ซากปรักหักพัง
เสียงะเิดังมาจากระยะไกลอย่างต่อเนื่องทำให้พื้นรอบบริเวณสั่นไหวเหมือนถูกคลื่นกระแทก แม็กซ์ไม่รอช้าก้าวเท้าออกแรงเต็มที่ พุ่งทะยานไปยังทิศทางที่เป็ต้นกำเนิดของเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทาง ฝูงสัตว์อสูรทั่วไป จำนวนมากต่างพากันวิ่งสวนทางออกมาด้วยความตื่นตระหนกดวงตาเบิกโพลงขนลุกชันทั้งตัว พวกมันไม่สนใจสิ่งกีดขวางหรือภัยอันตรายรอบข้างมุ่งหน้าหนีออกจากเขตพื้นที่นั้นเพียงอย่างเดียวเห็นได้ชัดว่าพวกมันทนแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากจุดศูนย์กลางไม่ไหวและสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดก็สั่งให้พวกมันไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
“มันคงอยู่ไม่ไกลจากตรงที่นี่”เด็กหนุ่มกระซิบกับตัวเองขณะมองผ่านฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้ง “แต่ถ้าวิ่งฝ่าฝูงอสูรพวกนี้คงจะเสียเวลา”เขาตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางทันที ะโตัวลอยขึ้นสูงอย่างคล่องแคล่วเหยียบยอดเสาต่อด้วยหลังคาของอาคาร แทนการวิ่งไปตามถนนแบบปกติ ช่วยให้เขาเลี่ยงการปะทะกับสัตว์อสูรที่หนีกระเจิงออกมาได้อย่างสมบูรณ์และยังช่วยให้เห็นภาพรวมของพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย
ในขณะเดียวกันทางด้านหลัง เ้าหมาป่าทมิฬแผงคอขาวพยายามฝืนลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นเทามันมองตามเงาของเด็กหนุ่มที่ลอยหายไปกลางอากาศด้วยแววตาที่ปนไปด้วยความกังวลใจมันสั่งให้วิ่งตามไปทันที ทว่ากล้ามเนื้อที่ยังอ่อนเปลี้ยและคลื่นจิตสังหารยังคงทำให้ขาของมันสั่นแทบจะก้าวเท้าไม่ออก
เมื่อสามารถรวบรวมแรงและความกล้าได้บ้าง มันก็เร่งฝีเท้าวิ่งตามออกไปทันทีแต่พอเงยหน้ามองอีกครั้ง เด็กหนุ่มก็หายไปจากระยะสายตาแล้วเหลือเพียงกลิ่นอายที่ลอยอยู่ในอากาศเท่านั้นหมาป่าจึงต้องพึ่งพาสัญชาตญาณและความสามารถในการแกะรอยที่มีมาแต่กำเนิดก้มหน้าดมกลิ่นตามทางไปอย่างขยันขันแข็ง
ยิ่งวิ่งเข้าใกล้จุดหมายเสียงคำรามและแรงสั่นะเืก็ยิ่งชัดเจนและรุนแรงขึ้น จนมันรู้สึกได้ทันทีว่าสิ่งที่กำลังปะทะกันอยู่เบื้องหน้า ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดาแน่นอน
แม็กซ์วิ่งผ่านซากอาคารที่พังทลายมาได้สักระยะ ก็มาถึงตำแหน่งที่มาของเสียงทั้งหมดภาพตรงหน้าทำให้แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นเขาไม่รอช้าะโหาที่สูงเพื่อหาตำแหน่งสังเกตการณ์ที่ปลอดภัยทันที
โฮกกก!!!
