บทที่ 14 ส่งเสื้อนวมมาให้
เกล็ดหิมะเริ่มโปรยปั้นลงมาในวันนั้น ทันทีที่ก้าวลงจากรถเมล์ ซ่งซิงเย่ต้องยกมือขึ้นถูไปมาเพื่อสร้างความอบอุ่น พลางนึกในใจว่าโชคดีเหลือเกินที่่สองสามเดือนมานี้เธอได้รับเงินเดือนแล้ว และนำเงินก้อนนั้นไปซื้อเสื้อผ้าหนาๆ ให้ตัวเองและคนในครอบครัว
หากไม่มีเสื้อนวมเหล่านี้ ในอากาศที่หนาวเหน็บเช่นนี้คงไม่พ้นต้องเป็หวัดกันถ้วนหน้า
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากได้รับเงินเดือน ซิงเย่พยายามจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้ไหลเยี่ยนหลิงเพื่อช่วยใช้หนี้ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนกรานปฏิเสธหัวชนฝา
“หนี้สินพวกนั้นเป็ภาระของแม่ แม่ต้องเป็คนจัดการเอง เงินเดือนของลูกก็เก็บไว้เถอะ เอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่บ้าง อย่ามัวแต่ใส่ชุดซ้ำๆ อยู่ไม่กี่ชุดเลยลูก”
ไม่ว่าซิงเย่จะโน้มน้าวอย่างไร ไหลเยี่ยนหลิงก็ไม่ยอมรับเงินก้อนใหญ่ เธอรับไปเพียง 2 หยวนเท่านั้น แล้วยังอุตส่าห์นำเงินนั้นไปสรรหาของอร่อยมาบำรุงซิงเย่จนหมด ซิงเย่รู้ดีว่านิสัยของแม่คนนี้เปลี่ยนยาก เธอจึงใช้วิธีนำเงินที่สะสมไว้ไปซื้อเสื้อนวมหนาๆ ให้ทุกคนในบ้านแทน
่นี้ตลาดเริ่มมีแผงลอยมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าบอกว่ารับสินค้ามาจากทางใต้ รูปทรงสวยงามแถมราคาถูก เธอซื้อเสื้อนวม 4 ตัวในราคาเพียง 10 หยวน ซึ่งเป็เื่ที่แทบจินตนาการไม่ได้ในสมัยก่อน ตอนแรกไหลเยี่ยนหลิงยังบ่นเสียดายเงินแทนลูกสาว แต่พอรู้ว่าราคาเพียง 10 หยวนเธอก็เลิกบ่น แต่ก็ยังกำชับว่าวันหลังไม่ต้องซื้อของให้คนในบ้านอีก ให้ซิงเย่เก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัว
ซิงเย่นึกถึงราคาที่ถูกลงและเงินเดือนที่เพิ่งออก เธอจึงตัดสินใจซื้อเพิ่มอีก 2 ตัว เพื่อมอบให้หลินเจิ้นหนานและเลี่ยวซู่เจวียน เมื่อเดินทางไปถึงหน้าโรงงานเหล็กกล้า เธอไม่ได้ก้าวเข้าไปข้างใน แต่จงใจหยุดยืนอยู่หน้าป้อมยามแล้วเอ่ยกับลุงยามเสียงดัง
“คุณลุงคะ หนูทำงานมาได้สองสามเดือนแล้วพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ก็นึกถึงความดีที่พ่อกับแม่หลินเคยชุบเลี้ยงมา ตอนนี้อากาศเริ่มหนาวแล้วหนูเลยซื้อเสื้อนวมมาให้ท่านคนละตัวค่ะ...”
