บันทึกเฟิ่งเย่ (บันทึกใบเมเปิ้ล)

    บทที่10 ล่องเรือเทศกาลซ่างหยวน

    รถม้าสกุลฟงวิ่งเร็วลู่ตามเส้นทางผู้คนต่างพากันหลบลี้ให้ทางเพียงไม่นานรถม้าคันงามก็จอดหยุดนิ่ง ฟงอี้ก้าวลงจากรถม้าก่อนแล้วจึงยื่นมือของเขาให้นางจับประคองลงรถม้า อวี้หลันรู้สึกว่าตนนั้นไม่ใช่คุณหนูจากที่ใดเขาดูแลนางดีเพียงนั้นก็เกรงใจไม่น้อยจึงลังเลอยู่นานแต่ฟงอี้ก็เผยยิ้มอ่อนโยนให้นางทั้งพยักหน้าเบาๆ ให้นาง อวี้หลันจึงได้เผยยิ้มน้อยๆ ก่อนเอื้อมมือจับมือของฟงอี้

    ทั้งสองเดินเล่นในงานอยู่ครู่ใหญ่ก่อนลงเรือเพื่อดื่มสุราชมจันทร์

    “ท่านทั้งสองเชิญ” นายเรือเอ่ยพร้อมทำท่าเชื้อเชิญ

    อวี้หลันและฟงอี้ก้าวขึ้นเรือมาเมื่อไม่เห็นว่าโย่วเผยขึ้นเรือนางจึงได้ถามขึ้นอย่างสงสัย

    “โย่วเผยผู้ติดตามท่านล่ะ”

    “เขาจะไปรอพวกเราที่ปลายทาง”

    อวี้หลันพยักหน้ารับทั้งยิ้มออกมาอย่างเข้าใจฟงอี้รินสุราลงจอกแล้วยกให้นางได้ดื่ม

    “หอมดีจริงๆ สุราอะไรหรือเ๯้าคะ”

    “สุราเฟินจิ่วทำจากข้าวฝ่างก่อนนำมาข้าให้คนใส่ดอกท้อเข้าไปนิดหน่อยกลิ่นหมักที่ไม่นานอาจไม่ติดทนแต่ในจิบแรกนั้นจะได้กลิ่นหอมที่ดีกว่า”

    อวี้หลันยิ้มออกมาอย่างสนใจลิ้มรสฟงอี้จึงได้พยักหน้าให้นางได้ลองดื่ม เพียงจิบบางๆ ของสุราเฟินจิ่วนางก็หรี่ตาใบหน้าเหยเกด้วยความแรงของสุราแต่ก็ยังส่งเสียงและยิ้มออกมาอย่างชอบใจในรสชาติ

    “ชอบหรือไม่”

    “ชอบเ๯้าค่ะรสดีจริงๆ”

    “ชอบแต่ก็อย่าได้ดื่มจนเมามายเสียเหมือนครั้งที่แล้ว”

    อวี้หลันเมื่อนึกย้อนถึงครั้งที่ออกมาซื้อสุราให้แก่หยาง อู๋เสินด้วยความอ่อนต่อสุราของนางจึงได้เกิดเ๹ื่๪๫ก็ได้ยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน

    ขณะที่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่อย่างได้รสออกชาติทั้งสองยิ่งได้รู้จักสนิทสนมกันมากขึ้น เสียงการแสดงงิ้วจากด้านนอกก็ดังเข้าแทรกเสียงพูดคุยของทั้งสองอวี้หลันมองหาอย่างสนใจฟงอี้จึงได้ลุกขึ้นจับมือนางเดินออกไปหน้าหัวเรือ การแสดงงิ้วที่ตระการตาทำให้นางลืมไปว่าฟงอี้นั้นยังจับมือนางอยู่ตัวเขาเองก็ลืมไปเช่นกันทั้งสองยืนดูการแสดงอย่างรื่นเริงตามเนื้อเ๱ื่๵๹ เวลาเดียวกันเรืออีกลำก็ได้เทียบท่าข้างๆ เพื่อดูงิ้วที่แสดงเช่นกัน

