เมื่อถูกการโจมตีที่หลากหลายของฉางเฟิงทำให้ซุนมู่คาดเดาการโจมตีของฉางเฟิงไม่ได้เลยและไม่สามารถสวนกลับได้ถ้าเรื่องเต๋า เต๋ากระบี่ของซุนมู่ทรงพลังกว่าเต๋าของฉางเฟิงอย่างเห็นได้ชัดเพราะฉางเฟิงมีเต๋ามากมายที่ฝึกฝนแน่นอนอยู่แล้วจึงพัฒนาได้ช้าแต่ว่าฉางเฟิงกลับผสานการโจมตีของเต๋าต่างๆได้อย่างลงตัวทำให้การโจมตีไหลลื่นและไม่ติดขัดอะไร
เพราะแบบนั้นซุนมู่จึงไม่รู้เลยว่าฉางเฟิงจะโจมตีด้วยมีดกระบี่ ดาบหรือหอก และเพราะไม่รู้จึงยากที่จะป้องกัน
“บัดซบเขตแดนกระบี่” ซุนมู่รู้สึกโกรธมากที่ถูกคนที่มีพลังบ่มเพาะน้อยกว่าตนบังคับให้ใช้เขตแดนออกมา
เมื่ออีกฝ่ายใช้เขตแดนฉางเฟิงก็ต้องถอยออกมาจากนั้นดาบในมือของฉางเฟิงก็เปลี่ยนเป็นธนู
“แม้แต่ธนูก็ใช้ได้งั้นเหรอ”ซุนมู่คำรามด้วยความโกรธ
“ข้าคือจ้าวแห่งอาวุธอาวุธทั้งหมดในโลกข้าล้วนใช้ได้หมด เมื่อข้าถือดาบ ข้าก็คือเซียนดาบ ข้าถือกระบี่ข้าก็คือเซียนกระบี่”ฉางเฟิงกล่าว
“ไร้สาระผู้ฝึกฝนมั่วๆอย่างเจ้าไม่มีทางพัฒนาได้ใกลกว่านี้หรอกเจ้าจะต้องติดอยู่ในระดับเซียนจนวันตายไม่มีทางบรรลุระดับจักรพรรดิเซียนได้”ซุนมู่คำราม
“อย่างงั้นเหรอถ้างั้นเจ้าลองดูนี่หน่อยเป็นอย่างไร” สิ้นเสียงปราณโกลาหลถูกควบแน่นเป็นศรและถูกยิงออกไป
ซุนมู่ใช้กระบี่ในมือของตนฟาดฟันออกไปเพียงแต่เมื่อศรสัมผัสกับกระบี่ซุนมู่รู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติจากศรที่ปัดทิ้งออกไป
“เกิดอะไรขึ้นข้ารู้สึกว่าปราณกระบี่กำลังสั่นไหว”ซุนมู่ตกใจ
“ข้าจะแสดงให้เห็นว่าอัจฉริยะเขาเป็นแบบใหน”ฉางเฟิงพุ่งเข้ามาพร้อมกับปราณโกลาหลระเบิดออกมาจากร่าง
“เขตแดนโกลาหล”พริบตาเขนแดนของฉางเฟิงก็เข้าปะทะกับเขตแดนกระบี่ของซุนมู่ทันที
“อึกบ้าน่าเขตแดนของข้ากำลังสั่นไหวเหมือนจะถูกทำลาย เป็นไปไม่ได้เต๋ากระบี่ของข้าคือเต๋าระดับสูงเลยนะ”ซุนมู่กรีดร้องออกมา
“แต่ของข้ามันคือเต๋าระดับสูงสุด”เขตแดนโกลาหลค่อยๆผลักดันเขตแดนของซุนมู่ออกไปและเมื่อสัมผัสกับเขตแดนโกลาหลความมั่นคงของเขตแดนกระบี่ก็เริ่มสั่นใหวและเหมือนจะพังทลายได้ทุกเมื่อ
“บ้าเอ้ยข้าไม่ยอมรับ โลกที่กำลังจะล่มสลายจะมีความสามารถแบบนี้ได้อย่างไร” ซุนมู่กรีดร้องอีกครั้ง
“มู่เอ๋อรีบถอยออกมาชายคนนั้นมีสายเลือดของภูติโกลาหล สายเลือดของผู้ปกครองโลก” ซุนเต๋าที่กำลังต่อสู้กับผู้นำตระกูลซวนหยวนเป็นสถานการณ์ของหลานชายไม่ดีจึงคำรามออกมา
