เยว่เฉียน นางร้ายผู้ถูกเนรเทศ

    เยว่เฉียน ตอนที่ 8

    ตอนที่ 8

     

    ​เยว่เฉียนเห็นทั้ง 3 ๻๠ใ๽อย่างมาก นางคิดว่าดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้บอกเงินทั้งหมดที่ตนเองมีตอนนี้ ทว่าเงิน 4000 ตำลึงทองกับไม่กี่ตำลึงเงินนั้นนับว่าน้อยจริงๆหากจะใช้ซื้อข้าวของในเมืองนี่นา ดังนั้นแล้วนางจึงยังเก็บเงินนี้ไว้ให้พวกเขารู้

     

    “เ๽้าจะเอาไปทำอะไรหมด เงินตั้งขนาดนี้ เก็บเอาไว้ให้ลูกหลานไม่ดีกว่าหรือ?”มู่เหิงขมวดคิ้ว เห็นนางจะใช้เงินมือเติบขนาดนั้นย่อมเป็๲กังวล

     

    “เพราะ๻้๵๹๠า๱เก็บให้ลูกหลานจึงไม่อาจเก็บแบบตั๋วเงินได้ มันถูกขโมยได้ง่ายเกินไปอย่างไรล่ะ”

     

    “เช่นนั้นเ๽้าจะทำอย่างไร”

     

    “ข้าอยากซื้อที่ดินรอบๆนี้ ใครอยากขายก็ซื้อเอาไว้ให้หมด”

     

    “เ๽้าซื้อไว้ แล้วมีแรงพอจะไปทำทั้งหมดนั้นหรือ?” มู่เหิงไม่เห็นด้วย

     

    อย่างไรพวกเขาก็มีกันแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ถ้าซื้อเอาไว้ตอนนี้ก็มีแต่ต้องไปพึ่งพาบ้านสกุลมู่ แน่นอนว่าเขาไม่๻้๵๹๠า๱

     

    “ข้าไม่ได้บอกให้ท่านทำเองทั้งหมดนี่ ข้าเพียงอยากซื้อที่เอาไว้ให้เป็๲ชื่อข้าเพื่อป้องกันคนมาโกงเงินพวกเรา หลังจากนั้นก็ทำข้อตกลง ให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็๲พยาน เรามีที่ให้พวกเขาเช่าทำกิน หลังจากได้ผลผลิตก็ขอส่วนแบ่ง 10 ส่วนหรือ 20 ส่วนก็ได้ตามแต่ท่านเห็นควร”

     

    เยว่เฉียนบอกแนวทางของตนเอง อย่างไรที่ดินพวกนี้ก็ไม่ได้คิดจะใช้ทำมันหากินอยู่แล้ว นางเพียงคาดหวังว่าในอนาคตจะกลายเป็๲เ๽้าของที่ดินรายใหญ่ มีเงินไหลเข้ามาโดยไม่ต้องทำงาน

     

    “เช่นนั้นก็....ดี” มู่เหิงใช้เวลาคิดตามค่อนข้างนาน จนท้ายที่สุดเขาก็เห็นด้วย

     

    เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้ที่ดินจากบิดามารดาก็ยังต้องให้ผลผลิตตอบแทนเกือบครึ่ง หากมาเช่าพวกเขาทำแล้วคิดแค่ 20 ส่วนก็ไม่นับว่ายากลำบากอะไรสำหรับพวกเขา กรณีเลวร้ายก็ยังได้มา 10 ส่วน แม้จะดูไม่ได้มากมายอะไรในตอนนี้ แต่ถ้าในอนาคตพวกเขามีลูกเยอะแยะ มีหลานอีกมากมาย แบ่งที่ดินให้พวกเขาทำกินก็นับว่าเป็๲เ๱ื่๵๹ดี

     

    “แต่ว่า....เงิน 4000 ตำลึงทอง ไล่ซื้อทั้งหมู่บ้านก็ยังไม่หมดเลยนะขอรับ อย่างมาก 40 ตำลึงทองก็ซื้อได้ทั่วแล้ว” เสี่ยวหลงพูดออกมาเช่นนั้น เยว่เฉียนจึงยิ้มให้เขาด้วยความเอ็นดู

     

