“ในเมื่อเป็เช่นนี้ เ้าก็จงไปเปิดหูเปิดตาดูเถิด” เหลียวสิงไม่ได้ล่วงรู้ความคิดที่แท้จริงในใจของฉู่ซิว จึงไม่ได้เอ่ยขัดขวางการลงชื่อสมัครของฉู่ซิวอีก
หลังลงชื่อสมัครเสร็จสิ้น เหลียวสิงก็นำรางวัลจากการประลองใหญ่ประจำเดือนในหนนี้มอบให้แก่ฉู่ซิว รวมเป็เงินหนึ่งพันตำลึงและโอสถขัดเกลากายาอีกสองเม็ด ซึ่งมากกว่ารางวัลที่เคยตกลงกันไว้ถึงห้าร้อยตำลึง
ไม่ทันรอให้ฉู่ซิวเอ่ยปาก เหลียวสิงก็เอ่ยอธิบายขึ้นก่อนว่า “หนนี้เ้าทำผลงานได้โดดเด่นยิ่งนักในการประลองใหญ่ประจำเดือน เงินห้าร้อยตำลึงที่เพิ่มขึ้นมานี้เป็รางวัลที่ทางสำนักมอบให้แก่เ้า หวังว่าเ้าจะพยายามต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่สนามสอบถงซื่อของพวกเรา”
“ขอบพระคุณอาจารย์เหลียว ขอบพระคุณสำนักที่ช่วยชุบเลี้ยงขอรับ” ฉู่ซิวพยักหน้ารับเก็บรางวัลลงไปพร้อมรอยยิ้มเบิกบาน
หลังจากเอ่ยในสิ่งที่ควรเอ่ยหมดสิ้นแล้ว เหลียวสิงก็มิได้รั้งฉู่ซิวไว้อีก ส่งฉู่ซิวออกจากห้องทำงานไปโดยตรง ยามก้าวเดินออกจากห้องทำงาน รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่ซิวก็พลันมลายหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าหม่นหมองกังวล
แม้สนามสอบถงซื่อจะมอบเงินเพิ่มให้ฉู่ซิวอีกห้าร้อยตำลึง ทว่าเงินเพียงหนึ่งพันตำลึงกลับไม่เพียงพอให้ฉู่ซิวใช้เร่งความเร็ววิชายุทธ์และวิชาหลักเลยแม้แต่น้อย หากเขาคิดจะคว้าสิทธิแดนเร้นลับเยี่ยนอู่มา เขาจำต้องหาเงินทองมาให้ได้มหาศาลกว่านี้
บัดนี้หนทางเดียวที่จะช่วยให้ฉู่ซิวหาเงินได้อย่างรวดเร็วก็มีเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นคือการลงประลองบนสังเวียนเป็ตาย!
……
สังเวียนประลองใต้ดิน
ยามฉู่ซิวสวมหน้ากากเดินทางมาถึงที่นี่ ก็ตรงไปหาท่านเจ็ดในทันที “ศึกโชว์ตัวจัดขึ้นใน่ค่ำ เหตุใดเ้าจึงเดินทางมาั้แ่วันยันค่ำเช่นนี้?” ท่านเจ็ดเห็นฉู่ซิวเดินเข้ามา ใบหน้าก็ฉายแววฉงนใจขึ้นมาแวบหนึ่ง
ฉู่ซิวไม่เอ่ยวาจาไร้สาระ ทั้งไม่อ้อมค้อม เอ่ยถามตรง ๆ ว่า “ท่านเจ็ด ข้ากลับไปไตร่ตรองดูแล้ว รู้สึกว่าสิ่งที่ท่านเอ่ยนั้นถูกต้องยิ่งนัก ยามนี้ข้ายังสามารถลงประลองบนสังเวียนเป็ตายได้หรือไม่ขอรับ?”
