เมื่อครบสามวันตามที่ศิษพี่ย์ของพวกเขานัดไว้ เยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ก็มายืนรออยู่หน้ากระท่อมอย่างใจจดใจจ่อไม่นานนักก็มีรถม้าวิ่งมาแต่ไกล ทั้งสองก็รีบเข้าไปร่ำลาอาจารย์ของตน
“อาจารย์เ้าค่ะศิษย์ไปแล้วนะอวยพรให้ศิษย์ได้หรือไม่”
“เ้านี่อ้อนข้าไม่เคยเปลี่ยน พูดอย่างกับจะไม่ได้กลับมาหาข้าอีกอย่างนั้น”
“ก็ศิษย์ไม่รู้นี่ว่าศิษย์พี่จะให้ไปทำอะไรที่ไหนเผื่อออกไปต่างเมืองกว่าจะได้กลับมาข้าต้องคิดถึงอาจารย์เป็แน่”
“เ้าต้องกลับมาหาข้าแน่นอนข้าเชื่ออย่างนั้นเ้าจงใช้ชีวิตของเ้าให้ดี อย่างไรก็ตามอย่าทำความชั่วเพราะความชั่วมันไม่ได้พาให้ใครมีความสุข”
“เ้าค่ะศิษย์จะจำให้ขึ้นใจ”
“ไปกันได้แล้วเฝิ่นลู่เ้าต้องดูแลเยว่เล่อให้ดี”
“ขอรับอาจารย์ท่านอย่าได้ห่วงนางข้าจะดูแลนางเอง”
ที่อาจารย์เขาพูดอย่างนั้น เพราะคิดว่าหากเข้าไปทำงานให้กับฮองเต้นั้น จะต้องเป็งานที่เสี่ยงอย่างไรก็ตามวังหลวงก็ไม่ใช่ที่ปลอดภัย เมื่อทั้งสองขึ้นรถม้าและรถม้าคันนั้นได้วิ่งออกไปไกล ท่านผู้เฒ่าก็ได้แต่มองตามรถม้าไปจนรถม้าคันนั้นวิ่งไปไกลจนลับตา เขาคิดว่านางไปทำงานให้ฮองเต้ครั้งนี้น่าจะช่วยให้เยว่เล่อออกจากจวนนั่นได้เสียที
ที่จวนของของเ้ากรมคลัง ท่านแม่ของเยว่เล่อมาเข้าพบฮูหยินใหญ่เพื่อที่จะบอกข่าวของเยว่เล่อว่านางไปทำงานนอกจวน อย่างไรก็ตามฮูหยินใหญ่เป็ใหญ่ที่สุดในบ้านรองจากท่านเ้ากรมคลัง หากมีอะไรก็จะต้องรายงานให้ฮูหยินใหญ่ทราบเสียก่อนดีกว่า หากนางมารู้ทีหลังก็จะเป็เื่เป็ราว
“ฮูหยินใหญ่เ้าค่ะข้าน้อยมีเื่มาบอกท่าน”
“เื่ลูกสาวของเ้าใช่หรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะเยว่เล่อนางออกไปทำงานนอกจวนและไปอยู่กับนายจ้างเลยเ้าค่ะ”
“ดีๆจะได้ลดภาระของจวนบ้างและลูกเ้าจะไปอยู่ไหนข้าไม่สนใจหรอก ยิ่งออกไปจากจวนข้าก็ยิ่งชอบ”
ท่านแม่ของเยว่เล่อได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกน้ำตาตกใน ว่าเหตุใดฮูหยินใหญ่ถึงไม่มีความเมตตาปราณีกับเยว่เล่อเอาเสียเลย ถึงอย่างไรเยว่เล่อก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็คนในจวนทำไมถึงได้ไร้ความเมตตาเช่นนี้ ครั้นเมื่อนางรายงานเสร็จนางก็รีบเดินออกมาจากเรือนใหญ่ทันทีเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย
เมื่อรถม้าวิ่งเข้าสู่ประตูวังเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ก็มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจว่าเหตุใดศิษย์พี่ของตนถึงได้ทำงานอยู่ในวังหลวงที่โอ่อ่าขนาดนี้เยว่เล่อก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าวัง เพราะทั้งชีวิตของเธอนั้นไม่เคยเข้าวังเลยสักหนก็จะมีแต่พี่สาวคนโตของนางที่ได้ตามท่านเ้ากรมคลังมาในวังเมื่อมีงานเลี้ยง ครั้นเมื่อถึงที่หมายทั้งสองก็ได้เดินตามขันทีเข้าไปด้านในเมื่อถึงด้านในสิ่งที่พวกเขาเห็นตรงหน้าก็คือศิษย์พี่ของพวกเขา บัดนี้เขาอยู่ในชุดสีทองเหลืองอร่ามบนหัวมีมงกุกที่บงบอกว่าเป็สัญลักษณ์ของฮองเต้