“สายเลือดผู้ปกครองสายเลือดที่วังสวรรค์กำลังตามหานั่นหนะเหรอ” ซุนมู่รีบถอยออกไปทันที
“ไม่ทันแล้วเนตรโกลาหล” ดวงตาข้างซ้ายของฉางเฟิงส่องสว่างสีทองออกมาพริบตาพลังจิตที่ทรงพลังก็ระเบิดในร่างของซุนมู่ จิตโกลาหลทำให้พลังในร่างของซุนมู่กลายเป็นสับสนวุ่นวายและควบคุมไม่ได้
“อ๊ากกกกกกกก”ซุนมู่กรีดร้องออกมาพร้อมกับใช้ความพยายามทั้งหมดควบคุมพลังในร่างของตนอย่างสุดความสามารถเพราะถ้าขืนปล่อยไว้ธาตุไฟจะเข้าแทรกและอาจจะตกสู้ห้วงของมารร้ายได้
“ตาย!!!!!!!!”ฉางเฟิงพุ่งเข้ามาและยกดาบขึ้นใช้แยกสวรรค์โจมตีออกไป
“วิ้ง!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองยันต์แผ่นหนึ่งก็ปรากฏออกจากร่างของซุนมู่และสร้างม่านพลังป้องกันเอาไว้ทำให้การโจมตีของฉางเฟิงไร้ผลและฉางเฟิงถูกผลักให้ถอยออกไป
“ยันต์ของจักรพรรดิเทพดูเหมือนเจ้าจะมีของดีไม่น้อย ถ้างั้น ช่วงชิงชีวิต” ดวงตาสีเขียวข้างขวาจ้องมองไปยังร่างขอซุนมู่และช่วงชิงพลังชีวิตของอีกฝ่ายออกมาถ้าจะนับเป็นอายุขัยซุนมู่ได้สูญเสียอายุขัยไปแล้ว 200 ปี
“เอือก!!!!!!”ซุนมู่กระอักเลือดหมดสติทันที
“มู่เอ๋อ!!!!!!!!”ซุนเต๋าระเบิดพลังออกมาผลักให้ผู้นำตระกูลซวนหยวนถอยออกไปและพุ่งเข้ามารับร่างของซุนมู่เอาไว้
“เจ้าเดรัจฉานแค้นในครั้งนี้ข้าจะต้องมาเอาคืนแน่ พวกเราถอย!!!!!” ซุนเต๋าปลดปล่อยการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดเปิดทางให้กับคนของตนทันที
“พวกเราไป!!!!!!!!!!!”โม่จ้านที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพากันหลบหนีทันที
“ไม่ต้องตามไป”ผู้นำตระกูลซวนหยวนเห็นคนอื่นๆเตรียมตามไปจึงรีบออกคำสั่งทันที
การต่อสู้ที่พึ่งเกิดทำให้เขารู้ว่าความแข็งแกร่งของโลกกระบี่ไม่ธรรมดามากจริงๆมรดกและเคล็ดวิชาที่อีกฝ่ายฝึกฝนนั้นล้วนเป็นเคล็ดวิชาระดับเทพหรือจักรพรรดิเทพทั้งนั้น
“เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากจริงๆ”เจี้ยนอี้เองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
“ตอนนี้อีกฝ่ายได้รับความสูญเสียหนักมากคงจะไม่ลงมือในเร็วๆนี้และรอกองหนุนอย่างแน่นอน”ฉางเฟิงกล่าว
“นั่นสินะการต่อสู้ครั้งนี้หลายคนคงได้รับประโยชน์ไม่น้อย เอาเวลาที่เหลือมาย่อยสิ่งที่ได้รับดีกว่า”โหลวหลานกล่าว
