ณ จักรวาลแห่งหนึ่งได้มีดาวเคราะห์สีน้ำเงินอันสวยงามที่เทพทุกองค์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รู้จักกันในนามว่า โลก เป็ดวงดาวที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดั้แ่จักรวาลแห่งนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมา อีกทั้งยังเต็มไปด้วยพลังงานธรรมชาติและพลังจิติญญาอย่างหนาแน่น
สิ่งมีชีวิตหลากหลายเผ่าพันธุ์ต่างก็อาศัยอยู่ร่วมกันบนโลกแห่งนี้มานับล้านล้านปี นอกจากนี้ยังมีเผ่าพันธุ์เทพและมาร ที่กำลังซ่อนตัวและอาศัยอยู่ในดินแดนลึกลับ ที่ใดสักแห่งบนในโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน
บนดาวแห่งนี้มีตำนานที่ได้กล่าวถึงสิ่งของวิเศษและล้ำค่าที่สุดั้แ่จักรวาลนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมา พร้อมทั้งข่าวลือว่าของสิ่งนี้ได้ถูกซุกซ่อนอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกอีกด้วย สิ่งที่ว่านี้ก็คือ "น้ำอมฤต"
"น้ำอมฤต" เป็หยดน้ำที่สามารถทำให้ใครก็ตามที่ดื่มกินมันลงไปจะกลายเป็ะชั่วนิรันดิ์กาลและสามารถเพิ่มพูนพลังอำนาจของผู้ที่ดื่มกินให้กลายเป็ เทพา ผู้ที่ทรงอำนาจและเป็พลังในระนาบสูงสุดที่สามารถปกครองได้ทั้งจักรวาลอีกด้วย
ไม่มีใครรู้ว่าน้ำอมฤตเกิดจากสิ่งใดและใครเป็ผู้สร้างมันขึ้นมา แม้กระทั่งลักษณะหน้าตาที่แท้จริงก็มิเคยมีผู้ใดได้พบเห็นมาก่อน แต่มันกลับทำให้เกิดาระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและมาร หวังจะแย่งชิงมาไว้ให้ได้
ด้วยความที่ทั้งสองเผ่า เป็เผ่าพันธุ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในจักรวาล การลงมือแต่ละครั้ง ย่อมส่งผลกระทบต่อทุกสรรพชีวิตที่อยู่ใกล้ให้ตกตายไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ จึงทำให้ไม่มีใครกล้าสอดมือไปยุ่งาในครั้งนี้ด้วยได้ ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูอย่างหวาดกลัวเช่นนั้นตลอดมาหลายพันปี
หลายพันปีผ่านไปทุกอย่างบนโลกก็คล้ายว่าจะกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง เผ่าเทพและมารเลิกทำาต่อกันและต่างเก็บตัวออกห่างจากโลกภายนอกอย่างปริศนา
จักรพรรดิมารยกทัพกลับไปอยู่อาศัยที่ทวีปมืดอย่างสงบ ส่วนเผ่าเทพก็หายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอย น้อยครั้งนักที่จะเห็นคนของทั้งสองเผ่าเผยตัวออกมาให้ได้เห็นกัน จนผู้คนต่างก็เห็นพ้องกันและแบ่งฝ่ายกันเคารพบูชาทั้งเทพและมาร เพื่ออำนวยอวยพรให้คนของตนเองเจริญรุ่งเรืองตามที่ปรารถนา โดยแลกกับการทำพิธีบวงสรวงบูชาเทพหรือมารที่ตนเองนับถือ