ท่านเจ็ดเองก็ไม่ได้แปลกใจกับการตัดสินใจของฉู่ซิว อย่างไรเสียค่าตอบแทนของสังเวียนเป็ตายก็สูงกว่าสังเวียนสัตว์ร้ายถึงสิบกว่าเท่า ภายใต้สิ่งล่อใจอันเป็ผลประโยชน์มหาศาล ย่อมไร้ซึ่งผู้ใดจะหักห้ามใจไว้ได้ นับประสาอะไรกับฉู่ซิวที่เป็เพียงเด็กหนุ่มเมื่อวานซืน
“ย่อมได้อยู่แล้ว ทว่าข้าต้องเอ่ยบอกกฎกติกาของสังเวียนเป็ตายให้เ้าฟังเสียก่อน” ท่านเจ็ดพยักหน้ารับ ตรงหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็จริงจังตึงเครียด
“สังเวียนเป็ตายไร้ซึ่งผลแพ้ชนะ มีเพียงการแยกแยะความเป็ตาย หากเ้าต้องสิ้นใจอยู่บนเวทีประลอง ทางสังเวียนประลองใต้ดินของพวกเราจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดล้มมวย ผู้เข้าร่วมการประลองความเป็ตายจะห้ามเข้าร่วมการพนันทุกรูปแบบ หากพวกเราตรวจพบว่าเ้าสมรู้ร่วมคิดกับผู้อื่นล้มมวย พวกเราไม่เพียงแต่จะสังหารเ้าเท่านั้น แม้กระทั่งญาติมิตรและสหายของเ้าก็จะไม่ละเว้น”
ขั้วอำนาจของสังเวียนประลองใต้ดินยิ่งใหญ่เป็อย่างยิ่ง ต่อให้ผู้ล้มมวยจะดับสูญอยู่บนเวทีประลอง พวกเขาก็ยังสามารถตามหาตัวสหายและญาติมิตรทั้งหมดของคนผู้นั้นจนพบ และเพราะระเบียบข้อบังคับของสังเวียนประลองใต้ดินเข้มงวดกวดขันเช่นนี้เอง จึงมีผู้คนมากมายยินดีมาวางเงินเดิมพันที่นี่ ซึ่งเป็รากฐานสำคัญที่ทำให้สังเวียนประลองใต้ดินยืนหยัดมาได้อย่างยาวนาน
แจกแจงกฎกติกาให้ฉู่ซิวฟังเสร็จสิ้น ท่านเจ็ดก็เริ่มเอ่ยถึงเื่ค่าตอบแทนกับฉู่ซิวเสียงเรียบว่า “ค่าตอบแทนการลงประลองความเป็ตายผูกติดอยู่กับขอบเขตพลัง ขอบเขตพลังของเ้าในยามนี้ ลงประลองหนึ่งครั้งจะได้เงินเพียงห้าร้อยตำลึง ทว่าสังเวียนเป็ตายของพวกเรามีรางวัลชนะติดต่อกัน หากคว้าชัยชนะห้าครั้งติดต่อกัน สิบครั้งติดต่อกัน... ก็จะได้รับเงินรางวัลพิเศษเพิ่มอีกห้าร้อยตำลึง”
เดิมทีฉู่ซิวคิดว่าลงประลองความเป็ตายหนึ่งครั้งจะได้เงินเพียงห้าร้อยตำลึง นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีรางวัลชนะติดต่อกันอีกด้วย! ภายใต้สิ่งล่อใจของเงินทอง ฉู่ซิวจึงเอ่ยถามอย่างแทบอดใจรอไม่ไหวว่า “ยามนี้สามารถจัดสรรสังเวียนเป็ตายให้ข้าเลยได้หรือไม่ขอรับ?”
“ย่อมไม่มีปัญหา” ท่านเจ็ดเอ่ยตอบด้วยท่าทีสงบ จากนั้นก็นำสมุดเล่มหนึ่งออกมา เริ่มจัดสรรการประลองนัดแรกให้แก่ฉู่ซิว
ท่านเจ็ดกวาดสายตามองสมุดอยู่ครู่หนึ่ง ชี้ไปยังกรงเหล็กหมายเลขสี่ที่อยู่ไกลออกไป เอ่ยเสียงเบาว่า “เห็นแก่ที่เ้าเข้าร่วมการประลองความเป็ตายเป็ครั้งแรก ข้าจะจัดสรรคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ง่ายหน่อยให้ก็แล้วกัน คู่ต่อสู้นัดแรกของเ้า คืออสูรร้ายปราณโลหิตเก้าตำลึง กิ้งก่าไฟ”
นี่คือนับเป็อสูรร้ายที่ไม่ธรรมดา บนเรือนร่างของมันเริ่มปรากฏกลิ่นอายอสูรจาง ๆ ขึ้นมาแล้ว เผ่าอสูรถือกำเนิดและหลุดพ้นมาจากอสูรร้าย หากอสูรร้ายมีกลิ่นอายอสูร ย่อมหมายความว่ามันมีโอกาสที่จะกลายร่างเป็อสูร อสูรกับอสูรร้าย นับเป็การข้ามผ่านชั้นลำดับขั้นโดยธาตุแท้ อสูรร้ายที่มีกลิ่นอายอสูร ยามเทียบกับอสูรร้ายทั่วไป ย่อมมีความห่างชั้นของพละกำลังมหาศาล!