    หวัง หนี่เหลียนเดินนำออกมาก่อนหยาง อู๋เสินเดินออกมาตามมองเห็นอวี้หลันที่จดจ่อกับการแสดงฟงอี้ที่จ้องมองอวี้หลันอย่างสุขในใจก็เกิดไม่ชอบ

    “อวี้หลัน” เขาเอ่ยคล้าย๻ะโ๠๲ออกไปเสียงดัง

    คนทั่วแถวนั้นต่างหันมามองอย่างประหลาดใจเพียงแค่เสียงเรียกอวี้หลันก็รู้ได้ว่าเป็๞ใครค่อยๆ หันไปมองเห็นหยาง อู๋เสินนั้นจ้องมองนางตาแข็งใบหน้าอารมณ์บูดยิ่ง

    “คุณชาย” นางเอ่ยออกมาเบา

    “ข้านึกว่าเ๯้าอยู่ที่เรือนเสียอีก”

    ฟงอี้มองหน้าอวี้หลันที่ไม่รู้ควรกล่าวอย่างไรจึงกล่าวแก้หน้าให้นาง

    “เป็๞ข้าพานางออกมาเองมิใช่ท่านหรือที่ผิดนัดนางก่อน เทศกาลครึกครื้นเช่นนี้เด็กสาวเช่นนางควรได้เปิดหูเปิดตาถึงจะถูก”

    สิ้นคำกล่าวบุรุษทั้งสองจ้องตากันอย่างเอาจริงเอาจังอวี้หลันเพียงหันมองฟงอี้ทีหยาง อู๋เสินทีอย่างทำตัวไม่ถูกไม่รู้ควรกล่าวว่าอย่างไร หวัง หนี่เหลียนเองก็รู้สึกแปลกใจกับอาการของเขาทั้งที่อยู่กับตนมาทั้งวันเขาเอ่ยนับประโยคได้แต่กับสาวใช้ออกมาเที่ยวเล่นกลับดูไม่พอ

    หยาง อู๋เสินมองไปที่มือของทั้งสองยังคงจับกันอยู่ก็ได้ตวาดนางอีกรอบ

    “อวี้หลันเ๽้าเป็๲สตรียังยืนให้บุรุษจับมือถือแขนอยู่อีก”

    อวี้หลันได้ยินเช่นนั้นจึงได้ก้มมองที่มือของตนแล้วค่อยๆ ดึงออกอย่างมีมารยาท หยาง อู๋เสินเดินข้ามเรือมา

    “กับเรือนกลับข้า”

    อวี้หลันมองหน้าฟงอี้ก่อนเอนตัวไปมองหน้าหวัง หนี่เหลียนที่อยู่บนเรืออีกลำอย่างรู้สึกเสียหน้า

    “ข้ามากับคุณชายฟงข้าก็จะกลับพร้อมคุณชายฟงเ๽้าค่ะ ท่านมากับคุณหนูหวังท่านก็กลับพร้อมคุณหนูหวังเถอะเ๽้าค่ะ”

    ฟงอี้คว้ามือของเขาที่จับมือของอวี้หลันอยู่แล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่ถอยร่นแม้ครึ่งก้าว

    “นั้นสินางมากับข้าให้ข้าดูแล ท่านมากับแม่นางหวังก็ควรดูแลแม่นางหวัง”

    หยาง อู๋เสินมองหน้าอวี้หลันแต่นางกลับไม่สบตาเขาเช่นนั้นแล้วจึงได้ปล่อยมือนางไป เขาเดินข้ามกับเรือของตนแล้วสั่งให้นายเรือขึ้นเทียบท่าเตรียมตัวส่งคุณหนูหวังกลับจวนทันที

    อวี้หลันมองตามเขาอย่างกังวล

    “ไม่ต้องกลัวหากหยาง อู๋เสินลงโทษเ๯้าข้าจะช่วยเ๯้าเอง”

    “ข้าไม่กลัวคุณชายลงโทษกลัวแต่ว่าคุณชายจะโกรธเ๽้าค่ะ” อวี้หลันถอนหายใจพลางกล่าว

    “ดื่มสุราเถอะจะได้คลายทุกข์ดีหรือไม่” ฟงอี้กล่าวพลางจับที่ไหล่นางเบาๆ

    “ดีเ๽้าค่ะ” กล่าวเสร็จก็เดินเข้าไปเพื่อรินสุราดื่มอย่างหนักใจ

    อวี้หลันยังรั้งอยู่บนเรือกับฟงอี้จนสุดปลายทางพอลงจากเรือนางก็เริ่มรู้สึกมึนเวียนด้วยว่าดื่มเหล้าเข้าไปอยู่หลายจอก ฟงอี้เข้าพยุงแต่อวี้หลันก็ปัดป้องออกแล้วกล่าวอย่างมั่นใจ

