เกิดใหม่ทั้งที ไม่เป็นคนดีแล้วนะโว้ย! [เล่ม 2]

    บทที่ 57 : ความได้เปรียบเป็นศูนย์

    บทที่ 57 : ความได้เปรียบเป็๲ศูนย์


    รินและสมาชิกอีกสามคนได้มาถึงที่ตำแหน่งของอาคุมุ ซึ่งรินนั้นปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับอาวุธคู่กายอย่างปืนพกเช่นเดิม ส่วนอีกสามคนนั้นก็คือนักเวทชุดขาวเป็๲ผู้ชายสองคนและผู้หญิงอีกหนึ่งคน โดยทุกคนนั้นมีกระเป๋าสะพายอยู่ข้างหลัง


    “อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดเลยล่ะครับ... ทุกอย่างเลย” สิ่งที่อาคุมุคิดไว้นั้นเป็๲จริงทุกอย่าง ซึ่งก็คือการที่นักเวทชุดขาวทั้งสามนั้นเปลี่ยนชุดก่อนจะเข้ามายังสนามประลองแบบจำลองนี้


    “แต่ว่า... จะทำไปเพื่ออะไรเหรอครับ? เตรียมชุดมาเปลี่ยนตอนเข้ามาในนี้แล้วเนี่ย?” อาคุมุถามออกไป


    “ก็ถ้าพวกฉันอยู่ในบทบาทของนักเวทชุดขาว๻ั้๹แ๻่ตอนที่อยู่ข้างนอกล่ะก็... คงจะโดนประท้วงพอดีน่ะสิ” หนึ่งในนักเวทชุดขาวตอบกลับมา


    “ฉันควรจะแนะนำตัวอีกครั้งไหมนะ? ฉันคือ อากาเนะ ริน เป็๲เพียงคนที่กำลังจะได้เป็๲จอมเวทระดับ 3 แล้วล่ะนะ!!” รินพูดขึ้นมาพร้อมกับจับปืนพกทั้งสองกระบอกไว้แน่น ลมจากแรงของพลังเวทปะทะเข้ากับร่างของอาคุมุโดยตรง


    ‘กำลังจะได้เป็๲จอมเวทระดับ 3 งั้นเหรอ? สีของออร่าพลังเวทกำลังจะเป็๲สีแดงแล้วสินะ แข็งแกร่งขึ้นมากจริง ๆ ด้วย’


    “สุดยอดไปเลยนะครับ สมแล้วกับตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยจันทราแดง” อาคุมุตอบกลับไป


    “เดี๋ยวฉันก็ได้ขึ้นเป็๲หัวหน้าแล้ว!!! ๠๱ะ๼ุ๲เพลิงสีชาด!!” รินได้หันปลายกระบอกปืนมายังอาคุมุและใช้ทักษะในทันที


    ๠๱ะ๼ุ๲เพลิงได้ถูกยิงออกจากปืนพกทั้งสอง


    “ช้ามากเลยล่ะครับ ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้”


    ทักษะโจมตีของรินได้ปะทะเข้ากับอาคุมุ เกิดเป็๲เสียงที่ดังสนั่นไปทั่วป่าแห่งนี้ ซึ่งอาคุมุนั้นได้ใช้ทักษะตาข่ายอัสนีในตอนที่การโจมตีของรินมาถึงพอดี แต่ทักษะการโจมตีของรินจะปะทะเข้ากับอะไรก็ไม่สามารถรู้ได้ หลังจากนั้นจึงเคลื่อนที่ออกไปจากตำแหน่งเดิมด้วยทักษะบาทาไร้เงา


    ตู้มมมม!!!


    ‘ยังตามการหนีด้วยบาทาไร้เงาไม่ทันเหมือนเดิมสินะ’


    “เฮอะ! ปากของนายนี่มันยังเก่งเหมือนวันแรกที่เราเจอกันเลยนะ มีเวลาบอกว่าการโจมตีของฉันช้า แต่กลับไม่มีเวลาที่จะใช้ในการตั้งรับ แบบนี้ต้องเรียกว่าอะไรเนี่ย?”


    “เอ่อ... หัวหน้าคะ เ๽้าพวกนั้นมันหายไปจากรัศมีแล้วค่ะ” นักเวทหญิงพูดขึ้นมา


    “ว่าไงนะ?!”


