สยบรักพิศวาส

    ห้ะ อะไรนะพ่อ?

    เอี๊ยด กึก


            ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินจนมาถึงหน้าประตูทางเข้าวิลล่าก็ต้องหยุดยืนชะงัก คิ้วหนาขมวด ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววประหลาดใจเมื่อพบว่ามีแสงไฟด้านห้องรับแขกถูกเปิดจ้า ผ้าม่านหน้าต่างถูกมัดไว้อย่างดีราวกับมีใครบางคนอาศัยอยู่ มือหนากดกลอนประตูอัลลอยแล้วผลักเบาๆ


    “อะไรกัน ประตูก็ไม่ได้ล็อกหรอกเหรอนี่” ในขณะที่ชายหนุ่มก้มหน้าเอ่ยปากมุบมิบ มีเสียงทุ้มใหญ่ดังมาจากในห้องรับแขก


    “เอ้า อีริค”


    “พ่อ!ผมก็คิดว่าขโมย พ่อเข้ามาบ้านผมได้ไง ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”


    “แกลืมกุญแจสำรองไว้ที่บ้านเราน่ะ อ่ะ” หลังเอ่ยจบ จอร์จ ผู้เป็๲บิดาของอีริคโยนกุญแจสำรองคืนมายังอีริคในขณะที่เขาหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาผ้าตรงหน้าผู้เป็๲พ่อ


    กริ๊ง…หมับ


    “ว่าแต่พ่อมาหาผมวันนี้ มีอะไรพิเศษรึเปล่าครับ?”


    “พ่ออยากจะคุยอะไรกับแกสักหน่อยน่ะ แล้วโปรเจกต์อสังหาฯใหม่เป็๲ไงบ้าง?”


    “ก็ดีนะครับ วันนี้จะมีประชุมเกี่ยวกับฝ่ายออกแบบแล้วก็มีนำเสนอโมเดลกัน”


    “อื้ม…ดี ว่าแต่แกลืมอะไรไปรึเปล่า ก่อนหน้านี้ที่ทนายเปิดจดหมายลับแม่แก แม่เขาอยากให้แกแต่งงานมีครอบครัวก่อนที่แกจะได้มีชื่อในคณะกรรมการของบริษัทเรา ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายของแกก็ดี แต่แกอย่าลืมว่าแกก็ต้องดีกว่านี้”


            ชายหนุ่มฟังแล้วพยักหน้ารับฟัง พลางเขาถอนหายใจออกมาเบาๆ


    “แกรู้ไหมลูกว่าทำไมแม่อยากให้แกมีครอบครัว เพราะครอบครัวเป็๲แรงผลักดันสำคัญให้เราฮึดสู้ทำทุกๆ วันให้ดีขึ้นเพราะเรารู้ว่าเราจะทำเพื่อใคร ปีหน้าแกก็อายุ 40 ปีแล้ว พ่ออยากให้แกหยุดเ๽้าชู้สักที ไม่ใช่หาผู้หญิงนอนไปวันๆ”


    “แค่นี้ใช่ไหม พ่อพูดมาทุกอย่างแค่ให้ผมอยู่เ๽้าชู้ เที่ยวให้น้อยลง?”


    “ไม่ใช่อย่างนั้นอีริค! พ่อแค่อยากให้แกได้ดีกว่านี้ อยากให้แกมีภาพลักษณ์ที่ดีเหมาะแก่คณะกรรมการตำแหน่ง ไม่ใช่คนที่บ้าผู้หญิง หรือคนเที่ยวกลางคืนจัดแบบนี้ ถ้าแกแต่งงานมีครอบครัวเมื่อไหร่ พ่อค่อยดันให้แกเป็๲คณะกรรมการบริษัท!” จอร์จผู้เป็๲พ่อหลุดปากตะคอกเสียงดังจนอีริคชะงักริมฝีปากอ้าค้าง เขาเห็นท่าจะไม่ดีเลยเอ่ยเสียงผ่อนลง


    “พ่อมีเพื่อนเป็๲ทูตฯ เขามีลูกสาวสวยที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐอเมริกา พ่อจะแนะนำให้แก”


    “โหพ่อ วิเวียนน่ะเหรอ ไม่เอาอ่ะ ไม่ใช่สเปค ผมชอบสาวฮอตอึ๋มๆ สวย เซ็กซี่”


    “วิเวียนนี่แหล่ะ ดูเหมาะกับแกสุดแล้วทั้งการศึกษาและฐานะทางสังคม!”


    “ไม่มีทาง! อืม…เอ่อ ที่จริง ผมก็มีคุยๆ อยู่กับผู้หญิงคนนึงอยู่น่ะ”


    “ฮ่าๆ เหลือเชื่อ งั้นก็ดี พอดีพ่อมี gift voucher ดินเนอร์ในร้านอาหารพิโน่ 4 ที่นั่ง หวังว่าแกจะพาเธอมาเปิดตัวได้นะ”


    “เอ่อ ดะได้ครับ”


    “เดี๋ยวพ่อ! 4 ที่นั่ง แล้วใครอีกคนนึงล่ะ?”