เสียงคำรามกึกก้องะเืไปทั่วซากปรักหักพังชั้นในแรงอัดอากาศจากคลื่นเสียงมหาศาลพัดฝุ่นละอองฟุ้งขึ้นเป็ม่านหมอกขณะที่อาคารรอบนอกสั่นะเืราวกับกำลังจะถล่มลงมาอีกครั้ง
“ถึงว่าสิ ตอนแรกไม่เจอตัวมันอยู่กับฝูงที่แท้มาอยู่ที่นี่นี่เอง” แม็กซ์พึมพำขณะสอดส่องดูสภาพแวดล้อม “ดูท่าแล้ว... คงจะเดือดน่าดูเลยนะ”
เขารีบสำรวจหาจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการซุ่มดูโดยหลีกเลี่ยงตำแหน่งเหนือลมและใต้ลมอย่างระมัดระวัง จนเลือกขึ้นไปบนคานเหล็กของอาคารที่ยังพอยืนได้ในระดับสูงพอสมควร ทั้งมองเห็นภาพชัดเจนและซ่อนตัวได้ดีที่สุด
“ตอนนี้ขอเป็แค่ผู้ชมไปก่อนแล้วกันฮี่ ๆ” เขายิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “จ่าฝูงหมาป่าทมิฬตัวนี้ตัวใหญ่กว่าลูกกะจ๊อกมากเลย”
ไม่นานหลังจากนั้น เ้าหมาป่าทมิฬแผงคอขาวก็ตามรอยกลิ่นมาถึงบริเวณนี้มันหยุดยืนนิ่ง กวาดสายตาหันซ้ายแลขวา พร้อมกับย่นจมูกสูดกลิ่นถี่กระชั้นรอบตัว ราวกับตามหาอะไรบางอย่าง
“เฮ้ยยยย!ไอ้เ้าบื้อนั่น... มันมาทำอะไรที่นี่เนี่ย” เด็กหนุ่มมองลงมาด้วยความใเล็กน้อย
“นี่... มันใช่ที่ที่แกควรจะมามั้ย แค่ยืนอยู่ขาก็สั่นจนแทบจะล้มล่ะยังจะตามมาอีก” เขาเริ่มกังวลแทน “แล้วมันมองหาอะไรอยู่? อย่าบอกนะว่า...”
หมาป่ายังคงดมกลิ่นไปเรื่อย ๆ หันซ้ายหันขวาก่อนจะแหงนหน้ามองขึ้นไปตามทิศทางลมจนในที่สุด ดวงตาคมกริบของมันก็สบกับสายตาของเด็กหนุ่มที่ซุ่มอยู่เบื้องบน
“ชู่ววว...”เด็กหนุ่มรีบยกนิ้วชี้มาทาบริมฝีปาก ส่งสัญญาณบอกให้มันเงียบและถอยห่างออกไปทันที “ปู่เ้าเถอะ! จะมองขึ้นมาเพื่อ? เดี๋ยวพ่อเอ็งก็รู้หรอก”
ทว่าโชคดีของพวกเขาทั้งคู่ ที่ในขณะนั้น ผู้ปกครองอาณาเขตทั้งสองตัวไม่อาจละสายตาจากฝ่ายตรงข้ามได้มีเพียงศัตรูตรงหน้าเท่านั้นที่อยู่ในสายตา ไม่มีเวลาให้มาสนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
ณ ใจกลางลานกว้าง
ร่างเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมายืนตระหง่านอยู่สูงเกินสามเมตร ความยาวจากหัวจรดหางยาวเทียบเท่ารถบรรทุกขนาดกลาง มันคือ ขุนพลหมาป่าทมิฬอสูรผู้ปกครองเหล่าหมาป่าทมิฬ สายพันธุ์นักล่าที่ขึ้นชื่อเื่พละกำลังและความว่องไวอันน่าสะพรึงกลัวขนสีดำสนิททั่วร่างหนาทึบราวกับชุดเกราะเหล็กที่หุ้มห่อไว้แ่าดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายลุกโชนเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกเป็ชิ้น ๆ
ทว่าในตอนนี้ ศัตรูที่ยืนเผชิญอยู่ตรงหน้า กลับทำให้ผู้นำแห่งเผ่าหมาป่าทมิฬต้องรู้สึกถึงความหวาดหวั่นจนเหงื่อเย็นเริ่มซึมออกมาตามซอกขน
“ฟ่ออออ...” เสียงขู่ฟ่ออย่างเยือกเย็นและน่าขนลุก ดังแ่ออกมาจากกลุ่มหมอกควันสีเขียวหนาทึบที่ลอยปกคลุมทั่วบริเวณ ราวกับม่านบดบังสายตาที่ แม้แต่แสงแดดก็ไม่อาจส่องทะลุผ่านเข้ามาได้เลยภายใต้ความมืดมิดนั้นแฝงไว้ซึ่งความอันตรายนี่คือ “เขตแดนหมอกพิษ”
