ตอนที่สี่ Beyond the journey end 4
“บ่าวอับอายยิ่งนักที่ทำให้กิจการของนายท่านผู้เฒ่าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะนังแพศยานั่นคนเดียว”
อาหู่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
อันที่จริงผมก็พยายามทำความเข้าใจหญิงสาวอายุสามสิบยังไม่ได้แต่งงานที่พยายามจะเป็เศรษฐีนีในต่างโลกนี้
การไม่มีเงินจะสร้างความลำบากอย่างมหาศาล
แต่หากถามผมการไม่มีฐานะทางสังคมนั้นลำบากกว่า
ระบบกฎหมายของศักดินาล้าหลังนั้นเรียงคงไว้เป็ลำดับชั้น
กฎหมายบังคับใช้กับคนต่างฐานะลำดับชั้นกันเป็เื่ธรรมดา
ต่างจากปัจจุบันที่อย่างน้อยต้อง
Lip service
พูดแต่ปาก
แม้ในความเป็จริงจะไม่เท่าเทียมกันแต่อย่างน้อยก็ต้องมีข้ออ้างภายนอกว่าใช้บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน
แต่ในโลกนี้ไม่มีความจำเป็ต้องใช้ข้ออ้างนั้นด้วยซ้ำ
การเป็องค์หญิงป้ายทองถึงได้เป็เื่ใหญ่ให้นางเอกและนางร้ายชิงรักหักสวาทกันในเื่ใครจะคุกเข่าให้ใครใครจะได้เป็กงจู้ป้ายทองพระราชทาน ฯลฯ
แม้แต่ผมเองเย่ชิวก็ต้องไปฝากตัวเป็ศิษย์ของท่านอัครเสนาบดีถึงจะได้เส้นสายหน้าที่การงานในราชสำนักได้
ไม่อย่างนั้นต่อให้มีความสามารถเพียงไรก็ไม่สามารถเข้าสู่ราชสำนักได้อย่างเื่ราวของไทม์ไลน์ปัจจุบันที่อวิ๋นซวงได้กลายเป็จอมนางแห่งวังหลวงตอนนี้
“นังแพศยาสร้างกิจการทำลายธุรกิจเราถึงเพียงนี้ข้าอับอายเหลือเกิน”
อาหู่ยังกล่าวอย่างโมโห
ผมพอเข้าใจ
ระบบศักดินาล้าหลังนั้นแย่กว่าปัจจุบันที่สัมปทานกันสามสิบปีส่งต่อความมั่งคั่งรุ่นต่อรุ่น
แต่ในยุคนี้
แม้แต่การประมูลเมื่อหมดสัญญาเพื่อความเป็ธรรมยังไม่มี
หากเราค้นหาลึกลงไปในประวัติศาสตร์ทางกฎหมาย
เราจะค้นพบว่ายุคสมัยใหม่ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
แต่เื่เล็กน้อยที่เราเห็นว่าเป็เื่ธรรมดาอย่าง
คนเท่าเทียมกัน
ยังต้องหลั่งเืมามากมายเท่าใดจึงกล่าวประโยคที่ธรรมดาเช่นนั้นได้
เมื่อสูญเสียสิ่งที่มีค่าไปผมถึงรู้คุณค่า
นวดขมับกับสถานะกิจการของสกุลเย่เรา
ที่โดนตีตลาดโดยร้านค้าของอวิ๋นซวงที่คอยสนับสนุนเงินทุนต่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบันให้ทำศึกลำน้ำเืกับองค์ชายคนอื่นๆนั่งแท่นครองบัลลังก์ได้ในที่สุด
“ท่าทางจะลำบากแฮะ”
ผมกล่าวหลังจากที่ดูบัญชีอย่างคร่าวๆและเขียนโน้ตต่างๆเอาไว้ประกอบการพิจารณา