตเนี่ยชอบพูดอะไรเป็ปริศนาให้ตีความยากอยู่เรื่อย เหมือนอย่างคุณย่าฉันน่ะ พูดมาประโยคนึงต้องเอากลับไปตีความเป็เดือนถึงจะเข้าใจแจ่มแจ้ง” ไคลล์ส่ายหน้า ฉันยิ้ม
“แล้วคุณไม่คิดว่าตัวเองกำลังถูกคุณคาน่าล่อหลอกใช้คุณให้ทำงานให้เหรอคะ”
“ไม่นะ คุณคาน่าก็แสดงเจตนาให้ฉันเห็นอยู่แล้วว่าเธอ้าให้ฉันช่วย แล้วอีกอย่างฉันถือคติว่า ‘มีดยิ่งลับก็ยิ่งคม’ อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ใช้งานพลังความสามารถของตัวเอง เดี๋ยวมันจะถดถอยเสียเปล่าไปน่ะสิ ก็ไม่รู้ว่าเื่นี้จะเป็ยังไงต่อไปอ่ะนะ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป เื้ัองค์กรใหญ่ ๆ ก็มักจะมีความลับอะไรแอบซ่อนไว้เสมอแหละ”
“ค่ะ ความลับที่มักจะไม่ใช่เื่ดีด้วย”
--------------------------------------------
ไรท์เขียนตอนนี้แล้วอยากไปเที่ยวทะเลขึ้นมาเลยค่ะรี้ดตอนหน้าสัตว์ประหลาด!? บุกแล้วเด้ออ