“หืม... เพียงแค่ระดับขุนพลมีทักษะประเภทเขตแดนแล้วเหรอ?” เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าประหลาดใจ“แล้วรูปลักษณ์นั่น... ทำไมมีกลิ่นอายคล้ายัเลย เห็นแวบ ๆมีเขางอกออกมาทั้งสองข้างด้วย”
เขตแดนหมอกพิษ คือทักษะเฉพาะของ ขุนพลอสรพิษมรกต แม้มันจะอยู่ระดับเดียวกันกับขุนพลหมาป่าทมิฬแต่กลิ่นอายและรัศมีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมา กลับยิ่งใหญ่จนเทียบได้กับระดับาาแรงกดดันมหาศาลนั้นข่มขวัญขุนพลหมาป่าจนขนลุกชันไปทั้งตัว
ขุนพลหมาป่าทมิฬไม่รอให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่าเดิมสัญชาตญาณนักล่าสั่งให้มันต้องเริ่มโจมตีก่อน เพื่อทำลายความได้เปรียบของคู่ต่อสู้ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่พองขึ้น มันพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง จนเกิดเป็เส้นสีดำที่ลอยผ่านอากาศมันอ้อมไปทางด้านหลังของม่านหมอกอย่างรวดเร็วที่สุด
<เปิดใช้งานทักษะ: กรงเล็บเชือดเฉือน>
อุ้งเท้าหน้าขนาดใหญ่กระชากอากาศอย่างรุนแรง คลื่นทักษะสีขาวดำ ก่อเป็กรงเล็บขนาดยาวเกินเมตรทั้งสามสายถูกปลดปล่อยออกไปใส่เป้าหมายด้วยความเร็ว หวังตัดร่างของงูั์ที่ซ่อนอยู่ภายในให้ขาดสะบั้น
ทว่าทันทีที่การโจมตีพุ่งเข้าสู่เขตแดน ความหนาแน่นของหมอกพิษที่เต็มไปด้วยพลังจิติญญาก็เริ่มทำงานมันดูดซับและสกัดกั้นความรุนแรงไว้ได้อย่างสิ้นเชิง
ซู่... ซู่... พลังทำลายล้างที่ดูเหมือนจะผ่าูเาได้ กลับถูกหมอกพิษต้านทานไว้จนอ่อนแรงลงและบิดเบือนทิศทางไปอย่างน่าใ สุดท้ายเหลือเพียงแรงลมบางเบาที่พัดผ่านเกล็ดหนาของอสรพิษมรกต ทำได้เพียงสะกิดให้เกิดเสียงเสียดสีเท่านั้น
‘การโจมตีระยะไกลไม่ได้ผลเลย!’ จิตสำนึกของขุนพลหมาป่าตระหนักได้ทันทีหาก้าทำร้ายศัตรูตัวนี้ มันต้องใช้ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่นั่นคือการเข้าประชิดตัว
“โฮกกก!” มันย่ำเท้าลงบนพื้นจนเกิดรอยร้าวยาว ก่อนจะรวบรวมพลังงานทั้งหมดไว้ในร่างกายแล้วพุ่งตัวฝ่าเข้าไปในม่านหมอกพิษสีเขียวนั้นโดยตรง
ั้แ่วินาทีที่ขนและิััักับหมอกเขตแดนก็เริ่มทำงานเต็มประสิทธิภาพ สถานะลดทอนความสามารถระดับรุนแรงถูกส่งผลทันทีพลังชีวิตของหมาป่าถูกดูดออกไปอย่างช้า ๆ ิัเริ่มรู้สึกแสบร้อนราวกับถูกไฟเผาพลังโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงไปกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ในชั่วพริบตา
แต่ขุนพลหมาป่ายังคงข่มความเ็ปและความรู้สึกมึนงงไว้ได้ โดยอาศัยััการรับรู้จนในที่สุดก็เจอตัวของอสรพิษั์ที่กำลังขดตัวอยู่ตรงกลาง
<เปิดใช้งานทักษะ:กรงเล็บสังหาร>