พวกฉางเฟิงกลับแนวป้องกันและพักฟื้นพร้อมกับย่อยความรู้ที่ได้จากการต่อสู้ทันทีหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ขั้นเซียนที่ติดคอขวดตลอดมาในที่สุดก็ทะลวงระดับจักรพรรดิเซียนได้
แม้แต่ฉางเฟิงยังได้รับประสบการณ์ดีๆเช่นกันเต๋ากระบี่ของฉางเฟิงพัฒนาขึ้นมากและการใช้อาวุธต่างๆของฉางเฟิงก็พัฒนาขึ้นทั้งหมด
“จากที่เคอหยินบอกมาซุนมู่เป็นแค่อัจฉริยะระดับกลางของนิกายเทพกระบี่เท่านั้นส่วนอัจฉริยะระดับสูงยังไม่ถูกส่งออกมาเพราะพวกนั้นล้วนเป็นจักรพรรดิเซียนกันหมดแล้ว”ฉางเฟิงคิด
ฉางเฟิงสร้างร่างพลังจิตออกมาหลายร่างและแยกกันศึกษาเต๋าเพื่อยกระดับพลังของตนเองทันทีส่วนพวกซุนเต๋าหลังจากได้รับความพ่ายแพ้พวกซุนเต๋าและโม่จ้านก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันอีกเพราะตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าศัตรูของพวกเขาไม่ธรรมดาและประมาทไม่ได้
ส่วนเคอหยินนางรู้สึกพึงพอใจมากเพราะกองกำลังที่เหลือตอนนี้มีไม่ถึงครึ่งในตอนที่ออกมาด้วยซ้ำและถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูของระดับสูงในนิกายพวกซุนเต๋าย่อมต้องถูกลงโทษอย่างไม่ต้องสงสัย
“ยังไม่พอข้าจะทำให้พวกเจ้าสูญเสียมากกว่านี้” เคอหยินคิด
“มันเป็นไปได้ยังไงศัตรูมาดักอยู่ด้านหลังพวกเราได้ยังไง”โม่จ้านคำราม
“หรือว่าพวกมันจะรู้ถึงการเคลื่อนไหวของพวกเราตลอด”ปู้หลิงกล่าว
“ไม่ใช่ว่าพวกเรารอบคอบแล้วงั้นเหรอถึงกับใช้พลังจิตปกปิดการเคลื่อนไหวของพวกเราไม่ให้อีกฝ่ายรู้”โม่จ้านกัดฟันกล่าว
“อีกฝ่ายย่อมมีผู้ใช้พลังจิตที่ทรงพลังแน่หรือไม่ก็ทางพวกเรามีสายลับคอยแทรกซึมอยู่” ปู้หลิงกล่าว
“นั่นเป็นไปไม่ได้พวกเราพึ่งจะมาถึงที่แห่งนี้ได้ไม่นานการที่อีกฝ่ายจะเตรียมสายลับเอาไว้แบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้น”เคอหยินกล่าว
“อย่างที่ศิษย์น้องกล่าวเรื่องสายลับคงเป็นไปไม่ได้ แต่พวกมันอาจจะจับตัวศิษย์ของพวกเราไปและใช้พลังจิตควบคุมให้คอยบอกข้อมูลอันนี้ก็ไม่แน่”ซุนเต๋ากล่าวด้วยความโกรธ
“ตรวจสอบตรวจสอบให้หมด ไม่ว่าใครก็ต้องถูกตรวจสอบเราจะไม่ยอมสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว”พวกโม่จ้านรีบออกไปตรวจสอบศิษย์และผู้อาวุโสที่เหลือทันที