ฉินเทียนเมื่อกลับมาถึง มันเดินก้าวไปมองแม่น้ำสายธารกว้าง ก่อนจะรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาเบาๆ คล้ายกับว่ามันลืมเื่สำคัญไปหลายสิ่งหลายอย่างนัก และเพราะการลืมบางสิ่งบางอย่างนี้ทำให้มันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างประหลาด คล้ายว่ามันเป็สิ่งสำคัญยิ่ง หากแต่มันคืออะไรกันนะ? ฉินเทียนรีบขบคิด'บัดซบทำไมตัวข้าคล้ายจะลืมทำอะไรบางอย่างที่สำคัญไปอีกแล้วนะ มันคืออะไรกัน ไม่ได้แล้ว ข้าต้องรีบทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น... หนึ่ง สอง สาม หนึ่ง สอง สาม' ฉินเทียนพยายามนับเลขในใจเพื่อเรียบเรียงสติและความนึกคิด ก่อนจะเริ่มลำดับเื่ราว 'ตบเทพอสูรสังหารโลหิตครามตายอย่างง่ายดาย สังหารปราชญ์เบญจธาตุและพวกของมันราวกับแมลงวัน แวะสอยปราชญ์เหล็กถึงถิ่น พานางมารกลับบ้านและรีบกลับมาหาเด็กน้อยทั้งสอง!!!ไม่จริงนะ อีกแล้วเหรอเนี่ย'
ฉินเทียนเอานิ้วโป้งเข้าปากก่อนจะกัดขบมันในทันทีพร้อมปากที่สั่นไหวระรัว หากแต่การกระทำนี้ของมันโชคดีที่มิมีใครได้พบเห็น เพราะ ณ ตอนนี้มันแซงเดินไปหน้าลำธารแม่น้ำกว้างนานแล้ว ทำทีท่าคล้ายยืนนิ่งสงบอย่างสง่างามอยู่ หากแต่ถึงจะเป็แบบนั้น พอตอนนี้ตัวมันฉินเทียนรู้แล้วว่าตัวมันลืมสิ่งใดไป ก็คล้ายจะลืมรักษาทีท่าและภาพลักษณ์แล้ว
เพราะตอนนี้มันได้แต่คิดถึงบทบาทยอดฮิตของพระเอกในนิยายต่างโลก และกฎข้อสำคัญของการเป็พระเอก ฉินเทียนตัวมันลืมไปสิ้นอีกแล้ว...
หนึ่ง.ฆ่าศัตรูต้องปล้นทรัพย์ สอง.ช่วยหญิงงามต้องปักธง สาม.ต้องแกล้งตกหลุมพรางโง่ๆ ของศัตรูแล้วจากนั้นก็โชว์เทพจัดการพวกมัน ส่วนในข้อสุดท้ายข้อที่สี่.ต้องเป็คนหัวร้อนสร้างศัตรูไปทั่ว จะได้มีตอนหลอกเขียนให้ผู้อ่านติดตาม มาตรว่าในชีวิตนี้เดินไปเจอใครก็มีแต่ชั่วช้าไปหมด บุรุษเพศนอกจากตัวมัน 99% ชั่วช้าเลวทรามต่อให้มันจะเป็คนเลวหากแต่ไอ้ 99% นี้ต้องเลวกว่ามันอีก ส่วนอีก 1% เป็สหายหน้าโง่ที่ต่อให้มันจะชั่วช้าเพียงไหน ต่อให้ได้น้องสาวและแม่ยายของมันมาเป็ภรรยาหรืออนุพร้อมตัวมันมีภรรยาและอนุอยู่แล้วร่วมร้อย หากแต่สหายกลุ่มนี้ก็จะเห็นดีเห็นงามไปกับมัน