“ท่านทั้งสองคงไม่อยากเห็นหน้าหนู รบกวนคุณลุงช่วยนำไปส่งให้ท่านทีนะคะ”
ซิงเย่จงใจไม่สวมเสื้อนวมตัวใหม่ของตัวเองมาในวันนี้ เธอสวมชุดเก่าๆ จนริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำเพราะความหนาว เธอ้าให้ทุกคนเห็น "ความกตัญญูที่น่าเวทนา" นี้ และมันก็ได้ผล
ลุงยามมองตามร่างของซิงเย่ที่รีบเดินจากไปพลางพึมพำกับตัวเอง “ลูกสาวแท้ๆ ของบ้านหลินยังไม่มีน้ำใจเท่าลูกเลี้ยงคนนี้เลย ทำงานได้ไม่กี่เดือนก็เจียดเงินมาซื้อเสื้อนวมให้พ่อแม่ ดูสิ... ตัวเองแท้ๆ ยังไม่มีเสื้อดีๆ ใส่เลยแต่ยังนึกถึงบุพการี ช่างเป็เด็กที่หาได้ยากจริงๆ”
เขาลูบเนื้อผ้าของเสื้อนวมในมือ เนื้อผ้าดี การตัดเย็บประณีต ดูท่าคงราคาไม่น้อย เมื่อพิจารณาจากเงินเดือนหมอฝึกหัดของซิงเย่ หลังจากหักค่ากินอยู่และจุนเจือบ้านซ่งที่ยากจนแล้ว เงินที่เหลือคงถูกนำมาซื้อเสื้อสองตัวนี้จนหมด ลุงยามอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีลูกสาวกตัญญูและเก่งกาจแบบนี้ประดับบ้านสักคนก็คงจะดี
ข่าวเด็กสาวยอดผู้กตัญญูหอบเสื้อนวมมาให้บ้านผู้จัดการโรงงานทั้งที่ตัวเองหนาวสั่น ถูกลุงยามกระจายไปทั่วโรงงานภายในเวลาไม่นาน ทุกคนต่างชื่นชมซิงเย่และลอบตำหนิคนบ้านหลินในใจ
เมื่อหลินเจิ้นหนานกลับมา เขาถูกลุงยามรั้งตัวไว้ทันที “ผู้จัดการหลินครับ ผมละอิจฉาคุณจริงๆ ที่มีลูกสาวดีๆ แบบนี้!”
หลินเจิ้นหนานนึกว่าลุงยามหมายถึงหลินเสี่ยวเวย เพราะ่นี้เสี่ยวเวยกำลังเป็ที่ถูกใจของลูกชายท่านผู้นำเหล่า ทำให้เขารู้สึกยืดอกภาคภูมิใจว่าครอบครัวกำลังจะรุ่งโรจน์ เขาเตรียมจะถ่อมตัวตามมารยาท แต่คำพูดต่อมาของลุงยามกลับทำให้เขาชะงัก
“ซิงเย่น่ะเป็เด็กดีมาั้แ่เล็ก ขนาดแยกบ้านไปแล้วยังอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบซื้อเสื้อนวมมาให้คุณกับภรรยาคนละตัว ผมเห็นเด็กคนนั้นยืนสั่นปากเขียวเชียว เสื้อนวมหนาๆ สักตัวก็ไม่มีใส่ แต่ยังอุตส่าห์เอามาให้พวกคุณ ดูสิครับ... ของดีราคาแพงทั้งนั้น ่หน้าหนาวแบบนี้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ นะครับ”
หลินเจิ้นหนานหน้าเจื่อนลงทันที เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับของมาอย่างแกนๆ แล้วรีบเดินเข้าบ้าน ระหว่างทางเขายังถูกเพื่อนบ้านเข้ามาทักทายและชื่นชมใน "วาสนา" ที่มีลูกสาวกตัญญูอย่างซิงเย่ไม่ขาดสาย