“ถวายบังคมฮองเต้พะยะค่ะกระหม่อมพาทั้งสองมาพบท่านตามคำสั่งแล้ว”
“อืม... เ้าออกไปก่อน”
ครั้นเมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ก็ขาอ่อนแทบจะยืนไม่ติด เพราะไม่คิดว่าศิษย์พี่ของตนก็คือฮองเต้ผู้ปกครองใต้หล้า
“เหตุใดท่านไม่บอกพวกกระหม่อมว่าท่านเป็ใคร”
ทั้งสองทำความเคารพแล้วก็รีบคุกเขาอยู่อย่างนั้น จนฮองเต้รีบมาจับทั้งสองลุกขึ้นยืนอย่างเป็กันเอง
“หากข้าบอกพวกเ้าไปวันนั้นมีหรือพวกเ้าจะมาทำงานให้ข้า”
“กระหม่อมยินดีอย่างยิ่งเพค่ะที่ได้ทำงานให้ฝ่าาแต่ตอนนี้กระหม่อมตื่นเต้นกว่าสิ่งใดทั้งปวง”
“เอาน่า พวกเ้าทำตัวตามสบายอย่างไรข้าก็เป็ศิษย์พี่ของพวกเ้า พวกเ้าไม่ต้องเกรงใจ”
“กระหม่อมไม่บังอาจพะยะค่ะ”
เฝิ่นลู่กล่าวด้วยความนอบน้อม เพราะทั้งสองรู้ว่าภายใต้การปกครองของฮองเต้นั้นเป็อย่างไรเพราะดูจากประชาราษฯที่เขาปกครองอยู่ดีกินดี การค้าขายเจริญรุ่งเรืองมิได้มีการเก็บภาษีขูดเืขูดเนื้อสมแล้วที่เขาเป็ศิษย์พี่ของตน และเยว่เล่อก็ยิ่งศรัทธาในตัวของฮองเต้หากเป็เช่นนี้เขาให้ทำงานอะไรนางก็คิดว่าจะต้องทำจนสุดความสามารถ เพราะนางคิดว่างานที่เขาจะให้ทำนั้นก็ทำเพื่อราษฎรทั้งนั้น หลังจากนั้นฮองเต้ก็ให้ทั้งสองได้พบกับหัวหน้าสายลับ พวกเขาทั้งสองจะต้องเรียนรู้และฝึกการเป็สายลับจากหัวหน้าท่านนี้ ซึ่งหัวหน้าสายลับท่านนี้ขึ้นชื่อเื่การสืบเื่ลับอันดับต้นๆของแคว้น และการทำงานแบบตรงไปตรงมาของเขาไม่เคยเข้าข้างคนผิด เห็นบ้านเมืองเป็สำคัญ เขาจึงได้รับการไว้วางใจจากฮองเต้
“ต่อไปปนี้พวกเ้าสองคนจงตั้งใจเรียนรู้ให้ดี สมกับที่ฮองเต้ไว้วางใจพวกเ้า”
“ขอรับ เ้าค่ะ ท่านหัวหน้า”
“เอาหล่ะๆ วันนี้พวกเราพึ่งได้เจอกันวันแรกข้ายังจะไม่สอนอะไรพวกเ้าเยอะ วันนี้สบายๆก่อน”
ทั้งสองก็มองหน้ากันด้วยความตื่นเต้นเมื่อหัวหน้าสายลับพาเข้ามาในหน่วยลับที่ตั้งอยู่ภายในวังหากไม่มีใครสังเกตก็จะไม่รู้ว่ามีหน่วยสืบข่าวลับที่ซ่อนอยู่ภายในวังหลวง พวกเขาทั้งสองต่างก็ทำความรู้จักกับสายลับรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน โดยทุกคนก็ให้การต้อนรับเป็อย่างดีมิได้มองเขม่นกันแต่อย่างใด หากแต่ทั้งสองก็มักจะโดนล้อว่าเป็เด็กเส้นของฮองเต้ เข้ามาอยู่หน่วยสายลับนี้โดยไม่ต้องทดสอบอะไรมากมาย ผิดจากที่พวกเขาจะต้องผ่านการทดสอบความอดทนมากมายหลายด่าน ถึงจะได้เข้ามาอยู่ในหน่วยนี้ แต่พวกรุ่นพี่ที่อยู่ก่อนหน้านี้ก็เข้าใจกันดี หากฮองเต้ไม่เห็นว่าพวกเขาทั้งสองคนมีอะไรพิเศษก็คงไม่ไปรับตัวมาถึงที่นี่