แน่นอนว่า 3 ข้อหลังสำหรับฉินเทียนที่คิดจะอยู่ในวิถีสโลว์ไลฟ์ย่อมไม่สนใจ มันพร้อมสร้างโปรไฟล์ต่ำๆ ตีเนียนไปจนนิยายจบเล่มของเพียงว่าไม่มีไอ้บ้าตัวไหนโผล่มา ชีวิตนี้ของมันก็คิดว่า หากชีวิตนี้ของมันถูกแต่งเป็นิยาย ผู้อ่านเปิดอ่านั้แ่หน้าแรกไปจนหน้าสุดท้ายก็ยังไม่รู้เลยว่าใครเป็บอสใหญ่ของนิยายเื่นี้ ส่วนวันๆ ตัวมันก็จะเอาแต่นอนอยู่บ้านดื่มชากิน สายหน่อยก็ทำสวนชิวๆ ส่วนตอนจบก็ช่างมันจะจบแบบไหนก็ได้ ไม่มีหักมุม ไม่มีฉากดิฟจนผู้อ่านต้องลุ้นตัวโก้ง เพราะเนื้อเื่ั้แ่เริ่มต้นจนตอนจบมันหาได้มีอะไรน่าสนใจไม่ ตัวมันฉินเทียนพร้อมที่จะไม่สนใจผู้อ่านแม้แต่น้อย ขอแค่มันมีชีวิตอย่างมีความสุข มันจะสนใจผู้อ่านไปทำไม ยอดขายก็ช่างมัน เหรียญทองยอดอ่านของผู้แต่งจะฉิบหาย จะเกี่ยวอะไรกับตัวมันฉินเทียนคิด
หากแต่กฏข้อหนึ่งของการเป็พระเอกต่างโลกนี่สิคือสิ่งที่ทำให้ฉินเทียนยามนี้เ็ปหัวใจเป็ที่สุด ตัวมันแทบลืมสิ้นจนเกือบจะทรุดกายร้องไห้อย่างเจ็บช้ำแล้วตอนนี้ หากมันได้ปล้นเทพอสูรสังหารโลหิตครามซะหน่อย มันมั่นใจได้เลยว่าข้าวของของผู้ที่ได้ชื่อว่าอยู่ในขอบเขตเทวะย่อมไม่ต่ำทรามอย่างแน่นอน แม้แต่ของที่กากที่สุดก็ยังนับว่าเป็ของดีที่สุดในโลกใบนี้ ดูสิแค่หอกห่าเหวอะไรนั้นตอนปรากฏออกมาก็อลังการเว่อร์วังปาทังก้าสุดๆ ไปเลย
ยามนี้ตอนมันออกเดินทาง หากตัวมันมิได้กำไลสมบัติที่นางมารลี่อิ่งมอบให้หลังนางสังหารผู้ฝึกตนระดับตราสัญลักษณ์ิญญาเหลืองอ่อน ยามนี้การเดินทางของมันฉินเทียนคงจะอนาถสุดๆ เป็แน่ ดูสิแค่เพียงผู้ฝึกตนระดับตราสัญลักษณ์ิญญาเหลืองอ่อนภายในกำไลสมบัติก็มีทรัพย์สินกว่าหมื่นทองแล้ว ฉินเทียนได้เปลี่ยนมันเป็เงินไปหมดแล้วหลังแวะเข้าตัวเมืองหมู่บ้านเล็กๆ
หากแต่ถ้ามันได้สมบัติของเทพอสูรสังหารโลหิตครามละ มิใช่ว่ามันจะร่ำรวยจนมิต้องทำงานใดๆ ไปตลอดชีวิตเลยรึ ทรัพย์สินคงมากพอเอามาหลอกล่อผู้คนให้มาหลงศรัทธามันอย่างงมงายได้ง่ายๆ ว่ากันว่าแค่มีเงินก็จ้างผีมาโม่แป้งได้ แล้วเหตุใดถ้าตัวมันมีเงินทองเยอะๆ จะเอาไปสร้างผู้ศรัทธาจำนวนมากไม่ได้เล่า ฉินเทียนยามนี้เพียงแค่คิดถึงลูกพี่เทพอสูรสังหารโลหิตครามมันก็แสนเศร้าใจเหลือเกิน ตอนนี้มันอยากกลับเป็ร่างจำแลงเซียนอีกครั้ง กลับไปดูว่าเศษซากของเทพอสูรสังหารโลหิตครามนั้นมันอยู่ที่ใด และมันได้ทิ้งเศษซากสมบัติอะไรเอาไว้บ้างหรือไม่ ฉินเทียนตัวมันยากร้องไห้เหลือเกินในตอนนี้
.
