ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    สถานการณ์วุ่นวาย

    ณ คฤหาสน์ของหนานหมิง

    เวลานี้หนานหมิงกำลังอ่านรายงานที่หน่วยข่าวกรองของเขาส่งมาให้

    “ ตำหนักมารสวรรค์? ” หนานหมิงหรี่ตาลงจากนั้นเขาก็อ่านข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

    ทำลายโลกไปมากกว่าร้อยใบ เรียกได้ว่าเป็นพวกที่บ้าคลั่งมากจริงๆ แถมดูเหมือนว่ายิ่งพวกมันทำลายโลกมากเท่าไหร่ความแข็งแกร่งของพวกมันก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นอีกด้วย

    เวลานี้กองกำลังทั้งหลายในเส้นทางจิวหยางต่างก็หวาดกลัวตำหนักมารสวรรค์เป็นอย่างมาก พวกเขาถึงขั้นย้ายฐานที่อยู่หนีจากพวกมันทันที ตอนนี้กองกำลังระดับสูงหลายแห่งมุ่งหน้ามายังเขตการปกครองของตระกูลจางเพื่อลี้ภัย

    กองกำลังทั้งหลายรู้ดีว่าต่อให้ไปตระกูลจิวพวกเขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จะมีก็แต่ตระกูลหนานเท่านั้นที่พอที่จะทำให้พวกเขารู้สึกถึงความปลอดภัย ถ้าหากตระกูลหนานยังพ่ายแพ้เช่นนั้นพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่หลบหนีออกจากเส้นทางจิวหยางเท่านั้น

    “ ให้ตายเถอะ หลังจากที่ทำลายองค์กรแสงทมิฬไปไม่ทันไรก็มีตำหนักมารสวรรค์โผล่มาอีก ” หนานหมิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

    ในขณะนั้นเองหนิงขวงก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารบางอย่าง

    “ นายท่านนี้คือข้อมูลที่ตระกูลจิวส่งมาให้ขอรับ แล้วก็พวกเขากำลังเดินทางมาหานายท่านพร้อมกับผู้นำเขตปกครองอีกสี่แห่ง ” หนิงขวงกล่าวขึ้น

    หนานหมิงหยิบเอาเอกสารที่หนิงขวงให้มาก่อนที่จะเริ่มอ่านมันทันที

    ไม่นานหนานหมิงก็พอที่จะทราบข้อมูลของตำหนักมารสวรรค์คร่าวๆแล้ว

    “ ที่แท้พวกมันก็เป็นพวกเศษเดนที่เหลือรอดจากการถูกตระกูลเฟิงทำลายเมื่อหลายล้านปีก่อน กินสิ่งมีชีวิตเพื่อแข็งแกร่ง กินชีพจรโลกเพื่อเติบโต เช่นนั้นก็ไม่แปลกที่พวกมันจะทำลายโลกมากมายขนาดนี้ แถมพวกมันก็ยังแข็งแกร่งขึ้นในเวลาอันสั้นอีกด้วย ” หนานหมิงหรี่ตาลง

    “ หนิงขวงเจ้าเจ้าออกคำสั่งให้ หลู่เซียงเป็นผู้นำกลุ่มนำเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ห้าคนและเซียนอมตะขั้นต้นรวมไปถึงเซียนนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์จำนวนมากมุ่งหน้าไปยังเขตการปกครองของสำนักเซียนเพลิงครามและสังหารพวกตำหนักมารสวรรค์ให้หมด นอกจากนี้เก็บข้อมูลของพวกมันมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกด้วย ข้าเชื่อว่าพวกมันจะต้องรู้ข่าวเรื่องของพวกเราอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นพวกมันก็น่าจะมุ่งเป้ามาที่นี้ เพราะถ้าหากพวกมันสามารถเอาชนะตระกูลหนานได้ พวกมันก็จะกลิ่นกินตระกูลหนานและจะยิ่งทำให้พวกมันแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า ” หนานหมิงกล่าวขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง

    “ ขอรับนายท่าน ข้าน้อยจะรีบจัดการทันที ” หนิงขวงตอบรับก่อนที่จะรีบไปจัดการทันที

    เพียงไม่นานตระกูลหนานก็ทราบข่าวเรื่องของตำหนักมารสวรรค์ที่กำลังโด่งดัง พวกเขารู้สึกตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แต่เมื่อพวกเขาได้สติและพบว่าความจริงแล้วตระกูลหนานของพวกเขาก็มียอดฝีมือระดับเซียนอมตะอยู่ พวกเขาจึงรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก

    ไม่นานเรือบินตระกูลหนานที่นำโดยหลู่เซียงก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเขตปกครองสำนักเซียนเพลิงคราม

    ทางด้านของโลกเทียนจวินก็มีการเตรียมตัวป้องกันเช่นกัน หนานหมิงได้ส่งต่งเจี้ยนซึ่งเป็นยอดฝีมือระดับจ้าวเซียนขั้นสมบูรณ์คุ้มครองโลกเทียนจวินอยู่ด้านนอก 

    ด้วยความแข็งแกร่งของต่งเจี้ยนต่อให้ตำหนักมารสวรรค์ยกทัพมานับหมื่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ต่งเจี้ยนเอาจริงได้

    หลังจากที่หนานหมิงจัดการปัญหาต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังถ้ำของเนี่ยหงอีเพื่อที่จะตรวจสอบว่าตอนนี้พลังของชีพจรโลกพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว

    เมื่อมาถึงถ้ำของเนี่ยหงอี หนานหมิงก็เห็นว่าตอนนี้นางกำลังพูดคุยอยู่กับสตรีนางหนึ่งอยู่ ซึ่งสตรีผู้นี้มีนามว่า ซินเหยียน นางเป็นคนของตระกูลหนาน เมื่อประมาณครึ่งปีก่อนนางบังเอิญมาเจอถ้ำของเนี่ยหงอี จากนั้นนางและเนี่ยหงอีก็พูดคุยกันอย่างถูกคอ ก่อนที่ทั้งสองจะสนิทกันราวกับสหายสนิทฃ

    ด้วเหตุนี้ทำให้เนี่ยหงอีอนุญาตให้ซินเหยียนเข้ามาในถ้ำของนางและสามารถฝึกฝนภายในถ้ำของนางได้ เพราะภายในถ้ำของนางมีพลังวิญญาณที่หนาแน่นกว่าภายนอกมาก ซึ่งเหมาะแก่การฝึกฝนเป็นอย่างมาก

    ซึ่งซินเหยียนเองก็ได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนภายในถ้ำของเนี่ยหงอีด้วยเช่นกัน เพราะมันทำให้นางพัฒนาได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า

    เมื่อซินเหยียนเห็นหนานหมิง นางก็รีบลุกขึ้นและทำความเคารพทันที ถึงอย่างไรหนานหมิงก็นับว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่สำหรับตระกูลหนานอยู่แล้ว ต่อให้เป็นผู้อาวุโสเมื่อเจอกับหนานหมิงพวกเขาก็ยังให้ความเคารพอย่างสูงด้วยซ้ำ

    “ ตามสบายข้าแค่มาดูว่าตอนนี้ชีพจรโลกเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ” หนานหมิงกล่าวขึ้น

    ยิ่งหนานหมิงเดินเข้าใกล้ชีพจรโลกมากเท่าไหร่ พลังวิญญาณก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเป็นไอน้ำสีขาวกระจายอยู่รอบๆ 

    แถมในระหว่างที่เดินหนานหมิงก็เห็นว่าข้างทางเต็มไปด้วยปีศาจพฤกษาที่นอนหลับอยู่ พวกมันได้ดูดซัพพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้พวกมันแข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งบางตัวเป็นถึงเซียนศักดิ์สิทธิ์แล้วด้วยซ้ำ