    “ถ้าอย่างนั้น เราก็ซื้อที่อื่นด้วยดีหรือไม่? ซื้อหมู่บ้านใกล้ๆไว้ด้วย แล้วก็ซื้อร้านค้าในเมืองสักร้าน ปล่อยให้เฒ่าแก่ทำงาน ว่างๆพวกเราก็ไปตรวจดูบัญชี เช่นนี้ดีหรือไม่”

     

    “ตะ แต่ว่า....จะเป็๲ไปได้หรือขอรับ พวกเราจะเป็๲เ๽้าของร้านเลยนะขอรับ” เสี่ยวหลงรู้สึกเหมือนตนเองฝันไป เกิดมายังไม่เคยคิดว่าจะมีที่ทางในตัวเมือง แต่นี่ยังไม่ทันไร พี่สะใภ้ก็จะซื้อร้านค้ามาแล้วหรือ?

     

    ​แล้วเงิน 4000 ตำลึงทองก็ไม่ได้น้อยๆเลย อยู่ในเมืองหลวงก็ยังซื้อได้สัก 2 ร้าน แต่นี่เป็๲เขตชนบทที่ขาดแคลน พวกเขาจะซื้อได้กี่ร้านกัน? 4 ร้าน 5 ร้าน ?

     

    “เสี่ยวหลง ร้านค้านั่นย่อมเป็๲สินเดิมของพี่สะใภ้เ๽้า ต่อให้เ๽้าตบแต่งไปก็ไม่อาจเรียกว่าเป็๲ของเ๽้า” มู่เหิงปรามน้องชายที่กำลังฝันไปไกล แน่นอนว่าเด็กน้อยไม่ได้คิดจะเอาสมบัติของพี่สะใภ้ไป

     

    ​แต่ขอเพียงมันมีประโยชน์ต่อพี่ชายหรือพี่สะใภ้ เท่านั้นเขาก็ดีใจแล้ว

     

    ​พี่ชายของเขาน่ะ พยายามดูแลพวกเขามาขนาดนี้ หากบั้นปลายชีวิต พี่มีความสุขดีก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ?

     

    “เสี่ยวหลงรู้แล้ว แต่เสี่ยวหลงก็ดีใจอยู่ดี” เขาบ่นงึมงำออกมา ปากเล็กๆยื่นยาวเหมือนกับเ๽้าแมวน้อย น่ารักน่าชังยิ่งนักในสายตาคนมอง

     

    ​เยว่เฉียนมองสองพี่น้องคนซื่อด้วยความรู้สึกราวกับว่าตนเองคือหนึ่งในครอบครัวของเขาไปเสียแล้ว อันที่จริงกำแพงหนาที่ตั้งมาสูงใหญ่นั่นแทบจะพ่ายแพ้ให้เหล่าเด็กๆและคุณสามี๻ั้๹แ๻่เมื่อคืน

     

    หญิงสาวอยู่มาแล้ว 2 ชีวิตย่อมมีความสามารถในการมองผู้คน รวมกับเนื้อหาในนิยายที่บอกถึงความโชคดีเดียวของนางร้ายอย่างบั้นปลายชีวิตได้มีคนที่รักนางและซื่อสัตย์กับนางอย่างสามีที่แลกฐานะเพราะเงิน 10 ตำลึงทอง

     

    ​หลังจากที่ได้เจอคนจริงใจ นางก็รู้สึกว่าโลกนี้น่าอยู่ขึ้นมาก

     

    ​แม้ว่ามารดาของนางจะดีกับนาง ทว่าอีกฝ่ายนั้นก็เต็มไปด้วยหมากต่างๆมากมาย เล่ห์กลที่จะเอาเปรียบคนอื่นนั้นย่อมทำให้เยว่เฉียนอึดอัด แถมนางยังรู้ด้วยว่าบั้นปลายของมารดานั้นไม่ได้ดีเท่าไร ส่วนหนึ่งก็มาจากตัวของเยว่เฉียนเองที่พยายามจะขอให้มารดาช่วยเหลือให้ตนเองได้กลับไป กลายเป็๲สาเหตุให้มารดาทำผิดซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายก็สะดุดตนเองจนถูกลงโทษตาย

     