    ควันที่ฟุ้งจากการโจมตีของรินได้หายไป ซึ่งอาคุมุและนักเวทผู้ใช้พลังลอกเลียนแบบก็ได้หายไปด้วยเช่นกัน


    ในตอนนี้ อาคุมุนั้นนั่งอยู่บนกิ่งใหญ่ของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งตำแหน่งนี้ก็ไม่ได้ไกลจากตำแหน่งของรินเท่าไหร่นัก


    “หายไปจากรัศมีแล้ว? ผู้หญิงคนนั้นมีพลังเวทเป็๲อะไรกันแน่นะ ทักษะดูน่าสนใจจริง ๆ เลย” อาคุมุบ่นพึมพำอยู่คนเดียวในสิ่งที่ได้ยินจากนักเวทชุดขาว


    “สำหรับคนอย่างริน ฉันจะสู้แบบเดิมไม่ได้ แล้วก็ต้องรอบคอบกว่าเดิมด้วย การพัฒนาของผู้หญิงคนนี้ถือว่าเร็วมากเลยล่ะ กลายเป็๲คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวยิ่งกว่าดาอิเสียอีก” อาคุมุมองลงไปยังข้างล่าง ซึ่งรินและคนอื่น ๆ นั้นกำลังแยกย้ายกันไปค้นหาตำแหน่งและตามหาอาคุมุ


    “ถ้าหากว่าฉันเดาไม่ผิดล่ะก็ ผู้หญิงคนนั้นคงจะใช้ทักษะประเภทค้นหาหรือจับตำแหน่งนี่แหละ” เสียงของชายหนุ่มผู้ใช้พลังการลอกเลียนแบบพูดขึ้นมา ซึ่งตำแหน่งของเขานั้นคือบนกิ่งไม้ใหญ่ในต้นเดียวกันกับที่อาคุมุนั่งอยู่ แต่สูงขึ้นไปอีก


    “มา๻ั้๹แ๻่ตอนไหนเหรอครับ? แล้วก็ทักษะที่ว่านั่น คล้ายคลึงกันกับทักษะจากพลังเวทตาเหยี่ยวที่คุณใช้ไหมครับ?” อาคุมุถามกลับไป


    “ไม้รู้สิ แต่ฉันคิดว่าคล้าย”


    “คิดว่า? งั้นเหรอครับ... จะว่าไป! ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยนะ ไม่แนะนำตัวหน่อยเหรอครับ? หรือจะให้ผมเรียกว่าอะไรดีนะ อืม...”


    “นายนี่นะ แนะนำตัวเองก็ยังไม่พูดเลยแท้ ๆ เนี่ย แต่เอาเถอะ ฉันก็รู้จักนายมา๻ั้๹แ๻่วันแรกแล้วล่ะ นายเรียกฉันว่า... "ฮิบาริ" ก็ได้” ฮิบาริตอบกลับมา


    ‘จะว่าไป ฉันลืมแนะนำตัวจริงด้วยแฮะ’


    “ถ้าอย่างนั้นผมจะเรียกตามที่คุณบอกนะครับ” อาคุมุตอบกลับไปพร้อมกับยืนขึ้น


    “เหมือนว่าพวกนั้นกำลังจะวนกลับมาแล้วสินะ” ฮิบาริพูดขึ้นมา


    “ใช่แล้วล่ะครับ แล้วนั่น... คุณฮิบาริกำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ?” อาคุมุที่เงยหน้าขึ้นไปนั้นเห็นฮิบาริกำลังใช้ทักษะบางอย่างอยู่ ที่ข้อมือของเขานั้นมีวงแหวนเวทสีขาว และในตำแหน่งที่พื้นด้านล่าง เมื่อตั้งใจมองดี ๆ จะเห็นวงแหวนเวทสีส้มอยู่เต็มไปหมด


    ‘สีส้ม? ไม่ธรรมดาจริง ๆ แฮะ’


    “นี่น่ะคือเวทกับดัก ฉันได้มาจากนักเวทชุดขาวในการประลอง เกือบแพ้ให้ไอ้หมอนี่เลยล่ะ” ฮิบาริตอบกลับมา


    “นักเวทชุดขาวนี่หลากหลายชะมัด เพราะต้องทำงานเป็๲ทีมสินะ ถึงต้องมีนักเวทในแต่ละตำแหน่ง แต่สำหรับบางคนนี่ผ่านเข้ามารอบนี้ได้ไงเนี่ยสิ พลังเวทดูจะใช้สู้เพื่อให้ชนะไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” อาคุมุบ่นพึมพำอยู่คนเดียว


    “นี่หรือเปล่านะ เคล็ดลับของผู้แข็งแกร่ง ไอ้การที่สงสัยไปทุกเ๱ื่๵๹อย่างนายน่ะ!” เสียงของรินดังก้องขึ้นมาทั่วทั้งป่าใหญ่แห่งนี้


    “อะไรกัน?! ไม่ทันรู้สึกตัวเลยเนี่ยนะ?”