“พวกเ้าทั้งสองขาดเหลืออะไร ก็บอกข้าได้เลยนะไม่ต้องเกรง”
รุ่นพี่ผู้ชายที่อยู่ก่อนหน้านี้เอ่ยปากอาสาด้วยความเอ็นดู เพราะด้วยหน้าตาที่งดงามสะดุดตาทำให้หลายคนอดเอ็นดูเยว่เล่อไม่ได้ และพวกเขาสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวหน้าตางดงามผิวพรรณขาวผ่องใส แขนขาวเรียวสวย รูปร่างอรชรอ้อนแอ่นเช่นนางถึงต้องมาเป็สายลับ เพราะงานสายลับนี้ไม่ใช่เื่เล่นๆหากแต่เป็การเสี่ยง แข่งกับกับความเป็ความตายเพื่อสืบข่าวลับ
“ขอบคุณท่านมาก ตอนนี้ข้ายังไม่้าสิ่งใด ขอบคุณรุ่นพี่อีกครั้งจริงๆเ้าค่ะ”
เยว่เล่อพูดกับรุ่นพี่ผู้ชายคนนั้นด้วยน้ำเสียงที่จริงใจและรู้สึกขอบคุณพวกเขาที่ไม่รังเกียจเดียดฉันท์รุ่นน้องที่พึ่งเข้ามา
ส่วนเฝิ่นลู่เห็นสายตาของรุ่นพี่คนนั้นที่มองมายังเยว่เล่อก็ทำให้เขารู้สึกไม่ถูกชะตาด้วย เพราะผู้ชายด้วยกันมักจะมองออกว่าคิดอย่างไรกับหญิงที่อยู่ตรงหน้า หากว่าเป็สายตาที่มองไปแบบนั้นมันยิ่งบ่งบอกชัดเจน เขาไม่รอช้าก็รีบมายืนข้างเยว่เล่อแสดงถึงว่าเขาสนิทสนมกับนางมากเพียงไร ส่วนเยว่เล่อก็ได้แต่รู้สึกว่าเขาเป็อะไรของเขานักหนาถึงได้มีกิริยาท่าทางเช่นนี้
ครั้นเวลาล่วงเลยไปได้หลายเดือนเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ก็เรียนรู้และฝึกการเป็สายลับจนได้ออกทำหน้าที่อย่างเต็มตัวแล้ว บัดนี้ทั้งสองได้มีหน้าที่สำคัญจะต้องทำ มิใช่ลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ฝึกวรยุทธไปวันๆเสียแล้ว เยว่เล่อคิดถึงท่านแม่ของนางมาก เพราะไม่ได้กลับไปหาท่านแม่ของนางก็หลายเดือน เพราะนางจะต้องอดทนฝึกให้ผ่านเพื่อที่จะได้ทำหน้าที่สายลับได้อย่างเต็มตัว
“บัดนี้พวกเ้าทั้งสองนับว่าผ่านการฝึกจนหมดสิ้นแล้วและได้ออกทำหน้าที่กับรุ่นพี่พวกเ้าบ้างแล้ว นับว่าพวกเ้าได้เป็สายลับของฮองเต้อย่างเต็มตัว”
“ข้าน้อยขอบคุณท่านหัวหน้ามากเ้าค่ะ ที่คอยสั่งสอนพวกเรา”
“มันเป็หน้าที่ของข้าที่จะต้องฝึกพวกเ้าและวรยุทธที่พวกเ้ามีติดตัวมาก็อย่าลืมใช้มันให้เป็ประโยชน์ต่อบ้านเมืองด้วยหล่ะ”
“รับทราบเ้าค่ะหัวหน้า”
“ข้าได้ข่าวว่าเยว่เล่อเ้าอยากกลับไปเยี่ยมแม่ของเ้าใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านหัวหน้าข้ามิได้เจอหน้าท่านแม่เลยั้แ่มาอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่านางเป็อย่างไรบ้าง”
“เอาหล่ะๆสุดสัปดาห์นี้พวกเ้ากลับไปเยี่ยมบ้านได้ข้าอนุญาติให้พวกเ้ากลับได้สามวัน”
เยว่เล่อแลเฝิ่นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็ะโตัวลอยด้วยความดีใจ