.
.
และในไม่ช้า ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ น้ำตาของมันก็ไหลออกมา พร้อมมองจ้องไปที่ผืนน้ำ ความเป็มหาเศรษฐีในโลกแห่งผู้ฝึกตนได้หลีกลี้หนีหายจากมันไปอีกครั้งแล้ว ฉินเทียนตัวมันเศร้าใจเหลือเกิน
และในเวลานี้ ด้วยความที่ตัวเหม็นเห็นว่าท่านปู่ของนางนั้นยืนนิ่งมองแม่ไหลผ่านอยู่นานเหลือเกิน นางจึงค่อยๆ ย่างก้าวไปหา และเมื่อนางไปถึง นางก็เห็นว่าท่านปู่ของนางกำลังมีน้ำตาไหล พร้อมมองมือข้างหนึ่งที่สั่นอย่างประหลาด โดยที่มือข้างนั้นของฉินเทียนคือมือที่กำร่างของเทพอสูรสังหารโลหิตครามแตกกระจายราวกับเป็โกโก้ครั้นช์
"ท่านปู่ทำไมท่านปู่ถึงร้องไห้เ้าค่ะ" ตัวเหม็นสตรีตัวน้อยถามด้วยความใคร่รู้
ฉินเทียนหลับตานิ่งครู่หนึ่ง ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบไปทั่วสองแก้ม "เด็กดี ปู่ชราผู้นี้แค่เศร้าใจ ยามนี้ ด้วยมือข้างนี้ของปู่ ปู่ได้ทำในสิ่งที่ทำให้ปู่ต้องเสียใจอีกครั้ง"
เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยได้ยินเช่นนี้ นางก็คล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง นางมิคิดเลยว่าท่านปู่ผู้ยิ่งใหญ่ของนางจะมีจิตใจดีงามและเมตตาถึงขนาดนี้ แม้แต่เ้าอ้วนสกปรกที่ได้ยินอยู่ด้านหลัง แม้มันจะเป็คนโง่งม แต่มันก็เข้าใจความหมายของท่านปู่ ท่านปู่กำลังเสียใจที่ต้องลงมือสังหารเทพอสูรสังหารโลหิตคราม
และเมื่อตัวเหม็นสตรีตัวน้อยได้ยินเช่นนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกรักและผูกพันกับท่านปู่ผู้นี้เหลือเกิน อยู่ๆ นางก็ร้องไห้พร้อมโศกเศร้าไปกับท่านปู่ของนาง นางกอดขาฉินเทียนแล้วร้องไห้ออกมาในไม่ช้า "ท่านปู่เ้าค่ะ อย่าร้องไห้เลยนะเ้าค่ะ ตัวเหม็นไม่อยากเห็นท่านปู่ร้องไห้เสียใจเ้าค่ะ ฮือ ฮือ ฮือ"
ส่วนเ้าอ้วนสกปรกก็แอบเอามือของมันปาดเช็ดน้ำตาที่อยู่ดีๆ ก็ไหลริน ตัวมันมิคิดเลยว่า จะได้มีอาจารย์ปู่ผู้มีจิตเมตตาถึงขนาดนี้ แม้แต่ศัตรูที่คิดจะฆ่าท่าน ท่านยังเ็ปที่จะลงมือถึงเพียงนี้เลยรึ
.
.
.