แต่ทว่าจู่ ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกใบนี้ขึ้นอีกครั้ง เป็โศกนาศกรรมที่ทำให้เหล่าสัตว์และอสูรน้อยใหญ่เกือบทุกเผ่าพันธุ์ต่างถูกล่าสังหารอย่างไร้ความปราณี เกิดจากน้ำมือของเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ทุกประการและได้ขนานนามตนเองว่า "นักผจญภัย"
นับั้แ่การปรากฏตัวเมื่อหลายปีก่อน ของวิหารศักดิสิทธิ์เทพแท้จริงโบราณ (The Temple of Real Ancient God) จำนวนมากในพื้นที่เกือบทุกทวีป
วิหารปริศนาเหล่านี้เปรียบเสมือนประตูมิติที่ปล่อยให้นักผจญภัยจากต่างโลกเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งบนโลกให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะพวกเขานั้นเขามาและมีเป้าหมายเพื่อกอบโกยสรรพยากรอันมีค่าทุกอย่างไปเป็ของตนเอง
ในตอนนี้โลกทั้งใบถูกเปรียบเสมือนไร่นาและพืชผลอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนนักผจญภัยคือฝูงตั๊กแตนที่พร้อมเข้ามาตักตวงทุกสิ่งทุกอย่างและเหลือทิ้งเอาไว้เพียงแต่เศษซากมูลฝอยที่ตนเองทิ้งเอาไว้
แต่ก็ได้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยอมรับนับถือในตัวพวกเขาและยินยอมแลกเปลี่ยนของมีค่าที่ตนมีกับพลังและอำนาจอันแสนจะเย้ายวนใจ
ไม่ว่าจะพลังในการต่อสู้ พลังในการรักษา ศาสตร์แห่งเวทย์มนต์ทั้งหลายทั้งปวง และคำสาปอีกมากมาย จนในตอนนี้โลกทั้งใบที่เคยสุขสงบ ก็ไม่เหลือเค้าเดิมอย่างสิ้นเชิง
ทุกดินแดนที่นักผจญภัยไปถึง จะปรากฏการนองเืและการแก่งแย่งชิงดีและาระหว่างอาณาจักร
พวกนักผจญภัยได้พยายามเข้าดินแดนแต่ละแห่งเป็ของตน ก่อนจะเริ่มวางแผนขยายถิ่นฐานและสร้างอำนาจของตนเองขึ้นมา ก่อนจะสถาปนาตนเองขึ้นปกครองอาณาจักรต่าง ๆ ในอีกหลายแห่งทุกทวีป
หลายอาณาจักรที่้าพลังอำนาจและวิทยาการความรู้ของนักผจญภัย ก็ได้ยอมทำพันธสัญญากับนักผจญภัย แลกกับสรรพยากรและของวิเศษ ไม่ว่าจะเป็เคล็ดวิชาลับหรือของวิเศษประจำสำนัก เพื่อให้สำนักหรืออาณาจักรของตนเองได้ใหญ่โตและเข้มแข็งขึ้นและเพื่อเป็การป้องกันไม่ให้ตนเองถูกกดขี่ข่มแหงจากอาณาจักรอื่น ๆ อีกด้วย
จนทุกวันนี้การอยู่ร่วมกับเหล่านักผจญภัย กลายเป็สิ่งที่จำเป็และขาดไม่ได้สำหรับผู้คนบนโลกใบนี้อีกแล้ว...
----------------------------------
พลังฝีมือบนโลกแห่งจะถูกแบ่งออกเป็ 11 ระดับจากต่ำไปถึงสูง ได้แก่
ระดับพื้นฐาน เป็ขั้นตอนการฝึกฝนร่างกายที่สำคัญมากประกอบไปด้วยระดับ
- กล้ามเนื้อ
- กระดูก
- เส้นเอ็น
- ิั
