“ไม่เห็นต้องแคร์เลย”
“ไม่แคร์ไม่ได้หรอก เพราะความแตกต่างที่ว่านั้นคือไผ่ท้องโดยไม่มีพ่อ มันทุเรศมาก แม้แต่ไผ่เอง ก็ยังรับตัวเองไม่ได้เลย”
“ไผ่จ๋า ไผ่ต้องเข้มแข็งนะ ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ชีวิตของเขาต้องเจอกับเื่ร้ายๆกว่าเรา แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดกันอยู่ในสังคมได้แบบสบายๆ”
อภิรตาเข้าไปกอดพี่สาวอย่างปลอบโยนพร้อมกล่าวให้กำลังใจ
“แต่ไผ่ไม่เข้มแข็งอย่างนั้นนี่ผิง ไผ่เป็คนอ่อนแอ”
แล้วน้ำตาของอมลสิริก็เริ่มเอ่อล้นออกมาอีก
“ไม่เอาน่าไผ่ อย่ากล่าวหาตัวเองอย่างนั้นสิ ผิงเชื่อว่าไผ่ก็เป็คนที่เข้มแข็งคนหนึ่ง ขอเพียงไผ่เชื่อมั่นในตัวเองเหมือนกับที่ผิงเชื่อในตัวไผ่เท่านั้น”
“ไม่ไหวหรอกผิง ไผ่ทำไม่ได้”
อมลสิริส่ายหน้าอย่างท้อแท้และสิ้นหวังขณะน้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม
“ไม่เอาแล้ว ผิงไม่ยอมให้ไผ่คิดอะไรอย่างนั้นอีกแล้ว ป่ะ เราออกไปข้างนอกกัน ไปดูให้รู้ว่าภายนอกยังมีความหวังและความสุขไว้ให้เราไล่ไขว่คว้าอยู่อีกมากมาย”
อภิรตาดึงมือพี่สาวจะให้ลุกขึ้น แต่อมลสิริก็ส่ายหน้ายืนกราน
“ไม่มีประโยชน์หรอกผิง ปล่อยไผ่เถอะ”
เห็นท่าทางที่ยังไม่พร้อมจะยอมรับอะไรทั้งสิ้นของพี่สาวแล้วอภิรตาก็จำต้องถอดใจ เธอปล่อยมือจากพี่สาวแล้วเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่คุกรุ่นไปด้วยไฟแค้น แก ไอ้ผู้ชายเฮงซวย นี่ฉันจะสรรหาคำไหนมาเรียกแกดีน่ะ มันถึงจะสาสมกับสิ่งที่แกได้ทำไว้กับพี่สาวของฉัน
“อ้าว คุณผิง ทำไมหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างนั้นค่ะ”
ป้าพุดซ้อนผ่านมาเห็นหญิงสาวเข้าก็เอ่ยทัก
“ผิงอยากฆ่าคนคะป้า”
หญิงสาวตอบเสียงเหี้ยมเกรียม
“อุ้ยตาย ทำไมพูดอะไรน่ากลัวอย่างนั้นคะ”
หญิงชราอุทานอย่างใ
“ก็ผิงพูดจริงๆนี่ค่ะ”
หญิงสาวยืนยันก่อนจะเดินลิ่วออกไป
“อ้าว แล้วนั้นคุณผิงจะไปไหนคะ คุณผิงขา อย่าทำอะไรวู่วามนะคะ”
หญิงชราร้องสั่งตามหลังดังเอะอะ แต่หญิงสาวไม่สนใจที่จะให้คำตอบ ไฟแค้นกำลังคุโชนอยู่ในอก เธอขับรถออกไปจากบ้านอย่างมีแผนการอยู่ในใจ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ถึงแม้จะเป็วันหยุด แต่ทยาวัตร์ก็ยังหอบงานกลับมาทำที่บ้านด้วย คงเพราะนิสัยการทุ่มเทให้กับงานแบบเกินร้อยอย่างนี้แหละมั้งที่ทำให้เขาก้าวหน้าเกินกว่าคนรุ่นเดียวกันที่ยืนบนพื้นฐานเดียวไปมากโข และคุณนายวัลยาก็ดูจะพอใจในการกระทำของเขาเป็อย่างมาก
ขณะกำลังทำงานอยู่เพลินๆเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ตรงมุมโต๊ะด้านขวามือก็ดังขึ้นเขาเหลือบสายตาไปมองนิดหนึ่งก่อนจะหยิบเอามาดู แต่แล้วชื่อที่เห็นอยู่หน้าจอก็ทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจ รีบวางมือจากงานแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้เพื่อที่จะคุยกับคนที่โทรมานั้นอย่างตั้งใจ
“สวัสดีครับคุณอภิรตา มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
เขาไม่ได้บอกออกไปตามตรงว่ารู้สึกดีใจมากแค่ไหนที่ได้เห็นเธอโทรมา แต่ถ้าใครมาเห็นสีหน้าของเขาในยามนี้ก็ต้องเดาได้ไม่ยาก
“คุณทยาวัตร์ ช่วยมารับผิงหน่อยได้ไหมค่ะ คือผิงมาทำธุระ แต่บังเอิญว่ารถเสีย”
เสียงบ่งบอกความร้อนใจของหญิงสาวดังมาเข้าหูเขา
“ได้ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
ชายหนุ่มตอบรับไปแบบไม่ต้องคิด