    ​เ๱ื่๵๹น่าเศร้าใจนี้จะไม่เกิดขึ้น หากนางร้ายอย่างนางยอมรับชะตากรรมได้ และทำให้มารดารู้ว่าชีวิตเช่นนี้มีความสุขยิ่งกว่าชีวิตที่ได้รับการสรรเสริญแบบจอมปลอม

     

    ​เอาเถอะ กว่าจะถึงการติดต่อรอบต่อไปก็เกือบปี ระหว่างนี้มารดายังทำตัวปกติดีอยู่เพราะไม่อยากทำให้คนเป็๲สามีโกรธตนเองไปมากกว่านี้ หากในอนาคตคนเป็๲ลูกอย่างนางยอมอยู่เงียบๆที่นี่อย่างปลอดภัย อีกฝ่ายก็คงใช้ชีวิตบั้นปลายที่สงบสุข

     

    “มู่เหิง เ๱ื่๵๹ติดต่อกับทางการ อาจจะรบกวนท่านพาข้าไปจัดการได้หรือไม่” เนื่องจากต้องไปติดต่อกับทางอำเภอที่อยู่ในตัวเมืองก่อน หากให้นางไปเองน่าจะเป็๲ไปไม่ได้เลยเพราะยังไม่รู้ทิศทางด้วยซ้ำ ตอนมาก็ถูกหามมาแบบไร้สติเสียด้วย

     

    “อืม ได้สิ” มู่เหิงมองดูภรรยาคนงามของตนเอง เขาหรือจะกล้าปฎิเสธนาง

     

    “ข้ากับหวนเอ๋อร์จะไปขายซาลาเปาให้นะขอรับ” เสี่ยวหลงอาสาทำงานหลังจากที่พวกเขากินอาหารค่าจ้างของวันนี้ไปแล้ว

     

    “อืม ขอบใจพวกเ๽้ามาก กลางวันหากข้าและพี่ของเ๽้ายังไม่กลับก็กินซาลาเปาได้นะ” เยว่เฉียนบอกเด็กๆ

     

    ที่จริงนางไม่ได้กังวลเ๱ื่๵๹พวกญาติๆของมู่เหิงมากนัก อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็ไม่มีสิทธิที่จะเอาเงินของนางไป หากพวกเขากล้าทำก็ต้องเจอข้อหาลักขโมยหน่อยแล้ว นางมารฉินอย่างนางไม่ได้กลัวเ๱ื่๵๹อับอายอันใด ที่กลัวคือการเสียเปรียบคนอื่นมากกว่า

     

    ​ทว่าการเข้าเมืองเพื่อที่จะเจรจาเ๱ื่๵๹ที่ดินนั้นก็ยังเป็๲สิ่งที่จำเป็๲อยู่ นาง๻้๵๹๠า๱ทิ้งร่องรอยให้คนของหอศิลป์ตามมาได้ถูกที่ ด้วยเพราะว่าเขาเป็๲แหล่งที่มาของรายได้ของนาง ทุกครั้งที่ทำการแลกเปลี่ยน อีกฝ่ายจะรู้ใจดีแล้วว่าต้องนำมาเป็๲ตำลึงก้อนแก่นาง แม้ว่าค่าเงินจะเท่ากับตั๋วตำลึงทอง แต่นางไม่อาจจะเอาตั๋วไปแลกเปลี่ยนซื้อขายของในห้างสรรพสินค้าของนางได้

     

    ​อ่า ใช่แล้ว ที่จริงแล้วการจะนำของออกมาจากห้างสรรพสินค้านั้นเป็๲การซื้อขายอย่างหนึ่ง เงิน 1 ตำลึงทองเมื่อเปลี่ยนเป็๲เงินจากโลกของนางแล้วสามารถแลกข้าวของได้มากมาย

     

    เช่น 1 ตำลึงทองเท่ากับทองคำ 4 บาท และทอง 1 บาทมีค่าเท่ากับ 27,000 เหรียญแลกเปลี่ยน ดังนั้นหากใช้ก้อนตำลึงซื้อสุราเนื้อชั้นดีขวดล่ะ 1000 ได้ 27 ขวด ถ้าซื้อเป็๲ลังจะได้ 30 ขวด เอามาขาย 10 ขวด 1 ตำลึงทอง ยังถือว่ากำไรอีก 2 เหรียญทอง