“เ้าจงไปรอที่เวทีประลองหมายเลขสี่ยามนี้เลยเถิด”
สัตว์ร้ายและอสูรร้ายล้วนเป็เผ่าต่างแดน ทว่าอานุภาพการต่อสู้ของสัตว์ร้ายเหนือล้ำกว่าอสูรร้ายไปไกลนัก แม้สัตว์ร้ายจะไร้ซึ่งมันสมอง แต่กลับดุร้ายเป็อย่างยิ่ง ขอเพียงพบเจอเผ่าพันธุ์อื่นก็จะต่อสู้รบอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนกว่าจะสังหารศัตรูลงได้ หรือไม่ก็จนกว่าตนเองจะถูกสังหาร
เมื่อเทียบกับการต่อสู้กับมนุษย์ ฉู่ซิวยินดีรับมือกับสัตว์ร้ายมากกว่า อย่างไรเสียยามเทียบกับมนุษย์ที่เ้าเล่ห์เปี่ยมมารยา สัตว์ร้ายที่รู้จักเพียงการสู้ตายย่อมรับมือได้ง่ายดายกว่ามาก ฉู่ซิวเอ่ยตอบรับท่านเจ็ดประโยคหนึ่ง แล้วเดินตรงไปยังกรงเหล็กหมายเลขสี่ทันที
“ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่สังเวียนเป็ตายหมายเลขสี่ โดยตัวเอกของพวกเราในวันนี้ คือจอมยุทธ์ขอบเขตขัดเกลากายาขั้นเก้า นามว่าฉู่มู่ และกิ้งก่าไฟขอบเขตขัดเกลากายาขั้นเก้าเช่นเดียวกัน กระดานการเดิมพันประลองหนนี้เปิดแล้ว ขอเชิญทุกคนวางเงินเดิมพันภายในห้านาที หลังจากนั้นอีกห้านาที สังเวียนเป็ตายหมายเลขสี่จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ!”
ฉู่ซิวเดินก้าวเข้าสู่เวทีประลอง สายตานับไม่ถ้วนพลันจับจ้องมาที่ตัวเขา สายตาเ่าั้แสดงออกถึงความโลภโดยไม่คิดเก็บงำ พวกเขาต่างอยากจะมองพละกำลังของฉู่ซิวให้ออก เพื่อจะได้กอบโกยเงินทองมหาศาลจากตัวฉู่ซิว
เมื่อเทียบกับเหล่านักพนันที่ไม่เกี่ยวข้องเหล่านี้ ฉู่ซิวให้ความสนใจคู่ต่อสู้ของตนเองมากกว่า เขาทอดสายตามองไปยังประตูเหล็กที่อยู่ไกลออกไป กิ้งก่าขนาดยาวกว่าสามเมตรตัวหนึ่งกำลังจ้องมองเขาตาไม่กระพริบ กิ้งก่าตัวนี้มีสีแดงฉานไปทั้งตัว ในปากพ่นกลิ่นอายร้อนระอุออกมาไม่หยุด สองตาแดงฉานจ้องจับจ้องฉู่ซิว ในั์ตาไร้ซึ่งสติปัญญาใด ๆ มีเพียงจิตสังหารอันชวนให้หวาดเกรง
ยามที่ฉู่ซิวลอบสำรวจกิ้งก่าไฟตัวนี้ เวลาห้านาทีก็ล่วงเลยผ่านไปในที่สุด ประตูเหล็กที่ขังทอดกิ้งก่าไฟถูกเปิดออก กิ้งก่าไฟพุ่งทะยานออกมาโดยไร้ความลังเล บุกกระหน่ำเข้าหาฉู่ซิวโดยไร้กระบวนท่าใด ๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ยังดีที่ฉู่ซิวใช้ออกด้วยย่างก้าวอสรพิษฉากหลบได้ทัน ท่วงท่าจึงไม่ถูกปากอันใหญ่โตเปียกโชกไปด้วยเืของกิ้งก่าไฟงับขาดสะบั้นออกเป็สองท่อน