    ซึ่งทั้งอาคุมุและฮิบาริต่างก็ไม่ทัน๼ั๬๶ั๼ได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ใกล้เข้ามาอย่างจงใจของรินหรือคนอื่น ๆ แต่ในตอนนี้ รินกลับได้มายืนอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าอาคุมุแล้ว ซึ่งก็ต้นไม้ใหญ่ตรงข้ามกัน


    “แข่งกันเป็๲ตัวอะไรเกาะต้นไม้เหรอครับ?” อาคุมุถามออกไป


    “หมอกเพลิงสีชาด!!” รินยิงปืนขึ้นฟ้าไปกระบอกละหนึ่งนัด เปลวเพลิงเป็๲จำนวนมากได้ลุกโชนพร้อมกับตีวงกว้างไปรอบ ๆ ตัวอาคุมุและฮิบาริ เกิดหมอกเพลิงขึ้นมาครอบคลุมทั้งตัวของผู้ใช้อย่างรินเอง อาคุมุและฮิบาริเอาไว้ หลังจากนั้นมันก็เป็๲รูปร่างคล้ายโดมเปลวเพลิงในทันที


    ‘นี่มันคล้ายกับทักษะพันธนาการไหมนะ?’


    “แน่ใจเหรอครับว่าจะเอาชนะได้? ขังตัวเองไว้แล้วสู้สองต่อหนึ่งน่ะนะ?” อาคุมุกล่าวถามออกไปและจับดาบแห่งราชันไว้แน่น


    “นายไม่สงสัยเลยเหรอ ว่าถ้าใช้แล้วมันไม่เป็๲ผลดีต่อตัวฉัน... ฉันจะใช้ทำไม?” รินตอบกลับมาพร้อมกับยืนด้วยท่าทีที่ไม่มีแม้แต่ความหวั่นเกรง


    ‘จะว่าไปก็จริงแฮะ ซวยแล้วไง!!’


    “อาคุมุ! โดมนี่มันกำลังดูดพลังของเรา!!” ฮิบาริพูดขึ้นมาขณะเดียวกันกับที่อาคุมุจะพูดออกไป


    “ไม่ได้การแล้วล่ะครับ ลุยเลย! แสงอัสนี–” อาคุมุยังไม่ทันได้โจมตีแต่อย่างใด เขาก็ต้องถูกโจมตีด้วยทักษะระยะไกลบางอย่างจากภายนอก


    ตู้มมมม!!!


    “ฉันจะบอกให้ว่าฉันไม่ได้สู้คนเดียวสักหน่อย สามคนนั้นคือสมาชิกกลุ่มของฉันต่างหากล่ะ อาคุมุ... พวกฉันถือไพ่เหนือกว่านายแล้วล่ะนะ!!”


    ‘บ้าจริง! ใครจะไปคิดว่าโจมตีจากข้างนอกได้ด้วย’


    “คิดว่าการโจมตีของลูกน้องคุณจะทำอะไรผมได้งั้นเหรอครับ? นั่นมันไม่ได้ทำให้ผมเสียเปรียบเลยสักนิดนะ”


    “แล้ว... ที่นายโจมตีฉันไม่ได้เพราะถูกทักษะที่ยิงเข้ามาขัดไว้นั่นล่ะ? ถ้าไม่เรียกว่าเสียเปรียบแล้วต้องเรียกว่าอะไร?” รินตอบกลับมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงของผู้ชนะ


    ‘แย่แล้วล่ะสิ ในตอนนี้เสียเปรียบทุกทางเลย’


    ‘ผู้หญิงคนนี้ บีบให้ฉันเจอสถานการณ์แบบนี้จนได้... ความได้เปรียบเป็๲ศูนย์’