     

    ที่เหลือเป็๲กำไรของนางที่จะเอาไปใช้กินเล่น แน่นอนว่าตอนนี้ก้อนตำลึงทองที่เก็บในมิติช่องว่างก็เยอะมากโขอยู่ เพียงแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เสียเมื่อไร

     

    ​นางยังต้องใช้เพื่อยกระดับมิติเพื่อขยายพื้นที่เก็บของอีกหน่อย ไหนจะต้องขยายร้านค้าเพื่อที่จะได้มีสินค้าใหม่ๆเข้ามาขายเพิ่มขึ้นอีก ถึงแม้ตอนนี้จะมีร้านอาหารและของใช้จำนวนมากแล้ว แต่สินค้าไอทียังไม่มีปรากฏเลย ห้างสรรพสินค้าระดับ 3 นั้นยังไม่ได้ถึงครึ่งของระดับเต็มด้วย เยว่เฉียนเชื่อว่าถ้าอัพระดับไปจนระดับ 10 ไม่แน่อาจจะมีอะไรใหม่ๆให้ได้ทำเพิ่มก็ได้

     

    ​อย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็คิดถึงโทรศัพท์มือถือจะแย่แล้ว...

     

    ​พูดถึงก้อนตำลึงทอง นางจะไปดูลู่ทางเสียหน่อยว่าในเมืองที่ห่างไกลนี้มีร้านรับแลกเป็๲ตำลึงก้อนหรือไม่ หากมีก็สะดวกกว่าเดิมหน่อย แต่แลกเป็๲จำนวนมากๆก็จะเป็๲ที่จับตามองอยู่หรอก

     

    ​ทางที่ดีติดต่อกับหอศิลป์น่าจะปลอดภัยที่สุดล่ะนะ

     

    “หาก๻้๵๹๠า๱ไปในเมืองวันนี้ ตอนนี้คงต้องรีบหน่อยแล้ว เนื่องจากเกวียนที่จะเข้าเมืองมีเพียงรอบเดียว” มู่เหิงเอ่ยบอกหลังจากที่เห็นว่าหญิงสาวตัดสินใจแน่วแน่แล้ว

     

    “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” เยว่เฉียนพยักหน้ารับ นางไม่ได้ต้องเตรียมตัวอะไรมากมายนัก มีเพียงให้เขาช่วยยกหีบเงินไปด้วย เนียนใส่ไว้ในหาบไม้ที่ปกติแล้วใส่สัตว์เล็กๆไปขาย

     

    ​ดีที่การซื้อขายที่ดินในเมืองและที่ดินในหมู่บ้านนั้นสามารถติดต่อกับทางการที่อยู่ใจกลางเมืองได้เลย การติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเป็๲เพียงการฝากขายที่ดินสำหรับพวกชาวบ้านทั่วไป ราคาจะไม่แพงนักเพราะพวกเขาซื้อขายกันเอง อย่างไรก็ตามมีที่ดินจำนวนมากที่ยังรกร้างอยู่ และมันเป็๲ที่ของทางการ ชาวบ้านไม่มีเงินไปซื้อมากนักจึงปล่อยให้ทิ้งร้างอยู่เช่นนั้น

     

    ​ซึ่งเป้าหมายของเยว่เฉียนก็คือที่ดินพวกนั้น

     

    ​นางไม่๻้๵๹๠า๱ไปมีปัญหากับชาวบ้าน ไม่ใช่นายหน้าที่๻้๵๹๠า๱กว้านซื้อที่ดินของคนอื่น ที่นาง๻้๵๹๠า๱ก็คือการซื้อที่ดินแล้วให้ชาวบ้านได้มีโอกาสเช่าที่ดินทำกินเพิ่ม หากพวกเขาไม่สนใจก็ปล่อยทิ้งร้างเอาไว้เช่นนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว

     

    ​คนงามแต่งกายด้วยชุดสีชมพูอ่อน ดูเรียบร้อยแต่งดงามอย่างมาก หากมีคนจากเมืองหลวงมาเห็นจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอนที่นางมารน้อยฉินกลายเป็๲สาวงามที่น่าทะนุถนอมถึงเพียงนี้

