ฆ้องงงงงงงง!
เสียงฆ้องกังวานก้องสะท้าน เป็สัญญาณปลดปล่อยอสูรร้ายร้อยชีวิตออกจากกรงขัง
ทันทีที่เสียงฆ้องดังขึ้น ลานประลองที่สี่ก็ปะทุขึ้นด้วยความโกลาหลราวกับรังแตนที่ถูกตีแตก ผู้เข้าแข่งขันกว่าร้อยชีวิตที่เคยยืนหยัดอย่างทะนงตนเมื่อครู่ ต่างพุ่งเข้าใส่คนที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที เสียงะโ, เสียงปะทะของอาวุธ, และเสียงร่างคนร่วงหล่นจากลานดังขึ้นระงม
แต่เฟยหลงกลับทำในสิ่งที่สวนทางกับคนส่วนใหญ่...
ในขณะที่คนอื่นพุ่งเข้าหาใจกลางของความวุ่นวาย หรือจับกลุ่มกันเพื่อความปลอดภัย เขากลับเคลื่อนตัวไปยังทิศทางตรงกันข้าม...ไปยังขอบของลานประลอง...สถานที่ที่ทุกคนมองว่าอันตรายและเสี่ยงต่อการถูกผลักตกมากที่สุด แต่เพราะความคิดนั้น ทำให้ขอบลานกลายเป็ "เขตปลอดผู้คน" ไปชั่วขณะหนึ่ง เฟยหลงใช้มันเป็จุดสังเกตการณ์ชั่วคราวของเขา
“เป้าหมายของรอบนี้ไม่ใช่การเอาชนะ...แต่คือการอยู่รอด” เขาเตือนตัวเองในใจ
ส่วนสวี่เจี๋ยนั้นทำตามแบบแผนที่สมเหตุสมผลกว่า เขาชักกระบี่ออกมา ยืนตั้งมั่นในจุดที่ไม่เปิดโล่งเกินไป คอยปัดป้องและตอบโต้ผู้ที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของตน เส้นทางของพวกเขาทั้งสองแยกจากกันในทันทีที่การต่อสู้เริ่มต้น
เฟยหลงยืนนิ่งอยู่ใกล้ขอบลาน ปล่อยให้ลมหายใจสงบนิ่ง จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ แต่ความสงบของเขาก็ไปสะดุดตาของนักสู้ร่างใหญ่นิสัยมุทะลุคนหนึ่งเข้า
"เจอเป้านิ่งแล้ว!" ชายร่างใหญ่ะโลั่น เขาเห็นเฟยหลงที่ดูบอบบางยืนอยู่ใกล้ขอบลาน ก็คิดว่าเป็เหยื่ออันโอชะที่จะกำจัดได้อย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าใส่พร้อมกับหมัดขวาที่หยาบกร้านและเต็มไปด้วยพละกำลัง
เฟยหลงมองดูหมัดที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาที่เรียบเฉย...เขาไม่ได้คิดจะปัดป้อง...
ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่หมัดนั้นจะถึงตัว ร่างของเฟยหลงก็ขยับ...มันไม่ใช่การะโหลบอย่างตื่นตระหนก แต่เป็การก้าวเท้าไปด้านข้างอย่างนุ่มนวลและลื่นไหลเพียงก้าวเดียว...ทักษะการทรงตัวที่ได้มาจากการเดินบนขอนไม้ถูกใช้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ
ชายร่างใหญ่ที่ทุ่มแรงทั้งหมดไปกับหมัดนั้นถึงกับหน้าคะมำ เขาเบรกตัวเองไม่อยู่และถลำไปข้างหน้าอย่างเสียหลัก...
วินาทีนั้นเอง เฟยหลงซัดฝ่ามือออกไป...แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่แผ่นหลังของชายผู้นั้น...แต่เป็พื้นหินแข็งๆ...ด้านหลังส้นเท้าของชายร่างใหญ่!
ตึบ!
มันไม่ใช่เสียงที่ดัง แต่เป็แรงสั่นะเืที่ถูกควบคุมทิศทางอย่างแม่นยำ มันกระแทกเข้ากับพื้นหิน ทำให้สมดุลที่ง่อนแง่นอยู่แล้วของชายร่างใหญ่พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เขาสะดุดขาตัวเองแล้วร่วงหล่นจากลานประลองไปพร้อมกับเสียงร้องด้วยความใ
เฟยหลงกำจัดคู่ต่อสู้คนแรกได้...โดยที่ไม่ได้ััตัวของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
การกระทำของเขาเงียบเชียบและแเีจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็นท่ามกลางความโกลาหลโดยรอบ เฟยหลงกลับมายืนนิ่งที่จุดเดิม กลายเป็เงาจางๆ ที่ไม่มีใครให้ความสนใจอีกครั้ง เขาเคลื่อนที่ไปตามขอบลานอย่างต่อเนื่อง หลบหลีกการปะทะใหญ่ๆ ราวกับสายน้ำที่ไหลหลีกเลี่ยงโขดหิน เขาเก็บงำพลังงานของตนไว้ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังผลาญมันไปอย่างสิ้นเปลือง
ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นสถานการณ์ของสหาย...สวี่เจี๋ยกำลังตกที่นั่งลำบาก เขาถูกนักสู้สามคนจากสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่งล้อมกรอบไว้และกำลังถูกต้อนให้ถอยร่นไปจนเกือบจะถึงขอบลานอยู่แล้ว!