    เมื่อเผ่าปีศาจพฤกษาสัมผัสได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตกำลังเดินมาพวกมันจึงเปิดตาขึ้น และเมื่อเห็นว่าคนที่เดินมาคือหนานหมิงพวกมันก็ได้ใช้พลังบางอย่างทำให้พื้นที่ในการเดินเดินของหนานหมิงเต็มไปด้วยดอกไม้ที่สวยงามและยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย

    หนานหมิงยิ้มและไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพราะทุกครั้งที่เขามาพวกปีศาจพฤกษาก็มักจะทำแบบนี้ให้กับเขาเป็นประจำ

    สำหรับเผ่าปีศาจพฤกษาแล้ว หนานหมิงเปรียบเสมือนกับพระเจ้าที่ทำให้พวกมันสามารถใช้ชีวิตคู่กับต้นไม้โลกได้อีกครั้ง ถ้าหากไม่มีหนานหมิง พวกมันก็คงไม่มีโอกาสได้สำผัสกับต้นไม้โลกเป็นแน่ เพราะแบบนี้สถานะของหนานหมิงในใจของเผ่าปีศาจพฤกษาคือคนที่ไม่มีใครสามารถมาแทนที่ได้

    หลังจากที่มาถึงชีพจรโลก หนานหมิงก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้พลังของชีพจรโลกพัฒนาขึ้นมากกว่าครั้งก่อนแล้ว คาดว่าอีกไม่นานชีพจรโลกก็จะพัฒนาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นโลกใบนี้ก็จะสามารถรองรับพลังของเซียนนิรันดร์ได้สำเร็จ และโลกใบนี้ก็จะมีเซียนนิรันดร์มากขึ้นกว่าเดิม

    “ น่าจะอีกสักครึ่งปีชีพจรโลกก็น่าจะพัฒนาขึ้นแล้ว ”เนี่ยหงอีที่ลอยมาข้างๆกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ

    สำหรับนางแล้วยิ่งโลกเทียนจวินเติบโตมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น

    “ ครึ่งปีงั้นหรอ…ก็ไม่นานเท่าไหร่ ” หนานหมิงพยักหน้ารับก่อนที่จะพูดคุยกับเนี่ยหงอีเล็กน้อยและจากไป

    สำหรับเนี่ยหงอี การที่นางมีซินเหยียนก็ทำให้นางไม่ได้เหงาอีกต่อไป แม้ว่าบางครั้งนางจะสนทนากับเผ่าปีศาจพฤกษาแต่มันก็ไม่เหมือนกับการสนทนาระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน

    เวลานี้หนานหมิงก็ได้มุ่งหน้าไปยังพื้่นที่เขตปกครองของสำนักเซียนเพลิงครามด้วยตัวเอง เนื่องจากหนานหมิงได้รับข่าวว่าตอนนี้สำนักเซียนเพลิงครามถูกตำหนักมารสวรรค์ทำลายไปแล้ว 

    ยอดฝีมือของสำนักเซียนเพลิงครามได้หนีตายออกมาได้สำเร็จแต่ส่วนมากก็ถูกสังหารและกลืนกินโดยพวกตำหนักมารสวรรค์

    ตอนนี้ความแข็งแกร่งของตำหนักมารสวรรค์นับว่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก พวกมันมียอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์หลายร้อยคน เซียนอมตะมากว่ายี่สิบคนเข้าไปแล้ว 

    ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ของเขตปกครองของสำนักเซียนเพลิงครามวุ่นวายอย่างมาก กองกำลังทั้งหลายที่เป็นศัตรูกันก็เปิดฉากต่อสู้กันทันที เพราะในอดีตพวกเขามีสำนักเซียนเพลิงครามคอยคุ้มกันอยู่ ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะทำให้พื้นที่ในเขตการปกครอง

    หลังจากที่สำนักเซียนเพลิงครามถูกทำลาย กองกำลังเหล่านั้นจึงฉวยโอกาสนี้ในการสร้างความวุ่นวายและทำให้เกิดการต่อสู้ทั่วทุกพื้นที่ของสำนักเซียนเพลิงคราม