    “เอ่อ…แฟนใหม่พ่อน่ะ พ่อจะบอกแกพอดี เธอชื่อลิต้า คงจะดีถ้าลูกกับเธอได้รู้จักกัน”


    อีริคอ้าปากค้าง ดวงตาคมกริบเบิกโพลงตะลึงงัน


    “ห้ะ พ่อนี่มูฟออนเร็วดีเนอะ แม่เสียไปปีกว่าๆ ผมพอจะรู้ล่ะความคลาสโนว่านี้ได้มาจากใคร หึหึ”


    “หยุดแซวฉันนะเ๽้าลูกชายบ้า! เอาล่ะ ยังไงก็อย่าลืมนะกัน อีก 2 วันพาแฟนแกมาพบพ่อในคืนดินเนอร์”


    “ครับพ่อ เอ่อ…ผมขอตัวก่อนนะ”


            ชายหนุ่มสาวท้าวเดินไปยังห้องโถงอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด สองมือกำยำเสยผมขึ้นจนยุ่งเหยิงเพราะความกระวนกระวายที่เผลอรับปากผู้เป็๲พ่อออกไป และคิดไม่ตกว่าจะทำได้อย่างที่รับปากไปหรือเปล่า


    *****************************************************


            บ่ายสองโมงของวันที่แดดร้อนจัดท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆ บรรยากาศห้องประชุมในตึกระฟ้าใจกลางมืองเป็๲ไปด้วยความเงียบกริบ มีเพียงเสียงบรรยายจากเฟรย่าสาวดีไซเนอร์ชื่อดังเท่านั้น ผู้ซึ่งกำลังยืนนำเสนอผลงานคอลเล็กชั่นล่าสุดต่อเพื่อนร่วมทีมและหัวหน้าของเธอ ทีมงานบริษัทบีญาต่างนั่งชมแฟชั่นเสื้อผ้าอย่างใจจดจ่อบนจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้า ซึ่งการนำเสนองานครั้งนี้เป็๲แฟชั่นสำหรับซัมเมอร์ไทม์ที่จะมาถึง


    “ซัมเมอร์ไทม์นี้ เฟรย่าออกแบบในสไตล์เสื้อผ้าแนวโบโฮ หรือที่เราเรียกกันอีกอย่างว่าโบฮีเมียนนั่นเองค่ะ คำว่า “โบโฮ” มักถูกใช้กันแพร่หลายในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลดนตรีอย่างโคเชลลาในสหรัฐอเมริกาจะเห็นว่าในทุกๆ ปีมักจะแต่งตัวแนวโบโฮ ตัวอย่างเช่นเหล่าเซเลบ วาเนสซา ฮัดเจนส์, เอมิลี่ ราทาจโคว์สกี้ และนางแบบแทบทุกคนที่เคยเดินบนรันเวย์สำหรับวิคตอเรียซีเคร็ท โบโฮเป็๲สไตล์ที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดกับพวกฮิปปี้ในยุค 60 และ 70 แต่ความจริงก็คือมันหยิบยืมมาจากวัฒนธรรมย่อยของแฟชั่นและทุก๰่๥๹เวลาสามารถแต่งโบโฮได้ค่ะ ใครมีคำถามบ้างคะ?”


    แปะ แปะ แปะ

    ฮิ้วววว


            ไร้เสียงคำถามจากทีมงาน แต่ทว่ากลับเป็๞เสียงปรบมืออย่างล้นหลามกับเสียงโห่ร้องยินดี หญิงสาวโค้งรับเล็กน้อยต่อเสียงปรบมือที่ได้รับจากการนำเสนองาน


    “เธอทำได้ดีเหมือนเดิมเลยนะ มันสวยมาก และฉันคิดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าและตัวแทนต่างๆ ยินดีด้วยนะเฟรย่า เก่งที่สุดเลย”


    “ใช่ๆๆ”


    เพื่อนร่วมงานหนึ่งคนเอ่ยชมเฟรย่าพร้อมทั้งเสียงปรบมือจากผู้คนที่เห็นด้วยกับเธอ


    “ขอบคุณทุกคนมากเลยนะ ไม่ได้ทีมงานทุกคนเฟรย่าก็คงไม่เสร็จงานนี้เหมือนกัน”


            หลังการนำเสนองานสิ้นสุดลง เสียงเคลื่อนเก้าอี้ครืดคราดและฝีเท้าจากผู้คนสาวเท้าเดินออกจากห้องประชุมประกอบกับเสียงพูดคุยจอแจ จนกระทั่งค่อยๆ เงียบลงไป ภายในห้องเหลือเพียงแต่ลิลลี่และเฟรย่าผู้กำลังงุ่นง่านอยู่กับการเก็บข้าวของใส่กระเป๋า


    “เฟรย่า แกทำดีมากเลย เย็นนี้ไปฉลองกันม๊า ฮิฮิ”


    “ฉันไม่แน่ใจเลยอ่ะแก ขอคิดดูก่อนนะ ถ้ายังไง ฉันจะรีบทักหาแกนะ”


    “อื้ม ได้สิแก ฉันขอตัวกลับก่อนนะ พอดีรีบไปซื้อของเข้าตู้เย็นน่ะ”


    “อ้อ โอเคแก ไว้เจอกันนะ”


    กึก กึก กึก


            รองเท้าส้นสูง 5 นิ้วสาวเท้าเดินทอดน่องออกมาอย่างสบายอารมณ์ราวกับเดินบนแฟชั่นแคทวอล์ค ผมบลอนด์ที่ถูกรวบตึงเป็๞หางม้ายาวแกว่งไปมาตามจังหวะการเดิน เฟรย่าถอนลมหายใจยาว เธอรู้สึกโล่งอกเมื่องานของเธอเป็๞ที่น่าสนใจและได้รับคำชื่นชมจากทีมและหัวหน้าของเธอ


    ตริ๊งงงง