เฟยหลงขมวดคิ้ว เขาไม่อาจเข้าไปช่วยตรงๆ ได้เพราะจะทำให้ตัวเองกลายเป็เป้าหมายทันที...เขาต้องช่วย...อย่างแเี
สายตาของเขากวาดไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว...แล้วเขาก็เห็น...นักสู้ร่างั์อีกคนหนึ่งกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มที่ล้อมสวี่เจี๋ยอยู่ เฟยหลงก้มลงหยิบปลอกแขนเหล็กที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา...
เขาไม่ได้ขว้างมันไปที่กลุ่มคนสามคนนั้น...แต่กลับขว้างมันไปยังทิศทางตรงกันข้าม...มันกระทบเข้าที่หลังเข่าของนักสู้ร่างั์อย่างแม่นยำ!
นักสู้ร่างั์ที่กำลังสู้อยู่ถึงกับเข่าทรุดและเสียหลัก...ถลาเข้าไปชนกลุ่มนักสู้สามคนที่กำลังจะเผด็จศึกสวี่เจี๋ยพอดี!
ความโกลาหลระลอกใหม่บังเกิดขึ้น นักสู้ร่างั์ที่โกรธจัดคิดว่าตัวเองถูกลอบโจมตีจึงหันไปอาละวาดใส่กลุ่มคนทั้งสามทันที ความกดดันทั้งหมดที่สวี่เจี๋ยได้รับพลันหายไปในพริบตา เขารีบฉวยโอกาสนั้นหนีออกมาจากวงล้อมได้สำเร็จโดยที่ไม่รู้เลยว่าโชคที่ดูเหมือนจะช่วยเขานั้น...ถูกจัดฉากขึ้นโดยเพื่อนของเขาเอง
เวลาผ่านไป...จำนวนคนบนลานประลองลดลงจนเหลือไม่ถึงห้าสิบคนแล้ว ทุกคนที่เหลืออยู่ต่างเหนื่อยหอบและเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง
บัดนี้...ถึงเวลาล่าของเฟยหลงแล้ว
เขาเริ่มเคลื่อนไหวออกจากเงามืด...เป้าหมายของเขาคือผู้ที่อ่อนล้าและเสียสมาธิ เขาเคลื่อนที่เข้าไปด้านหลังของนักสู้คนหนึ่งที่กำลังหอบหายใจอย่างหนัก แล้วใช้ฝ่ามือผลักเบาๆ ที่กลางหลังส่งอีกฝ่ายให้ตกจากลานไป เขาสะบัดเท้าเกี่ยวข้อเท้าของอีกคนหนึ่งที่กำลังเหม่อลอยทำให้ล้มลงและถูกคนอื่นซ้ำเติมจนต้องยอมแพ้...ทุกการเคลื่อนไหวของเขาราบรื่น ประหยัดพลัง และมีประสิทธิภาพสูงสุด
แตร!
เสียงแตรยาวดังขึ้น เป็สัญญาณว่าการต่อสู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
บนลานประลองที่สี่...เฟยหลงยืนนิ่งอยู่กลางลาน ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอราวกับว่าเพิ่งเดินเล่นในสวนเสร็จ สภาพของเขาแตกต่างจากผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่ต่างเหนื่อยหอบและมีาแอย่างสิ้นเชิง
สวี่เจี๋ยผู้รอดมาได้อย่างหวุดหวิด เดินเข้ามาหาเพื่อนของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและสับสน "เ้า...เ้าทำได้ยังไง? ข้าแทบไม่เห็นเ้าสู้กับใครอย่างจริงจังเลย!"
เฟยหลงเพียงแค่ยิ้มบางๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังอัฒจันทร์สำหรับแขกพิเศษ...และในชั่วพริบตาหนึ่ง...เขารู้สึกเหมือนเห็นสตรีในชุดขาวของตระกูลไป๋...ไป๋หลิน...กำลังมองลงมายังทิศทางของเขาด้วยแววตาที่ฉายแววสนใจ
"ผู้รอดชีวิตบนลานที่สี่!" เสียงพิธีกรประกาศก้อง "หมายเลขสามร้อยหกสิบแปด...สวี่เจี๋ย! ...หมายเลขสามร้อยเจ็ดสิบสี่...เฟยหลง!..."
ชื่อของเขาถูกขานออกไปท่ามกลางเสียงโห่ร้องของฝูงชน เขาผ่านบททดสอบแรกได้แล้ว...ไม่ใช่ด้วยเสียงคำรามของพยัคฆ์...แต่ด้วยความเงียบสงัดของเงา...