    นอกจากนี้กองกำลังจำนวนมากได้หันไปเข้าร่วมกับตำหนักมารสวรรค์อีกด้วย ทำให้ตอนนี้ความแข็งแกร่งของตำหนักมารสวรรค์ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

     หนานหมิงจึงมาที่สำนักเซียนเพลิงครามเพื่อช่วยเหลือพวกเขา แถมหนานหมิงต้องการที่จะใช้ช่วงเวลานี้ในการฝึกฝนการต่อสู้อีกด้วย เนื่องจากในตอนที่องค์กรแสงทมิฬปรากฏตัว หนานหมิงไม่ได้ต่อสู้กับพวกเขาเพราะความแข็งแกร่งนั้นแตกต่างกันเกินไป เพราะตอนนี้ความแข็งแกร่งของหนานหมิงอยู่เพียแค่เซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นปลายเท่านั้น จึงไม่สามารถต่อสู้กับพวกสิบสามพิทักษ์หรือแม้กระทั้งเซียนนิรันดร์ทขั้นกลางหรือสูงกว่านั้นได้

    แต่ในสถานการณ์ตอนนี้มันแตกต่างกัน อย่างน้อยๆเซียนนิรันดร์ขั้นต้นหรือเซียนศักดิ์สิทธิ์ของพวกตำหนักมารสวรรค์มาหลายพันคน ซึ่งมันทำให้หนานหมิงสามารถฝึกฝนการต่อสู้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้แถมยังไม่ต้องออมมือเพราะกลัวว่าคู่ต่อสู้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย

    บนเรือบิน หนาหมิงกำลังอ่านรายงานที่หลู่เซียงส่งมาให้ โดยที่พวกเขาไปถึงพื้นที่ปกครองของสำนักเซียนเพลิงครามแล้ว แต่ด้วยความที่สำนักเซียนเพลิงครามตั้งอยู่ห่างไปไกลเล็กน้อย ทำให้เมื่อหลู่เซียงไปถึงสำนักเซียนเพลิงครามก็ถูกทำลายลงไปแล้ว

    โชคดีที่ยอดฝีมือระดับสูงของสำนักเซียนเพลิงครามสามารถหลบหนีออกมาได้บางส่วน แต่ยอดฝีมือส่วนมากได้ต่อสู้จนตัวตายไปพร้อมกับตำหนักมารสวรรค์

    เพียงแต่ไม่ว่าพวกเขาจะต่อสู้อย่างไรกับพวกตำหนักมารสวรรค์ พวกตำหนักมารสวรรค์ก็ปรากฏตัวขึ้นเรื่อยๆราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด ทำให้ท้ายที่สุดแล้วสำนักเซียนเพลิงครามก็ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป

    ทางด้านของเจ้าสำนักเซียนเพลิงคราม เขาก็ได้สละชีวิตของตัวเองเพื่อให้ยอดฝีมือของสำนักหลบหนีไปได้ เรียกไดว่าถ้าหากไม่มีเจ้าสำนักเซียนเพลิงครามสละชีวิตของตัวเอง เกรงว่ายอดฝีมือของพวกเขาคงไม่สามารถหลบหนีได้เยอะขนาดนี้

    หลังจากที่สำนักเซียนเพลิงครามถูกทำลาย ตำหนักมารสวรรค์เข้ามาแทนที่ พวกมันได้ทำการไล่ล่าสังหารเซียนและทำลายโลกไปเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของพื้นที่เขตการปกครองของสำนักเซียนเพลิงครามวุ่นวายแบบสุดๆ

    หนานหมิงอ่านข้อมูลที่หลู่เซียงส่งมาให้เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา 

    “ การปรากฏตัวของตำหนักมารสวรรค์ทำให้เกิดเรื่องมากกว่าตอนที่องค์กรแสงทมิฬเสียอีก ” หนานหมิงส่ายหน้าช้าๆพร้อมกับมองดูดวงดาวในอวกาศไปด้วย