อุ้งเท้าหน้าของมันขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว กรงเล็บแหลมคมยาวร่วมเมตร เรืองแสงสีดำทมิฬเข้มข้นจนมองเห็นได้ชัดเจนมันตะปบลงไปสุดกำลัง จนเกิดเสียงฉีกอากาศดังลั่นตามมา
ฉั่วะ! แรงกระแทกมหาศาลปะทะเข้าที่ลำตัวของอสรพิษมรกตอย่างจัง!เกล็ดของมันแข็งแกร่งทำให้ก่อเกิดประกายไฟกระจายเหมือนโลหะกระทบกัน ทว่า... พลังิญญาระดับผู้นำสัตว์อสูรสายพละกำลังก็สามารถทะลวงผ่านเกราะหนาได้สำเร็จ เกล็ดบางส่วนแตกกระจายเืสีม่วงคล้ำสาดกระเซ็นลงพื้นจนเกิดควันโขมงลอยขึ้นมาทันที
จ่าฝูงหมาป่าไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ตั้งตัวมันแยกเขี้ยวคำรามต่ำ พลังงานสีดำไหลเวียนปกคลุมทั่วคมเขี้ยวจนเกิดออร่าสีดำ ก่อนจะพุ่งเข้ากัดฉีกาแเดิมอย่างบ้าคลั่งสะบัดฟัดเหวี่ยงจนร่างของงูั์ครูดไปกับพื้นหินกระแทกเข้ากับเสาและกำแพงจนพังทลายลงเป็แถบ
ฟ่อออ! เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังออกมาจากปากของอสรพิษมรกตเป็ครั้งแรกาแฉกรรจ์กลางลำตัวทำให้พลังชีวิตของมันลดฮวบลงไปเกือบครึ่งความเ็ปได้ปลุกความบ้าคลั่งในสายเืให้ตื่นขึ้น แต่ในขณะเดียวกันสัญชาตญาณที่เ้าเล่ห์ก็ยังคงทำงานอย่างเต็มที่
อสรพิษั์ไม่เลือกที่จะสู้ด้วยกำลังแบบตรงไปตรงมามันแสร้งทำเป็อ่อนแรง ร่างกายอ่อนเปลี้ย ทิ้งตัวลงกับพื้นด้วยอาการสั่นระริกเพื่อล่อลวงให้หมาป่าทมิฬย่ามใจคิดว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อมมือ เมื่อเห็นศัตรูนอนนิ่งไม่ขยับขุนพลหมาป่าทมิฬก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปเตรียมกัดเข้าที่ลำคอเพื่อปิดบัญชี
ทว่า... นั่นคือกับดักที่ถูกคำนวณไว้แล้ว ในเสี้ยววินาทีที่หมาป่าพุ่งเข้ามาในระยะประชิดดวงตาสีม่วงของอสรพิษที่แสร้งหลับตา ก็เบิกกว้างขึ้นมาพร้อมแสงวาบรุนแรงเขตแดนหมอกพิษรอบตัวถูกบีบอัดรวมกันอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็ลิ่มพิษที่มีความหนาแน่นสูงสุดล้อมรอบร่างของหมาป่าไว้ทุกทิศทางจนไม่มีช่องว่างให้ขยับหนีพลังป้องกันตามธรรมชาติของมันถูกลดทอนจนเกือบหมดสิ้น
ลำตัวยาวเกี้ยวรัดร่างของหมาป่าเอาไว้แน่นสนิทยิ่งหมาป่าดิ้นรนเท่าไร แรงรัดก็ยิ่งแน่นขึ้นจนแทบจะบีบอัดกระดูกให้หักท่อน
ฉึก! ความเร็วในการโจมตีของอสรพิษเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันราวกับสายฟ้าแลบหัวอันมหึมาพุ่งเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัว คมเขี้ยวคู่ยาวที่อาบไปด้วยพิษเข้มข้นทะลวงผ่านแผงคอหนาและฝังลึกเข้าสู่เส้นเืหลักของขุนพลหมาป่าทมิฬอย่างแม่นยำ
เอ๋ง! เสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมานแสนสาหัสดังระงมไปทั่วพิษของอสรพิษมรกตระดับสูงสุดนั้นรุนแรงและฉีกกฎเกณฑ์เกินกว่าระดับขุนพลจะรับมือไหว
