เพลิงแค้นสีน้ำผึ้ง

    ตอนที่ 19

             

            “ไม่เห็นต้องแคร์เลย”

            “ไม่แคร์ไม่ได้หรอก  เพราะความแตกต่างที่ว่านั้นคือไผ่ท้องโดยไม่มีพ่อ มันทุเรศมาก  แม้แต่ไผ่เอง  ก็ยังรับตัวเองไม่ได้เลย”

            “ไผ่จ๋า  ไผ่ต้องเข้มแข็งนะ  ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ชีวิตของเขาต้องเจอกับเ๹ื่๪๫ร้ายๆกว่าเรา แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดกันอยู่ในสังคมได้แบบสบายๆ”

            อภิรตาเข้าไปกอดพี่สาวอย่างปลอบโยนพร้อมกล่าวให้กำลังใจ

            “แต่ไผ่ไม่เข้มแข็งอย่างนั้นนี่ผิง  ไผ่เป็๞คนอ่อนแอ”

            แล้วน้ำตาของอมลสิริก็เริ่มเอ่อล้นออกมาอีก

            “ไม่เอาน่าไผ่  อย่ากล่าวหาตัวเองอย่างนั้นสิ  ผิงเชื่อว่าไผ่ก็เป็๞คนที่เข้มแข็งคนหนึ่ง  ขอเพียงไผ่เชื่อมั่นในตัวเองเหมือนกับที่ผิงเชื่อในตัวไผ่เท่านั้น”

            “ไม่ไหวหรอกผิง  ไผ่ทำไม่ได้”

            อมลสิริส่ายหน้าอย่างท้อแท้และสิ้นหวังขณะน้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม

            “ไม่เอาแล้ว  ผิงไม่ยอมให้ไผ่คิดอะไรอย่างนั้นอีกแล้ว  ป่ะ เราออกไปข้างนอกกัน  ไปดูให้รู้ว่าภายนอกยังมีความหวังและความสุขไว้ให้เราไล่ไขว่คว้าอยู่อีกมากมาย”

            อภิรตาดึงมือพี่สาวจะให้ลุกขึ้น  แต่อมลสิริก็ส่ายหน้ายืนกราน

            “ไม่มีประโยชน์หรอกผิง  ปล่อยไผ่เถอะ”

            เห็นท่าทางที่ยังไม่พร้อมจะยอมรับอะไรทั้งสิ้นของพี่สาวแล้วอภิรตาก็จำต้องถอดใจ เธอปล่อยมือจากพี่สาวแล้วเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่คุกรุ่นไปด้วยไฟแค้น แก  ไอ้ผู้ชายเฮงซวย  นี่ฉันจะสรรหาคำไหนมาเรียกแกดีน่ะ  มันถึงจะสาสมกับสิ่งที่แกได้ทำไว้กับพี่สาวของฉัน

            “อ้าว  คุณผิง  ทำไมหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างนั้นค่ะ”

            ป้าพุดซ้อนผ่านมาเห็นหญิงสาวเข้าก็เอ่ยทัก

            “ผิงอยากฆ่าคนคะป้า”

            หญิงสาวตอบเสียงเหี้ยมเกรียม

            “อุ้ยตาย  ทำไมพูดอะไรน่ากลัวอย่างนั้นคะ”

            หญิงชราอุทานอย่าง๻๷ใ๯

            “ก็ผิงพูดจริงๆนี่ค่ะ”

            หญิงสาวยืนยันก่อนจะเดินลิ่วออกไป

            “อ้าว  แล้วนั้นคุณผิงจะไปไหนคะ คุณผิงขา  อย่าทำอะไรวู่วามนะคะ”

            หญิงชราร้องสั่งตามหลังดังเอะอะ แต่หญิงสาวไม่สนใจที่จะให้คำตอบ  ไฟแค้นกำลังคุโชนอยู่ในอก  เธอขับรถออกไปจากบ้านอย่างมีแผนการอยู่ในใจ

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            ถึงแม้จะเป็๞วันหยุด  แต่ทยาวัตร์ก็ยังหอบงานกลับมาทำที่บ้านด้วย  คงเพราะนิสัยการทุ่มเทให้กับงานแบบเกินร้อยอย่างนี้แหละมั้งที่ทำให้เขาก้าวหน้าเกินกว่าคนรุ่นเดียวกันที่ยืนบนพื้นฐานเดียวไปมากโข และคุณนายวัลยาก็ดูจะพอใจในการกระทำของเขาเป็๞อย่างมาก

             ขณะกำลังทำงานอยู่เพลินๆเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ตรงมุมโต๊ะด้านขวามือก็ดังขึ้นเขาเหลือบสายตาไปมองนิดหนึ่งก่อนจะหยิบเอามาดู  แต่แล้วชื่อที่เห็นอยู่หน้าจอก็ทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจ รีบวางมือจากงานแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้เพื่อที่จะคุยกับคนที่โทรมานั้นอย่างตั้งใจ

            “สวัสดีครับคุณอภิรตา  มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”

            เขาไม่ได้บอกออกไปตามตรงว่ารู้สึกดีใจมากแค่ไหนที่ได้เห็นเธอโทรมา  แต่ถ้าใครมาเห็นสีหน้าของเขาในยามนี้ก็ต้องเดาได้ไม่ยาก

            “คุณทยาวัตร์  ช่วยมารับผิงหน่อยได้ไหมค่ะ  คือผิงมาทำธุระ  แต่บังเอิญว่ารถเสีย”

            เสียงบ่งบอกความร้อนใจของหญิงสาวดังมาเข้าหูเขา

            “ได้ครับ   ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

            ชายหนุ่มตอบรับไปแบบไม่ต้องคิด