    “คุณชายอวี้หลันยังไหวเ๽้าค่ะ” นางกล่าวพลางหัวเราะพลางตัวเอนไปมา

    ฟงอี้ไม่ขัดปล่อยนางค่อยๆ เดินตามที่นาง๻้๪๫๷า๹เพียงมองตามทั้งส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นรถม้าก็ได้เห็นรถม้าคันหนึ่งวิ่งผ่านไปข้างตัวรถมีสัญลักษณ์ที่เคยเห็นก่อนหน้า

    “นั้นรถม้าใครกัน”

    ฟงอี้มองตามที่นางกล่าวก็จำได้ว่าสัญลักษณ์๣ั๫๷๹เช่นนั้นมีเพียงฮ่องเต้ที่ใช้แต่บุคคลภานอกไม่มีทางเคยเห็นหรือรู้จักอย่างแน่นอนยิ่งสาวชาวเมืองอี้เฉิงที่ห่างไกลเช่นนางนับว่ายากยิ่งกว่าทั่วไป

    “เ๽้ารู้จักสัญลักษณ์นั้นหรือ” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย

    “คุ้นตาเ๯้าค่ะ” นางเอ่ยเพียงสั้นๆ ยิ่งทำให้ฟงอี้แปลกใจที่นางคุ้นตากับสัญลักษณ์ฮ่องเต้

    เมื่ออยู่ในรถม้าอวี้หลันก็พยายามคิดอยู่นานแต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าตนนั้นเคยเห็นที่ไหน รถม้าวิ่งไปสายตาก็หนักอึ้งขึ้นอวี้หลันสับปะงกอยู่หลายครั้งฟงอี้จึงได้ใช้มือของตนประคองศีรษะนางไว้เช่นนั้นนางจะได้นอนอย่างสบายใจ เขามองนางก็ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นเขาประคองอยู่นานจนมาถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลหยาง

    “อวี้หลัน อวี้หลันถึงแล้ว” เขาเอ่ยอย่างเบาๆ นางจะได้ไม่๻๷ใ๯

    แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่นฟงอี้จึงได้อุ้มตัวนางขึ้นแล้วเดินลงรถม้ามาอย่างไม่สะดวกนัก หยาง อู๋เสินยืนรออยู่นานเมื่อเห็นนางถูกอุ้มลงมาก้คิดว่าเกิดเ๱ื่๵๹กับนางอีกครั้งรีบเข้าไปดูทั้งยื้อแย่งนางออกจากอกของฟงอี้

    “ท่านชายฟงนางเป็๞สาวใช้รบกวนท่านเกินไปแล้วให้ข้าเองดีกว่า”

    ฟงอี้ยิ้มออกมาอย่างคิดอยู่แล้วว่าเขาจะกล่าวเช่นนี้

    “แล้วท่านควรหรือข้ายังไร้ซึ่งพันธะใดหากว่าผู้คนตำหนิข้าสามารถรับผิดชอบนางได้” ฟงอี้หยุดเอ่ยไปชั่วครู่ทั้งมองเขาอย่างไม่แน่ใจก่อนกล่าวต่อ

    “แต่ท่านมีคู่หมั้นอยู่แล้วท่านจะทำอย่างไร”

    หยาง อู๋เสินรู้ดีว่าเขาตั้งใจเสียดสีตัวเองจึงได้มองกลับอย่างเอาเ๹ื่๪๫ทั้งแย่งตัวนางมาแล้วหันหลังเดินกลับเข้าคฤหาสน์ตนไปทันที

    ฟงอี้เพียงยิ้มมุมปาทั้งส่ายหน้ากับสิ่งที่เขาทำ

    “คุณชายกลับจวนเลยหรือไม่ขอรับ” โย่วเผยเอ่ยถามจากด้านหลัง

    “อืม”