    การเดินทางในครั้งนี้หนานหมิงได้นำยอดฝีมือของตระกูลหนานมาเพิ่มอีกหลายหมื่นคน ซึ่งส่วนมากจะเป็นเพียงแค่เซียนทองคำและเซียนศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเซียนนิรันดร์และอมตะก็นำมาเพิ่มอีกไม่กี่คน

    ซึ่งหนานหมิงเองก็ต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ในการฝึกฝนศิษย์และผู้อาวุโสตระกูลหนานไปด้วยเช่นกัน

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน

    ในที่สุดตอนนี้ตระกูลหนานก็มาถึงพื้นที่เขตการปกครองของตระกูลหนานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

    ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโลกเทียนหวง ซึ่งเป็นโลกที่ตระกูลหนานใช้เป็นฐานบัญชาการในการต่อสู้กับพวกตำหนักมารสวรรค์

    หลังจากที่มาถึงโลกเทียนหวง พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ของอาณาจักรโจวเสวียน ซึ่งเป็นอาณาจักรท่ี่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดติดหนึ่งในสี่ของโลก

    สำหรับความแข็งแกร่งของโลกเทียนหวงไม่ได้สูงมากนัก ซึ่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นเพียงแค่เซียนทองคำขั้ปลายเท่านั้น 

    ณ แคว้นเหอหลุน ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่แคว้นหลักของอาณาจักรโจวเสวียน 

    ภายในคฤหาสน์ของตระกูลหนานที่ถูกซื้อโดยหลู่เซียง

    หลังจากที่หนานหมิงมาถึงพวกเขาก็ได้รับการต้อนรับจากหลู่เซียงและยอดฝีมือคนอื่นๆที่เดินทางมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว

    “ สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง? ” หนานหมิงถามขึ้นกับหลู่เซียง

    หลู่เซียงถอนหายใจและส่ายหน้าเบาๆ

    “ ร้ายแรงมากขอรับนายท่าน เนื่องจากต่อให้สังหารพวกมันไปเท่าไหร่ พวกมันก็จะโผล่มาใหม่ตลอดเวลา แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกมันจะไม่ได้เยอะมากแต่เรื่องจำนวนคงต้องยกให้พวกมันจริงๆ พวกมันเหมือนกับพวกที่ไม่รู้จักตายอีกด้วย 

    คนของพวกเราสังหารพวกตำหนักมารสวรรค์ไปไม่ต่ำกว่าหลักล้านคนแล้ว แต่พวกมันก็ยังบุกโจมตีพวกเราอยู่เรื่อยๆ ข้าคิดว่าวิธีการเดียวคือต้องสังหารตัวหัวหน้าของพวกมัน เมื่อนั้นพวกมันก็จะไม่สามารถกระจายความเป็นอสูรให้กับคนอื่นๆได้ เพราะแบบนี้ข้าจึงได้สั่งให้คนของพวกเราตามหาที่อยู่ของตำหนักมารสวรรค์แล้วขอรับ ” หลู่เซียงกล่าวขึ้น

    หนานหมิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ เช่นนั้นก็ให้คนที่ข้าพามาช่วยกันตามหาด้วยแล้วกัน แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละสิบคนโดยมีเซียนนิรันดร์สองคนเป็นผู้นำกลุ่ม ส่วนที่เหลือก็แบ่งจำนวนตามที่เจ้าเห็นว่าดี ” 

    เซียนนิรันดร์ที่หนานหมิงพามาในตอนนี้มีเพียงแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้น ซึ่งส่วนมากจะเป็นเซียนิรันดร์ขั้นต้นและมีเซียนนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์เพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้น

    “ เข้าใจแล้วขอรับนายท่าน ข้าจะไปจัดการตามที่ท่านสั่งมาทันที ” หลู่เซียงกล่าวจบเขาก็ออกคำสั่งกับคนสนิทให้จัดการทันที

    หลังจากนั้นหลู่เซียงก็พาหนานหมิงไปพักที่คฤหาสน์ที่จัดเตรียมเอาไว้ให้