หากแต่ฉินเทียนเล่ามันหยุดน้ำตาที่ไหลรินของมันได้รึ... ยามเมื่อมันได้คิดต่อไปอีกว่านอกจากไอ้เ้าเทพอสูรสังหารโลหิตครามที่มันลืมปล้นทรัพย์แล้ว... มันยังมีอีกคนที่ต่อให้ไม่นับว่ายิ่งใหญ่เท่าเทพอสูรสังหารโลหิตคราม หากแต่ในโลกใบนี้แม้มันมิอาจจะนับว่าเป็ผู้มั่งคั่งที่สุด หากแต่ 1 ใน 10 คนแรกหรือ 1 ใน 20 คนแรกที่มั่งคั่งที่สุดของดินแดนนี้ฉินเทียนมั่นใจแน่ว่ามันต้องติดอันดับแห่งความมั่งคั่ง
หากเพียงแค่ระหว่างที่ฉินเทียนลงมือ และมันแวะตบทรัพย์ของมันสักนิด... วิถีสโลว์ไลฟ์ของมันก็จะสมบูรณ์ในทันที
ฉินเทียนทรุดร่างลงก่อนจะโผกอดสตรีตัวน้อยวัยเยาว์ น้ำตาของมันไม่อาจจะหยุดไหลได้จริงๆ ในตอนนี้ และยิ่งมันคิดว่าร่างจำแลงเซียนนั้นแลกมากับแต้มบุญจำนวนมากมายเท่าใด ฉินเทียนก็คล้ายเ็ปยิ่งกว่าเดิม
'ใช้ไปแล้วครั้งหนึ่งสินะร่างจำแลงเซียนขั้นจ้าว์ T-T ถ้าหากข้าคิดมันเป็จำนวนแต้มบุญ เท่ากับว่าข้าเสียแต้มบุญไป 333,333,333,333.33 แต้มบุญ มันช่างหมดไปอย่างเปล่าๆ ปี้ๆ เสียเหลือเกิน T-T และมันก็แทบมิได้อะไรตอบแทนกลับมาเลยแม้แต่น้อย'
หากแต่เมื่อฉินเทียนคิดมาถึงตรงนี้ ตัวมันก็พบว่า มันมิใช่ว่ามิได้อะไรกลับมาเลยสักหน่อย มันยังมีภารกิจของระบบที่ร้องแจ้งเตือนในตอนนั้น
ไม่ช้าฉินเทียนก็คล้ายจะยิ้มออกพร้อมรีบเปิดหน้าจอระบบของศาลเทพ์ทันที
----------
[ภารกิจพิเศษของศาลเทพ์ จำนวนแต้มบุญ 10,000 ล้านแต้มบุญ]
[ชื่อภารกิจ : สังหารเทพอสูรสังหารโลหิตคราม , ระดับการบำเพ็ญ ครึ่งก้าวก่อนเข้าสู่เทวะอัศจรรย์]
[บาปของเทพอสูรสังหารโลหิตคราม : ในมหาจักรวาลอันกว้างใหญ่เทพอสูรสังหารโลหิตครามได้ก่อกรรมทำชั่วมากมายตลอด 50,000 ปี ที่มันเริ่มก้าวสู่ขอบเขตเทวะ มันฆ่าสังหารชีวิตมากมาย ข่มขืนสตรี ย่ำยีบุรุษเพศ แย่งขนมเด็ก ลวนลามแม่ชี แตะขาคนพิการ ขโมยเงินเหรียญขอทาน โกงแชร์แม่ชม้อย และอื่น... ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำบาปของมันมีทั้งสิ้น 16,465,656,588 กับหมาอีก 14 ตัว และสัตว์อสูร 951,056 ตัว]
[ท่านทำภารกิจสำเร็จแล้ว โปรดกดปุ่มเพื่อรับแต้มบุญ]
---------
คิกคิก ฉินเทียนหัวเราะในใจพร้อมยิ้มได้อีกครั้ง เพราะแต้มบุญจำนวน 10,000 ล้านแต้มบุญนั้นมิใช่จำนวนน้อยๆ เลย เพียงแค่ได้แต้มบุญจำนวนนี้ ตัวมันฉินเทียนก็พร้อมก้าวย่างสู่ตราสัญลักษณ์ิญญาสีแดง หรืออาจจะเป็ตราสัญลักษณ์ิญญาสีโลหิตได้ในทันทีเลยก็ได้ คิกคิก แค่ฉินเทียนคิดเช่นนี้มันก็คล้ายว่ามีความสุขมากนัก ไม่คิดว่าเส้นทางการบำเพ็ญของมันจะง่ายดายถึงเพียงนี้
