รถม้าสกุลฟงวิ่งเร็วลู่ตามเส้นทางผู้คนต่างพากันหลบลี้ให้ทางเพียงไม่นานรถม้าคันงามก็จอดหยุดนิ่ง ฟงอี้ก้าวลงจากรถม้าก่อนแล้วจึงยื่นมือของเขาให้นางจับประคองลงรถม้า อวี้หลันรู้สึกว่าตนนั้นไม่ใช่คุณหนูจากที่ใดเขาดูแลนางดีเพียงนั้นก็เกรงใจไม่น้อยจึงลังเลอยู่นานแต่ฟงอี้ก็เผยยิ้มอ่อนโยนให้นางทั้งพยักหน้าเบาๆ ให้นาง อวี้หลันจึงได้เผยยิ้มน้อยๆ ก่อนเอื้อมมือจับมือของฟงอี้
ทั้งสองเดินเล่นในงานอยู่ครู่ใหญ่ก่อนลงเรือเพื่อดื่มสุราชมจันทร์
“ท่านทั้งสองเชิญ” นายเรือเอ่ยพร้อมทำท่าเชื้อเชิญ
อวี้หลันและฟงอี้ก้าวขึ้นเรือมาเมื่อไม่เห็นว่าโย่วเผยขึ้นเรือนางจึงได้ถามขึ้นอย่างสงสัย
“โย่วเผยผู้ติดตามท่านล่ะ”
“เขาจะไปรอพวกเราที่ปลายทาง”
อวี้หลันพยักหน้ารับทั้งยิ้มออกมาอย่างเข้าใจฟงอี้รินสุราลงจอกแล้วยกให้นางได้ดื่ม
“หอมดีจริงๆ สุราอะไรหรือเ้าคะ”
“สุราเฟินจิ่วทำจากข้าวฝ่างก่อนนำมาข้าให้คนใส่ดอกท้อเข้าไปนิดหน่อยกลิ่นหมักที่ไม่นานอาจไม่ติดทนแต่ในจิบแรกนั้นจะได้กลิ่นหอมที่ดีกว่า”
อวี้หลันยิ้มออกมาอย่างสนใจลิ้มรสฟงอี้จึงได้พยักหน้าให้นางได้ลองดื่ม เพียงจิบบางๆ ของสุราเฟินจิ่วนางก็หรี่ตาใบหน้าเหยเกด้วยความแรงของสุราแต่ก็ยังส่งเสียงและยิ้มออกมาอย่างชอบใจในรสชาติ
“ชอบหรือไม่”
“ชอบเ้าค่ะรสดีจริงๆ”
“ชอบแต่ก็อย่าได้ดื่มจนเมามายเสียเหมือนครั้งที่แล้ว”
อวี้หลันเมื่อนึกย้อนถึงครั้งที่ออกมาซื้อสุราให้แก่หยาง อู๋เสินด้วยความอ่อนต่อสุราของนางจึงได้เกิดเื่ก็ได้ยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน
ขณะที่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่อย่างได้รสออกชาติทั้งสองยิ่งได้รู้จักสนิทสนมกันมากขึ้น เสียงการแสดงงิ้วจากด้านนอกก็ดังเข้าแทรกเสียงพูดคุยของทั้งสองอวี้หลันมองหาอย่างสนใจฟงอี้จึงได้ลุกขึ้นจับมือนางเดินออกไปหน้าหัวเรือ การแสดงงิ้วที่ตระการตาทำให้นางลืมไปว่าฟงอี้นั้นยังจับมือนางอยู่ตัวเขาเองก็ลืมไปเช่นกันทั้งสองยืนดูการแสดงอย่างรื่นเริงตามเนื้อเื่ เวลาเดียวกันเรืออีกลำก็ได้เทียบท่าข้างๆ เพื่อดูงิ้วที่แสดงเช่นกัน
หวัง หนี่เหลียนเดินนำออกมาก่อนหยาง อู๋เสินเดินออกมาตามมองเห็นอวี้หลันที่จดจ่อกับการแสดงฟงอี้ที่จ้องมองอวี้หลันอย่างสุขในใจก็เกิดไม่ชอบ