**เมื่อฝึกจนถึงขั้นิัจนสมบูรณ์ ร่างกายก็จะสามารถทนต่อการถูกโจมตีจากพลังหรือจากการปลดปล่อยพลังจิตได้นั่นเอง
บนโลกแห่งนี้จะมีเคล็ดวิชาการฝึกจิตและสมาธิมากมายหลานแขนง โดยทุกคนบนโลกแห่งนี้จะเรียกกันว่า พลังจิติญญา หรือที่ผู้คนทั่วไปเข้าใจว่ามันคือพลังลมปราณหรือกำลังภายในนั่นเอง ยิ่งฝึกพลังจิติญญาสูงขั้นเท่าไหร่ อานุภาพและพลังที่ผู้ใช้แสดงออกมาผ่านเคล็ดวิชากระบวนท่าจะยิ่งเหนือล้ำมากขึ้นเท่านั้น โดยระดับของพลังจิติญญาทั้งหมดจะมีดังนี้
ระดับสำเร็จวิชา เป็ขั้นเริ่มต้นของผู้ฝึกจิตและสมาธิ หรือผู้ใดก็ตามที่ฝึกร่างกายในขั้นพื้นฐานจนสมบูรณ์แล้วก็จะก้าวข้ามมาในระดับนี้ทันที เนื่องการการฝึกร่างกายทั้งหมดเป็การฝึกจิตและสมาธิขั้นต้นนั่นเอง
ระดับของพลังจะมีขั้นย่อยทั้งหมด 10 ขั้นเหมือนกันทุกระดับ โดยจะถูกกำหนดเอาไว้ว่า
สามขั้นแรก เรียกว่า ระดับสำเร็จวิชาขั้นต้น
สามขั้นต่อไป เรียกว่า ระดับสำเร็จวิชาขั้นกลาง
สามขั้นต่อไป เรียกว่า ระดับสำเร็จวิชาขั้นสูง
ขั้นสุดท้ายเป็ขั้นครึ่งก้าวก่อนจะยกระดับพลังเข้าสู่อีกระนาบ ที่เป็ระดับสูงส่งขึ้นไปอีกขั้น โดยจะถูกเรียกว่า ระดับสำเร็จวิชาขั้นสุดยอด สรุปว่าพลังในแต่ละระดับจะมีขั้นย่อยทั้งหมด 10 ระดับนั่นเอง
ระดับยอดฝีมือ เป็ระดับที่สามารถใช้พลังจิตและสมาธิออกมาใช้งานให้มีอานุภาพออกมาได้โดดเด่นเหนือผู้คนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เช่นเพิ่มพละกำลังแขนขาขึ้น 5 เท่าภายในพริบตาเดียว เพื่อออกกระบวนท่าหรือหลบหนีเป็ต้น โดยระดับพลังยอดฝีมือก็ยังถูกแบ่งออกเป็ ต้น - กลาง - สูง และสุดยอดเช่นกัน
**หมายเหตุ ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่มีวันสูงไปกว่าระดับนี้เพราะไม่ผ่านเงื่อนไขที่จะเข้าสู่ขั้นถัดไป หรืออาจจะหมดอายุขัยเสียก่อน
ระดับปรมาจารย์ เป็ระดับขั้นที่ต้องเป็อัจฉริยะถึงจะมาถึงขึ้นนี้ได้ เพียงแค่ระดับปรมาจารย์ขั้นต้นก็มีอานุภาพเทียบเท่ากับยอดฝีมือขั้นสุดยอดนับ 100 คน หากยิ่งมีระดับสูงขึ้น พลังก็จะเพิ่มขึ้นตามเป็เท่าตัว ถ้าหากเป็ปรมาจารย์ขั้นสุดยอดจะมีพลังเทียบเท่าผู้ที่มีพลังในระดับยอดฝีมือขั้นสุดยอดประมาณ 800 คน
ระดับผู้ยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือนผู้ที่ฟ้าลิขิตมาแล้วว่าเหนืออัจฉริยะขึ้นไป เพราะต้องเป็ยอดอัจฉริยะด้วยและความเพียรขั้นสูงสุดเท่าที่มนุษย์จะมีด้วย ผู้ที่มาถึงขั้นนี้ในโลกมีเพียงหยิบมือ จึงทำให้พบเจอได้น้อยมาก ร่างกายและิัของคนเหล่านี้จะมีความแข็งแกร่งทนทานสูง สามารถป้องกันอาวุธมีคมทั่วไปได้ทุกชนิด ยกเว้นอาวุธวิเศษหรือพลังวิเศษที่มาจากผู้ฝึกตนที่มีพลังสูงกว่าตนเอง **หมายเหตุ ผู้ที่สามารถฝึกถึงขั้นนี้จะทำให้มีอายุยืนยาวขึ้นและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บจากธรรมชาติได้
ระดับราชันย์
ระดับปฐี
ระดับนภา
ระดับเซียน
ระดับเทวะ