มันไม่ได้ทำลายเพียงแค่เนื้อเยื่อภายนอกแต่แทรกซึมเข้าไปกัดกร่อนเส้นเื ระบบประสาทและสลายพลังภายในร่างกายของหมาป่าทมิฬจากภายในสู่ภายนอกอย่างรวดเร็ว ขนสีดำสนิทเริ่มหลุดร่วงเป็กระจุกิัเปลี่ยนสีกลายเป็สีม่วงช้ำ และเริ่มเน่าเปื่อยในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
จ่าฝูงหมาป่าพยายามดิ้นรนสุดความสามารถสะบัดตัวและกวัดแกว่งกรงเล็บตวัดใส่ใบหน้าของอสรพิษจนทำให้ดวงตาข้างหนึ่งได้รับาเ็จนบอดไปทันที แต่นั่นก็เป็เพียงการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายพลังชีวิตของมันร่วงดิ่งลงสู่จุดวิกฤต ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ ค่อย ๆอ่อนแรงลงจนล้มตึงลงกับพื้น หายใจรวยริน ความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
อสรพิษมรกตสลัดร่างไร้ิญญาของหมาป่าทมิฬ ทิ้งลงพื้นอย่างเืเย็นก่อนจะใช้พลังงานดึงเอาแกนพลังสีม่วงเหลืองของขุนพลหมาป่าทมิฬลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าแม้ตัวมันเองจะได้รับาเ็สาหัสทั้งแผลกลางลำตัวและสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งจนพลังชีวิตเหลือไม่ถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์แต่ชัยชนะในศึกครั้งนี้ก็ยังคงเป็ของมันอย่างไม่ต้องสงสัย
มันอ้าปากกว้างเตรียมจะกลืนแกนพลัง เพื่อดูดซับพลังิญญาทั้งหมดและเร่งกระบวนการฟื้นตัวรวมถึงวิวัฒนาการร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น โดยที่มันไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์การปะทะของมันได้ถูกจับจ้องอย่างใกล้ชิดโดยเด็กหนุ่มหน้านิ่งคนหนึ่งที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดด้วยความใจเย็น
“เฮ้ย!!แกนพลังสีม่วงเหลือง” เด็กหนุ่มกระซิบด้วยแววตาเป็ประกาย “จะปล่อยให้มันกลืนเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด”
ในขณะที่อสรพิษมรกตเริ่มลดความระมัดระวังลงและยังไม่ทันได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้เขตแดนหมอกพิษให้กลายเป็เกราะป้องกันอีกครั้ง
<เร่งความเร็ว> แม็กซ์ใช้ความเร็วสูงสุดที่มีพุ่งตัวทะยานออกมาจากที่ซ่อนราวกับสายลม ก่อนจะไปปรากฏตัวตรงหน้าอสรพิษในพริบตาและยื่นมือคว้าเอาแกนพลังสีม่วงเหลืองไปต่อหน้าต่อตาอย่างรวดเร็ว
“ขอบใจมากนะที่ช่วยฟาร์มของดีมาให้” เด็กหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง
ขุนพลอสรพิษมรกตตื่นตระหนกก่อนจะเปลี่ยนเป็ความโกรธเกรี้ยวสุดขีดมันะเิพลังภายในตัวออกมาเพื่อปลดปล่อยเขตแดนหมอกพิษให้แผ่ขยายออกไปทั่วทั้งบริเวณอีกครั้งด้วยความตั้งใจที่จะฉีกกระชากผู้บุกรุกที่ขโมยสมบัติของมันให้แหลกสลาย
หมอกพิษสีเขียวเข้มทะลวงพุ่งเข้าใส่แม็กซ์ราวกับคลื่นั์หมายจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในพริบตา!
ทว่า...สายตาของเด็กหนุ่มกลับยังคงสงบนิ่ง มือหนึ่งกำแกนพลังไว้แน่นอีกมือหนึ่งเตรียมพร้อมขยับร่าง