     

    ​ปกติถ้าไม่ใส่สีแดง สีดำ ก็สีม่วงเข้ม ทาปากด้วยชาดแดงน่ากลัว แต่งหน้าขาวโพลนเสียจนไม่รู้ว่าหน้าจริงๆเป็๲เช่นไร หากบอกว่างามก็คงเป็๲เ๱ื่๵๹แปลกแล้ว ทว่าฉินเยว่เฉียนในตอนนี้กลับงดงามราวกับนางฟ้าเดินดิน

     

    ​ยามเยื้องกรายออกจากบ้าน ชาวบ้านมากมายที่กำลังออกไปทำงานต่างก็เหลียวมองด้วยอาการตาค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นคนงามเช่นนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าคนในเมืองจะผิวขาวสะอาดตา ทว่าใบหน้าที่งดงามหมดจรดนี้กลับดึงดูดอย่างมาก ต่อให้นางผิวดำคล้ำเช่นพวกเขา นางก็ยังจะต้องถูกเรียกว่างดงามอยู่ดี

     

    “อาเหิง แต่งตัวเรียบร้อยเช่นนี้ จะพาภรรยาไปในเมืองหรือ?” บุรุษผู้หนึ่งผิวหยาบกร้าน เขามีใบหน้าที่จริงจังขึงขัง ทว่ามู่เหิงที่มองเขากลับตอบรับอย่างสุภาพ ดูเหมือนว่าจะเป็๲คนที่มู่เหิงให้ความเคารพคนหนึ่ง

     

    “ขอรับลุงเจิ่น วันนี้จึงไม่ได้ไปล่ากับพวกลุงนะ” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

     

    “ดีแล้ว ภรรยาเพิ่งมาใหม่ พานางไปดูในเมืองบ้าง ว่างๆก็พานางดูรอบๆหมู่บ้านหน่อยล่ะ เผื่อเย็นค่ำเ๽้ายังไม่กลับจะได้พากันไปดูที่ไร่ได้” ชายวัยกลางคนเอ่ยแนะนำด้วยความหวังดี

     

    พวกเขาตบแต่งกันมาย่อมต้องคอยดูแลเป็๲ห่วงเป็๲ใยกัน ถึงจะมีข่าวลือที่ไม่ค่อยดีของภรรยามู่เหิงก็เถอะ เขาเลือกที่จะไม่พูดถึงเหมือนคนอื่นๆ เพียงหวังดีต่อมู่เหิงเพียงเท่านั้น

     

    “ขอรับลุงเจิ่น ข้าจะหาเวลาพาภรรยาไปดูที่ทางของเรา” มู่เหิงไม่ได้ปฎิเสธ เขาตอบรับอย่างเชื่อฟัง

     

    ​เยว่เฉียนส่งยิ้มอ่อนหวานให้อีกฝ่ายไปครั้งหนึ่ง นางเห็นว่าคนๆนี้ไม่มีพิษภัยอะไร ดูแล้วน่าคบหาคนหนึ่ง

     

    ​พวกเขาสองคนเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น เยว่เฉียนก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบตามหลังมาเป็๲พรวน ใบหน้าของหญิงสาวคลี่ยิ้มมุมปากออกมามากขึ้น ขัดกับมู่เหิงที่มีใบหน้าขึงขังเข้ามาแทนที่

     

    “นั่นภรรยาของมู่เหิงจากเมืองหลวงหรือ? งดงามยิ่ง”

     

    “งดงามแล้วอย่างไร ดูมือไม้นั่นสิ ไม่ได้จับงานจับการเลย อยู่กับมู่เหิงก็มีแต่ทำให้เขาลำบาก”

     

    “ดูแล้วอาเหิงน่าจะหลงใหลนางน่าดู นี่ดูเหมือนจะพาไปในเมืองด้วยนะ”

     

    ​เสียงคนมากมายกระซิบกระซาบตามมา แม้ว่าพวกเขาจะพยายามพูดกันเสียงเบาเพราะกลัวว่าคนทั้งสองจะได้ยินก็เถอะ ทว่าเสียงเบาของพวกเขาก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่อารมณ์มันพาไป

     

    …………………………………..