คำชมเ่าั้กลับทิ่มแทงหูของหลินเจิ้นหนานอย่างบอกไม่ถูก ่หลังมานี้เขาถูกเลี่ยวซู่เจวียนและเสี่ยวเวยเป่าหูจนเชื่อไปแล้วว่าซิงเย่เป็คนเนรคุณ
อีกทั้งเหตุการณ์ที่เสี่ยวเวยไปอาละวาดที่บ้านซ่งคราวก่อน ยังทำให้คนในโรงงานนินทาว่าตระกูลหลินใจจืดใจดำ ไม่เลี้ยงข้าวลูกสาวแท้ๆ จนเธอต้องระเห็จกลับไปขอข้าวกินที่บ้านซ่งที่ยากจน จนรองผู้จัดการโรงงานที่เป็คู่ปรับของเขาเอาเื่นี้มาแซะเสียจนหน้าชา
หลินเจิ้นหนานจึงเริ่มจงเกลียดจงชังซิงเย่มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่าเธอเป็ต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียหน้า แต่ชาวบ้านทั้งโรงงานกลับมองว่าซิงเย่คือยอดหญิงกตัญญู เื่นี้ยิ่งทำให้เขาอึดอัดจนแทบะเิ
เมื่อกลับถึงบ้านด้วยอารมณ์บูดบึ้ง หลินเสี่ยวเวยที่ไม่มีตาหาม้าตาเรือเห็นเสื้อนวมในมือพ่อก็พุ่งเข้ามายื้อแย่งไปดู
“พ่อคะ เสื้อนวมนี่เนื้อผ้าดีจังเลย พ่อซื้อมาให้หนูเหรอคะ?” เธอหยิบตัวของผู้หญิงขึ้นมาลองทาบกับตัวอย่างรื่นเริง โดยไม่สังเกตเห็นว่าพ่อนั้นกำลังเดือดดาลได้ที่
หวังเหมยฮวา พี่สะใภ้คนโตผู้หัวอ่อนเห็นท่าไม่ดีจะเข้าไปเตือน แต่ถูกหลี่หงเหมย พี่สะใภ้คนรองที่ร้ายกาจกว่าดึงแขนไว้ หงเหมยไม่ชอบขี้หน้าเสี่ยวเวยที่กลับบ้านมาก็ทำตัวกร่าง วางอำนาจสั่งคนนั้นคนนี้เหมือนคนรับใช้ เธอจึงอยากเห็นเสี่ยวเวยโดนดี
“พี่สะใภ้ใหญ่ เื่ของพ่อเราอย่าเข้าไปยุ่งเลย เสี่ยวเวยเป็ลูกรักของพ่อ เขาไม่เป็อะไรหรอก” หงเหมยกระซิบพลางลากเหมยฮวาไปยืนดูเงียบๆ
สิ้นเสียงของหงเหมย หลินเจิ้นหนานก็ะเิอารมณ์ใส่เสี่ยวเวยทันที “วันๆ รู้จักแต่กินแต่เที่ยว งานการก็ทำแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ถ้าไม่อยากทำนักก็ขายตำแหน่งงานทิ้งไปซะ!”
ปกติแล้วเจิ้นหนานจะตามใจเสี่ยวเวย เพราะหวังว่าเธอจะแต่งเข้าบ้านท่านผู้นำเหล่าเพื่อนำความรุ่งโรจน์มาสู่ตระกูล แต่ตอนนี้เขากำลังโมโหและเผลอนำเสี่ยวเวยไปเปรียบเทียบกับซิงเย่ในใจ ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งเห็นความต่าง จนความโกรธพุ่งปรี๊ด
เสี่ยวเวยที่จู่ๆ ก็โดนด่าถึงกับงงงันและรู้สึกอับอายอย่างมาก แต่ด้วยนิสัยเห็นแก่ตัวและถือดีว่าตัวเองกำลังจะได้เป็ภรรยาข้าราชการระดับสูงในอนาคต เธอจึงเชิดหน้าขึ้นโต้ตอบหลินเจิ้นหนานกลับไป
“พ่อเป็อะไรเนี่ย! ก็แค่เสื้อนวมพังๆ ตัวเดียว ถ้าพ่อไม่อยากให้ฉันใส่ฉันก็ไม่ใส่! จำเป็ต้องโมโหขนาดนี้เลยเหรอ!”