“อวี้หลัน” เขาเอ่ยคล้ายะโออกไปเสียงดัง
คนทั่วแถวนั้นต่างหันมามองอย่างประหลาดใจเพียงแค่เสียงเรียกอวี้หลันก็รู้ได้ว่าเป็ใครค่อยๆ หันไปมองเห็นหยาง อู๋เสินนั้นจ้องมองนางตาแข็งใบหน้าอารมณ์บูดยิ่ง
“คุณชาย” นางเอ่ยออกมาเบา
“ข้านึกว่าเ้าอยู่ที่เรือนเสียอีก”
ฟงอี้มองหน้าอวี้หลันที่ไม่รู้ควรกล่าวอย่างไรจึงกล่าวแก้หน้าให้นาง
“เป็ข้าพานางออกมาเองมิใช่ท่านหรือที่ผิดนัดนางก่อน เทศกาลครึกครื้นเช่นนี้เด็กสาวเช่นนางควรได้เปิดหูเปิดตาถึงจะถูก”
สิ้นคำกล่าวบุรุษทั้งสองจ้องตากันอย่างเอาจริงเอาจังอวี้หลันเพียงหันมองฟงอี้ทีหยาง อู๋เสินทีอย่างทำตัวไม่ถูกไม่รู้ควรกล่าวว่าอย่างไร หวัง หนี่เหลียนเองก็รู้สึกแปลกใจกับอาการของเขาทั้งที่อยู่กับตนมาทั้งวันเขาเอ่ยนับประโยคได้แต่กับสาวใช้ออกมาเที่ยวเล่นกลับดูไม่พอ
หยาง อู๋เสินมองไปที่มือของทั้งสองยังคงจับกันอยู่ก็ได้ตวาดนางอีกรอบ
“อวี้หลันเ้าเป็สตรียังยืนให้บุรุษจับมือถือแขนอยู่อีก”
อวี้หลันได้ยินเช่นนั้นจึงได้ก้มมองที่มือของตนแล้วค่อยๆ ดึงออกอย่างมีมารยาท หยาง อู๋เสินเดินข้ามเรือมา
“กับเรือนกลับข้า”
อวี้หลันมองหน้าฟงอี้ก่อนเอนตัวไปมองหน้าหวัง หนี่เหลียนที่อยู่บนเรืออีกลำอย่างรู้สึกเสียหน้า
“ข้ามากับคุณชายฟงข้าก็จะกลับพร้อมคุณชายฟงเ้าค่ะ ท่านมากับคุณหนูหวังท่านก็กลับพร้อมคุณหนูหวังเถอะเ้าค่ะ”
ฟงอี้คว้ามือของเขาที่จับมือของอวี้หลันอยู่แล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่ถอยร่นแม้ครึ่งก้าว
“นั้นสินางมากับข้าให้ข้าดูแล ท่านมากับแม่นางหวังก็ควรดูแลแม่นางหวัง”
หยาง อู๋เสินมองหน้าอวี้หลันแต่นางกลับไม่สบตาเขาเช่นนั้นแล้วจึงได้ปล่อยมือนางไป เขาเดินข้ามกับเรือของตนแล้วสั่งให้นายเรือขึ้นเทียบท่าเตรียมตัวส่งคุณหนูหวังกลับจวนทันที
อวี้หลันมองตามเขาอย่างกังวล
“ไม่ต้องกลัวหากหยาง อู๋เสินลงโทษเ้าข้าจะช่วยเ้าเอง”
“ข้าไม่กลัวคุณชายลงโทษกลัวแต่ว่าคุณชายจะโกรธเ้าค่ะ” อวี้หลันถอนหายใจพลางกล่าว
“ดื่มสุราเถอะจะได้คลายทุกข์ดีหรือไม่” ฟงอี้กล่าวพลางจับที่ไหล่นางเบาๆ
“ดีเ้าค่ะ” กล่าวเสร็จก็เดินเข้าไปเพื่อรินสุราดื่มอย่างหนักใจ
อวี้หลันยังรั้งอยู่บนเรือกับฟงอี้จนสุดปลายทางพอลงจากเรือนางก็เริ่มรู้สึกมึนเวียนด้วยว่าดื่มเหล้าเข้าไปอยู่หลายจอก ฟงอี้เข้าพยุงแต่อวี้หลันก็ปัดป้องออกแล้วกล่าวอย่างมั่นใจ