ตอนนี้เหลือแค่มันกดปุ่มรับแต้มบุญ ไม่ช้าในโลกใบนี้ก็จะมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดขึ้นอีกหนึ่งในทันที ฉินเทียนมั่นใจ ในรุ่นเดียวกันมันตัวฉินเทียนมันพร้อมไฟว์กับทุกคนทุกผู้นาม แม้จะเหนือกว่ามันหนึ่งระดับชั้นมันก็หาได้เกรงกลัวไม่ ตัวมันที่จิตจักรพรรดินั้นไร้ต้านอย่างแท้จริงในระดับชั้นเดียวกัน
หากแต่ทันทีที่ฉินเทียนกดปุ่มรับแต้มบุญ อยู่ดีๆ มันก็คล้ายอยากร้องไห้ออกมาอีกคราว
----------
[ระบบตรวจพบความผิดพลาดในการทำภารกิจ ตัวเ้าของศาลเทพ์มิได้ใช้ความสามารถของตัวเองในการทำภารกิจ แต้มบุญจำนวน 10,000 ล้านแต้มบุญ จึงถูกโอนย้ายไปที่ช่องแต้มบุญเพื่อผู้อื่น แต้มบุญเพื่อผู้อื่นนี้เ้าของระบบจะไม่สามารถใช้แต้มบุญเพื่อตนเองได้ หากแต่สามารถใช้กับศิษย์ของท่าน ผู้ที่ศรัทธาในตัวท่าน และใช้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตาจิตได้]
---------
ฉินเทียนที่ได้อ่านข้อความนี้ของระบบ ร่างของตัวมันก็แข็งค้างไปครู่หนึ่ง คำว่าใช้เพื่อตัวเองไม่ได้ นี่มิได้หมายความว่า... จำนวนแต้มบุญ 10,000 ล้านแต้มบุญนี้ นอกจากมันจะไม่สามารถเอามาอัปเกรดตัวเองได้แล้ว มันยังไม่สามารถเอามาใช้ซื้อข้าวของและวิชาฝึกฝนได้อีกด้วยหรอกรึ
ฉินเทียนรู้สึกราวกับว่าร่างกายของมันเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างฉับพลัน ไม่ช้ามันก็เปิดดูข้อมูลสถานะส่วนตัวของตัวมัน
----------
[ฉิน เทียน : อายุ 18 ปี : ระดับพลังตราสัญญาลักษณ์ิญญาขาวจางขั้น 5]
[แต้มบุญ : 276.5] [แต้มบุญที่ใช้เพื่อผู้อื่น : 10,000,000,000] [เซียมซีทอง : 2] [เซียมซีเงิน : 0] [เซียมซีทองแดง : 0] [เซียมซีเหล็ก : 0] [เซียนซีไม้ : 0]
[ศาลเทพ์ระดับ : 1 ดาว] [ความสามารถพิเศษ : เนตรมองอดีตระดับ 1 ดาว, เนตรหยั่งรู้ 1 ดาว]
[จำแลงเซียนขั้นจ้าว์ 2/3 ครั้ง]
----------
ในระบบมิติที่กาลเวลาหยุดนิ่ง
มีหนึ่งบุรุษนั่งนิ่งกอดเข่าใบหน้าขาวซีดหมดอาลัยตายอยาก นั่งโศกเศร้าเสียใจอยู่เงียบๆ เพียงผู้เดียว
ตัวมันยามนี้จะร้องไห้น้ำตาก็ไม่มีให้ไหลอีกแล้ว
ในครั้งนี้ตัวมันลงทุนไปตั้งมากมาย หากแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นกลับช่าง... น่าผิดหวังเหลือเกิน
"แต้มบุญของข้า... แต้มบุญของข้า... แต้มบุญของข้า..."
.
.
.
"แต้มบุญของรักของข้า เหอๆๆ"