กิ้งก่าไฟเห็นฉู่ซิวหลบพ้น มันก็อ้าปากพ่นกลุ่มก้อนเพลิงออกมาลูกหนึ่ง พุ่งกระแทกเข้าใส่ฉู่ซิวด้วยความเร็วสูง นี่คือกระบวนท่าที่ชวนให้หวาดเกรงที่สุดของกิ้งก่าไฟ ต่อให้พละกำลังทางร่างกายของฉู่ซิวจะแข็งแกร่งทรงพลังเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานลูกบอลเพลิงลูกนี้ได้ หากถูกกระแทกเข้าจัง ๆ ฉู่ซิวย่อมต้องได้รับาเ็สาหัสอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าอสูรร้ายล้วนต่อสู้ด้วยสัญชาตญาณเท่านั้น จิติญญาแห่งการต่อสู้แทบจะติดลบ ต่อให้มีศาสตราวุธร้ายกาจเพียงใด ก็ยากจะสร้างการบุกโจมตีที่มีประสิทธิภาพได้
ฉู่ซิวเอียงกายเล็กน้อย หลบลูกบอลเพลิงได้อย่างง่ายดาย จากนั้นจึงเปิดฉากตอบโต้ใส่กิ้งก่าไฟทันที ิัของเขาเปลี่ยนเป็สีทองแดงเข้มในพริบตา สืบเท้าพุ่งไปตรงหน้ากิ้งก่าไฟ ซัดหมัดเหล็กสยบขุนเขาออกไปโดยไร้ซึ่งความลังเล
“เปรี้ยง”
หมัดซัดกระแทกเข้าใส่ร่างของกิ้งก่าไฟอย่างจัง พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวซัดกิ้งก่าไฟลอยกระเด็นออกไป อัดเข้ากับกรงเหล็กอย่างแรง
เดิมทีฉู่ซิวคิดว่าหมัดนี้เพียงพอจะทำให้กิ้งก่าไฟได้รับาเ็สาหัส ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ กิ้งก่าไฟกลับไร้รอยขีดข่วน ยามคลานตัวลุกขึ้นมาได้ก็พุ่งตรงเข้าหาฉู่ซิวอีกครั้ง
มองดูเกล็ดเปล่งประกายโปร่งแสงของกิ้งก่าไฟ ฉู่ซิวขมวดคิ้วเล็กน้อย ชักดาบถังที่สะพายอยู่บนแผ่นหลังออกมา ฉู่ซิวเล็งไปยังส่วนท้องของกิ้งก่าไฟ ซึ่งเป็จุดเดียวที่ไร้ซึ่งเกล็ดป้องกัน กระชับดาบถังพุ่งตรงออกไปทันที
กิ้งก่าไฟไม่ได้ััถึงภัยอันตราย มันอ้าปากพ่นลูกบอลเพลิงใส่ฉู่ซิวอีกหน ทว่าถูกฉู่ซิวใช้วิชาย่างก้าวอสรพิษฉากหลบได้อย่างง่ายดาย
ในยามที่กิ้งก่าไฟอ้าปากเตรียมจะพ่นลูกบอลเพลิงออกมาอีกครั้ง ฉู่ซิวก็ซัดหมัดหนึ่งใส่กิ้งก่าไฟจนปลิว ดาบถังในมือตวัดฟันเข้าใส่ส่วนท้องของกิ้งก่าไฟอย่างแรง โลหิตสด ๆ พุ่งทะลักกระจายไปทั่วทิศ
“โฮก”
ร่างของกิ้งก่าไฟร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป มันพยายามจะพยุงกายลุกขึ้นมาพุ่งเข้าใส่ฉู่ซิวอีกครั้ง ทว่าต่อให้มันพยายามเพียงใด ก็ไม่อาจยืนหยัดทรงตัวขึ้นมาได้อีก สุดท้ายทำได้เพียงทอดร่างไร้เรี่ยวแรงจมกองเืสด ๆ ลงไป