“พวกเราขอบคุณหัวหน้ามากขอรับ”
ทั้งสองดีใจจนออกนอกหน้าอย่างกับเด็กน้อยสามขวบก็ไม่ป่านจนหัวหน้าของพวกเขาได้แต่ยิ้มและก็ส่ายหัวด้วยความเอ็นดู
เช้าวันรุ่งขึ้นเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ออกจากหน่วยสายลับไปั้แ่เช้ามืด เพราะไม่อยากให้เสียเวลาเฝิ่นลู่ก็มุ่งหน้ากลับไปหาอาจารย์อย่างไม่รอช้า เขาได้แยกกันกับเยว่เล่อโดยที่ไม่ค่อยเต็มใจนักเพราะใจจริงของเขาอยากจะไปส่งนางให้ถึงจวนของนางก่อน แต่นางก็ไม่ยอมให้ไปส่งเพราะกลัวเขาจะต้องกลับไปกลับมาเสียเวลาแย่
“เ้าไม่ต้องไปส่งข้าหรอกเฝิ่นลู่ข้ากลับเองได้เสียเวลาเ้า เ้ารีบกลับไปหาอาจารย์เถอะ”
“เอาเช่นนั้นหรือแต่ข้าอยากไปส่งเ้าข้าเป็ห่วง”
“นี่ๆ...ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะวรยุทธก็มีใครจะมาทำอะไรข้าได้”
“โถ่..เ้าช่างมองข้ามน้ำใจของข้า”
“เอาล่ะๆข้าว่าเ้ารีบกลับไปหาอาจารย์เสียเถอะ เ้าไม่ห่วงอาจารย์บ้างหรือ ป่านนี้ท่านเป็อย่างไรบ้างก็ไม่รู้”
เยว่เล่อนางเร่งให้เขารีบกลับไปหาอาจารย์ หากแต่มาพะว้าพะวังกันอยู่จะต้องไม่มีใครได้ไปไหนกันทั้งนั้น
ครั้นเมื่อเยว่เล่อมาถึงหน้าจวนกลับหยุดชะงัก เพราะนางคิดว่าจะเอาอย่างไรดีจะเข้าด้านหน้าก็กลัวโดนสอบถามจากคนที่อยู่ในจวนว่าตนไปทำอะไรที่ไหนมา และยิ่งมากคนก็จะยิ่งมากความตอบคำถามไม่หวาดไม่ไหวเป็แน่ เช่นนั้นนางจึงเดินอ้อมเข้าไปทางด้านหลังเสียดีกว่าเพื่อที่จะหลบสายตาผู้คน
“ท่านแม่ๆข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ”
เสียงเยว่เล่อดังขึ้นทันทีเมื่อนางเข้ามาถึงห้องซ่อมซ่อของตน
“ลูกแม่ เ้าไปอย่างไรมาอย่างไรถึงได้กลับมาหาแม่ได้”
“เถ้าแก่เขาให้ข้าหยุดงานสามวันข้าถึงได้มาหาท่านแม่ได่อย่างไรเ้าค่ะ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”
“แม่ก็คิดถึงเ้ามากรู้ไหม แม่รอเ้าทุกวันว่าเ้าจะต้องกลับมาหาแม่”
“ต่อแต่นี้ไปข้าคงจะกลับมาหาท่านแม่บ่อยๆเ้าค่ะ”
“จริงหรอเยว่เล่อแม่ดีใจจริงๆหลายเดือนที่ผ่านมา มันช่างเหมือนดั่งเ้าไม่มีตัวตนในโลกใบนี้แล้วเ้าหายไปเช่นนี้แม่ใจคอไม่ดีเลย”
“เอาน่าท่านแม่ข้ากลับมาแล้วอีกหน่อยข้าจะพาท่านออกไปใช้ชีวิตอยู่นอกจวนบ้าๆนี่”
“เ้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรแล้วท่านพ่อของเ้าหล่ะ เ้าคิดว่าเขาจะยอมหรอกหรือ”
“เหตุใดเขาต้องไม่ยอมด้วยเล่า ในเมื่อเขาเห็นเราสองแม่ลูกเป็ส่วนเกิน เขาคงไม่คิดด้วยซ้ำว่าเรามีตัวตนอยู่”
เยว่เล่อพูดแล้วก็กำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกน้อยใจ แต่ภายในใจแม่ของนางกลับมีบางอย่างที่บอกนางไม่ได้ ได้แต่บอกนางว่าอย่าไปน้อยใจพ่อของตนเองทั้งๆที่เขาไม่เคยมองเห็นนางอยู่ในสายตาเลย