“คุณชายอวี้หลันยังไหวเ้าค่ะ” นางกล่าวพลางหัวเราะพลางตัวเอนไปมา
ฟงอี้ไม่ขัดปล่อยนางค่อยๆ เดินตามที่นาง้าเพียงมองตามทั้งส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นรถม้าก็ได้เห็นรถม้าคันหนึ่งวิ่งผ่านไปข้างตัวรถมีสัญลักษณ์ที่เคยเห็นก่อนหน้า
“นั้นรถม้าใครกัน”
ฟงอี้มองตามที่นางกล่าวก็จำได้ว่าสัญลักษณ์ัเช่นนั้นมีเพียงฮ่องเต้ที่ใช้แต่บุคคลภานอกไม่มีทางเคยเห็นหรือรู้จักอย่างแน่นอนยิ่งสาวชาวเมืองอี้เฉิงที่ห่างไกลเช่นนางนับว่ายากยิ่งกว่าทั่วไป
“เ้ารู้จักสัญลักษณ์นั้นหรือ” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“คุ้นตาเ้าค่ะ” นางเอ่ยเพียงสั้นๆ ยิ่งทำให้ฟงอี้แปลกใจที่นางคุ้นตากับสัญลักษณ์ฮ่องเต้
เมื่ออยู่ในรถม้าอวี้หลันก็พยายามคิดอยู่นานแต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าตนนั้นเคยเห็นที่ไหน รถม้าวิ่งไปสายตาก็หนักอึ้งขึ้นอวี้หลันสับปะงกอยู่หลายครั้งฟงอี้จึงได้ใช้มือของตนประคองศีรษะนางไว้เช่นนั้นนางจะได้นอนอย่างสบายใจ เขามองนางก็ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นเขาประคองอยู่นานจนมาถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลหยาง
“อวี้หลัน อวี้หลันถึงแล้ว” เขาเอ่ยอย่างเบาๆ นางจะได้ไม่ใ
แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่นฟงอี้จึงได้อุ้มตัวนางขึ้นแล้วเดินลงรถม้ามาอย่างไม่สะดวกนัก หยาง อู๋เสินยืนรออยู่นานเมื่อเห็นนางถูกอุ้มลงมาก้คิดว่าเกิดเื่กับนางอีกครั้งรีบเข้าไปดูทั้งยื้อแย่งนางออกจากอกของฟงอี้
“ท่านชายฟงนางเป็สาวใช้รบกวนท่านเกินไปแล้วให้ข้าเองดีกว่า”
ฟงอี้ยิ้มออกมาอย่างคิดอยู่แล้วว่าเขาจะกล่าวเช่นนี้
“แล้วท่านควรหรือข้ายังไร้ซึ่งพันธะใดหากว่าผู้คนตำหนิข้าสามารถรับผิดชอบนางได้” ฟงอี้หยุดเอ่ยไปชั่วครู่ทั้งมองเขาอย่างไม่แน่ใจก่อนกล่าวต่อ
“แต่ท่านมีคู่หมั้นอยู่แล้วท่านจะทำอย่างไร”
หยาง อู๋เสินรู้ดีว่าเขาตั้งใจเสียดสีตัวเองจึงได้มองกลับอย่างเอาเื่ทั้งแย่งตัวนางมาแล้วหันหลังเดินกลับเข้าคฤหาสน์ตนไปทันที
ฟงอี้เพียงยิ้มมุมปาทั้งส่ายหน้ากับสิ่งที่เขาทำ
“คุณชายกลับจวนเลยหรือไม่ขอรับ” โย่วเผยเอ่ยถามจากด้านหลัง
“อืม”